facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ปี 1985 ดอกเหมยอย่างเธอได้ผลิบานกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ด้วยลิขิตที่ขีดไว้บน 'รอยแค้น'

ตอนที่ 95 ตายแล้ว? / ตอนที่ 96 ไม่ชอบแมว

ชื่อตอน : ตอนที่ 95 ตายแล้ว? / ตอนที่ 96 ไม่ชอบแมว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ต.ค. 2563 10:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 95 ตายแล้ว? / ตอนที่ 96 ไม่ชอบแมว
แบบอักษร

ตอนที่ 95 ตายแล้ว? 

“พี่หมิงซุ่นสุดยอดเลยค่ะ”  

อู่เหมยดีอกดีใจแล้วอุ้มกระรอกที่ชักกระตุกไม่หยุดขึ้นมา ขนสีขาวเปื้อนเลือดมากมาย ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเลือดของงูหรือว่าของตัวกระรอกเอง เหยียนหมิงซุ่นยกหางงูขึ้นมาและโยนมันเข้าไปในพงหญ้า จากนั้นเสียงสวบสาบก็ดังขึ้น เจ้างูตัวใหญ่หายตัวไปแล้ว  

“กระรอกตัวนี้โดนพิษงู มันคงไม่รอดแล้วละ” เหยียนหมิงซุ่นพูดเสียงราบเรียบ  

พิษของงูห้าก้าวทำให้วัวที่แข็งแรงตายได้ ต่อให้กระรอกตัวนี้มีสิบชีวิตก็ไม่อาจต้านทานได้ ต้องตายแน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัยเลย  

อู่เหมยหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดคราบเลือดให้กระรอก แต่แล้วเธอก็เห็นขาหลังของมันบวมขึ้นมาและมีสีดำคล้ำ ซึ่งเป็นบริเวณที่ถูกงูกัดพอดี กระรอกชักกระตุกรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มันกระตุกอยู่อีกพักหนึ่ง แล้วจากนั้นมันก็ตัวตรงทื่อและไม่ขยับเขยื้อนอีกเลย  

“ฮือ ตายแล้ว กระรอกตายแล้ว”  

อู่เหมยน้ำตาไหลพราก เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตัวเองถึงได้เศร้าเสียใจกับกระรอกน้อยตัวหนึ่งขนาดนี้ เธอต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งกว่าจะช่วยชีวิตเจ้ากระรอกน้อยได้ ทว่าสุดท้ายเธอก็ไม่อาจรักษาชีวิตของเจ้าตัวน้อยเอาไว้ได้อยู่ดี  

เมื่อมองดูเจ้ากระรอกน้อย เธอเหมือนเห็นตัวเองในชาติก่อน แล้วน้ำตาเธอก็ไหลพรากเหมือนกับเปิดก๊อกน้ำ  

เมื่อเห็นว่าอู่เหมยปลอดภัยดี อู่เจิ้งซือก็โล่งอก แต่เขารู้สึกเอือมระอามากที่เห็นอู่เหมยร้องห่มร้องไห้ เขาพูดด้วยความโมโหว่า “ร้องไห้อะไรกันนักกันหนา ก็แค่กระรอกตัวหนึ่ง รีบโยนกระรอกทิ้งไปซะ แล้วเตรียมตัวเดินลงเขา”  

พอพูดจบ อู่เจิ้งซือก็ไม่สนใจอู่เหมยอีก เขาหันไปเรียกให้พวกเด็กนักเรียนมารวมตัวกัน แล้วเช็กชื่อทีละคน เหมยซูหานเดินมาหาและพูดโน้มน้าวว่า “เหมยเหมยอย่าร้องไห้เลยนะ แล้วโยนเจ้ากระรอกทิ้งไปเถอะ ตัวกระรอกมีเชื้อโรคเยอะแยะเลย”  

“ฉันอยากจะฝังศพให้มัน”  

อู่เหมยอุ้มเจ้ากระรอกพลางมองหาสถานที่ที่จะขุดหลุม เธอแอบตำหนิตัวเองที่อ่อนแอเกินไป หากเธอลงมือเร็วกว่านี้ บางทีเจ้ากระรอกน้อยอาจไม่ต้องตาย เธอช่างไร้ประโยชน์จริงๆ!  

พอเช็กชื่อเสร็จ เหยียนหมิงซุ่นก็มองหาอู่เหมยทันที เขาเห็นเธอนั่งยองๆ อยู่ที่เนินดินตรงโน้น ไม่รู้ว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ พอนึกถึงท่าทางที่เด็กคนนี้ร้องห่มร้องไห้น่าสงสารเมื่อสักครู่นี้ เขาก็นึกขึ้นมาได้ แล้วเดินเข้าไปหา 

อู่เชาช่วยอู่เหมยใช้กิ่งไม้ขุดหลุม โชคดีที่ดินบริเวณนี้อ่อนนุ่ม ไม่ต้องเปลืองแรงขุดสักเท่าไร เพียงไม่นานก็ขุดเสร็จเรียบร้อย แต่อู่เหมยกลับไม่พอใจ “ขุดลึกอีกหน่อย จะได้ไม่ถูกพวกสัตว์ป่าขุดคุ้ยเจ้ากระรอกออกมากิน”  

“สมองเธอไม่ได้มีปัญหาใช่มั้ย ก็แค่กระรอกที่ตายแล้วตัวหนึ่ง ตายก็ตายไปแล้ว ทำไมเธอต้องสนใจอะไรมากมาย หาเรื่องใส่ตัวชัดๆ!” อู่เชามองค้อนตาเหลือก ไม่ชอบอารมณ์ศิลปินของอู่เหมยอย่างยิ่ง  

“ฉันไม่ได้อยากให้นายขุดสักหน่อย ฉันจะขุดเอง”  

อู่เหมยถลึงตาใส่เขา สองมือคว้ากิ่งไม้มาและขุดดินสุดแรง เธอไม่สังเกตเห็นเลยว่าเจ้ากระรอกที่นอนอยู่ด้านข้างนั้นตัวกระตุกเล็กน้อย จากนั้นก็ไม่ขยับเขยื้อนอีกเลย  

อู่เชาเองก็โมโหเช่นกัน เขาโยนกิ่งไม้ทิ้งและนั่งยองอยู่ด้านข้างด้วยความขุ่นเคือง เขามองดูอู่เหมยขุดหลุมอย่างตกตะลึง มีหลายครั้งที่เขาอยากจะเข้าไปช่วย แต่สุดท้ายก็ยับยั้งตัวเองไว้ได้  

เจ้าเพื่อนบ้านับวันก็ยิ่งเจ้าอารมณ์มากขึ้น วันนี้เธอตวาดใส่เขาหลายทีแล้ว ถ้าเขาไปขุดอีกไม่เสียฟอร์มแย่หรอกหรือ  

เหยียนหมิงซุ่นเห็นแล้วก็ขำ เขารู้สึกว่าอู่เหมยที่แยกเขี้ยวยิงฟันน่ารักกว่าตอนที่ร้องห่มร้องไห้เสียอีก ดูมีชีวิตชีวา ไม่ได้เซื่องซึมเหมือนอย่างแต่ก่อน  

“ฉันช่วยเธอขุดก็แล้วกัน”  

เหยียนหมิงซุ่นย่อตัวลงและช่วยอู่เหมยขุดหลุม ดวงตาที่แดงก่ำของอู่เหมยมองไปทางเขา เธอพูดเสียงเบาว่า “ขอบคุณค่ะพี่หมิงซุ่น”  

“ไม่ต้องขอบคุณหรอก เราเร่งมือกันหน่อย เดี๋ยวจะต้องลงเขาแล้ว” 

อันที่จริงเหยียนหมิงซุ่นเองก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมอู่เหมยถึงได้ใส่ใจกระรอกตัวหนึ่งมากขนาดนี้ แต่ว่าพอเห็นท่าทางน่าสงสารของเด็กคนนี้ เขาก็ใจอ่อนขึ้นมาอีก  

เขาใจอ่อนให้กับอู่เหมยหลายต่อหลายครั้งเสียจนเขาไม่อยากจะไปค้นหาสาเหตุแล้ว!  

เหยียนหมิงซุ่นคิดว่าคงจะเป็นเพราะอู่เหมยมีชีวิตที่ขมขื่นเหมือนกับสมัยที่เขาเป็นเด็ก ไม่อย่างนั้นเขาก็ไม่อาจอธิบายสาเหตุที่ตัวเองใจอ่อนครั้งแล้วครั้งเล่าได้แล้วล่ะ แต่ก็ช่างเถอะ อย่างไรเสียอีกสองปีเขาก็จะไปจากที่นี่แล้ว ตอนนี้ก็ใจอ่อนแบบนี้ไปก่อนก็แล้วกัน! 

 

ตอนที่ 96 ไม่ชอบแมว 

เหยียนหมิงซุ่นมีเรี่ยวแรงมาก เพียงไม่นานก็ขุดหลุมขนาดลึกเสร็จเรียบร้อย อู่เหมยอุ้มเจ้ากระรอกขึ้นมาด้วยความเสียอกเสียใจ แล้ววางมันลงไปในหลุมและเตรียมจะเอาดินกลบ  

“เอ๊ะ? เจ้ากระรอกตัวนี้ขยับเขยื้อนตัว มันยังไม่ตาย มันฟื้นขึ้นมาแล้ว”  

อู่เชาร้องเสียงดังด้วยความประหลาดใจ เขามองที่ปากหลุมอย่างไม่อยากจะเชื่อ 

อู่เหมยรีบอุ้มเจ้ากระรอกออกมา แต่มันก็ยังคงแน่นิ่งไม่ขยับเขยื้อน เหยียนหมิงซุ่นชี้นิ้วไปที่หน้าอกของเจ้ากระรอก เขายิ้มพลางพูดว่า “ยังไม่ตายจริงๆ ด้วย เจ้ากระรอกตัวนี้ดวงแข็งมาก โดนงูห้าก้าวกัดแต่ก็ยังรอดมาได้”  

“ยังไม่ตายจริงๆ เหรอ เยี่ยมไปเลย!”  

อู่เหมยดีอกดีใจมากและกอดกระรอกขาวที่ตัวตรงทื่อเสียแน่น เธอดีใจเหมือนได้ของที่เสียไปกลับคืนมา อู่เหมยหันไปพูดกับอู่เชาด้วยความซาบซึ้งใจ “ขอบใจนะ!”  

หากไม่ใช่เพราะอู่เชาตาไว เธอก็คงจะฝังเจ้ากระรอกทั้งเป็นไปแล้ว สวรรค์ โชคดีมากจริงๆ!  

อู่เชาทำเสียงฮึดฮัดและเบ้ปากอย่างเย็นชา แต่ใบหน้ากลับดูภูมิอกภูมิใจอย่างยิ่ง ใครจะตาไวสู้เขาได้ล่ะ  

ในโลกนี้นอกจากฉันแล้ว ยังมีใครอีก  

เจ้ากระรอกน้อยค่อยๆ ฟื้นขึ้นมา ดวงตาเล็กๆ กลอกไปมา ร่างกายของมันยังอ่อนแอมาก ไม่อาจจะขยับตัวได้ เหยียนหมิงซุ่นเด็ดสมุนไพรแก้พิษจากแถวๆ นั้นมา จากนั้นเคี้ยวอย่างละเอียดและโปะลงบนบาดแผล อู่เหมยใช้ผ้าเช็ดหน้าพันปิดแผลไว้ แล้วเอาเจ้ากระรอกใส่ลงไปในกระเป๋าเป้ เธอไม่อยากให้อู่เจิ้งซือเห็นมัน  

อู่เจิ้งซือไม่ชอบสัตว์หน้าขนทุกชนิด เมื่อก่อนอู่เยวี่ยอยากเลี้ยงแมว อู่เจิ้งซือยังไม่อนุญาตเลย สำหรับเธอแล้วยิ่งเป็นไปไม่ได้เข้าไปใหญ่ เธอจะพาเจ้ากระรอกน้อยกลับไปรักษาอาการบาดเจ็บก่อน พอหายดีแล้วก็จะปล่อยมันไป เธอจะไม่ให้อู่เจิ้งซือมาเห็นมัน  

เหยียนหมิงซุ่นรู้จักนิสัยใจคอของอู่เจิ้งซือ เมื่อเห็นท่าทางระแวดระวังของอู่เหมย เขาก็พูดว่า “ฉันช่วยเธอเลี้ยงได้นะ พอมันหายดีแล้วก็จะปล่อยไป”  

อู่เหมยตาเป็นประกายทันที แน่นอนว่าให้เจ้ากระรอกอยู่ที่บ้านเหยียนหมิงซุ่นเป็นอะไรที่ดีมากๆ แต่เธอก็แอบเกรงใจเขานิดหน่อย “จะเป็นการ...รบกวนเกินไปหรือเปล่าคะ?”  

“ไม่หรอก คุณย่าฉันชอบพวกสัตว์ตัวเล็กๆ มาก” เหยียนหมิงซุ่นยิ้มพลางพูด  

“ขอบคุณค่ะพี่หมิงซุ่น อีกเดี๋ยวฉันค่อยเอาให้พี่นะคะ”  

อู่เหมยอยากจะกอดเจ้ากระรอกน้อยอีกสักพัก ไม่รู้ทำไม พอเธอเห็นเจ้ากระรอกน้อยแล้วรู้สึกใกล้ชิดสนิทสนม เธอแค่อยากจะกอดมันไว้แบบนี้ ในใจเธอรู้สึกสงบนิ่งเป็นพิเศษ  

เหยียนหมิงซุ่นมองความคิดของอู่เหมยออก มุมปากเขายกขึ้นเล็กน้อยและไม่ได้พูดอะไรอีก แล้วเหมยซูหานก็เดินมาหา เขาแอบมองเหยียนหมิงซุ่นทีหนึ่ง ตั้งแต่ปีนขึ้นเขาจนถึงตอนนี้ เหยียนหมิงซุ่นใช้เวลาอยู่กับอู่เหมยมากเสียจนเขารู้สึกประหลาดใจ  

แล้วก็ทำให้เขารู้สึกถึงสัญญาณอันตรายอย่างชัดเจน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้  

“เหมยเหมยอย่าเสียใจไปเลยนะ ไว้วันหลังฉันจะหาลูกแมวมาให้สักตัว เธอต้องชอบแน่นอน” รอยยิ้มของเหมยซูหานยังคงอบอุ่นเหมือนเคย ส่วนน้ำเสียงก็เบาและนุ่มนวลยิ่งกว่าลมภูเขา  

อู่เหมยส่ายหัว “ขอบคุณค่ะ แต่ไม่ต้องหรอกค่ะ คุณพ่อไม่ชอบให้ที่บ้านเลี้ยงพวกแมวพวกสุนัข”  

เหมยซูหานหงุดหงิดเล็กน้อย ทำไมเขาถึงลืมเรื่องนี้ไปได้นะ อู่เจิ้งซือไม่ชอบพวกสัตว์หน้าขนจริงๆ เขาก้มลงมองเด็กหญิงที่เบ้าตาแดงเรื่อ หัวใจเขาถึงกับหลอมละลาย เขาแค่อยากที่จะทำอะไรบางอย่างเพื่อให้อู่เหมยรู้สึกสบายใจขึ้น  

“งั้นฉันจะช่วยเหมยเหมยเลี้ยงลูกแมว ต่อไปเหมยเหมยไปดูที่บ้านฉันก็ได้นะ ดีมั้ย” เหมยซูหานคิดวิธีดีๆ ขึ้นมาได้  

“ไม่ต้องค่ะไม่ต้อง ฉันไม่ชอบแมว พี่ซูหานไม่ต้องยุ่งยากหรอกค่ะ  

อู่เหมยส่ายหัวอย่างลุกลี้ลุกลน เธออยากจะอยู่ห่างๆ จากเหมยซูหาน เธอจะข้องเกี่ยวกับเขาอีกได้อย่างไรกัน  

แววตาของเหมยซูหานหม่นหมองลง เขาหัวเราะเยาะตัวเอง “ที่แท้เหมยเหมยก็ไม่ชอบแมวนี่เอง!” 

“อืม ฉันไม่ชอบแมวค่ะ” อู่เหมยพูดขัดกับความรู้สึก อันที่จริงเธอไม่รู้ว่าตัวเองชอบแมวมากแค่ไหน ขอเพียงเป็นสัตว์ตัวน้อยที่มีขนปุกปุย เธอก็ชอบหมด ชาติก่อนเธอเองก็เลี้ยงแมวขนสีส้มอยู่ตัวหนึ่ง มันอ้วนตุ้ยนุ้ยเหมือนลูกบอลเลย  

ไม่รู้เหมือนกันว่าหลังจากที่เธอเสียชีวิตลง เหมยซูหานจะเลี้ยงดูเจ้าแมวขนสีส้มตุ้ยนุ้ยของเธออย่างดีหรือเปล่านะ 

ความคิดเห็น