facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ปี 1985 ดอกเหมยอย่างเธอได้ผลิบานกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ด้วยลิขิตที่ขีดไว้บน 'รอยแค้น'

ตอนที่ 83 กระต่ายน้อยสีขาวหรือเปล่า / ตอนที่ 84 กระรอกขาว

ชื่อตอน : ตอนที่ 83 กระต่ายน้อยสีขาวหรือเปล่า / ตอนที่ 84 กระรอกขาว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ต.ค. 2563 10:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 83 กระต่ายน้อยสีขาวหรือเปล่า / ตอนที่ 84 กระรอกขาว
แบบอักษร

ตอนที่ 83 กระต่ายน้อยสีขาวหรือเปล่า 

สุดท้ายก็ไม่ได้คืนเงินห้าเฟิน อู่เหมยจำต้องเก็บใส่กระเป๋าตามเดิม เธอค่อนข้างกลัวที่จะมองตาของเหมยซูหาน เธอมักจะรู้สึกอึดอัดมากเวลาอยู่ด้วยกันกับเขา ถึงแม้ชาติก่อนเหมยซูหานจะเป็นสามีที่อยู่กินกับเธอมานับสิบปีก็ตามที 

เหมยซูหานเป็นหัวหน้าห้อง ไม่ทันไรเขาก็ถูกเรียกตัวไป อู่เหมยถอนหายใจโล่งอกเบาๆ แล้วการพูดการจาของเธอก็เป็นธรรมชาติขึ้นมาก อู่เชาเห็นเช่นนั้นก็แปลกใจ จึงถามด้วยความอยากรู้ “เหมยเหมย เธอกลัวเจ้าหมอนั่นใช่หรือเปล่า” 

“กลัวที่ไหนกัน นายพูดจาส่งเดช” 

อู่เหมยถูกพูดแทงใจดำ รู้สึกทั้งอับอายและโมโห เธอไม่สนใจแล้วเดินดุ่มๆ ไปที่ด้านหน้าเลย อู่เชาลูบจมูกแล้วเดินตามหลังด้วยความขุ่นเคือง เจ้าแง่แสนงอนเสียจริงๆ ไม่เห็นน่ารักเหมือนแต่ก่อนเลย 

เหยียนหมิงซุ่นมองอู่เหมยที่ก้มหน้าก้มตาปีนเขาอยู่ข้างๆ เขา แล้วเขาก็อมยิ้มที่มุมปาก ทำไมเจ้าเด็กคนนี้ชอบเดินก้มหน้าก้มตาตลอดเลย เธอเดินอยู่ข้างๆ เขามาสักพักใหญ่แล้ว แต่เธอคงจะยังไม่รู้หรอกมั้งว่าคนที่อยู่ด้านข้างคือเขาน่ะ 

“ระวัง!” 

อู่เหมยก้าวพลาดจนเกือบจะกลิ้งตกลงจากเนินลาด โชคดีที่เหยียนหมิงซุ่นดึงเธอเอาไว้ อู่เหมยตกใจพลางหายใจหอบ ริมฝีปากเธอขาวซีด แล้วมองดูเนินลาดที่มีความเอียงลาดพอสมควรด้วยความตื่นตกใจ 

“ขอบคุณค่ะ...พี่หมิงซุ่น” 

ตอนนี้อู่เหมยถึงได้รู้ว่าคนที่อยู่ด้านข้างคือเหยียนหมิงซุ่น เธอรีบกล่าวขอบคุณเสียงเบา ใบหน้าที่ซีดเผือดดูแดงเรื่อขึ้นมา จากนั้นเธอก็ก้มหน้าลงอีกโดยไม่รู้ตัว ทำไมเธอชอบปล่อยไก่ต่อหน้าเหยียนหมิงซุ่นอยู่เรื่อยเลย ขายขี้หน้าชะมัด 

“เหมยเหมยเป็นอะไรมั้ย หกล้มตรงไหนหรือเปล่า?” 

เหมยซูหานเดินมาหาและมองดูอู่เหมยด้วยความเป็นห่วง ในใจเขาเปี่ยมด้วยความห่วงใย ท่าทางตื่นตกใจระคนเขินอายของอู่เหมยในตอนนี้ดูเหมือนกับดอกไม้ตูมที่ต้องน้ำค้างในยามเช้าก็ไม่ปาน ดูงดงามบอบบาง ชวนให้เกิดความสงสาร 

“ไม่เป็นอะไรค่ะ” 

อู่เหมยยิ้ม เธอไม่กล้ามองเหมยซูหานอีก ความรู้สึกนึกคิดของเธอเข้าใจยากมาก เมื่อชาติก่อนเธอเพิ่งจะเริ่มสนิทสนมกับเหมยซูหานตอนที่เธออายุยี่สิบปี ช่วงก่อนอายุยี่สิบเธอกับเหมยซูหานแทบจะไม่เคยพูดคุยกันเลย ไม่ต่างไปจากคนแปลกหน้า 

แต่ทำไมเหมยซูหานในชาตินี้ถึงได้แตกต่างจากชาติก่อน 

ทำไมถึงดีกับเธอขนาดนี้ 

อู่เหมยไม่รู้สึกซาบซึ้งใจแม้แต่น้อย เธอแค่อยากอยู่ห่างๆ จากเหมยซูหาน ไม่อยากจะข้องเกี่ยวกับเขาอีกแม้แต่นิดเดียว 

อู่เหมยห่อตัวลีบอยู่ข้างๆ เหยียนหมิงซุ่นราวกับนกน้อยคอยแอบอิง เหมยซูหานเห็นภาพนี้แล้วก็รู้สึกขัดหูขัดตา แม้ใบหน้าเขาจะยิ้มอย่างอ่อนโยน แต่ในใจนั้นกลับอึดอัดใจอย่างยิ่ง คนที่อู่เหมยพึ่งพิงควรจะเป็นเขาสิ! 

ไม่เป็นไร เหมยเหมยจำเรื่องราวในชาติก่อนไม่ได้ เขาจำได้ก็พอแล้ว ตอนนี้เขายังไม่เข้มแข็งมากพอ ไม่สามารถที่จะเป็นที่พึ่งพิงให้เหมยเหมยได้ อู่เหมยอายุยังน้อย เขามีเวลามากพอที่จะทำตัวเองให้เข้มแข็ง เรื่องความรักเขาไม่รีบร้อน เขาจะทำให้เหมยเหมยตกอกตกใจไม่ได้ 

อู่เหมยเดินพลางมองซ้ายมองขวา ท่าทางวอกแวกตลอด เหยียนหมิงซุ่นเห็นแล้วก็ปวดหัว แล้วเขาก็ถือโอกาสจับมือของอู่เหมยไว้ เจ้าเด็กซื่อบื้อคนนี้จะได้ไม่กลิ้งตกเนินอีก 

มือของเด็กสาวเล็กมาก มือเธอนุ่มนิ่ม มีเนื้อมีหนัง จับแล้วรู้สึกเหมือนกับก้อนข้าวเหนียว เขาไม่กล้าออกแรงจับมือเธอ เพราะกลัวว่าเธอจะเจ็บ 

อู่เหมยไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่ามือของตัวเองถูกเขาจับไว้ เธอตั้งอกตั้งใจอยากจะหาเงาสีขาวที่ปรากฏขึ้นที่พงหญ้าเมื่อสักครู่นี้ น่าจะเป็นกระต่ายน้อยสีขาว ก่อนหน้านี้โผล่ขึ้นที่ข้างทางเดินบนภูเขามาแล้ว เดิมทีเธออยากเอาอาหารให้กระต่ายน้อยกิน แต่คิดไม่ถึงว่าตัวเองเกือบจะกลิ้งตกลงไป คราวนี้เจ้ากระต่ายน้อยก็หายวับไปอีกแล้ว 

“อยู่ตรงนั้น เจ้ากระต่ายน้อย” 

อู่เหมยส่งเสียงร้องตื่นเต้นดีใจ เธอสลัดมือเหยียนหมิงซุ่นทิ้ง แล้วค่อยๆ ย่องไปที่พงหญ้าข้างทาง เหยียนหมิงซุ่นกับเหมยซูหานต่างก็มองดูอู่เหมย พวกเขายิ้มอ่อนๆ ด้วยกันทั้งคู่ คนหนึ่งยิ้มดูอบอุ่นราวกับอาบสายลมในฤดูใบไม้ผลิ ส่วนอีกคนกลับยิ้มเย็นยะเยือกราวกับดอกเหมยที่ผลิบานท่ามกลางหิมะ พวกเขาต่างดูโดดเด่นสะดุดตาเหมือนกับหงส์ในฝูงกา 

 

ตอนที่ 84 กระรอกขาว 

อู่เหมยมองดูเจ้าตัวน้อยที่ขดตัวอยู่ในพงหญ้าด้วยความดีอกดีใจ ลำตัวมีขนปุกปุย แล้วก็ยังมีหางที่ใหญ่ยิ่งกว่าลำตัว ดวงตาที่เหมือนกับเมล็ดถั่วดำ แล้วก็ยังมีหนวดน่ารักๆ และอุ้งเล็บสีชมพู เห็นแล้วก็ชวนให้อยากจะลองลูบดู 

“เจ้าตัวน้อย กินขนมปังมั้ย ฉันไม่ได้เอาถั่วลิสงมา มีแต่ขนมปังอย่างเดียว” 

อู่เหมยบิขนมปังครึ่งชิ้นจากในกระเป๋าเป้ แล้วหยิบชิ้นเล็กๆ วางบนฝ่ามือ เธออยากเอาให้เจ้าตัวน้อยกิน แต่เหมยซูหานเดินมาหาและดึงอู่เหมยขึ้นมา เขาพูดเสียงขึงขังว่า “เหมยเหมย เธอไม่ระมัดระวังตัวเลย ระวังมันจะกัดเธอเข้า” 

“ไม่หรอก กระรอกน้อยน่ารักจะตาย ดูสิมันไม่กลัวฉันเลย” 

อู่เหมยคิดว่าเหมยซูหานกระต่ายตื่นตูมเกินไป แล้วเธอก็ย่อตัวลงให้อาหารกระรอกขาวที่น่ารักตัวนี้อีกครั้ง ตอนแรกเธอนึกว่าเป็นกระต่ายน้อยสีขาวซะอีก แต่พอดูใกล้ๆ ถึงได้รู้ว่าเป็นกระรอกขาวที่หายาก ขนตามตัวขาวยิ่งกว่าหิมะและหน้าตาน่ารัก ต่อให้ถูกเจ้าตัวน้อยกัด เธอก็ยอม 

กระรอกน้อยใจกล้ามาก ไม่กลัวคนเลยสักนิด มันลองเอาหนวดแตะฝ่ามือของอู่เหมยสองสามที มันคงจะหิวมากจริงๆ สองขาถือขนมปังขึ้นมาแล้วยัดเข้าไปในปาก แก้มสองข้างกลมตุ่ย ดวงตาคล้ายเมล็ดถั่วดำมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง 

“ไม่ต้องกลัว ฉันไม่ทำร้ายแกหรอก ค่อยๆ กินนะ ตรงนี้ยังมีอีกเยอะเลย” 

อู่เหมยบิขนมปังเป็นชิ้นเล็กๆ อีกหลายชิ้นและวางบนฝ่ามือ เธอยิ้มตาหยีพลางมองดูเจ้าตัวน้อยที่กินอย่างตะกละตะกลาม เจ้าตัวน้อยที่น่าสงสารต้องหิวโซมากแน่เลย 

“แกหาพ่อแม่ไม่เจอใช่หรือเปล่า หรือว่าพวกเขาไม่ต้องการแกแล้ว กินช้าๆ หน่อย อย่ากินทีเดียวเยอะขนาดนี้ เดี๋ยวก็สำลักหรอก” 

กระรอกน้อยกินรัวๆ เหมือนกับปืนกลก็ไม่ปาน มันหยิบขนมปังทั้งหมดบนฝ่ามืออู่เหมยยัดใส่ในปาก ไม่แม้แต่จะเคี้ยวสักนิด อู่เหมยอยากจะล้วงออกมา แต่เจ้าตัวน้อยปิดปากแน่น เธอจึงไม่สามารถลงมือได้เลย 

“ไม่เป็นไรหรอก กระพุ้งแก้มของกระรอกเก็บสะสมอาหารได้ เธอสังเกตดูสองแก้มของมันกลมตุ่ยมากเลยใช่มั้ย ในนั้นน่ะมีแต่ขนมปังทั้งนั้นเลย” เหยียนหมิงซุ่นอธิบายเสียงเบา 

อู่เหมยยื่นนิ้วมือขาวเรียวไปแตะแก้มของเจ้ากระรอกน้อยเบาๆ แก้มตุ่ยจริงๆ ด้วย เธออดหัวเราะไม่ได้ “แก้มตุ่ยจริงๆ ด้วย พี่หมิงซุ่นรอบรู้จังเลยค่ะ” 

เหยียนหมิงซุ่นหัวเราะ เขาอารมณ์ดีทีเดียว ส่วนเหมยซูหานที่อยู่ด้านข้างขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ไหนแต่ไรเหยียนหมิงซุ่นไปไหนมาไหนคนเดียว เขาไปสนิทสนมกับเหมยเหมยตั้งแต่เมื่อไรกัน 

“ไอ้หยา นี่กระต่ายขาวหรือเปล่า เอ๋! ไม่ใช่กระต่ายขาว แต่เป็นกระรอกขาวหรอกเหรอ? นี่มันหายากมาก ฉันเพิ่งจะเคยเห็นครั้งแรกว่ากระรอกมีขนสีขาวด้วย” 

เสียงแปดหลอดของอู่เชาดังลอยมา มาทั้งเสียงทั้งตัว เจ้าตุ้ยนุ้ยวิ่งเสียงดังตึงตังมาหาอู่เหมย แล้วเจ้ากระรอกน้อยก็วิ่งมุดเข้าไปในพงหญ้าอย่างรวดเร็ว ไม่ทันไรก็หายไปไร้ร่องรอย 

“เพราะนายคนเดียวเลย กระรอกน้อยตกใจหนีหายไปแล้ว ใครใช้ให้นายมานี่ หา? ชดใช้กระรอกน้อยฉันมาเลย!” 

อู่เหมยโมโหด่าเปิง เธอยังเล่นกับเจ้ากระรอกน้อยไม่เต็มอิ่มเลย มาโดนเจ้าตุ้ยนุ้ยทำพังเสียได้ เจ้าตัวน้อยแสนน่ารักน่าชัง เธอยังไม่ได้ลูบมันเลยสักนิดเดียว 

อู่เชารู้ตัวว่าผิด เขาไม่กล้าปริปากแม้แต่คำเดียว เขาปล่อยให้อู่เหมยต่อว่าเขา แถมยังหยิบแฮมกระป๋องมาเอาใจเธอด้วย “ฉันให้แฮมกระป๋องเธอหมดเลย ดีมั้ย” 

อู่เหมยมองค้อนเขาตาเหลือก แล้วคว้าแฮมกระป๋องมา จากนั้นเดินไปข้างหน้าอย่างไม่สนใจใยดี อู่เชาพูดตะโกนอยู่ข้างหลัง “อีกเดี๋ยวแบ่งแฮมให้ฉันกินสองสามชิ้นนะ เด็กผู้หญิงอย่างพวกเธอต้องกินเนื้อน้อยๆ หน่อย นี่ฉันหวังดีกับเธอนะ” 

“ฉันจะแบ่งให้พี่หมิงซุ่นกิน” 

อู่เหมยตอบกลับไปด้วยความโมโห มุมปากเหยียนหมิงซุ่นแย้มยิ้มเล็กน้อย ท่าทางฉุนโกรธของเจ้าเด็กซื่อบื้อคนนี้ดูน่ารักดีแหะ จิตใจก็ดี รู้จักแบ่งเนื้อให้เขากินด้วย แต่เหมยซูหานกลับรู้สึกแค่ว่ารอยยิ้มของเหยียนหมิงซุ่นดูขัดหูขัดตาเป็นอย่างยิ่ง เขาแสร้งยิ้มและถามว่า “เหมยเหมยจะไม่ยอมแบ่งแฮมกระป๋องให้พี่สักหน่อยเหรอ?” 

ความคิดเห็น