facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 1 การกลับมา 100%

ชื่อตอน : บทที่ 1 การกลับมา 100%

คำค้น : #น่ารัก #คลั่งรัก #เจ้าเล่ห์ #โรแมนติก #หวาน #ถ่านไฟเก่า #ยังรักอยู่ #ซึ้ง #นางเอกรุก #คนคลั่งรัก #ลูก #ภรรยา #ทวงรักคืน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.6k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ต.ค. 2563 16:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 การกลับมา 100%
แบบอักษร

บทที่ 1 การกลับมา (100%) 

  

เวลา 8.55 น. 

พนักงานระดับหัวหน้าของฝ่ายต่างๆ มารอรับว่าที่ประธานที่ห้องประชุมอย่างพร้อมเพรียง เมื่อถึงเวลา พนักงานคนหนึ่งก็ก้มมองนาฬิกาข้อมือแล้วเปิดประเด็นสนทนา 

“มาวันแรกก็สายซะแล้ว ดูก็รู้ว่าน่าจะเป็นลูกคุณหนูทำอะไรไม่เป็น” 

“คุณอดิศรก็พูดไป เขาอาจจะทำงานเก่งก็ได้นะคะ เห็นว่าจบมาจากอังกฤษเชียว” 

“ก็แค่จบนอก แต่ทำอะไรไม่เป็นก็เยอะแยะนี่ครับ เกิดมาก็สบายเลย จะทำอะไรได้” 

เมื่อได้ยินดังนั้น พนักงานคนหนึ่งก็กระแอมไอเอ่ยขัดขึ้นมา 

“แต่ผมได้ยินว่าเธอไปเป็นผู้จัดการอยู่ที่โรงแรมในสวิตมาหลายปีนะครับ” 

“เขาอาจจะใช้เส้นสายเข้าไปล่ะสิ จะไปเป็นผู้จัดการอะไรได้” 

จนเมื่อเข็มสั้นของนาฬิกาแตะเลข 9 และเข็มยาวแตะเลข 12 พอดี ประตูของห้องประชุมก็เปิดขึ้นมาทันที คนที่เดินเข้ามาคือหญิงสาวชาวจีนที่เอะอะในห้องอาหาร พนักงานที่จำหน้าเธอได้ก็เตรียมลุกเพื่อเชิญเธอออกไปที่อื่น แต่ทันใดนั้นชายหนุ่มหน้าญี่ปุ่นและชายหนุ่มที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่โซฟาตลอดทั้งเช้าก็เดินตามเข้ามา ปิดท้ายด้วยลูกค้าระดับวีไอพีที่จองห้องพักแพงที่สุดตลอด 1ปี แต่เรื่องมากจนทุกคนทั่วโรงแรมรู้ 

หญิงสาวลูกค้าวีไอพีคนนั้นเดินมานั่งยังหัวโต๊ะที่เก้าอี้ตำแหน่งประธาน นิ้วเรียวคีบแว่นออกมาช้าๆ แล้วยิ้มบางๆ 

“สวัสดีค่ะทุกคน ดิฉันไอรดา กิตติโยธินหรือตามชื่อเช็คอิน Alisia Wayner ลูกสาวของท่านประธาน รมิดา กิตติโยธิน” 

เธอกล่าวช้าๆ สายตาจับจ้องไปด้วยสีหน้าตกใจ ประหลาดใจของคนในห้องอย่างพอใจ 

“ดิฉันรู้ว่า เพราะดิฉันเพิ่งมารับตำแหน่งแทนคุณรมิดา อาจมีพนักงานหลายคนกังขาในความสามารถดิฉัน และถึงแม้ดิฉันจะได้รางวัล The best manager เมื่อปีที่แล้วจากการเป็นผู้จัดการโรงแรมแกรนด์เพลซที่สวิตเซอร์แลนด์ ก็ยังจะการันตีความสามารถดิฉันไม่ได้ ดังนั้นฉันขอสัญญาว่าจะทำโรงแรมของเราให้เป็นที่พึงพอใจสูงสุดของลูกค้าวัดจากรายได้เพิ่มขึ้น 100% ภายใน 3เดือน” 

เธอเว้นวรรคแล้วยิ้มกว้าง “แต่ก่อนหน้านั่น ดิฉันต้องขอความร่วมมือจากทุกคนในการ’ เปลี่ยนแปลง’ เพื่อพัฒนาไปยังจุดสูงสุดนั้น” 

ถึงรอยยิ้มนั่นจะดูสวยงามแต่บรรยากาศในห้องประชุมกับร้อนๆ หนาวๆ จนทุกคนยกมือมาลูบท่อนแขน และยกน้ำขึ้นมาจิบ 

“อ่อ ขอแนะนำก่อนค่ะ นี่คุณเจนนี่ หลินจะมาเป็นหัวหน้าฝ่ายดูแลแขก” หญิงสาวชาวจีนก้มหัวช้าๆ 

เธอผายมือต่อไปที่ชายหนุ่มทั้งสองคน “นี่คุณมัตสึโมโต้ ทาเคชิหัวหน้าฝ่ายอาหารและคุณอรรณพ หัวหน้าฝ่ายห้องพัก” 

ทันใดนั้นพนักงานที่มีป้ายชื่อ general manager ก็ยกมือขึ้นมาแล้วกล่าวอย่างไม่พอใจ 

“แต่พวกเรามีตำแหน่งพวกนั้นพร้อมแล้วนี่คะ คุณจะมาปรับเปลี่ยนแบบนี้ได้ไง” 

หญิงสาวหัวโต๊ะมองกลับไปอย่างเรียบเฉยๆ “ปกติพวกคุณพูดขัดประธานแบบนี้บ่อยๆ หรือคะ ฉันเข้าใจว่าช่วงหลังมานี้ประธานค่อนข้างไม่สบาย ทำให้งานหละหลวมไปบ้างจนยอดขายพวกเราตกขนาดนี้ กรุณาฟังให้จบก่อน แล้วค่อยแสดงความคิดเห็นนะคะ” 

ไอรดาพยักหน้าไปทางเจนนี่ หลินให้เธอก้าวขึ้นมา เมื่อเธอก้าวขึ้นมา ลำคอของเจนนี่เหยียดตรง เสียงกล่าวขึ้นมาอย่างนิ่งเฉยแต่เสียงดังฟังชัด 

“อาทิตย์ที่ผ่านมา general manager ทำหน้าบึ้งใส่แขกทั้งหมด10ครั้ง นินทาลับหลังแขกเป็นภาษาไทยทั้งหมด 20ครั้ง ในครั้งที่นินทานั้น มีคำที่ใช้แสดงความดูถูกเช่น โง่ การศึกษาต่ำอยู่5ครั้ง โยนงานไปให้คนอื่นเพื่อไปทำเรื่องส่วนตัวทั้งหมด35ครั้ง ส่วนอาหารเมื่อสั่งรูมเซอร์วิส พนักงานมักไปส่งช้าจนทำให้อาหารเย็น และแขกแจ้งไว้แต่แรกอยู่แล้วว่าแพ้อาหารอะไรบ้าง ก็ยังละเลยทำมาให้” 

เมื่อกล่าวจบ ชายญี่ปุ่นก็พูดขึ้นมาบ้าง “พนักงานเปิดประตูไม่ทำหน้าที่ เอาแต่เล่นเกมในโทรศัพท์จนต้องให้แขกเปิดปากขอความช่วยเหลือ เมื่อไม่ใช่หน้าที่ตัวเองก็ไม่สนใจ โยนงานให้คนอื่น พนักงานต้อนรับทิ้งเคาท์เตอร์เช็คอินอยู่หลายครั้งโดยไม่มีคนมาอยู่แทน เป็นเหตุให้แขกมารอนานจนเปลี่ยนไปพักโรงแรมอื่นอยู่ 5 ครั้ง” 

“ฝ่ายพนักงานรักษาความปลอดภัยละเลยหน้าที่อยู่บ่อยครั้ง มีคนที่ไม่ใช่แขกโรงแรมเรามานั่งหน้า reception และพูดจาหยาบโลนใส่ลูกค้าหลายครั้ง ห้องพักชั้น7เสียงดังมาก จนรบกวนห้องข้างๆ ก็ไม่มีคนขึ้นไปดู ผ้าขนหนูที่เอามาเปลี่ยนยังมีรอยสกปรก และมีคราบบริเวณโถส้วม” 

ทุกคนในห้องหน้าซีด ไม่กล้าสบตา เอาแต่นั่งก้มมองมือที่กุมอยู่บนตัก หญิงสาวที่นั่งหัวโต๊ะ มองรอบห้องแล้วกล่าวมาด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย 

“คราวนี้ก็รู้แล้วนะคะ ว่าใครควรถูกลดตำแหน่งบ้าง ในเมื่อทำงานไม่คุ้มกับเงินเดือน … ส่วนคนที่ทำดิฉันก็มีรางวัลให้” เธอพยักหน้าให้เจนนี่เปิดประตูห้องประชุม หญิงสาวในชุดพนักงานเสิร์ฟป้ายชื่ออลิสาเดินเข้ามาในห้องอย่างกล้าๆ กลัวๆ 

“พนักงานอลิสามักเป็นคนแรกที่เข้าไปคุยกับแขกเสมอด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ไม่เกี่ยงงาน ทักทายทุกครั้งที่เจอแขก จำชื่อแขกและห้องพักของแขกรวมถึงอาหารที่แขกได้อย่างใส่ใจ เมื่อทำผิดก็มักขอโทษด้วยความจริงใจ ทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างหนึ่งของคนมีหัวใจที่ทำงานบริการ ไม่เข้าใจว่าทำไมหนักงานดีเด่นแบบนี้ถึงยังไม่ได้รับเลื่อนตำแหน่งสักที ใครพอให้คำตอบได้ไหมคะ” เธอหันหน้าไปทางฝ่ายบุคคล ฝ่ายบุคคลตัวสั่นแล้วตอบมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ 

“อลิสาเขาจบแค่ม.6 ทำได้แค่พนักงานเสิร์ฟค่ะ” 

“หืม เหรอคะ” เธอยิ้ม “เพิ่งรู้ว่าการทำงานบริการวัดได้ด้วยวุฒิการศึกษา ขนาดจบแค่ม.6 ภาษาอังกฤษและจีนยังดีกว่าคนจบปริญญา” ไอรดาหันไปทางอลิสา 

“จากนี้พนักงานอลิสา จะเลื่อนเป็นหัวหน้าพนักงานเสิร์ฟ จากนี้ไปพนักงานทุกคนไม่ว่าอายุเท่าไร เชื้อชาติอะไร หรือจบการศึกษาเท่าไรล้วนไม่สำคัญ ถ้ามีความสามารถดิฉันย่อมมีตำแหน่งให้ใช้ความสามารถนั้น ส่วนคนที่คุณสมบัติในเรซูเม่ดูดี แต่ทำงานไม่คุ้มกับที่คุย ดิฉันก็จะพิจารณาตำแหน่งให้ใหม่ให้เหมาะกับความสามารถของคุณเหมือนกัน ถ้าคุณมีความสามารถพออย่ากลัวว่าจะไม่มีที่ยืนที่นี่” 

“มีใครสงสัยอะไรไหมคะ” เธอกวาดตามองไปรอบห้องประชุม เมื่อไม่มีใครเอ่ยอะไร ก็ยิ้มอย่างพอใจ แล้วพยักหน้าเชิญพนักงานหลายคนที่ยืนรออยู่ข้างนอกเข้ามาปรับตำแหน่ง 

ประชุมวันนั้นกินเวลาไปถึงเย็น ส่วนพนักงานก็ประชุมวันนั้นกันต่อๆ มาว่า ‘การปฏิรูปสายฟ้าแล่บที่ทำให้น้ำตาไหลนองห้องประชุม’ 

  

“คุณไอครับ วันนี้คุณจะไปไหนอีกไหมครับ” 

“ไม่แล้วล่ะ กลับบ้านเลยละกัน ส่วนพรุ่งนี้ก็มารับฉันไปส่งโรงพยาบาลตอนเช้าด้วยนะคะ” 

“ครับ” 

หญิงสาวที่นั่งหลังรถสั่งคนขับ ก่อนเบือนหน้าไปมองวิวทิวทัศน์นอกกระจกรถ นี่เป็นครั้งแรกในรอบเจ็ดปี ที่เธอบินกลับมายังประเทศไทย หลังจากเรื่องวันนั้น ตัวเธอเองก็ไม่คาดคิดว่าจะกลับมาเหยียบประเทศนี้อีกครั้ง 

กระจกข้างหน้าต่างสะท้อนภาพหญิงสาวผิวขาวผมยาว ดวงตากลมโตที่แต่งด้วยเครื่องสำอางอย่างดีกะพริบตาตอบกลับมา ริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงยิ้มขื่นๆ มีภาพของผู้หญิงอีกคนซ้อนทับขึ้นมา ใบหน้าที่คล้ายคลึงกัน แต่ดูอ่อนเยาว์กว่า ถึงใบหน้าของเธอคนนั้นจะไม่สวยเท่าเธอ ดูอวบกว่า แก้มก็ป่องออกมามากกว่า เครื่องสำอางก็ไม่รู้จักใช้ แต่กลับมีแววตาสดใสเป็นประกาย และรอยยิ้มสว่างไสวเหมือนดอกทานตะวัน 

เธอคนนั้นที่เธอ’ เคย’ รู้จักดี 

ตัวเธอเมื่อ 10 ปีที่แล้ว 

ความคิดเห็น