facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ปี 1985 ดอกเหมยอย่างเธอได้ผลิบานกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ด้วยลิขิตที่ขีดไว้บน 'รอยแค้น'

ตอนที่ 87 เข้าใจทันที / ตอนที่ 88 ครั้งแรกที่มีคนชมว่าอัจฉริยะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 87 เข้าใจทันที / ตอนที่ 88 ครั้งแรกที่มีคนชมว่าอัจฉริยะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ต.ค. 2563 10:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 87 เข้าใจทันที / ตอนที่ 88 ครั้งแรกที่มีคนชมว่าอัจฉริยะ
แบบอักษร

ตอนที่ 87 เข้าใจทันที 

เหมยซูหานวาดรูปสระน้ำทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า แล้วก็วาดรูปท่อจำนวนสองท่อ ท่อหนึ่งขนาดใหญ่ อีกท่อหนึ่งขนาดเล็ก เขาพูดเสียงนุ่มนวลว่า “นี่คือสระว่ายน้ำ ท่อใหญ่คือท่อน้ำไหลเข้า ท่อเล็กคือท่อน้ำไหลออก เปรียบเหมือนกับกาละมังมีรูเล็กๆ หนึ่งรู แต่เปิดก๊อกน้ำแบบแรงสุด แบบนี้จะเติมน้ำได้เต็มหรือเปล่า” 

อู่เหมยพยักหน้าอย่างแรง “เติมได้เต็ม อ่างล้างหน้าฉันก็แตกเป็นรูเล็กๆ หนึ่งรู แต่ก็ยังใส่น้ำได้เหมือนเดิม”  

“ทำไมถึงเติมให้เต็มได้ล่ะ”  

“เพราะรูที่น้ำไหลออกมีขนาดเล็กกว่ารูที่น้ำไหลเข้า” อู่เหมยตอบ เรื่องนี้เธอรู้หรอกน่า เธอไม่ได้โง่เง่าขนาดนั้น  

เหมยซูหานมองเธอด้วยสายตาชื่นชม แล้วพูดต่ออีกว่า “เพราะฉะนั้นเราเอาระดับความเร็วของน้ำที่ไหลเข้าลบกับระดับความเร็วของน้ำที่ไหลออก นี่ถึงจะเป็นระดับความเร็วที่แท้จริงของการเติมน้ำ ถูกต้องมั้ย?”  

เขาหยิบกิ่งไม้มาขีดท่อน้ำไหลเข้าออกส่วนหนึ่ง แล้วเขียนสมการที่ด้านข้าง ซึ่งเป็นสูตรเดียวกับที่อู่เหมยท่องก่อนหน้านี้ เนื่องจากมีรูปภาพประกอบ อู่เหมยก็เลยเข้าใจทันที เธอเข้าใจสูตรที่เหยียนหมิงซุ่นสอนเธอแล้ว  

“ฉันรู้แล้วว่าต้องทำยังไง ฉันรู้แล้ว!”  

อู่เหมยดีใจสุดขีด เธอหยิบกิ่งไม้มาเขียนสมการบนพื้น ราวกับเส้นลมปราณเปิดโล่งไหลเวียนคล่อง เธอเขียนได้ไหลลื่นมาก ไม่ทันไรเธอก็คำนวณคำตอบได้ถูกต้อง นี่เป็นสมการที่เหยียนหมิงซุ่นอธิบายให้ฟังนับครั้งไม่ถ้วน  

“ทำแบบนี้ใช่หรือเปล่า ฉันคำนวณถูกมั้ย?”  

อู่เหมยมองเหยียนหมิงซุ่นอย่างมีความหวัง เธอดูกระสับกระส่ายมาก แล้วเหยียนหมิงซุ่นก็พยักหน้าเล็กน้อยและยิ้มให้กำลังใจเธอ แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยมีความสุขนักก็ตามที  

เขาอธิบายตั้งหลายครั้ง แต่อู่เหมยก็ไม่เข้าใจเลย ทว่าเหมยซูหานอธิบายแค่รอบเดียว เธอก็เข้าใจแล้ว เรื่องนี้ทำให้เหยียนหมิงซุ่นมีความรู้สึกว่าเขาก็คือซาลาเปาลูกที่สิบนั่น เขาอึดอัดใจทีเดียว  

“เหมยเหมยเก่งมาก!” เหมยซูหานชมเปาะ  

อู่เหมยตาใสเป็นประกาย ความดีอกดีใจสุดขีดทำให้เธอสนิทกับเหมยซูหานขึ้นอีกเล็กน้อย ใบหน้าเล็กๆ ของเธอแดงก่ำ เธอมีความสุขยิ่งกว่าการกินน่องไก่ สองชาติรวมกันนี่เป็นครั้งแรกเลยที่เธอทำโจทย์เลขที่ซับซ้อนแบบนี้ได้!  

“ขอบคุณค่ะพี่หมิงซุ่น ขอบคุณค่ะพี่...ซูหาน” อู่เหมยซาบซึ้งใจมาก  

แต่เธอเองก็แปลกใจเหมือนกัน เหยียนหมิงซุ่นอธิบายตั้งหลายครั้ง ทำไมเธอถึงไม่เข้าใจ ส่วนเหมยซูหานอธิบายแค่ครั้งเดียว เธอกลับเข้าใจได้เลย  

“วิธีคิดของเหมยเหมยไม่เหมือนกับเรา ในสมองเราสามารถเปลี่ยนจากสูตรเป็นสมการได้โดยอัตโนมัติ แต่สำหรับเหมยเหมยแล้วค่อนข้างยุ่งยาก เพราะฉะนั้นเธอจึงจำเป็นต้องใช้ตัวช่วย ซึ่งรูปภาพเป็นวิธีที่ดีที่สุด แค่วาดรูปออกมาคร่าวๆ เหมยเหมยก็สามารถที่จะเข้าใจโจทย์ได้”  

เหมยซูหานอธิบายเหตุผลให้ฟังแบบง่ายๆ อันที่จริงเขาเองก็เพิ่งรู้เหมือนกัน เพราะในเศษเสี้ยวความทรงจำที่เขาได้รับมานั้นมีข้อมูลพวกนี้พอดี มีความคล้ายกับสถานการณ์ของอู่เหมยมาก เขาก็เลยอยากจะลองดู แล้วก็เป็นอย่างที่คิดเอาไว้จริงๆ อู่เหมยจัดเป็นพวกที่มีความสามารถในการจินตนาการต่ำมาก พูดง่ายๆ ก็คืออุปสรรคในการเรียน มิน่าล่ะคณิตศาสตร์ของเธอถึงได้แย่แบบนี้  

เหยียนหมิงซุ่นไม่ค่อยจะเชื่อคำพูดของเหมยซูหาน เขาตั้งคำถามใหม่ ลักษณะคล้ายๆ กับโจทย์สระว่ายน้ำ เป็นโจทย์เจ้าลิงใหญ่กับเจ้าลิงเล็กเด็ดลูกท้อ นี่เป็นโจทย์เลขที่พบเห็นอยู่บ่อยๆ เช่นกัน  

อู่เหมยฟังโจทย์หนึ่งรอบแล้วมีสีหน้ามึนงง แล้วเหยียนหมิงซุ่นก็ถือโอกาสเขียนโจทย์ลงบนพื้น แต่ใบหน้าอู่เหมยยังคงงุนงงอยู่ เหมยซูหานยิ้มพลางพูดว่า “เหมยเหมยเธอวาดโจทย์ข้อนี้ออกมาได้มั้ย?”  

“ได้ ฉันชอบวาดรูปที่สุดเลยล่ะ” 

อู่เหมยหยิบกิ่งไม้และลงมือวาด ด้วยความที่ชาติก่อนเธอเบื่อที่จะอยู่บ้าน เธอก็เลยไปเรียนวาดรูป อาจารย์ยังบอกเลยว่าเธอมีพรสวรรค์ เธอเรียนๆ หยุดๆ อยู่สามสี่ปี ฝีมือการวาดนับว่าไม่เลวทีเดียว  

อู่เหมยวาดรูปลิงที่เหมือนจริงมากอยู่บนพื้น แล้วก็ยังวาดต้นท้อ ลิงตัวเล็กลิงตัวใหญ่และผลไม้บนต้นไม้ ฯลฯ ดูเหมือนกับภาพทิวทัศน์ เหยียนหมิงซุ่นกับเหมยซูหานต่างก็มองดูอู่เหมยที่ตั้งอกตั้งใจวาดรูปด้วยความประหลาดใจ 

ฝีมือวาดรูปของเด็กคนนี้ดีขนาดนี้เชียวหรือนี่ 

 

ตอนที่ 88 ครั้งแรกที่มีคนชมว่าอัจฉริยะ 

อู่เหมยนำโจทย์ที่เหยียนหมิงซุ่นตั้งวาดเป็นรูปออกมา เมื่อวาดเส้นสุดท้ายเสร็จแล้ว สมองเธอก็ปิ๊งขึ้นมาทันที แล้วเธอก็เขียนสูตรเลขออกมา อีกทั้งคำนวณคำตอบได้ถูกต้องด้วย  

“ใช่แล้ว ทำได้ถูกต้อง” เหยียนหมิงซุ่นพยักหน้า 

อู่เหมยอ้าปากค้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ วันนี้สวรรค์ทำให้เธอตาสว่างแล้วใช่หรือเปล่า  

เธอทำโจทย์เลขถูกสองข้อติดต่อกันอย่างนั้นเหรอ  

อู่เชาเองก็ตะลึงงันเช่นกัน ให้ตายสิ เจ้าเพื่อนบ้าเก่งกว่าเขาเสียอีก โจทย์ลิงเด็ดลูกท้อเขายังคิดไม่ออกเลย!  

“เธอไม่ใช่เหมยเหมย เธอต้องถูกเทพแห่งหนังสือเข้าสิงแล้วแน่ๆ เหมยเหมยไม่ได้ฉลาดเหมือนเธอ เหมยเหมยเค้าทำโจทย์พวกนี้ไม่ได้หรอก” 

อู่เชายืนยันการอนุมานของเขา อู่เหมยที่อยู่ตรงหน้าต้องถูกเทพแห่งหนังสือเข้าสิงอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นจู่ๆ จะฉลาดขึ้นมาได้อย่างไร แม้แต่นิสัยใจคอก็เปลี่ยนไปด้วย 

อู่เหมยถลึงตาใส่เขา “นายน่ะสิโง่ สิบขวบแล้วยังฉี่รดที่นอนอีก” 

อู่เชาตกใจรีบปิดปากของอู่เหมย แล้วกวาดตามองไปรอบๆ ด้วยความตื่นตกใจ เจ้าเพื่อนบ้านี่ ทำไมถึงพูดเรื่องน่าขายหน้าของเขาออกมา แล้วทีนี้ภาพลักษณ์ของเขาจะเป็นอย่างไร  

ช่างเถอะๆ ไม่ว่าอู่เหมยจะถูกเทพแห่งหนังสือเข้าสิงหรือไม่ก็ตาม ขอเพียงเธอไม่กลับไปเซื่องซึมเหมือนอย่างแต่ก่อนอีก เขาก็จะยังคงดูแลปกป้องลูกพี่ลูกน้องคนนี้ต่อไป!  

อู่เหมยปัดมือเขาทิ้ง แล้วเช็ดปากอย่างแรง กลิ่นไส้กรอกติดปากเธอไปหมด เธอถลึงตาใส่อู่เชาหนึ่งที แล้วมองดูสูตรเลขบนพื้นต่ออย่างมีความสุข เธอรู้สึกภูมิใจสุดขีด  

“เหมยเหมย ต่อไปถ้าเจอโจทย์เลขที่ทำไม่ได้อีก ก็ลองใช้วิธีนี้ดูนะ” เหมยซูหานบอก  

อู่เหมยพยักหน้าหงึกหงัก แล้วพูดด้วยความซาบซึ้งใจ “ขอบคุณค่ะพี่ซูหาน” 

เหยียนหมิงซุ่นรู้สึกอึดอัดใจมาก เขาอดพูดเหน็บแนมไม่ได้ว่า “วาดรูปๆ นึงต้องใช้เวลานาน ถึงเวลาสอบจริงๆ เวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่งจะพอให้วาดรูปได้สักกี่รูป”  

อู่เหมยหน้าบึ้งตึงทันที ท่าทางหงอยเหงาเศร้าซึมอย่างยิ่ง ความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อครู่นี้มลายหายไปสิ้น ใบหน้าเล็กๆ ของอู่เหมยยับยู่ยี่  

เหมยซูหานหัวเราะ “ไม่เป็นไร เหมยเหมย เธอวาดแบบคร่าวๆ ก็ได้ ขอเพียงตัวเธอเข้าใจก็พอแล้ว ไม่ต้องวาดเป็นรูปเป็นร่างขนาดนี้หรอก”  

อู่เหมยนึกถึงเมื่อชาติก่อนที่เธอเรียนวาดการ์ตูนอยู่พักหนึ่ง แล้วเธอก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมา เธอลบสิ่งที่วาดไปก่อนหน้านี้ออกหมด จากนั้นวาดใหม่อีกครั้ง คราวนี้เธอวาดเร็วมาก ขีดๆ เขียนๆ แค่สามสี่ทีก็วาดรูปลิงที่น่ารักออกมาได้หนึ่งตัว ใช้เวลาไปแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น แล้วเธอก็ขีดๆ เขียนๆ อีกสามสี่ที ลิงอีกตัวก็วาดเสร็จเรียบร้อย ถึงแม้จะไม่เป็นรูปเป็นร่างชัดเจนเหมือนก่อนหน้านี้ แต่มันกลับดูน่ารักมากกว่าเดิมอีก  

เธอวาดจนติดเครื่อง เธอวาดรูปลิงรวดเดียวหลายตัว แถมยังวาดรูปกระรอกขาวตัวเมื่อกี้นี้ด้วย กระรอกตัวน้อยที่น่ารักดึงดูดให้เด็กนักเรียนหญิงหลายคนเข้ามามุงดู ซึ่งทุกคนต่างก็ชมเปาะ  

“วาดเก่งจริงๆ วิธีการวาดนี้เรียกว่าอะไร วาดได้เร็วมากเลย!” มีคนเอ่ยถาม  

เหยียนหมิงซุ่นกับเหมยซูหานเองก็อยากรู้ วิธีการวาดของอู่เหมยคล้ายๆ กับการวาดลายเส้นแบบเรียบง่าย แต่ก็ไม่ใช่ซะทีเดียว แม้จะวาดออกมาดูโอเวอร์ไปหน่อย แต่สัตว์ตัวน้อยที่วาดออกมากลับดูน่ารักมาก น่าสนใจอย่างยิ่ง ไม่รู้เหมือนกันว่าเด็กคนนี้ไปเรียนมาจากที่ไหน  

อู่เหมยเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าสมัยนี้ยังไม่มีใครรู้จักการ์ตูน ต้องเป็นช่วงยุค 90 การ์ตูนถึงจะค่อยๆ บูมขึ้นมา เธอครุ่นคิดแล้วพูดว่า “ฉันแค่วาดไปมั่วๆ น่ะ”  

“วาดมั่วๆ ยังวาดได้ดีขนาดนี้ อัจฉริยะจริงๆ!” มีคนตื่นตะลึง  

อู่เหมยประหลาดใจและเบิกตาโต หัวใจเธอเต้นตึกตัก แล้วพูดด้วยความตะลึงงัน “นี่เป็นครั้งแรกเลยที่มีคนชมว่าฉันเป็นอัจฉริยะ”  

ตั้งแต่เด็กจนโตคำที่เธอได้ยินบ่อยที่สุดก็คือ “ไอ้โง่” เธอนึกไม่ถึงว่าจะได้ยินคำว่าอัจฉริยะ อู่เหมยไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ อีกอย่างวาดรูปได้นับเป็นความสามงความสามารถอะไร เก่งวิชาคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมีต่างหากถึงจะสำคัญที่สุด 

มีประโยคหนึ่งกล่าวไว้ว่า เมื่อเก่งวิชาคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และเคมี ไม่ว่าเดินทางไปแห่งหนใด ก็ไม่ต้องเกรงกลัวอะไรทั้งสิ้น แต่ไม่เห็นมีใครพูดว่าวาดรูปเก่งแล้วสามารถท่องเที่ยวไปสุดหล้าฟ้าเขียวได้ 

ความคิดเห็น