facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 123 ตำนานสองวิถีแห่งสุรา

ชื่อตอน : ตอนที่ 123 ตำนานสองวิถีแห่งสุรา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 237

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ต.ค. 2563 00:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 123 ตำนานสองวิถีแห่งสุรา
แบบอักษร

ตอนที่ 123

 

“กลิ่นนี่มัน?!” 

 

สองพ่อค้าผู้ที่มากไปด้วยประสบการณ์และความมั่งคั่ง สัมผัสได้ถึงความไม่สามัญจากไหสุราที่ เหยาซาน เหลือทิ้งไว้... ปากไหสุรายังคงปิดสนิทด้วยผ้าสีดำ แต่กลิ่นยังเล็ดลอดออกมา สะท้านสะเทือนไปทั้งจิตใจของทั้งสองอย่างน่าประหลาด  

 

ภายใต้ธุรกิจที่ทั้งคู่ดำเนินร่วมกัน ย่อมลิ้มรสสุรามาทั่วสารทิศ หากไม่ถึงหลักพัน ก็นับว่าหลายร้อยชนิด เสาะแสวงหาสุรารสเลิศจากต่างแดน... ถึงกระนั้นทั้งสองกลับไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน กลิ่นของสุรา ราวกับเป็นมือที่มองไม่เห็นฉุดรั้งทั้งสองคนให้ลิ้มลองมัน... 

 

ตันเหมิน ยกมือขึ้นเป็นสัญญาณ สาวใช้คนหนึ่งก็เดินตรงไปยังไหสุรานั้น... 

“เปิดมันออก และตรวจสอบว่ามีพิษหรือผลร้ายใด ๆ หรือไม่...” 

 

นางพยักหน้าเบา ๆ ตอบรับ ทว่าเพียงแค่เปิดผ้าสีดำที่ปากไห กลิ่นสุรากลับยิ่งล้นทะลักจนตลบอบอวลไปทั่วห้องโถง แม้แต่องครักษ์ข้างกายของ หยวนจินเป่า ที่หลบตาปิดสนิทมาตลอด ยังต้องลืมตาโพรงขึ้นหันมองไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ... 

 

น้ำสุราด้านในมิได้มีเต็มทั้งไห แต่มีเพียงแค่ 1 ใน 3 ส่วนเท่านั้น เทียบได้กับสุราหนึ่งกา หรือไม่ก็ราว ๆ 10 จอกใหญ่... ตันเหมิน และ หยวนจินเป่า ประสานสายตากันในบัดดล คล้ายว่าทั้งสองจะเริ่มจดจำกลิ่นสุรานี้ได้จากความทรงจำอันเลือนราง ทว่าแววตากลับบ่งบอกถึงความไม่อยากจะเชื่อเช่นกัน... 

 

“กลิ่นนี้... เหตุใดจึงคล้ายกับกลิ่นของ ราชันย์แห่งสุรา จากทวีปมังกรฟ้า?!” 

“นั่นสิ... ข้าก็คิดเห็นเช่นเดียวกัน แต่มันคงเป็นไปไม่ได้หรอก กระทั่งพวกเราสองคนยังนับจำนวนครั้งได้ด้วยมือข้างเดียว ถึงจำนวนจอกราชันย์แห่งสุราที่เคยลิ้มรส จะเป็นไปได้ยังไงที่เจ้าเด็ก เหมาซาน ผู้นั้นจะมียอดสุราระดับนั้นในครอบครอง...” 

 

ทั้งสองคนต่างเผยสีหน้าครุ่นคิด ราวกับมีความรู้สึกและเหตุผลตบตีกันอยู่ในหัว... ระหว่างนั้น สาวใช้ก็พลันใช้เข็มเงินตรวจหาพิษจากสุรา ทว่าก็ไม่พบความผิดปกติใด ๆ 

 

ตันเหมิน และ หยวนจินเป่า เผยแววตาสลับซับซ่อน กลืนน้ำลายลงคอพร้อม ๆ กัน...  

“อย่างไรเสีย เหยาซาน ก็เป็นคนที่ ตันเหมา พามาเอง สายตาของบุตรชายข้าแม้จะยังไม่เทียบเคียง แต่ก็ได้ข้าไปกว่า 5 ส่วน เรียกได้ว่าเฉียบคมไม่น้อย ดังนั้นข้าจึงมั่นใจว่า เหยาซาน ผู้นี้คงไว้ใจได้... สุราที่มอบให้น่าจะปลอดภัยดี” 

 

“ในเมื่อพี่ตันกล่าวเช่นนั้น... ข้าก็ขอทดลองมันด้วยเป็นอย่างไร? กลิ่นสุราที่หอมหวนเช่นนี้ ก็ยากที่จะหักห้ามความอยากสุราได้...” 

 

แววตาของทั้งสองมีประกาย ก่อนที่สาวใช้จะรินสุราคนละจอกส่งมอบ... เพียงแค่การยกขึ้นดอมดมใกล้จมูก ใบหน้าของทั้งคู่ยังเปี่ยมไปด้วยความเคลิบเคลิ้ม ราวกับจิตใจล่องลอยสู่หมู่เมฆนภาอากาศ สุดท้ายก็มิอาจต่อต้านกลิ่นที่เย้ายวน กระดกคำเดียวหมดจอกไม่เหลือสักหยด... 

 

“!!!!!!!!!!!” ดวงตาของทั้งสองคนเบิกโพรงขึ้น จอกสุราที่ว่างเปล่าหล่นร่วงจากมือจนแตกกระจายเต็มพื้นศิลา ร่างกายของทั้งสองคนล้วนสั่นเทิ้มอย่างประหลาด จนสององครักษ์ด้านหลังเห็นท่าไม่ดีเร่งร้อนจะเข้ามาช่วยเหลือ แต่พริบตานั้นเองที่ ตันเหมิน และ หยวนจินเป่า แผดคำรามเสียงพร้อมกัน 

 

ไม่ต้องเข้ามา!!” 

 

สององครักษ์ ถึงกับชะงักฝีเท้า จากน้ำเสียงที่แน่นหนักบ่งบอกว่าทั้งสองมิได้รับพิษอันตรายอะไร เพียงแค่ซาบซึ้งจากรสเลิศของสุรามากเกินไปเพียงเท่านั้น... ใบหน้าของ ตันเหมิน และ หยวนจินเป่า ราวกับไม่เป็นตัวของตัวเอง จะว่าเมามายก็ไม่ผิดนักทั้งที่กระดกดื่มไปเพียงแค่จอกเดียว... 

 

“ไม่ผิดแน่... ความรู้สึกเช่นนี้ ราชันย์แห่งสุรา เมรัยสะท้านไตรภพ!!”  

“ไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าข้าจะได้ลิ้มรสยอดสุรานี้อีกครั้ง...” 

 

ทันใดนั้นเอง แววตาของทั้งสองก็พลันแข็งกร้าว ตวัดสายตามองไปยังสององครักษ์ที่เข้ามาใกล้ คำรามเสียงออกคำสั่งดุดันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน... 

 

“เจ้าจงออกไปตาม เหยาซาน กลับมาที่นี่!!” หยวนจินเป่า เค้นเสียง 

“ไปตาม ตันเหมา กลับมาพร้อมกันด้วย!!” ตันเหมิน ก็เช่นกัน 

 

สององครักษ์ ถึงกับแสดงสีหน้าแปลกประหลาด ทว่าก็มิกล้าขัดคำสั่ง พุ่งทะยานออกไปจากโถงเรือนในทันที  

 

................................................. 

 

“ศิษย์น้องเหยา!!” ตันเหมา วิ่งตามออกมาด้วยความเป็นกังวล การสั่งสอนของ ตันเหมิน แม้จะไม่มีเจตนาร้ายใด ๆ แต่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถรับได้ หากเป็นคนที่คิดหยุมหยิมจนเกินไป อาจรู้สึกเสียหน้าจนโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ 

 

ทว่า หลังออกจากเรือนใหญ่ได้ไม่นาน เหยาซาน กลับยืนนิ่งสงบดุจนักพรต มือไพล่หลังหันมองไปยังสวนด้านนอก พร้อมรอยยิ้มประหลาด ยืนคล้ายกำลังเฝ้ารอบางสิ่ง... ทำเอา ตันเหมา ถึงกับอ้าปากค้าง งุนงงกับท่าทีที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเช่นนี้... 

 

“สะ...ศิษย์น้อง” 

 

เหยาซาน หัวเราะเบา ๆ 

“ศิษย์พี่ตัน... ข้ามิใช่คนคิดเล็กคิดน้อยอยู่แล้ว ย่อมสัมผัสได้ว่าบิดาท่านสอนสั่งด้วยความเอ็นดู และข้าก็ดีใจมาก คำพูดเหล่านั้นมันทำให้ข้าเล็งเห็นจุดอ่อนจุดด้อยมากขึ้น และรู้ตัวดีว่ายังไม่พร้อมจริง ๆ ที่จะเป็นคู่ค้ากับตระกูลตัน... 

 

แต่ทว่า... ในเมื่อข้ามิอาจเป็นคู่ค้าร่วมธุรกิจรายใหญ่ของตระกูลตัน ก็มิได้แปลว่าข้าจะหมดหนทางที่จะเป็นคู่ค้ารายย่อย เวลานี้ถึงข้าจะไม่พร้อมส่งสุรามากมายให้กับหอนางโลมนับร้อยแห่ง แต่ข้าก็ยังสามารถส่งสุราให้กับบิดาท่าน หรือ หยวนจินเป่า เป็นการส่วนตัวได้... 

 

สุราดี ย่อมไม่กลัวตรอกลึก... ต่อให้ข้าไม่มีจำนวนต่อกร แต่ข้ายังมีคุณภาพคับไห ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีอย่างไม่หักโหม รอให้ข้ามีต้นทุนและกำลังผลิตมากไปกว่านี้ ค่อยเปลี่ยนจากคู่ค้ารายย่อย เป็นคู่ค้ารายใหญ่ ก็ยังไม่สาย...” 

 

เหยาซาน กล่าวพึมพำพร้อมหัวเราะเสียงเย็น... แน่นอนว่ามันย่อมสร้างความงุนงงถึงขีดสุดให้กับ ตันเหมา เป็นอย่างมาก ไม่เข้าใจความหมายที่แฝงเร้นในคำพูดเหล่านั้น จวบจนกระทั่ง... มีสองเงาร่างพุ่งทะยานตรงเข้ามาหาสองผู้เยาว์ดุจสายลม 

 

เป็นองครักษ์ข้างกายของ ตันเหมิน และ หยวนจินเป่า!! 

ทั้งสองประสานมือขึ้นให้กับผู้เยาว์ทั้งสอง... 

 

“นายน้อยตัน... นายน้อยเหยา... นายท่านทั้งสองอยากเชิญพวกท่านกลับไปเข้าร่วมสนทนาอีกสักครั้ง ถือว่าเป็นการให้เกียรติพวกเราด้วยเถอะ...” สององครักษ์ กล่าวขึ้นแทบจะพร้อมเพรียง 

 

ตันเหมา ใบหน้าบิดเบี้ยวทันที ทั้งที่ เหยาซาน เพิ่งถูกบิดาตนผายมือเชิญออกมาจากเรือนอย่างน่าขายหน้า ทว่าการส่งคนออกมาเชิญกลับเข้าไปในทันทีเช่นนี้ ไม่ดูเป็นการขายหน้ากว่างั้นหรือ? สัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากล 

 

เหยาซาน กระแอมไอเล็กน้อย ก่อนจะแสดงสีหน้าเศร้ากำสรดออกมา... 

“เฮ้อ... ข้านั้นยังประสบการณ์อ่อนด้อยเกินกว่าจะเข้าร่วมสนทนาอีกแล้ว ข้านั้นตระหนักดีว่าสองผู้อาวุโสเพียงแค่ไม่อยากให้ข้าอับอาย จึงส่งพวกท่านมาเรียกข้ากลับไปอีกครั้ง จิตใจของข้ายังสั่นสะท้านกับคำพูดเมื่อครู่อยู่เลย คงมิกล้ากลับไปแล้ว ฝากขออภัยและขอบคุณผู้อาวุโสทั้งสองด้วย...” 

 

สององครักษ์ ใบหน้าบิดงอในทันที รู้สึกถึงเส้นสนกลในบางอย่าง แต่ก็มิกล้าเอ่ยปาก… 

“อย่าได้กล่าวเช่นนั้นเลย นายน้อยเหยา... ทั้งท่านตันเหมิน และท่านหยวนจินเป่า ต่างก็คงไม่คิดเช่นนั้น ถึงนายน้อยเหมาจะอายุยังน้อย แต่มีความกว้างขวางแผ่ไพศาลสามารถมี ราชันย์แห่งสุรา เมรัยสะท้านไตรภพ ไว้ในครอบครองได้เช่นนี้ ใครกันจะกล้าดูหมิ่นดูแคลนท่าน” 

 

เหยาซาน ได้ยินเช่นนั้น ถึงสีหน้าจะยังแฝงความเศร้าสลด แต่ภายในใจกลับเต้นระส่ำ คาดคิดไว้ไม่ผิดว่าตัวตนระดับ ตันเหมิน และ หยวนจินเป่า จะต้องรู้จักราชันย์สุรา เมรัยสะท้านไตรภพ แห่งทวีปมังกรฟ้า อันเป็นสุราที่เรียกได้ว่าหายากเหนือสิ่งอื่นใด 

 

ก่อนหน้าที่จะจากมานี้ เหยาซาน ยอมกัดฟันทิ้งสุราระดับนั้นไว้ เพื่อสร้างโอกาสให้กับตนเอง... ก่อนจะมาเรือนตระกูลตัน ก็ตระเตรียมสิ่งนี้ไว้สำหรับเป็นไม้ตายสุดท้าย ไม่คิดว่าจะได้นำออกมาใช้จริง ๆ 

 

ตัวของ เหยาซาน เคยคัดลอกบันทึกตำราจำนวนมาก มาจากห้องทำงานของ ฉีเฟยเทียน เจ้าเมืองบุปผาแดง(ตอนที่ 55) ในจำนวนบันทึกตำรามากมายนั้น ได้มีปรากฏตำนานแห่งวิถีสุราที่เก่าแก่ถูกเขียนเอาไว้ด้วย ตัวของเด็กหนุ่มที่ใช้ วิถีแห่งเซียนเมรัย จึงอดไม่ได้ที่จะศึกษามันอย่างละเอียดทำให้ทราบเรื่องราวอันน่าตกใจมากมาย ทั้งการไล่เรียงสุรามีชื่อขนานต่าง ๆ หรือแม้แต่ผู้เป็นปรมาจารย์สุราทั้งอดีตและปัจจุบัน... 

 

วิถีแห่งเซียนเมรัย นั้นถึงจะมีการสืบทอดอย่างลับ ๆ ภายในพรรคเซียนประทาน ทว่าเมื่อผู้สืบทอดวิถีนี้แข็งแกร่งขึ้นก้าวสู่ชั้นแนวหน้าของยุทธภพ ก็ย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงชื่อเสียงที่กระฉ่อนก้องดังออกไป แม้แต่นามของ เซียนเมรัย เหยาหมิง ยังมีปรากฏอยู่ภายในบันทึกดังกล่าว ทว่าก็มีกำกับว่า หายสาบสูญไปจากยุทธภพ เมื่อ 30 ปีก่อน ถือเป็นการสิ้นสุดตำนานของ วิถีแห่งเซียนเมรัย... 

 

แต่ทว่า... ผู้ที่ได้ถูกสลักชื่อในฐานะของปรมาจารย์สุรานั้น หาได้มีเพียงแค่ วิถีแห่งเซียนเมรัย จากพรรคเซียนประทาน!! แต่ยังมีปรมาจารย์สุรา ในวิถีอีกสายหนึ่งที่มีชื่อเสียงทัดเทียมกับ วิถีแห่งเซียนเมรัย อยู่ในยุทธภพจากทั้ง 4 ทวีป  

 

และนั่นก็คือ...วิถีแห่งสุราฟ้าดิน 

 

ในอดีตเมื่อราวหนึ่งหมื่นปีก่อน จี้เยี่ยซา แห่งพรรคเซียนประทาน ปรมาจารย์รุ่นแรกผู้ก่อตั้งวิถีแห่งเซียนเมรัย และ ฟู่ต้วนจื่อ ผู้อำนวยการสถาบันเทพมังกรศักดิ์สิทธิ์ ปรมาจารย์รุ่นแรกผู้ก่อตั้งวิถีแห่งสุราฟ้าดิน เป็นสหายร่ำสุราร่วมกัน... 

 

ทั้งสองคนหลังวางมือจากยุทธภพ ก็เดินหน้าเข้าสู่วิถีแห่งการหมักบ่มสุราอย่างเต็มตัว... และมักจะนำสุราที่ต่างฝ่ายต่างคิดค้นมาเปรียบวัดกันอยู่เป็นประจำ เพื่อเสาะหาสุราที่ดีที่สุดของยุคสมัย มีการเปลี่ยนแปลงแห่งวิถีสุราอันไร้สิ้นสุด ก่อเกิดเป็นเส้นทางสายเมามายที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานบนหน้าประวัติศาสตร์... 

 

นับหมื่นปีมานี้ วิถีแห่งเซียนเมรัย และ วิถีแห่งสุราฟ้าดิน ล้วนถูกนำมาเปรียบวัดอยู่เสมอ... เหล่าผู้สืบทอดในแต่ละรุ่นยังมิอาจทิ้งอุดมการณ์ของปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งทั้งสองได้ ทำให้ผู้สืบทอดจากทั้งสองวิถีสุรา มีการเปรียบวัดทักษะการหมักบ่มสุราด้วยการเผชิญหน้ากันในลักษณะของคู่แข่งในแต่ละยุค 

 

ทว่า... เมื่อ 30 ปีก่อน ในการหายตัวไปของ เหยาหมิง จึงทำให้ วิถีแห่งเซียนเมรัย หายสาบสูญไปพร้อมกันด้วย... แต่ด้านผู้สืบของ วิถีแห่งสุราฟ้าดิน กลับยิ่งมีชื่อเสียงกึกก้องไปทั่วทั้ง 4 ทวีป ในฐานะปรมาจารย์สุราเพียงหนึ่งเดียวในยุคสมัย... 

 

ในส่วนของ ราชันย์สุรา เมรัยสะท้านไตรภพ นั้นเป็นสุราลมปราณโบราณ ที่โด่งดังที่สุดในยุทธภพนับแต่อดีตเลยก็ว่า ชื่อเสียงเหนือล้ำยิ่งกว่า สุราแสงจันทร์ แห่งทวีปเต่าทมิฬ(ตอนที่ 35)หลายต่อหลายเท่า ในปัจจุบันมีเพียงแค่ผู้สืบทอดวิถีแห่งเซียนเมรัย และผู้สืบทอดวิถีแห่งสุราฟ้าดิน เท่านั้น ที่จะสามารถหมักบ่มราชันย์สุรานี้ขึ้นมาได้ 

 

อีกผู้สืบทอดวิถีแห่งสุราฟ้าดินคนปัจจุบันนั้น ยังมีนิสัยแปลกประหลาด... ไม่ยอมขายราชันย์สุรา เมรัยสะท้านไตรภพ ให้กับผู้ใด ทว่าหากตนถูกใจใครกลับส่งมอบราชันย์สุรานี้ให้โดยไม่คิดแม้แต่เหรียญเดียว!! ด้วยความที่ผู้สืบทอดผู้นี้ เป็นถึงยอดฝีมือระดับ 1 ใน 3 เทพปรมาจารย์ของทวีปมังกรฟ้า จึงไม่อาจมีใครในยุทธภพ สามารถกดดันยอดฝีมือผู้นี้ได้... 

 

ผนวกกับการหายตัวไปของ เหยาหมิง ผู้สืบทอดวิถีแห่งเซียนเมรัย... จึงทำให้ราชันย์สุรา เมรัยสะท้านไตรภพ กลายเป็นของที่หายากยิ่งกว่า ขนหงสา เขากิเลน... ต่อให้เป็นชนชั้นสูงร่ำรวยล้นฟ้า ก็อาจเคยลิ้มรสราชันย์สุรานี้เพียงแค่ไม่กี่จอกในช่วงชีวิต... 

 

เหยาซาน ได้ศึกษาบันทึกตำนานสุราที่ถูกเขียนขึ้น ย่อมเข้าใจดีว่าราชันย์สุรา เมรัยสะท้านไตรภพ นั้นล้ำค่าเพียงใด... จริงอยู่ที่ราชันย์สุรานี้มิได้ช่วยในการบ่มเพาะลมปราณเป็นทบทวีเฉกเช่นสุราที่ เหยาซาน กระดกดื่มทุกวี่วัน  

 

แต่ เมรัยสะท้านไตรภพ เป็นสุรารสเลิศ แค่กลิ่นหอมหวนของมันยังทำให้นักเลงสุราต้องเคลิบเคลิ้ม... เพียงคำเดียวยังทำให้ชีพจรทั่วร่างเต้นระส่ำแทบระเบิดออก ราวกับอายุขัยที่ผ่านกาลเวลาได้รับการฟื้นฟูชั่วครู่หนึ่ง เปี่ยมไปด้วยกำลังวังชาที่ถูกปลุก จึงเป็นความเหนือล้ำที่ไม่มีสุราใดในใต้หล้าสามารถเทียบเคียง... 

 

เหยาซาน ถอนหายใจหนัก ๆ ออกมาต่อหน้า องครักษ์ทั้งสอง... 

“ตกลง... เช่นนั้นข้าจะยอมกลับไปตามที่ผู้อาวุโสทั้งสองขอร้อง แม้จิตใจข้าจะยังปวดร้าวก็ตามที” 

 

สององครักษ์ กระอักกระอ่วนเล็กน้อย นำพา เหยาซาน และ ตันเหมา กลับไปยังเรือนใหญ่อีกครั้ง... ซึ่งสีหน้าของ ตันเหมา ในเวลานี้เต็มไปด้วยความอึ้งงัน ทว่าเมื่อได้ยินนามของ ราชันย์สุรา เมรัยสะท้านไตรภพ กลับขนลุกชูชัน สูดลมหายใจพลางเหลียวมอง เหยาซาน อีกสองสามครั้ง ก่อนจะเดินตามไป... 

 

................................................ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว