facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ปี 1985 ดอกเหมยอย่างเธอได้ผลิบานกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ด้วยลิขิตที่ขีดไว้บน 'รอยแค้น'

ตอนที่ 81 เห็นสาวดีกว่าน้อง / ตอนที่ 82 คืนเงิน

ชื่อตอน : ตอนที่ 81 เห็นสาวดีกว่าน้อง / ตอนที่ 82 คืนเงิน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ต.ค. 2563 10:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 81 เห็นสาวดีกว่าน้อง / ตอนที่ 82 คืนเงิน
แบบอักษร

ตอนที่ 81 เห็นสาวดีกว่าน้อง 

“พี่เขาไม่ชอบไปเที่ยว อยากจะอ่านหนังสืออยู่ที่บ้าน พี่หมิงต๋าทำการบ้านเสร็จหรือยังคะ ถ้าอย่างนั้นอยู่ทำการบ้านกับพี่ฉันมั้ยคะ?” อู่เหมยพูดอย่างจริงใจมาก 

พอได้ยินคำว่าอ่านหนังสือ เหยียนหมิงต๋าก็ปวดหัว ถึงเขาจะไม่ใช่พวกเรียนแย่เหมือนอู่เหมย แต่ก็เก่งกว่าเธอไม่เท่าไร ต่อให้ชอบอู่เยวี่ยสักแค่ไหน เขาก็ไม่อยากอยู่ทำการบ้านเป็นเพื่อนอู่เยวี่ย จึงรีบส่ายหัวปฏิเสธทันที 

อู่เหมยยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เธอรู้อยู่แล้วว่าเหยียนหมิงต๋าไม่อยากแน่นอน สามสี่วันนี้เธอได้ครุ่นคิดอย่างจริงจัง ถึงแม้เหยียนหมิงซุ่นไม่ชอบอู่เยวี่ย แต่ขอเพียงอู่เยวี่ยแต่งงานกับเหยียนหมิงต๋า เธอก็จะกลายเป็นน้องสะใภ้ของเหยียนหมิงซุ่น แล้วด้วยความสัมพันธ์พี่น้องของเหยียนหมิงซุ่นกับเหยียนหมิงต๋า เขาไม่มีทางที่จะไม่ดูแลเหยียนหมิงต๋า แบบนี้อู่เยวี่ยก็จะได้เปรียบทางอ้อม 

เธอไม่อยากให้อู่เยวี่ยได้เป็นคุณหญิงคุณนายที่ใครๆ ต่างก็อิจฉาเหมือนกับชาติที่แล้ว วิธีที่ดีที่สุดก็คือขัดขวางไม่ให้อู่เยวี่ยได้แต่งงานกับเหยียนหมิงต๋า แล้วอู่เหมยก็มั่นใจอย่างมาก เพราะเมื่อก่อนถานซูฟางคุณแม่ของเหยียนหมิงต๋าคัดค้านเรื่องการแต่งงานของอู่เยวี่ยกับเหยียนหมิงต๋าแบบหัวชนฝาทีเดียว 

ถานซูฟางไม่ชอบที่อู่เยวี่ยฐานะทางบ้านยากจน ไม่สามารถเกื้อหนุนส่งเสริมเหยียนหมิงต๋าได้ แต่ว่าเหยียนหมิงต๋ายืนยันหนักแน่น อีกทั้งกำลังจะมีลูกด้วยกันกับอู่เยวี่ย และแล้วด้วยการสนับสนุนของเหยียนโฮ่วเต๋อ อู่เยวี่ยก็ได้แต่งเข้าตระกูลเหยียนอย่างราบรื่น นอกจากนี้เพียงไม่นานเธอก็ได้ให้กำเนิดหลานชายคนโตของตระกูลเหยียน ทำให้เธอค่อยๆ มีที่ยืนอย่างมั่นคงในตระกูลเหยียน ใช้ชีวิตเหมือนกับปลาได้น้ำ 

อู่เหมยแอบมองพิจารณาเหยียนหมิงต๋าที่หมดอาลัยตายอยากอยู่แวบหนึ่ง นี่ฉันกำลังช่วยนายหนีจากทุ่งหญ้าเขียวชอุ่มอยู่นะ ถ้าแต่งงานกับอู่เยวี่ยผู้หญิงสารเลวคนนี้จริงๆ ต่อให้นายมีศีรษะนับร้อยก็ไม่พอให้สวมเขาหรอก! 

ภูเขาเฟิ่งหวงซานอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณสิบถึงสิบห้ากิโลเมตร ถนนหนทางในเมืองยังนับว่าราบเรียบ แต่พอออกจากตัวเมือง ถนนก็กลายเป็นขรุขระ อู่เหมยต้องนั่งโคลงเคลงจนเจ็บก้นไปหมด แต่ก็ไม่กล้าร้องออกมา 

สิ่งที่อู่เจิ้งซือเกลียดที่สุดก็คือความดัดจริตมารยา ถ้าเธอบอกว่านั่งโคลงเคลงจนเจ็บก้น อู่เจิ้งซือต้องพูดแน่ว่าเธอเป็นพวกอ่อนแอทนลำบากไม่ได้ อู่เหมยมองดูเบาะผ้าฝ้ายใต้ก้นของเหยียนหมิงต๋าด้วยความอิจฉา เธออยากนั่งจักรยานของเหยียนหมิงซุ่นจังเลย! 

เหยียนหมิงซุ่นสังเกตเห็นท่าทางไม่สบายเนื้อสบายตัวของอู่เหมยตั้งนานแล้ว พูดตามตรงว่าฝีมือการขี่จักรยานของอู่เจิ้งซือไม่ได้เรื่องจริงๆ เลือกขี่แต่ตรงที่เป็นหลุมเป็นบ่อ ตัวเขาเองอาจจะไม่รู้สึกอะไร แต่คนที่นั่งซ้อนท้ายน่ะสิแย่ มิน่าล่ะเจ้าเด็กซื่อบื้อคนนี้ถึงได้หน้าตาบิดเบี้ยว ตาก็แดงเรื่อไปหมด 

ท่าทางน่าสงสารของอู่เหมยทำให้เหยียนหมิงซุ่นรู้สึกใจอ่อนอีกแล้ว เขาเองก็แปลกใจเหมือนกัน ทำไมเขาถึงใจอ่อนให้กับเด็กซื่อบื้อคนนี้ครั้งแล้วครั้งเล่านะ 

ทั้งๆ ที่พวกเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย! 

เหยียนหมิงซุ่นถอนหายใจ สองเท้าแตะพื้นหยุดจอด แล้วบอกอู่เจิ้งซือว่า “อาจารย์อู่ครับ หมิงต๋าน้องผมตัวหนักมากเลย ผมขอเปลี่ยนกับอาจารย์ได้มั้ยครับ” 

อู่เจิ้งซือเหลือบมองเหยียนหมิงต๋าที่ตัวสูงใหญ่และอวบอ้วนแวบหนึ่ง แล้วมองเหยียนหมิงซุ่นที่ตัวผอมบาง เขาอนุญาตด้วยความยินดี “ได้สิ หมิงต๋ามานั่งกับครู เหมยเหมย ลูกไปนั่งกับพี่หมิงซุ่น” 

เหยียนหมิงต๋าลงจากจักรยานด้วยสีหน้ามึนงง เขาเพิ่งจะชั่งน้ำหนักเมื่อไม่นานมานี้ น้ำหนักเขาลดไปตั้งหนึ่งกิโลกรัม ทำไมต้องบอกว่าเขาตัวหนักด้วย 

เหยียนหมิงซุ่นถลึงตาใส่น้องชายที่งุนงง เหยียนหมิงต๋าถึงกับตัวสั่น แล้วรีบลงจากจักรยานและไปนั่งกับอู่เจิ้งซือ ส่วนอู่เหมยย้ายมานั่งกับเหยียนหมิงซุ่น ก้นที่ต้องทนทรมานได้ย้ายมานั่งบนเบาะนุ่มๆ อู่เหมยก็รู้สึกสบายจนถอนหายใจออกมา 

นอกจากเบาะผ้าฝ้ายแล้ว เหยียนหมิงซุ่นยังขี่จักรยานนิ่งมาก เขาขี่หลบพวกหลุมบ่อด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง แล้วถึงแม้หลบไม่ได้ เขาก็จะชะลอความเร็วลง พยายามลดแรงสะเทือนให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เมื่อเทียบกับอู่เจิ้งซือแล้ว อู่เหมยนั่งสบายจนจวนจะหลับแล้ว 

เหยียนหมิงต๋าแยกเขี้ยวยิงฟันตลอดทางและร้องเสียงประหลาดไม่หยุด ในใจรู้สึกเย็นเยียบเหมือนดอกเดย์ลิลลี่ พี่ใหญ่ไปสนิทสนมกับอู่เหมยตั้งแต่เมื่อไรกัน 

เพื่ออู่เหมยแล้ว แม้แต่น้องชายแท้ๆ อย่างเขาก็ทิ้งได้ลงคอ โอ๊ย! เจ็บปวดสุดๆ! 

 

ตอนที่ 82 คืนเงิน 

พวกเขาขี่จักรยานกันมาครึ่งชั่วโมง ในที่สุดก็มาถึงตีนเขาเฟิ่งหวงซาน อู่เหมยมองดูทิวทัศน์ที่แตกต่างจากชาติก่อนโดยสิ้นเชิง แล้วถอนหายใจเบาๆ ชาติก่อนเธอถูกฝังอยู่ที่แห่งนี้นี่แหละ! 

พอได้ยินเสียงถอนหายใจเบาๆ ของเธอ เหยียนหมิงซุ่นก็รู้สึกเศร้าห่อเหี่ยวอย่างยิ่ง แล้วก็พลันคิดขึ้นมาได้ เด็กคนนี้มีเรื่องราวในใจมากมายเหลือเกิน 

นักเรียนหลายคนมาถึงแล้ว แล้วอู่เจิ้งซือก็เดินไปเช็กชื่อ เหยียนหมิงซุ่นเองก็ต้องไปรวมตัวกับเพื่อนๆ ในห้องแล้ว ขณะที่ลงจากจักรยาน อู่เหมยพูด “ขอบคุณ” เขาเสียงเบา 

เหยียนหมิงซุ่นอมยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ไม่ได้พูดอะไร เจ้าตุ้ยนุ้ยอู่เชาวิ่งพลางตะโกนเสียงดังว่า “เหมยเหมย ในที่สุดเธอก็มาถึงสักที ฉันรอเธอตั้งครึ่งค่อนวันแน่ะ” 

อู่เหมยมองค้อนตาเหลือก “ตอนนี้ยังไม่เก้าโมงเลย ครึ่งค่อนวันที่ไหนกัน” 

อู่เชาหัวเราะแหะๆ แล้วหยิบกระป๋องใบหนึ่งออกมาท่าทางลับๆ ล่อๆ เขาพูดเสียงเบาว่า “ฉันเอาแฮมกระป๋องมา เดี๋ยวเรามาแบ่งกันกินนะ” 

“อืม ฉันเอาซาลาเปาไส้เนื้อมา แล้วก็ยังมีขนมปัง ฉันก็จะแบ่งให้นายกินด้วย” 

เนื่องจากอู่เจิ้งซืออยู่ด้วย เหอปี้อวิ๋นจึงใจดีเตรียมเสบียงให้เยอะ เมื่อได้ยินเช่นนั้น อู่เชาก็เปิดกระเป๋าเป้ของอู่เหมย แล้วหยิบซาลาเปาไส้เนื้อที่ยังอุ่นๆ ออกมาและกัดกินคำใหญ่ 

“นายกินตอนนี้ แล้วตอนเที่ยงเราจะกินอะไรล่ะ” อู่เหมยพูดไม่ออกบอกไม่ถูก 

“กลัวอะไร ฉันยังพกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาด้วย อาหารมีพอให้เรากินน่า ฉันไม่ได้กินมื้อเช้ามา หิวจะแย่อยู่แล้ว ขอซาลาเปาฉันอีกใบนึงนะ” 

อู่เชาคว้าซาลาเปาไส้เนื้อมาอีกใบ เขาไม่เกรงใจอู่เหมยเลยแม้แต่น้อย อู่เหมยมองค้อนเขาตาเหลือก แต่ก็ปล่อยให้เขาหยิบไป พี่น้องทะเลาะกันแต่กลับทำให้สนิทสนมกันมากขึ้น 

“เหมยเหมย เธอเอาของอร่อยอะไรมาเหรอ” 

เจินหวานหว่านเดินยิ้มแฉ่งมาหา สายตาเอาแต่จับจ้องอยู่ที่กระเป๋าเป้อ้วนตุงของอู่เหมย เธอไม่ค่อยจะเอาอะไรมาเลย เธอเอามาแค่น้ำหนึ่งขวดกับหมั่นโถวหนึ่งลูกที่เหลือจากตอนเช้า กระเป๋าเป้ของอู่เหมยดูตุงแบบนี้ ต้องเอาเสบียงมาไม่น้อยแน่ๆ 

“ไม่ได้เอาอะไรมาเยอะหรอก แค่ขนมปังกับน้ำเอง อ้าว! พวกเขาเดินขึ้นเขากันแล้ว เรารีบตามไปกันเถอะ” 

อู่เหมยลากอู่เชาเดินตามกลุ่มของอู่เจิ้งซือไป อู่เจิ้งซือเห็นเธอก็พูดเสียงเฉียบขาดว่า “ห้ามเดินสะเปะสะปะบนเขานะ แล้วห้ามไปไหนมาไหนคนเดียวด้วย” 

“เข้าใจแล้วค่ะพ่อ หนูจะเดินไปกับอู่เชาค่ะ” 

“ดีแล้วล่ะ ลูกกับเสี่ยวเชามาเดินอยู่ในกลุ่ม แล้วก็เพื่อนๆ ของลูกด้วย” 

อู่เจิ้งซือเรียกเจินหวานหว่านและเพื่อนๆ มา ถ้าพอจะดูแลได้ก็ดูแลสักหน่อย ทุกคนปีนเขาขึ้นไปพลางหัวเราะเอิ้กอ้าก เด็กนักเรียนหญิงบางคนยังฮัมเพลงไปด้วย พวกเขาพูดคุยและหัวเราะอย่างมีความสุขไปตลอดทาง 

แต่อู่เชากลับพูดจ้อไม่หยุด ไม่เพียงจะกินซาลาเปาไส้เนื้อของอู่เหมยจนหมด แต่เขายังอยากกินขนมปังที่เหลือด้วย อู่เหมยโมโหและปิดกระเป๋าเป้อย่างแรง “ถ้านายกินหมด แล้วเดี๋ยวฉันกับพ่อจะกินอะไรล่ะ ไปกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของตัวเองไป” 

“ขี้งก แค่กินซาลาเปาไส้เนื้อนิดๆ หน่อยๆ เอง เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันเลี้ยงซาลาเปาไส้ไข่ปูของร้านเฟิ่งไหลจู แบบนั้นถึงจะเรียกว่าอร่อย!” อู่เชามองดูกระเป๋าเป้ของอู่เหมยอย่างอาลัยอาวรณ์ ไม่รู้ทำไม เวลากินของคนอื่นแล้วมันอร่อยจัง 

อู่เหมยขี้เกียจที่จะสนใจเขา แม้ภูเขาเฟิ่งหวงซานจะไม่สูง แต่เธอก็ปีนจนหายใจหอบแฮ่ก ใบหน้าแดงก่ำ ดูสวยงามเสียยิ่งกว่าดอกท้อที่ผลิบาน เด็กนักเรียนชายหลายคนต่างก็อดหันไปมองไม่ได้ พวกเขาถึงกับตกตะลึงในความสวยของอู่เหมย 

เหมยซูหานก็อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย เขาเห็นอู่เหมยตั้งแต่เช้าแล้ว แล้วเขาก็ค่อยๆ เข้าไปใกล้เธอ เขายิ้มพลางยื่นมือออกไป “เหมยเหมย เหนื่อยแล้วล่ะสิ มาเดี๋ยวฉันจูงเธอ” 

อู่เหมยก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว เธอหายใจหอบเล็กน้อยและพูดปฏิเสธอย่างนุ่มนวล “ขอบคุณค่ะ แต่ฉันเดินเองได้ค่ะ” 

เหมยซูหานแววตาหม่นหมอง จำต้องหดมือกลับไป เขามักจะรู้สึกว่าอู่เหมยทำตัวห่างเหินกับเขามาก ซึ่งทำให้เขาเสียใจมาก ทั้งๆ ที่อู่เหมยควรจะเป็นคนรักที่ใกล้ชิดสนิทสนมกับเขาที่สุดถึงจะถูก! 

“พี่...ซูหาน ฉันคืนเงินห้าเฟินค่ะ” 

อู่เหมยหยิบธนบัตรห้าเฟินยื่นให้ เธอพูดเสียงเบามาก เหมยซูหานลืมเรื่องเงินห้าเฟินนี่ไปตั้งนานแล้ว ช่วงหลายวันมานี้เขามักจะไปเก็บขยะอยู่บ่อยๆ ทำให้การเงินของเขาดีขึ้นมาก เขาก็เลยไม่ได้สนใจเงินห้าเฟินนี่ 

“ไม่ต้องคืนหรอก คิดเสียว่าพี่ชายเลี้ยงแพนเค้กน้องสาวก็แล้วกันนะดีมั้ย?” เหมยซูหานไม่ได้รับเงินมา เขามองอู่เหมยพลางยิ้มแฉ่ง ในดวงตามีความอบอุ่น แล้วยังเจือแววหยอกเย้าด้วย 

ความคิดเห็น