facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ปี 1985 ดอกเหมยอย่างเธอได้ผลิบานกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ด้วยลิขิตที่ขีดไว้บน 'รอยแค้น'

ตอนที่ 91 วางแผนอุบาย / ตอนที่ 92 ทอฟฟี่ถั่วลิสงแสนอร่อย

ชื่อตอน : ตอนที่ 91 วางแผนอุบาย / ตอนที่ 92 ทอฟฟี่ถั่วลิสงแสนอร่อย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ต.ค. 2563 10:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 91 วางแผนอุบาย / ตอนที่ 92 ทอฟฟี่ถั่วลิสงแสนอร่อย
แบบอักษร

ตอนที่ 91 วางแผนอุบาย 

อู่เยวี่ยเองก็ไม่ได้ยื้อแย่งกับเหอปี้อวิ๋น เมื่อกี้นี้เธอแค่แสร้งพูดไปอย่างนั้นเอง เธอจะทำงานสกปรกๆ อย่างนั้นได้อย่างไรกัน  

มือของเธอไม่ได้เล็กและอ่อนนุ่มเหมือนของอู่เหมย ข้อกระดูกของเธอค่อนข้างใหญ่ ไม่ทำงานก็ยังดูใช้ได้อยู่ อย่างน้อยมือก็ขาวเนียนนุ่ม แต่พอทำงาน ข้อนิ้วก็ใหญ่ขึ้น เห็นแล้วขัดหูขัดตา  

ไหนเลยจะเหมือนมือเล็กเนียนนุ่มของอู่เหมย ต่อให้ทำงานทุกวันก็ไม่เป็นไร มืออู่เหมยก็ยังคงขาวเนียนนุ่มเหมือนเดิม แล้วก็ยังหน้าตาของเธอ เมื่อเห็นอู่เหมย ก็จะเข้าใจถึงความหมายแฝงของคำว่า “สวยตั้งแต่เกิด ถึงจะอยากสลัดทิ้งก็มิอาจทำได้” ที่คนโบราณว่าไว้ ซึ่งมันทำให้เธอทั้งอิจฉาริษยาและจงเกลียดจงชัง  

“แม่คะ เหมยเหมยนับวันก็ยิ่งสวยขึ้นเรื่อยๆ สวยกว่าหนูตั้งเยอะ” อู่เยวี่ยพูดอย่างเศร้าใจ  

เหอปี้อวิ๋นรู้สึกลนลาน เธอไม่มีกะจิตกะใจทำงานบ้านแล้ว เธอทิ้งไม้ถูพื้นไว้ด้านข้างและพูดอย่างร้อนใจ “ใครว่าล่ะ เยวี่ยเยวี่ยลูกสวยกว่าเหมยเหมยตั้งเยอะ เหมยเหมยมีอะไรที่เทียบลูกได้บ้าง แม่ไม่โกหกลูกหรอก อย่าไปฟังคนอื่นพูดจาซี้ซั้ว”  

อู่เยวี่ยกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ เธอรู้อยู่แล้วว่าในใจของเหอปี้อวิ๋น เธอต่างหากที่เป็นลูกสาวคนสำคัญที่สุด เหอปี้อวิ๋นก็คือกองหนุนที่ซื่อสัตย์ของเธอ 

“หนูหน้าตาเหมือนแม่ แม่เป็นสาวสวยรุ่นใหญ่ ส่วนหนูเป็นสาวสวยรุ่นเล็ก” อู่เยวี่ยพูดจาออดอ้อน เหอปี้อวิ๋นมีความสุขจนหุบปากไม่ลง สายตาที่มองอู่เยวี่ยมีแต่ความรักใคร่เอ็นดู  

สองแม่ลูกพูดชมกันไปมาอยู่พักใหญ่ และแล้วอู่เยวี่ยก็พูดเข้าประเด็น เธอพูดเสียงนุ่มนวลว่า “แม่คะ ต่อไปแม่อย่าไปดุด่าเหมยเหมยต่อหน้าคุณพ่ออีกนะคะ หนูรู้ค่ะว่าแม่หวังดีกับเหมยเหมย แม่อยากให้เหมยเหมยได้ดิบได้ดีถึงได้อบรมสั่งสอนน้อง แต่คุณพ่อเขาไม่ชอบเห็นบ้านวุ่นวาย แล้วเดี๋ยวนี้เหมยเหมยก็ชอบต่อปากต่อคำ สามสี่วันมานี้บ้านเราไม่ค่อยจะเงียบสงบเลย ทำให้คุณพ่อไม่พอใจมาก” 

พอได้ยินชื่ออู่เหมย เหอปี้อวิ๋นก็โมโห เธอพูดด้วยความเกลียดชัง “เดี๋ยวนี้เจ้าเด็กบ้าชักจะกล้าบ้าบิ่น แม่พูดหนึ่งประโยค เจ้าเด็กบ้าตอบกลับเป็นสิบประโยค เดี๋ยวนี้พ่อของลูกถูกเจ้าเด็กบ้าหลอกจนหน้ามืดตามัวไปแล้ว”  

เพราะเจ้าเด็กบ้านี่แท้ๆ ความปรารถนาที่จะได้ดูรายการพิเศษช่วงตรุษจีนในโทรทัศน์สีของเธอจึงต้องพังไม่เป็นท่า เหอปี้อวิ๋นคิดขึ้นมาแล้วก็ปวดฟันและกัดฟันกรอดๆ  

อู่เยวี่ยแสร้งพูดว่า “แม่อย่าโกรธเลยนะคะ เหมยเหมยไม่เข้าใจความตั้งใจดีของแม่ ซึ่งไม่ถูกต้องเลยจริงๆ ต่อไปน้องจะต้องนึกเสียใจแน่นอนค่ะ แต่ใครใช้ให้ตอนนี้เหมยเหมยเป็นที่โปรดปรานของคุณพ่อล่ะ แม่เองก็คงไม่อยากให้คุณพ่อโกรธ งั้นต่อไปแม่ก็พูดน้อยลงหน่อยจะดีกว่านะคะ”  

เหอปี้อวิ๋นไม่ใช่คนโง่ เธอรู้อยู่แล้วว่าที่อู่เยวี่ยพูดนั้นมีเหตุผล หลายคืนมานี้อู่เจิ้งซือไม่ค่อยกระหนุงกระหนิงกับเธอสักเท่าไรก็เพราะว่าเจ้าเด็กบ้านั่น เมื่อก่อนหนึ่งสัปดาห์จะจู๋จี๋กันครั้งสองครั้ง แต่สัปดาห์นี้ไม่มีเลยสักครั้งเดียว น่าโมโหเสียจริงๆ  

แล้วนี่ก็คือเหตุผล แต่เธอไม่อยากให้อู่เหมยสนิทสนมกับอู่เจิ้งซือ ถึงแม้พวกเขาจะเป็นพ่อลูกกันก็ไม่ได้ เหอปี้อวิ๋นเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเธอถึงได้มีความคิดที่ประหลาดแบบนี้ 

ใบหน้าที่สวยหยาดเยิ้มใบหน้าหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าเหอปี้อวิ๋นอีกครั้ง ผู้หญิงน่ารังเกียจคนนี้เกิดมาเพื่อเป็นศัตรูคู่อาฆาตของเธอเหอปี้อวิ๋น ฟ้าส่งจิวยี่มาเกิดแล้ว เหตุไฉนจึงส่งขงเบ้งมาเกิดด้วย ทั้งที่สวรรค์เบื้องบนก็ทราบดีว่าเธอเกลียดนังสารเลวคนนั้นเข้ากระดูกดำ แต่ก็ยังจะให้ลูกสาวคนเล็กที่เธอคลอดออกมามีหน้าตาเหมือนกับนังสารเลวคนนั้นอีก  

ทุกครั้งที่เห็นหน้าอู่เหมย เธอก็จะนึกถึงนังสารเลวคนนั้นตลอด แล้วก็นึกถึงความอัปยศอดสูที่นังสารเลวคนนี้นำพามาสู่เธอ เธอชอบอู่เหมยลงก็แปลกแล้ว!  

“แม่เข้าใจแล้วจ้ะ เยวี่ยเยวี่ยลูกไปทำการบ้านเถอะ ใกล้จะสอบประจำเดือนแล้ว แม่ยังหวังที่จะให้ลูกเป็นหน้าเป็นตาให้อยู่นะจ๊ะ!” แม้เหอปี้อวิ๋นจะยังคิดไม่ตก แต่เธอก็ไม่อยากให้อู่เยวี่ยต้องกังวลเรื่องชวนหงุดหงิดรำคาญใจพวกนี้ เธอจึงยอมตกลงอย่างรวดเร็ว  

อู่เยวี่ยเห็นแม่รับปากแล้ว เธอก็อดถอนหายใจโล่งอกไม่ได้ อู่เยวี่ยรับประกันด้วยความมั่นใจว่า “แม่วางใจได้ค่ะ หนูจะเป็นหน้าเป็นตาให้กับแม่อย่างแน่นอน” 

เหอปี้อวิ๋นยิ้มจนหุบปากไม่ลงแล้ว แล้วเธอก็ยกชามลำไยนึ่งออกมาจากห้องครัว “เยวี่ยเยวี่ยรีบตักเนื้อลำไยไปกินเร็ว กินแล้วดวงตาสดใสและทำให้จิตใจสงบ หมู่นี้ลูกนอนไม่หลับไม่ใช่เหรอ กินนี่ซะ ทีนี้ก็นอนหลับสบายแล้ว”  

“ขอบคุณค่ะแม่” 

อู่เยวี่ยกินลำไยจนเบื่อแล้ว แต่พอได้ยินว่าช่วยให้จิตใจสงบ เธอก็รับชามลำไยมาทันที สามสี่วันมานี้เธอนอนฝันร้ายตลอด เธอจะต้องกินบำรุงสักหน่อย 

  

ตอนที่ 92 ทอฟฟี่ถั่วลิสงแสนอร่อย 

อู่เหมยเที่ยวเล่นบนภูเขาอย่างมีความสุขมาก โจทย์เลขแสนยากที่รบกวนจิตใจเธอมาสองชาติได้เจอหนทางที่ถูกต้อง ต่อไปถึงแม้จะสอบไม่ได้หนึ่งร้อยคะแนน แต่สักหกสิบคะแนนน่าจะทำได้ไม่มีปัญหา  

แน่นอนว่าเธอเองก็ไม่ได้คาดหวังอะไรสูง ได้สักหกสิบคะแนนเธอก็แอบหัวเราะแล้ว สองชาติรวมกันเธอยังไม่เคยสอบผ่านวิชาคณิตศาสตร์เลยสักครั้ง!  

เนื่องจากรู้สึกซาบซึ้งขอบคุณเหมยซูหาน อู่เหมยก็เลยไม่ได้ทำตัวห่างเหินกับเขาเหมือนอย่างแต่ก่อน อย่างไรก็ตามเธอก็ยังคงรักษาระยะห่างอยู่ตลอด เธอไม่มีวันลืมภาพๆ นั้นที่เธอเห็นก่อนที่จะเสียชีวิต เธอไม่อาจลืมเลือนความรู้สึกเจ็บปวดที่ถูกทรยศหักหลังได้  

สำหรับเหมยซูหาน เธอรู้สึกสับสนมาก เกลียดหรือเปล่า 

สมควรที่จะเกลียดอยู่  

แต่เธอไม่ได้จงเกลียดจงชังถึงขั้นเข้ากระดูกดำ ชาติก่อนเหมยซูหานดีกับเธอมากทีเดียว นอกจากเรื่องที่เขาไม่ได้รักเธอแล้ว เรื่องชีวิตความเป็นอยู่นั้นเขาก็ดูแลเอาอกเอาใจเธอทุกอย่าง และเพราะการให้กำลังใจของเหมยซูหาน เธอถึงค่อยๆ ร่าเริงสดใสขึ้นมาได้ กล้าที่จะไปเรียนวาดรูป แล้วก็กล้าที่จะออกไปคบค้าสมาคมกับเพื่อนๆ  

คนที่เหมยซูหานรักไม่ใช่เธอ แต่เป็นอู่เยวี่ย ชาติก่อนเธอกับเหมยซูหานแต่งงานอยู่กินด้วยกันสิบปี แม้แต่จำนวนครั้งที่หลับนอนด้วยกันก็น้อยจนน่าสงสาร พวกเขามีอะไรกันจริงๆ จังๆ แค่หนึ่งครั้ง หนำซ้ำครั้งนั้นเหมยซูหานดื่มหนัก เขาคงจะเห็นเธอเป็นอู่เยวี่ยละมั้ง  

แล้วก็เพราะครั้งนั้น ทำให้เธอมีลูก แต่ลูกน้อยกลับ...  

อู่เหมยหัวเราะเยาะตัวเอง อย่างมากที่สุดเธอทำได้แค่ไม่ผูกพยาบาทเหมยซูหาน แต่เธอไม่อาจขจัดความโกรธแค้นนั้นทิ้งได้ เป็นเพื่อนที่รักษาระยะห่างกันแบบนี้ก็พอ อย่าใกล้ชิดกันเกินไป ใกล้ชิดกันแล้วอาจจะเจ็บปวดได้  

เหมยซูหานหยิบทอฟฟี่ถั่วลิสงออกมาจากกระเป๋าเป้ แล้วยื่นให้อู่เหมย เขาหัวเราะเสียงเบาและพูดว่า “เหมยเหมยกินทอฟฟี่นี่สิ เธอชอบกินทอฟฟี่ถั่วลิสงที่สุดเลยไม่ใช่เหรอ”  

มือของชายหนุ่มเรียวยาวสะอาดสะอ้าน เล็บก็ตัดเล็มเรียบร้อยมาก บริเวณฝ่ามือมีหนังด้านสองสามจุด แต่มือสองข้างนี้เห็นแล้วก็ยังคงดูสบายตาสบายใจ มือของเหมยซูหานสวยมาก เห็นแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นมือของศิลปิน อู่เหมยมองดูทอฟฟี่ทรงสี่เหลี่ยมที่ห่อกระดาษลายตารางสีน้ำเงินด้วยความงุนงง  

ทอฟฟี่ถั่วลิสงยี่ห้อนี้ใช้ห่อกระดาษแบบนี้มาตลอดสามสี่สิบปี ไม่เคยเปลี่ยนเลย ตอนเป็นเด็กอู่เหมยชอบกินมาก แต่เธอกลับไม่ชอบกินลูกอมนมกระต่ายขาว ทว่าอู่เยวี่ยชอบกินลูกอมนมกระต่ายขาว ช่วงตรุษจีนเหอปี้อวิ๋นจะซื้อลูกอมนมกระต่ายขาวมาเยอะแยะ แต่ไม่เคยซื้อทอฟฟี่ถั่วลิสงเลย เพราะอู่เยวี่ยแพ้ถั่วลิสง  

พอกินถั่วลิสง อู่เยวี่ยก็จะมีผื่นขึ้นตามตัวเป็นปื้น เห็นแล้วน่าตกใจมาก แต่ไม่ได้เป็นอันตรายถึงชีวิต พักผ่อนสักคืนผื่นก็จะค่อยๆ หาย ตอนเด็กอู่เหมยเคยเห็นอู่เยวี่ยอาการกำเริบหนึ่งครั้ง อู่เยวี่ยกินขนมเค้กที่บ้านคุณปู่อู่ ซึ่งตอนนั้นอู่เยวี่ยอายุแค่เจ็ดแปดขวบ ทำเอาทุกคนในครอบครัวตกใจลนลานกันหมด  

แต่สำหรับตระกูลอู่แล้วอาการแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะครึ่งหนึ่งของคนในตระกูลอู่ล้วนมีอาการนี้ทั้งนั้น คุณปู่อู่บอกว่าเป็นโรคกรรมพันธุ์ของตระกูลอู่ มีความเป็นไปได้ 50-50 อย่างอู่เจิ้งซือไม่เป็น อู่เหมยก็ไม่เป็น แต่อู่เจิ้งเต้ากับอู่เชาเป็น รวมถึงอู่เยวี่ยด้วย 

อู่เหมยชอบกลิ่นหอมของถั่วลิสง ขอเพียงเป็นอาหารที่ทำจากถั่วลิสง เธอชอบกินหมด แต่ด้วยความที่คนที่บ้านไม่กินถั่วลิสง จึงแทบจะไม่มีใครรู้ว่าอู่เหมยชอบกินถั่วลิสง แล้วเหมยซูหานรู้ได้อย่างไรกัน  

แม้แต่อู่เจิ้งซือยังไม่รู้เลย! 

“ขอบคุณค่ะ”  

อู่เหมยเองก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เหมยซูหานคงจะแค่พูดโพล่งออกมาเฉยๆ ละมั้ง ถ้าในกระเป๋าเป้ของเขามีลูกอมนมกระต่ายขาว เขาเองก็คงจะพูดอย่างนี้เช่นกัน  

เธอแกะห่อกระดาษทอฟฟี่ออก แล้วทอฟฟี่ถั่วลิสงทรงสี่เหลี่ยมก็เผยออกมา ในตัวทอฟฟี่สีขาวมีถั่วลิสงป่นสีเหลืองอ่อน กลิ่นหอมของนมกับถั่วลิสงผสมผสานกันซึมซาบเข้าไปในหัวใจ  

อู่เหมยสูดหายใจลึก วัตถุดิบของทอฟฟี่สมัยนี้เป็นของแท้จริงๆ อู่เชาที่อยู่ข้างๆ ตัวสั่นงันงกและพูดเสียงดังว่า “อู่เหมยเธอกินทอฟฟี่ถั่วลิสงทำไม เธอตั้งใจจะแกล้งฉันใช่มั้ย?”  

เจ้าตุ้ยนุ้ยอู่เชาก็ชอบกินถั่วลิสงเหมือนกับอู่เหมย แต่เขากินไม่ได้ การยั่วยวนที่โจ่งแจ้งชัดเจนอย่างนี้ทำให้เขายากจะหักห้ามใจได้ สายตาเขาจ้องมองทอฟฟี่ถั่วลิสงที่อยู่ในมือของอู่เหมยพลางกลืนน้ำลายดังเอื้อกๆ  

“ฉันกินของฉัน นายก็ไม่ต้องมองสิ เมื่อกี้นายทำให้กระรอกน้อยของฉันตกใจหนีเตลิดไป ฉันยังไม่ต่อว่านายเลยนะ!” อู่เหมยแลบลิ้นเลียทอฟฟี่ แล้วเอาใส่ปาก จากนั้นมองค้อนตาโตใส่  

อู่เชาทำเสียงฮึดฮัดด้วยความโมโห เธอพร่ำบ่นมาตลอดเที่ยง แล้วยังจะบอกว่าไม่ได้ต่อว่า เธอพูดจาโกหกทั้งเพ  

เหมยซูหานยิ้มพลางมองอู่เหมยที่แก้มป่อง ในแววตาเขาเจือความอบอุ่น เธอที่อยู่ในความฝันชอบกินทอฟฟี่ถั่วลิสงมาก ก่อนที่จะกินทอฟฟี่ก็เลียก่อนนิดหน่อยเหมือนกับอู่เหมย กิริยาท่าทางเหมือนกันเปี๊ยบ อู่เหมยก็คือ “เธอ” เขาตามหาไม่ผิดคน! 

ความคิดเห็น