facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 4 เจอกัน 3 ครั้งเรียกพรหมลิขิต (ตอนนั้น) 100%

ชื่อตอน : บทที่ 4 เจอกัน 3 ครั้งเรียกพรหมลิขิต (ตอนนั้น) 100%

คำค้น : #น่ารัก #คลั่งรัก #เจ้าเล่ห์ #โรแมนติก #หวาน #ถ่านไฟเก่า #ยังรักอยู่ #ซึ้ง #นางเอกรุก #คนคลั่งรัก #ลูก #ภรรยา #ทวงรักคืน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ต.ค. 2563 15:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 เจอกัน 3 ครั้งเรียกพรหมลิขิต (ตอนนั้น) 100%
แบบอักษร

บทที่ 4 เจอกัน 3 ครั้งเรียกพรหมลิขิต (ตอนนั้น) 100% 

 

“สองข้างนี่แหละย่ะ พวกแกลองคิดดู เพราะเขาไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหน ถ้าวันหนึ่งฉันเป็นแฟนเขาขึ้นมา ฉันก็จะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่เขาสนใจไง” 

ทุกคนตรงนั้นมองไอรดาด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย ตรรกะบ้าๆ สไตล์ไอรดามาอีกแล้ว ผู้หญิงคนนี้นี่เลยระดับที่เยียวยาได้ไปแล้ว 

“ผู้ชายคนอื่นก็มีเยอะปะวะ ทำไมต้องเจาะจงว่าหมอนั่นด้วย แกก็ไม่ใช่ขี้เหร่อะไรสักหน่อย วันก่อนเด็กภาคปกยังตะโกนแซวแกหลังห้องเชียร์เลิกไม่ใช่เหรอ” เปรมมิกาแซว ถึงหุ่นของไอรดาจะไม่เพรียวบางแบบพิมพ์นิยม แต่ด้วยตาโตๆ แก้มป่องๆ ประกอบกับนิสัยร่าเริงของเจ้าตัว ก็ทำให้มีหนุ่มๆ แอบมองไม่น้อย แต่ส่วนมากจะไม่กล้าเข้ามาจีบเท่าไร 

“ไม่เอาอ่ะ ฉันอยากเป็นฝ่ายเลือกมากกว่าถูกเลือกนี่นา พวกนั้นก็ชอบแซวแบบหมาหยอกไก่ไม่จริงจัง จีบได้ก็เอา ไม่ได้ก็หยอดเอาสนุก พี่ชายสอนว่าผู้ชายทุกคนก็เหมือนหมาป่า” ไอรดาทำหน้าขึงขัง “เพราะฉะนั้นถ้าไม่ได้ผู้ชายที่ถูกใจจริงๆ ฉันยอมขึ้นคานดีกว่า มัมบอกว่าได้แฟนไม่ดี ไม่มีดีกว่า ยังไงก็อยู่กับแด๊ดมัมได้ทั้งชีวิต” 

“แต่กับทินกรนี่อะนะ นี่บอกให้แกมาเจอ 10 ครั้งในหนึ่งเดือนทั้งๆ ที่รู้ว่าช่วงนี้เด็กปีหนึ่งทุกคณะกำลังยุ่ง ไม่ใช่ว่าเขาหาข้ออ้างไล่แกเหรอวะ เผลอๆ เขาอาจจะแอบหลบหน้าแกซะด้วยซ้ำไป” เจนจี้ใจดำ เล่นเอาไอรดาคอตก 

จริงๆ เธอก็แอบคิดเหมือนกันว่าเขาหาข้ออ้างไล่เธอไป แต่ที่ใดมีรักย่อมมีหวังไม่ใช่รึไง รักแห่งสยามกล่าวไว้ เธอผิดเหรอที่ยังหวังเล็กๆ น้อยๆ 

“ฉันบอกแล้ว เอาเบอร์จากขุนพลตรงก็จบ” ลลิลดาเสริม หลังจากนั่งฟังอยู่นาน 

“ไม่เอาอ่ะ ถ้าได้ง่ายๆ ก็ไม่สนุกสิ” ไอรดาทำหน้ามุ่ย 

“พูดไปก็เหมือนสีซอให้ควายฟังอ่ะ ถ้าพรุ่งนี้ไม่เจอ ฉันว่ามันตามตื๊อต่ออยู่ดี” เปรมมิกาพูดราวกับรู้อนาคตล่วงหน้า คนหัวดื้อแบบไอรดาไม่มีทางยอมหรอก ยัยนี่เป็นพวกสลดได้วันเดียว วันต่อมาก็เริงร่าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทุกที 

“แกรู้ใจฉันจริงๆ ไม่ได้เบอร์ก็ไม่ได้แปลว่าไม่ให้มาเจออีกสักหน่อย” ไอรดากล่าวอย่างภูมิใจพร้อมยิ้มตาหยี 

“เฮ้อ นี่ถ้าเอามาทุ่มกับการเรียน เกียรตินิยมคงไม่หนีไปไหน” ลลิลดาส่ายหัวเบาๆ อย่างอ่อนใจ เรียกเสียงหัวเราะจากทุกคน 

 

วันต่อมา 

“โอเค เลิกคลาสได้ค่ะนักศึกษา” 

เสียงอาจารย์เอ่ยเหมือนเสียงสวรรค์ นักศึกษาคณะแพทยศาสตร์รีบลุกขึ้นพลางเก็บของ ถึงจะเป็นคาบสุดท้ายของวันแรกในสัปดาห์ แต่ด้วยช่วงนี้ใกล้สอบแล้ว และเพราะเนื้อหาที่มีเยอะเกินไปทำเอาต้องเร่งรัดสอนจนเกินเวลาออกมานิดหน่อย ซึ่งไม่ใช่แค่วิชานี้ แต่เป็นกับทุกๆ วิชา ทำเอาใต้ตาของทุกคนดำคล้ำเหมือนคอสเพลย์เป็นหมีแพนด้า เนื่องจากทบทวนบทเรียนกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ประกอบกับยังต้องทำกิจกรรมกีฬาเฟรชชี่ของมหาวิทยาลัยอีก ถึงจะเบาแรงเพราะจับคู่กับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สายกิจกรรม แต่ก็ยังต้องมีส่วนร่วมในการทำงานด้วยอยู่ดี 

“ฉันล่ะอยากจะให้วันนึงมีสัก 50 ชั่วโมงชะมัด ปีหนึ่งยังขนาดนี้ปีอื่นๆ ฉันวิญญาณคงหลุด ถอดแค่กายหยาบมาเรียน” เอกภพโอดครวญ 

“ถ้ามี 50 ชั่วโมงแกก็คงหลับสัก 48 ชั่วโมง แล้วอีก 2 ชั่วโมงมาให้ชาวบ้านชาวช่องช่วยติวอยู่ดี จะมีไปทำไมวะ” ขุนพลเอ่ยขำๆ 

“เฮ้อ จริงของแก นี่เรามีซ้อมสแตนด์ตอนหกโมงใช่ปะวะ มีเวลานิดหน่อย ไปกินข้าวกันเถอะ” เอกภพชวนเพื่อนในกลุ่ม 

“เดี๋ยวตามไปละกัน ว่าจะเอาหนังสือไปคืนที่ห้องสมุด” ทินกรก้มมองนาฬิกาข้อมือแล้วเอ่ยขึ้น 

“ต้องตอนนี้เลยเหรอวะ เดี๋ยวไม่มีเวลากินข้าวหรอก จะต้องไปซ้อมละนะ” กันต์ทักท้วง 

“อือ ต้องคืนภายในวันนี้เท่านั้นน่ะ ไปกินก่อนเลยไม่ต้องรอ ไม่หิวเท่าไร” ทินกรกล่าวเสียงเรียบ เพื่อนทุกคนมองหน้ากันแล้วตัดสินใจเลิกเซ้าซี้ แล้วเดินแยกไปอีกทาง 

ตอนเก็บของก็เห็นในกระเป๋ามันก็มีแต่ซองใส่เอกสารนี่หว่า มีหนังสือให้คืนที่ไหนกัน ทำอะไรลับๆ ล่อๆ  

ขุนพลตั้งข้อสงสัย พลางมองไปที่กระเป๋าที่ลีบแบนของทินกรที่เดินจากไป เอาเถอะจริงๆ มันคงมีธุระเร่งด่วนล่ะมั้ง 

 

ทินกรเดินมาถึงห้องสมุดแล้วนั่งลงตรงโต้ะ แล้วดึงเอาชีทเรียนออกมาเหมือนกำลังจะทบทวนบทเรียน ชายหนุ่มเคาะโต้ะเอาอย่างอดกลั้นเหมือนรออะไรสักอย่าง 

จะหกโมงอยู่แล้ว 

เขามองนาฬิกาข้อมืออีกครั้ง ทันใดนั้นเสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นมา 

“ทินกร!” 

ไอรดาวิ่งเข้ามาในห้องสมุด ทันทีที่เห็นร่างสูงนั่งอยู่ 

เฮ้อ โชคดีที่เธอมีเวลาเฉียดมาห้องสมุดก่อนประชุมเชียร์พอดี เกือบสวนกับทินกรแล้วไหมล่ะ เธอนี่โชคดีจริงๆ 

“ครบสิบครั้งแล้วนะ ไหนเบอร์ล่ะ” เธอแบมือพร้อมเอ่ยทวงสัญญา 

ทินกรก้มจดเบอร์บนกระดาษโน้ต แล้วยื่นให้ไอรดาก่อนเอ่ยสำทับ 

“ถ้าโทรในเวลาเรียนหรือหลังสี่ทุ่ม ผมไม่รับ” 

“อื้อๆ สัญญาเลย” ไอรดาพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง พร้อมก้มหน้ามองกระดาษในมืออย่างภาคภูมิใจ 

เบอร์ของทินกร จะรักษาอย่างดีเลย 

เธอจดจำหมายเลขสิบหลักไว้ในใจก่อนสอดกระดาษไว้ในกระเป๋าสตางค์อย่างทะนุถนอม 

“แล้วนี่นายว่างเหรอ ปกติมาช่วงนี้ไม่ค่อยเจอนายเลย ลินก็บอกว่าช่วงนี้หมอเรียนหนัก” 

“อืม วันนี้ผมว่างพอดี” 

“นี่ไง ฟ้าต้องลิขิตให้เราเจอกันแน่นอน” ไอรดาคิดเข้าข้างตัวเองอย่างลิงโลด “อ๊ะ หกโมงแล้วนี่นา งั้นเราไปก่อนนะ ไปช้าเดี๋ยวโดนซ่อม” ไอรดาบอกลาอย่างรีบร้อนและรีบวิ่งกลับไปยังคณะ 

ลับหลังเธอจากไป ชายหนุ่มก็รีบเก็บของแล้วรีบเร่งฝีเท้ากลับคณะตัวเอง 

ถ้าจะบอกว่าฟ้าลิขิต คงไม่ใช่ฟ้าเบื้องบน แต่เป็นฟ้า (คน) นี้ต่างหากที่ลิขิต 

เฮ้อ แต่มาไวกว่านี้ก็ดี ไปช้าแบบนี้ เขาเองก็คงโดนรุ่นพี่เอ็ดแน่นอน 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------- 

เห็นคนปากแข็งมั้ยคะ ฮิ้ววว 

คิดเห็นอย่างไรคอมเมนท์บอกกันได้นะคะ 

ความคิดเห็น