facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ปี 1985 ดอกเหมยอย่างเธอได้ผลิบานกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ด้วยลิขิตที่ขีดไว้บน 'รอยแค้น'

ตอนที่ 93 กระรอกมาอีกแล้ว / ตอนที่ 94 ทฤษฎีปลาใหญ่กินปลาเล็กบ้าบอ

ชื่อตอน : ตอนที่ 93 กระรอกมาอีกแล้ว / ตอนที่ 94 ทฤษฎีปลาใหญ่กินปลาเล็กบ้าบอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ต.ค. 2563 10:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 93 กระรอกมาอีกแล้ว / ตอนที่ 94 ทฤษฎีปลาใหญ่กินปลาเล็กบ้าบอ
แบบอักษร

ตอนที่ 93 กระรอกมาอีกแล้ว 

เหยียนหมิงซุ่นสังเกตเห็นแววตาที่เหมยซูหานมองอู่เหมย เขารู้สึกงงมาก เท่าที่เขารู้ ถึงแม้เหมยซูหานจะไปกินข้าวที่บ้านตระกูลอู่อยู่บ่อยๆ แล้วก็ค่อนข้างสนิทกับอู่เยวี่ย แต่เขาไม่เคยพูดคุยกับอู่เหมยเลย  

ทว่าดูจากตอนนี้แล้วทำไมเหมยซูหานถึงได้ดูเข้าอกเข้าใจอู่เหมยล่ะ 

เรื่องนี้ทำให้เขาไม่สบายใจอย่างมาก แล้วที่ยิ่งไม่สบายใจก็คือโจทย์สระว่ายน้ำก่อนหน้านี้ อู่เหมยไม่ได้เข้าใจเพราะการอธิบายของเขา ทั้งๆ ที่เขาอธิบายให้เธอฟังตั้งหลายรอบขนาดนั้น เขาลงมือทำโจทย์เองยังไม่สิ้นเปลืองเซลล์สมองมากขนาดนี้ 

เหยียนหมิงซุ่นมีความรู้สึกเหมือนเหมยซูหานช่วงชิงสิ่งที่เป็นของเขาไป เขารู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมาก  

ปกติเขาไม่ค่อยสนิทสนมกับเหมยซูหาน ผลการเรียนของเหมยซูหานดีเยี่ยมจริงๆ เรื่องนี้เขาขอชื่นชม แน่นอนว่าผลการเรียนของเขาก็ไม่เลวทีเดียว แต่ไม่อาจเทียบกับเหมยซูหานได้ 

บางคนเกิดมาก็เรียนเก่งเลย เหมยซูหานก็คือคนประเภทนี้ สำหรับเขาแล้วการเรียนหนังสือยังง่ายสบายกว่าการกินข้าวดื่มน้ำเสียอีก การจะสอบได้ที่หนึ่งของระดับชั้นนั้น เขาไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรมากเลย ทำให้เหยียนหมิงซุ่นรู้สึกอับอายที่สู้ไม่ได้ 

เขารู้ว่าตัวเองไปทางวิชาการไม่รอด เขาไม่มีพรสวรรค์ทางด้านวิชาการ เขาไม่อาจที่จะโดดเด่นในเส้นทางนี้ได้ เขาจึงมองหาอีกเส้นทางหนึ่งให้กับตัวเอง  

ในเมื่อไปทางบุ๋นไม่ได้ก็เอาดีทางบู๊ แม้เส้นทางนี้จะยากลำบากและอันตราย และแม้กระทั่งอาจต้องชดใช้ด้วยชีวิต แต่เขาก็ไม่กลัว เพราะเขาจะต้องโดดเด่นเหนือคนอื่น ทั้งหมดนี้ก็เพื่อตัวเขาเอง ยิ่งไปกว่านั้นคือเพื่อคุณแม่ที่น่าสงสารของเขา  

“พี่ใหญ่ ผมไปเล่นตรงนั้นแป๊บนึงนะ” 

เหยียนหมิงต๋าวิ่งมาบอก ทำให้ขัดจังหวะความคิดของเหยียนหมิงซุ่น เหยียนหมิงซุ่นพยักหน้าและกำชับว่า “อย่าไปไหนไกลละ ฉันไม่เดินไปตามนายหรอกนะ”  

“เข้าใจแล้ว”  

เหยียนหมิงต๋ากับเพื่อนกลุ่มหนึ่งรีบวิ่งไปเล่นเกมพลิกกระดาษที่เนินดินทางด้านโน้น เจินหวานหว่านก็อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย เธอตามติดเหยียนหมิงต๋าตลอด เดินตามต้อยๆ ไม่ห่าง 

อู่เชาเห็นแล้วก็อิจฉา เขาดึงอู่เหมยไป “เราก็ไปเล่นกันเถอะ?” 

อู่เหมยไม่สนใจ เล่นจนเหงื่อท่วมตัวสนุกตรงไหน สู้นั่งตากลมอยู่เงียบๆ แบบนี้ดีกว่า อู่เชาจึงจำต้องไปคนเดียว ปรากฏว่าไม่ทันไรอู่เชาก็เล่นกับพวกเหยียนหมิงต๋าอย่างสนุกสนานครื้นเครง  

“ว้าย! มีงู!”  

พวกเด็กผู้หญิงตกใจร้องเสียงดัง พวกเธอตัวสั่นงันงกพลางกอดกันกลม แล้วจ้องมองไปข้างหน้าด้วยความตื่นตกใจ พวกเด็กผู้ชายค่อนข้างใจกล้าเล็กน้อย พวกเขามองดูงูตัวใหญ่ที่อยู่บนพื้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น งูขนาดใหญ่เท่าแขนเด็ก ลำตัวอีกครึ่งหนึ่งยังคงซ่อนอยู่ในพงหญ้า ส่วนลำตัวท่อนบนชูคอสูง มันแลบลิ้นส่งเสียงขู่ฟ่อ ท่าทางเย็นเยือกน่ากลัว  

“อย่าเข้าไป งูตัวนี้หัวเป็นทรงสามเหลี่ยม มีพิษร้ายแรง พวกเราอยู่นิ่งๆ อย่าขยับ ขอเพียงเราไม่ขยับ มันก็ไม่กัดเราหรอก” เสียงของอู่เชาสงบนิ่งมาก แต่หากเข้าไปดูใกล้ๆ จะเห็นได้ว่าน่องของเจ้าตุ้ยนุ้ยคนนี้กำลังสั่นพั่บๆ  

คำพูดของอู่เชาทำเอาทุกคนต่างตกอกตกใจยกใหญ่ ความอยากรู้อยากเห็นก็พลอยมลายหายไปสิ้น พวกเขาหยุดเดินทันทีและสีหน้าดูตึงเครียด เด็กนักเรียนหญิงที่ขี้ขลาดบางคนเริ่มร้องไห้ฮือๆ  

“ทุกคนดูนี่สิ กระรอก งูตัวนี้จะกินกระรอกตัวนั้น” เหยียนหมิงต๋าชี้ไปที่ข้างหน้าของงูพลางพูด เขาอยากจะเดินเข้าไปใกล้อีกนิด แต่ถูกคนที่อยู่ข้างหลังดึงตัวไว้  

ทุกคนมองไปตามที่เขาชี้ มีกระรอกขาวที่น่ารักตัวหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้างูจริงๆ ด้วย รูปร่างของกระรอกแตกต่างจากเจ้างูใหญ่อย่างชัดเจน กระรอกตัวน้อยไม่เพียงพอสำหรับเจ้างูตัวใหญ่  

ด้วยความที่เป็นห่วงเจ้ากระรอกน้อยที่น่ารัก พวกเด็กผู้หญิงก็เลยไม่ได้หวาดกลัวเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว พวกเธอแสดงความคิดเห็นเบาๆ ว่า “เจ้ากระรอกน่าสงสารจัง เราช่วยมันกันเถอะ”  

“จะช่วยยังไง ถ้าเกิดถูกงูพิษกัดจะทำยังไงล่ะ?”  

“นั่นสิ ฉันไม่กล้าเข้าไปหรอก”  

อู่เจิ้งซือสังเกตเห็นถึงความผิดปกติทางด้านนี้ เขาจึงรีบเดินเข้าไปดู เหมยซูหานกับเหยียนหมิงซุ่นก็เดินตามไปด้วย ส่วนอู่เหมยได้ยินคำว่ากระรอกแว่วๆ เธอพลันนึกขึ้นมาได้ แล้วก็เดินตามหลังไปด้วยเช่นกัน 

 

ตอนที่ 94 ทฤษฎีปลาใหญ่กินปลาเล็กบ้าบอ 

ทุกคนต่างก็คิดไม่ถึงว่าสัตว์ที่เปิดฉากโจมตีก่อนจะเป็นเจ้ากระรอกน้อยที่เป็นฝ่ายเสียเปรียบ พวกเขาเห็นแค่เงาสีขาวเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว กระรอกกระโจนเข้าใส่งูใหญ่อย่างว่องไวปานสายฟ้าแลบ มันข่วนไปที่ตัวงูสุดแรงและทิ้งคราบเลือดเอาไว้หนึ่งจุด  

ภายใต้ความเจ็บงูใหญ่เองก็เปิดฉากโจมตีกระรอกเช่นกัน แต่กระรอกคล่องแคล่วว่องไวมาก มันหลบหลีกการโจมตีของงูใหญ่อย่างเร็วจี๋ เพียงชั่วพริบตาเดียวงูกับกระรอกคู่นี้ก็ต่อสู้กันไปหลายสิบยก ทั้งสองตัวต่างเริ่มหอบเหนื่อย  

“น่าแปลกจริงๆ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันเห็นกระรอกกับงูต่อสู้กัน ในหนังสือบอกไม่เห็นถูกเลยสักนิด กระรอกเก่งสุดยอดจะตายไป!” มีคนชักสงสัยในหนังสือที่เคยอ่านมาก่อน กระรอกที่อยู่ตรงหน้าอ่อนแอตรงไหนกัน เห็นๆ อยู่ว่ามีพลังต่อสู้เต็มเปี่ยมเลย!  

คนอื่นต่างก็ดูด้วยความสนอกสนใจเช่นกัน แถมยังเข้าไปใกล้อีกนิดโดยไม่รู้ตัว อู่เจิ้งซือดึงพวกเขากลับมา “ทุกคนลงไป เร็วๆ หน่อย”  

ในฐานะคุณครูประจำชั้น เขาต้องแบกความรับผิดชอบอย่างใหญ่หลวงในการพาเด็กนักเรียนออกมาข้างนอกเยอะแยะแบบนี้ ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมา เขาจะอธิบายกับผู้ปกครองของนักเรียนอย่างไรเล่า!  

อู่เหมยเห็นแค่แวบเดียวก็จำเจ้ากระรอกขาวได้ เธอเป็นห่วงเหลือเกินว่ากระรอกน้อยจะสู้งูใหญ่ไม่ได้ เธออยากจะเข้าไปช่วยมัน แต่ก็กลัวว่างูจะกัดตัวเอง เธอลังเลสองจิตสองใจอยู่พักหนึ่ง  

“เหมยเหมยได้ยินที่พ่อพูดหรือเปล่า ลงมา!” เสียงเฉียบขาดของอู่เจิ้งซือดังขึ้น 

“มาแล้วค่ะ!”  

อู่เหมยหันมาขานตอบ เธอเดินได้สามก้าวก็หันไปมองทีหนึ่ง เหมยซูหานพูดว่า “ธรรมชาติก็เป็นแบบนี้แหละ ปลาใหญ่กินปลาเล็ก เราไม่อาจทำลายกฎธรรมชาติได้”  

“ทำไมผู้อ่อนแอจะต้องเป็นฝ่ายถูกกินด้วย แล้วทำไมผู้ที่แข็งแกร่งพวกนั้นจะต้องรังแกผู้ที่อ่อนแอด้วย นี่มันกฎธรรมชาติข้อไหนกัน”  

อู่เหมยโมโหเดือดดาลอย่างน่าประหลาด ปลาใหญ่กินปลาเล็กอะไรกัน  

กฎธรรมชาติอะไรกัน  

ชาติก่อนเธอเป็นผู้อ่อนแอ อู่เยวี่ยเป็นผู้ที่แข็งแรง เพราะฉะนั้นเธอจึงสมควรถูกอู่เยวี่ยฆ่างั้นเหรอ  

เพราะอย่างนี้เลยไม่มีใครจะออกมาช่วยเธอ ทุกคนต่างก็คิดว่าตายไปก็สมควรแล้ว นี่ก็คือกฎธรรมชาติบ้าบอนั่นอย่างนั้นหรือ  

เธอเกลียดกฎนี้ แล้วก็เกลียดคนที่พูดสิ่งเหล่านี้ด้วย!  

เหมยซูหานรับรู้ได้ถึงความโกรธแค้นในแววตาของอู่เหมย เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเธอต้องโมโหด้วย ทั้งที่เขาไม่ได้พูดผิดสักหน่อย! 

ตอนนี้กระรอกเริ่มอ่อนระโหยโรยแรงเล็กน้อยแล้ว แม้เจ้างูใหญ่จะบาดเจ็บไปทั้งตัว แต่เห็นได้ชัดว่าเป็นฝ่ายได้เปรียบ แล้วมันก็เปิดฉากโจมตีครั้งสุดท้ายโดยการกัดไปที่ลำตัวของกระรอก อีกทั้งพันรัดตัวกระรอกแน่น แต่กระรอกก็สู้ตายไม่ถอย มันกัดเข้าที่จุดสำคัญของงูใหญ่ ทั้งสองตัวเกาะเกี่ยวกันอีรุงตุงนังเป็นก้อน  

อู่เหมยตกอกตกใจอย่างมาก แล้วรีบหมุนตัววิ่งพุ่งกลับไป เวลานี้เธอแค่อยากจะช่วยชีวิตกระรอกน้อย ความปรารถนาอันแรงกล้านี้เอาชนะความหวาดกลัวที่เธอมีต่องูได้ เธอพุ่งเข้าไปคว้าหางงูโดยไม่แม้แต่จะคิด สัมผัสที่เย็นเยียบและนุ่มลื่นทำให้เธอขนลุกซู่ไปทั้งตัว แต่เธอก็ยังคงไม่ปล่อยมือ คิดแต่ว่าจะช่วยเจ้ากระรอกน้อยที่น่ารักตัวนี้ 

มีเหตุผลอะไรที่ผู้อ่อนแอจะต้องตาย  

เธอจะต้องช่วยเหลือผู้อ่อนแอให้ได้!  

เหยียนหมิงซุ่นเป็นคนแรกเลยที่เห็นพฤติกรรมความใจกล้าของอู่เหมย เขาตกใจมาก เจ้าเด็กซื่อบื้อคนนี้เป็นคนใจกล้าที่โง่ทึ่มจริงๆ นั่นมันงูห้าก้าวที่มีพิษร้ายแรงมากนะ ถ้าเกิดถูกกัดเข้า ไม่ทันจะส่งถึงโรงพยาบาลก็สิ้นใจก่อนแล้ว  

“เหมยเหมยปล่อยมือเร็ว มันอันตราย!” เหมยซูหานตำหนิเสียงดัง แล้วเดินเข้าไปจะไปลากตัวอู่เหมยมา  

อู่เจิ้งซือก็เดินเข้าไปหาเช่นกัน เขาไม่พอใจมากที่เห็นอู่เหมยไร้กฎไร้ระเบียบ แน่นอนว่าความเป็นห่วงนั้นมีมากกว่า เขาเป็นห่วงว่าอู่เหมยจะถูกงูพิษกัด ต่อให้เขาไม่ชอบอู่เหมยมากขนาดไหน แต่เขาก็ไม่เคยอยากให้อู่เหมยเกิดเรื่อง!  

“เหมยเหมยกลับมาเร็ว อย่าดื้อ!” อู่เจิ้งซือก็ไปลากตัวเธอมา  

“พ่อคะ กระรอกน้อยมันน่าสงสาร หนูอยากจะช่วยมัน”  

ไม่ว่าจะพูดอย่างไร อู่เหมยก็ไม่ยอมปล่อยมือ เธอออกแรงดึงหางของงู เธอกลั้นหายใจจนใบหน้าแดงก่ำ เหยียนหมิงซุ่นอดอมยิ้มไม่ได้ ซื่อบื้อเสียจริงๆ  

เขาเดินเข้าไปทำให้อู่เหมยปล่อยมือ เขาแกะมือเธอออกจากหางงูเบาๆ แล้วก็เห็นงูที่รัดแน่นค่อยๆ คลายตัว นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ดูเหมือนมันจะตายไปแล้วอย่างไรอย่างนั้น 

ความคิดเห็น