facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 3 แรกพบสบตา (ตอนนี้) 100%

ชื่อตอน : บทที่ 3 แรกพบสบตา (ตอนนี้) 100%

คำค้น : #น่ารัก #คลั่งรัก #เจ้าเล่ห์ #โรแมนติก #หวาน #ถ่านไฟเก่า #ยังรักอยู่ #ซึ้ง #นางเอกรุก #คนคลั่งรัก #ลูก #ภรรยา #ทวงรักคืน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ต.ค. 2563 20:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 แรกพบสบตา (ตอนนี้) 100%
แบบอักษร

บทที่ 3 แรกพบสบตา (ตอนนี้) 100% 

 

หมอหนุ่มก้าวยาวๆ อย่างเร่งรีบ ท่ามกลางสายตาแปลกใจของพยาบาลที่เดินผ่าน 

ไม่เคยเห็นคุณหมอร้อนรนขนาดนี้ หรือคุณหมอจะมีเคสด่วน?  

เขารีบตรงไปที่ลิฟต์ก่อนกดปุ่มทำให้ประตูลิฟต์เปิดอีกครั้ง 

เป็นเขา!  

สายตาของไอรดาฉายแววแปลกใจ พร้อมๆ กับอัตราเต้นของหัวใจที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว 

โธ่เอ๊ย อุตส่าห์หนีมาแล้วแท้ๆ เธอคิดในใจ 

เขาเดินเข้ามาในลิฟต์ สีหน้าเรียบเฉยแล้วเอ่ยขึ้นมาเบาๆ 

“คุณน้าไม่เป็นอะไรหรอก” 

“หืมว่าไงนะคะ” เธอหลุดจากความคิดตัวเอง หลังจากได้ยินเสียงผู้ชายคนข้างๆ กล่าวขึ้น 

“อาจารย์หมอที่ผ่าตัดเก่งเป็นระดับต้นๆ ของประเทศ เคสก่อนหน้านี้เนื้องอกตำแหน่งเดียว มีขนาดใหญ่กว่าของคุณน้า เขายังกลับไปทำงานได้ในปลายสัปดาห์” 

เขาพูดขึ้นหลังจากเห็นหญิงสาวหน้าซีดและกัดริมฝีปากตัวเองในห้องพักคนไข้เมื่อกี้ เธอมักติดนิสัยกัดริมฝีปากตัวเองเมื่อกังวล 

“ถ้าคุณพูดอย่างนั้น ฉันก็อุ่นใจ” เธอตอบ 

คุณไปอยู่ไหนมา 

ทินกรเอ่ยคำถามในใจ คำถามที่เขาอยากรู้มาตลอด 7 ปี แต่เป็นคำถามที่เขาไม่กล้าพูดออกมา เขาทั้งอยากรู้ และทั้งกลัวคำตอบ 

ติ๊ง 

เสียงลิฟต์เปิดออกทำลายบรรยากาศอึดอัดในลิฟต์ พร้อมกับร่างของหญิงสาวอีกคนที่เดินเข้ามาคล้องแขนคุณหมอหนุ่มอย่างสนิทสนม 

“ฟ้าอยู่นี่เอง มีเรื่องจะปรึกษาเพิ่มเติมสักหน่อย …” 

ไอรดาเห็นดังนั้นก็รีบเดินออกจากลิฟต์อย่างรวดเร็ว ความเศร้าแล่นจุกทะลักในอกอย่างฉับพลัน พอเจอกันอีกครั้ง สรรพนามที่ใช้แทนตัวกันก็กลายเป็นเหินห่าง ชื่อเขาและพื้นที่ข้างๆ เขา ไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่มีสิทธิ์เหมือนเดิมแล้ว 

 

เช้าวันต่อมาไอรดาเดินทางมาโรงพยาบาลแต่เช้า แม่ของเธอมีผ่าตัดตอนแปดโมงเช้า หญิงราวร่างระหงหิ้วปิ่นโตเดินเข้าไปในห้องวีไอพีชั้น 7 

“มอนิ่งค่ะแด๊ด มอนิ่งค่ะมัม” เธอเปิดเข้าไปในห้องพร้อมกับหอมแก้มทักทายชายหนุ่มวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างๆ รมิดาที่นอนอยู่บนเตียง 

“แด๊ด ไอทำกับข้าวมาให้” เธอวางปิ่นโตลงบนโต๊ะใกล้โซฟา ก่อนหันไปบอกพ่อของเธอ 

ชาร์ล เวย์เนอร์ พ่อของเธอที่ถึงแม้อายุจะเข้า 50 ปีไปแล้ว แต่เพราะการดูแลตัวเอง ทำให้ดูเผินๆ ก็เหมือนชายหนุ่มวัย 30 ปี ประกอบกับเป็นลูกครึ่งไทย-อเมริกา ที่เหมือนดึงเอาข้อดีของทั้งความเป็นตะวันตกและตะวันออกออกมาอย่างลงตัว วัดจากสายตาของสาวๆ ที่มองตาปรอยตามพ่อเธอทุกครั้งที่เดินไปไหนมาไหน ก็พูดได้ว่าพ่อเธอยังดูเป็นหนุ่มใหญ่ที่ทรงเสน่ห์ 

ไอรดามองบิดาที่กุมมือมารดาบนเตียงด้วยสายตาอ่อนโยน ดูจากสายตาที่พ่อเธอใช้มองแม่เธอทำให้เธอรับรู้ได้เลยว่าทั้งสองท่านรักกันมากแค่ไหน เพราะหน้าที่รับผิดชอบทำให้กว่าพ่อเธอจะปลีกตัวบินจากอเมริกามาที่นี่ได้ก็เมื่อคืนเย็น เมื่อคืนนี้เธอเลยเปิดโอกาสให้ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันทั้งคืน 

“ไม่ต้องกลัวนะคุณ” 

“มีคุณและลูกอยู่ ฉันก็ไม่กลัวหรอกค่ะ” 

“ตรงนี้ยังมีลูกสาวยืนอยู่นะคะ” หญิงสาวเอ่ยแซวขัดสายตามองกันหวานเชื่อมของทั้งสอง เหมือนเธอกลายเป็นส่วนเกิน ทำเอารมิดาแก้มแดงระเรื่อ 

“ยัยไอนี่นะ” 

“เฮ้อ พอคุณป่วยแบบนี้ ผมรู้สึกเสียดายเวลาที่เราเสียไปจริงๆ” ชาร์ลพูดพร้อมกระชับมือภรรยาให้แน่นขึ้น 

ช่วงไอรดาอยู่ชั้นมัธยมปลายกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย พ่อกับแม่เธอทำสงครามเย็นกันเป็นหลายปี เพราะพ่อของเธออยากให้แม่เธอวางมือเรื่องงาน แล้วไปอยู่ด้วยกันที่อเมริกา แต่แม่เธออยากสืบทอดกิจการโรงแรมที่ไทยต่อจากคุณตาคุณยาย พ่อเธอคงไม่มีปัญหาถ้าไม่ใช่เพราะแม่เธอต้องการลงมาทำงานด้วยตัวเองทำให้ต้องแยกกันอยู่ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมไอรดาที่มีสัญชาติอเมริกันถึงมาเรียนมหาวิทยาลัยที่ไทย สุดท้ายก็จบลงที่พี่ของเธอที่ทยอยกันเรียนจบและมารับช่วงต่ออย่างเต็มตัว เพื่อให้แม่มีเวลาอยู่กับพ่อมากขึ้น 

“ไม่เห็นเป็นไรเลย จากนี้ไปเรามีเวลาอยู่ด้วยกันตลอดชีวิต” รมิดายิ้มอย่างอ่อนโยนในขณะที่ชาร์ลยังคงมองอย่างกังวล สักพักใหญ่ๆ หมอและพยาบาลก็เข้ามาเช็กความเรียบร้อยและเข็นเตียงลงไปยังห้องผ่าตัด 

ไอรดาสบตาทินกรหน้าห้องผ่าตัด เขาพยักหน้าเล็กน้อยให้เธอคลายกังวล เธอยืนหน้าห้องครู่ใหญ่และสังเกตเห็นบิดามีน้ำตาซึมจึงกระชับแขนบิดาก่อนดึงแขนท่านให้ไปนั่งรอด้วยกันในห้องพักผู้ป่วย 

ขณะนั้นในห้องผ่าตัด รมิดามองเสี้ยวหน้าคนรักเก่าของลูกสาวเธอก่อนถอนหายใจ เห็นลูกสาวเธอและชายหนุ่มตรงหน้านี้ ตกอยู่ในสถานการณ์มึนตึงเหมือนครั้งที่เธอกับสามีเคยเป็นก็อดไม่ได้ที่จะเสียดาย 

“ฟ้า” รมิดาเรียกชื่อเล่นของชายหนุ่มที่เธอเคยเรียก ทำให้ทินกรหันมามองเธอด้วยความแปลกใจ 

“คนเรา ถ้าไม่ใกล้ความเป็นความตาย ก็ไม่รู้สึกถึงคุณค่าของการมีชีวิตอยู่หรอกนะลูก เรื่องหลายเรื่องถ้าใส่ใจก็จะเข้าใจ ถ้าได้เห็นก็จะรับรู้” 

ทินกรกุมมือรมิดาเบา สายตาฉายแววคมปลาบ 

“ผมทราบครับ ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ” 

รมิดาหลับตาลงรอดมยาสลบ ในใจคล้ายปล่อยวาง 

--------------------------------------------------------- 

พระเอกตอนนี้อยู่ในฟีล อยากรู้แต่ไม่อยากถามค่ะ ฮา 

คิดเห็นอย่างไรคอมเมนท์บอกกันได้นะคะ 

ความคิดเห็น