facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

CHAPTER 06 : มาเฟียพ่อลูกอ่อน

ชื่อตอน : CHAPTER 06 : มาเฟียพ่อลูกอ่อน

คำค้น : มาเฟียพ่อลูกอ่อน ดองกี้ Mpreg

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.7k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 05 เม.ย. 2564 22:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 06 : มาเฟียพ่อลูกอ่อน
แบบอักษร

CHAPTER 06 :  

มาเฟียพ่อลูกอ่อน 

 

ความกระหายของคนรักผมยังคงหนักหน่วงและดุดันเหมือนอย่างเคย แม้จะผ่านมาห้าวันแล้วนับจากวันนั้น คุณเวิร์ลก็ไม่ปล่อยให้ผมได้หยุดพักเลยจริง ๆ กลับมาทานข้าวเย็น อาบน้ำ เขาก็เริ่มจู่โจมทันที มันเป็นแบบนี้ทุกวันเลยครับ ห้าวันเลยนะที่ถูกกอดแบบไม่มีหยุดแล้วถ้าเขาดื้อดึง ผมก็จะโดนตอนเช้าอีกด้วย เขาไม่สนอยู่เลยว่าจะเข้างานสายหรือไม่ ก็เป็นประธานนี่ เขาอยากทำอะไรใครจะกล้าต่อว่าล่ะครับ 

“พอก่อน ผมไม่ไหวแล้ว” ห้ามเขาเสียงสั่นแล้วขมวดคิ้วยามของเหลวที่ขุ่นข้นไหลออกมาจากช่องทาง มันไม่สบายตัวเสียเลยแถมผมก็ได้รับมันมาในปริมาณที่มากอยู่ทุกวันแล้ว จะท้องไม่ท้องก็ต้องรอดูอาการอีกทีแต่เขาไม่รับฟังผมเลย ใช่ว่าปุบปับจะท้องได้เลยนะและใช่ว่าอาการมันจะออกในทันทีทันใด แต่พูดไปก็เหนื่อยเปล่าหากเขาแกล้งมึนอย่างนี้ 

“ยังไม่พอ... ฉันอยากกอดนายมากกว่านี้ฟรานซ์” ไม่พูดเปล่าแต่ยังขยำก้นผมเต็มสองมือ ไม่รู้ว่าคิดไปเองไหมแต่โดนขยำก้นทุกวันมันพาลให้รู้สึกว่าก้นผมอวบขึ้นและอีกไม่นานก็คงเหลวจนนิ่ม น่าอายชะมัดเลย พอผมเงียบไม่พูดอะไรต่อ น้ำหนักของฝ่ามือที่ขยำก้นก็เปลี่ยนเป็นรุนแรงขึ้นจนต้องส่งเสียงออกไป เจ็บเหมือนโดนหยิกแต่พอถูกตี ผมก็ดันส่งเสียงแปลก ๆ ออกไปจนได้ เขานี่รู้จักร่างกายผมดีจริง ๆ เลยนะว่าต้องใช้สัมผัสแบบไหนผมถึงจะตอบสนอง 

ผมกอดคุณเวิร์ลแน่นยามส่วนแข็งขืนชำแรกเข้ามาในช่องทาง ท่วงทำนองที่หนักหน่วงเริ่มขึ้นอีกครั้ง การขยับเข้าที่สุดจะลึกจนเสียววูบทั่วท้องน้อย การขยับออกที่แทบหลุดจนทำให้วูบโหวงอย่างไม่ชอบใจ แม้ผมจะปฏิเสธแต่ร่างกายผมน่ะโหยหาสัมผัสของเขาตลอดเวลา ผมกอดเขา เรียกร้องหาเขา ตอบสนองต่อเขาอย่างไม่รู้ตัว คุณเวิร์ลคอยพร่ำบอกว่ารัก คอยพร่ำถามว่ารู้สึกดีไหม และเมื่อไหร่ที่ใกล้จะถึงปลายทางผมก็ถูกพลิกให้ขึ้นมาอยู่ด้านบน เม้มริมฝีปากด้วยความอาย สองมือวางลงบนหน้าท้องแกร่งแล้วขยับยกสะโพกขึ้นลงควบส่วนแข็งขืนอย่างหนักหน่วง 

ความเขินอายที่เคยมีมันพลันหายไปอย่างเงียบ ๆ ลมหายใจที่หอบหนัก อุณหภูมิของร่างกายที่ร้อนขึ้น เนื้อสัมผัสที่แนบแน่นทั้งข้างนอกและข้างใน ยามสายตาสอดประสานกันและกัน ร่างกายก็ยิ่งต้องการจนปล่อยให้มันขยับไปตามใจ เสียงครางน่าอายที่ออกจากปากดูเหมือนจะถูกใจเขาเหลือเกิน ฝ่ามือหนาที่ทาบลงบนแก้มแผ่วเบาขยับลูบไล้อย่างอ่อนโยน ความอ่อนโยนนั้นทำผมเผลอไผลหลับตาลงแล้วเอียงแก้มเข้าหาฝ่ามือหนา ปลายนิ้วโป้งปาดตามริมฝีปากผมอย่างหยอกล้อแต่ก็ค่อย ๆ สะกิดเขี่ยปากผม กว่าจะรู้ตัว นิ้วโป้งนั้นก็เข้ามาในปากให้ผมได้ทำเรื่องน่าอายจนได้ ไม่ดีเลยนะ... ทั้งที่อายแต่ก็รู้สึกดี ทั้งที่เขินแต่ก็ทำตามที่ใจและร่างกายตอนการ 

และเมื่อเดินทางถึงจุดหมาย เสียงครางที่ทุ้มต่ำของคนด้านล่างก็วิ่งแล่นเข้ามาเขย่าหัวใจพร้อมกับสัมผัสที่อุ่นวาบไหลเข้ามา ผมหอบหนัก ค่อย ๆ ลืมตามองคุณเวิร์ลและไม่ต้องพูดอะไรให้มากความ เรียวลิ้นของพวกเราก็ต่างพุ่งเข้าหากันและกัน ริมฝีปากบดแนบจนแทบหลอมละลายเข้าด้วยกัน ให้ตายสิ มันจะดีเกินไปหรือเปล่านะเรื่องแบบนี้น่ะ มันดีจนผมไม่อยากให้จบเลย 

 

จบศึกบนเตียงผมก็นอนเหมือนตาย ช่วงล่างแทบไร้ความรู้สึกโดยเฉพาะก้นผม มันชาหนึบเลยล่ะครับและเสียดปากทางทุกครั้งที่ขยับตัวเลย คุณเวิร์ลก็ทำหน้าที่สามีที่ดี เขาบิดน้ำออกจากผ้าแล้วเช็ดทำความสะอาดก้นให้ผม ถึงมันจะน่าอายแต่มันไม่สบายตัวจนทนไม่ไหวเลยล่ะ ผมเลยเผลอหัวเสียไปนิดหน่อย ไม่ได้ทำอะไรคุณเวิร์ลนะครับ ก็แค่มองหน้าแต่ไม่พูดอะไร หลายนาทีอยู่แหละ 

“อยากอาบน้ำ พาผมไปอาบน้ำที” 

“ได้ครับ” เสียงอ่อนเสียงหวานแล้วอุ้มผมขึ้นก่อนพาไปอาบน้ำ จริง ๆ เข้าห้องน้ำมาก็เกือบจะโดนอีกแค่คราวนี้ผมไม่ไหวจริง ๆ คุณเวิร์ลเขาเหมือนสัตว์ป่าเลยครับ ต่อให้ไม่มีอะไรปลดปล่อยแต่ถ้ายังมีอารมณ์จนตรงนั้นตื่น เขากฌพร้อมกระโจนเข้าใส่ผมทุกเมื่อ บางทีผมก็คิดนะว่าผมคิดถูกหรือเปล่าที่ตัดสินใจไปในวันนั้น 

“หักโหมงานอีกแล้วสินะครับ” ลูบคางเขาแล้วถอนหายใจ คุณเวิร์ลเป็นคนที่หนวดขึ้นง่ายมาก ผมโกนหนวดให้ไปเมื่อห้าวันที่แล้ว วันนี้ที่ทำกันก็สัมผัสได้ว่าโดนหนวดทิ่ม เอ่อ แต่มันก็ไม่ได้รู้สึกแย่ถ้าอยู่ในอารมณ์นั้น มันดีมาก ๆ เลยล่ะครับ ทว่าตอนปกติเวลาโดนแก้มมันก็จิ๊ด ๆ นะ... รำคาญนิดนึงอะ 

“ฝากจัดการทีสิ” 

“ก็ทำทุกครั้งที่ครับ” ผมยิ้มน้อย ๆ แล้วลงมือโกนหนวดให้เขา ผมไม่ได้ยืนด้วยตัวเองหรอกนะแต่ยืนบนเท้าของคุณเวิร์ล เอวถูกรวบด้วยสองแขน อะไร ๆ ของเรามันก็แนบชิดกันไปหมด ผมรับรู้ได้ว่าเขามีอารมณ์แต่ผมไม่ไหวจริง ๆ เลยทำเนียนไม่รู้เรื่องไป “จริงสิ อาทิตย์หน้าผมเริ่มงานแล้วนะ เพราะงั้นหลังจากนี้เพลา ๆ เรื่องนั้นกันนะครับ อ้อ แล้วเรื่องคิสมาร์กก็ห้ามทำที่คอเด็ดขาด” รอบก่อนผมอายจนแทบมุดแผ่นดินหนี แม้จะใส่คอเต่าปกปิดแล้วแต่คนตาดีก็ย่อมเห็นว่ามันมีบางรอยที่อยู่เหนือคอเสื้อขึ้นมาแถบแนวกราม กกหู ถึงพวกพี่เขาจะไม่ล้อแต่สายตาที่เขินอายเวลาผมมอง ผมก็รู้ได้ทันทีเลยล่ะ 

“ไม่ล้มเลิกเรื่องงานสินะ” 

“อือ ผมจะทำเรื่อย ๆ แล้วถ้าท้องขึ้นมา ผมจะหยุดทำในเดือนที่สามของระยะการตั้งครรภ์ครับ หากท้องโตไปทำงานมันคงแปลก ๆ แน่เลย” ผมยังยืนยันที่จะหาเงินด้วยตัวเองเหมือนเดิม ผมเรียนจบมาแต่ยังใช้ปริญญาไม่คุ้มเลย แล้วงานที่ทำก็เป็นงานในร้านอาหารที่ค่อนข้างหรูเล็กน้อย ตอนเอาปริญญาไม่สมัครก็ถูกมองแปลก ๆ เหมือนกันครับเพราะผมทำในตำแหน่งพนักงานเสิร์ฟ จุดประสงค์ของผมคืออยากพัฒนาทักษะการเข้าสังคมของตัวเองน่ะ พนักงานเสิร์ฟดูเข้าถึงลูกค้าที่มากหน้าหลากตา และร้านที่ทำก็ไม่ได้ไกลจากสายตาคุณเวิร์ล เขาเลยส่งคนของเขาเข้ามาเป็นพนักงานเสิร์ฟกับผมด้วยเลย ตอนแรกก็ปฏิเสธนะแต่เห็นสีหน้าที่เป็นห่วงผมแบบนั้น ผมเลยตกลงให้พี่นายไปทำงานกับผม 

“รีบอาบน้ำกันเถอะครับ หิวข้าวแล้ว” ผมบอกคุณเวิร์ลหลังจากจัดการหนวดให้เรียบร้อย เราเริ่มอาบน้ำอย่างจริงจังสักทีแต่ผมต้องทำความสะอาดช่องทางด้วย บอกตามตรงว่าที่เขาทิ้งไว้มันเยอะมาก ๆ ต้องสอดนิ้วเข้าไปแล้วควานมันออกมา เจ็บก้นก็เจ็บ เสียดก้นก็เสียด ต้องอดทนจนล้างสะอาดแล้วนั่นแหละถึงได้อาบน้ำสักที หลายวันมานี้ผมแทบลืมวิธีการเดินไปแล้วครับ พูดจริง ๆ นะ ก็ทำกันหนักขนาดนี้ ส่วนมากคุณเวิร์ลก็อุ้มผมตลอดเลย 

“ผมไม่เอาเสื้อยืดหรือเสื้อเชิ้ตครับ ขอเสื้อคอเต่าเหมือนเดิม” ขั้นตอนการแต่งตัวก็เกือบ ๆ จะตีกันทุกวันเหมือนเคยครับ เขาอยากให้ผมโชว์รอยคิสมาร์กแต่ผมไม่อยากโชว์ ลูกน้องเขาทุกคนก็รู้แล้วไหมว่าเราเป็นอะไรกัน ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นเลยเถอะ 

“กางเกงขายาวครับ อ๊ะ เดี๋ยวผมหยิบเอง!” ที่ว่าหยิบเองคือชั้นในที่ต้องใส่ แต่คุณเวิร์ลก็หยิบมาให้ผมแล้ว ผมใส่มันไปบ่นคุณเวิร์ลไป พอแต่งตัวเสร็จเราก็พากันออกจากห้อง เย็นนี้เราจะดินเนอร์กันข้างนอกกันครับ คุณเขาจองภัตตาคารประจำของเราไว้แล้ว “ไม่เอากลิ่นนั้นครับ มันฉุนไป เอากลิ่นนี้ดีกว่า” น้ำหอมที่คุณเวิร์ลกำลังจะฉีดมันมีกลิ่นที่ค่อนข้างฉุนมาก ผมไม่ชอบมันเลยแต่เขากลับชอบ ผมฉกน้ำหอมขวดนั้นจากเขาวางลงแล้วหยิบขวดที่ผมเลือกให้เป็นของขวัญของปีที่แล้ว น้ำหอมขวดนี้มีกลิ่นที่ชวนให้รู้สึกอบอุ่นและแฝงเสน่ห์ที่เซ็กซี่ของคนคนนั้นเอาไว้ ผมฉีดลงบนอุ้งมือแล้วแตะ ๆ ที่บริเวณลำคอของเขา ฉีดตามตัวเล็กน้อยก่อนยื่นหน้าเข้าไปดม 

“อือ หอมมากเลยครับ” ยิ่งดมก็ยิ่งเหมาะกับเขา ผมวางขวดน้ำหอมลงแล้วจับมือคุณเวิร์ลก่อนพากันออกจากห้อง ผมเดินลำบากนะแต่ก็ไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไรมาก พอเรามาถึงรถแล้วผมก็ต้องแปลกใจที่เห็นเหล่าการ์ดมากมายยืนรายล้อม ก็อยากถามอยู่ว่ามีเหตุผลพิเศษอะไรหรือเปล่าแต่ก็นะ ปล่อยให้เขาทำตามใจแล้วกัน 

 

โรงพยาบาล Z 

“คุณหมอคะ คนคนนั้นตามจีบคุณหมอใช่หรือเปล่าคะ? ฉันเห็นมาที่นี่ทุกวันเลย” หมอกาวินปรายตามอง คนคนนั้น ที่พยาบาลสาวพูดถึงก่อนถอนหายใจ 

“ไม่รู้สิครับ แต่อย่าไปสนใจคนน่ารำคาญแบบนั้นเลย” บอกแบบขอไปทีแล้วกินกาแฟในแก้วกระดาษให้หมดก่อนขยำแก้วทิ้งลงในถังขยะ พอหมอกาวินเริ่มก้าวเดินเพื่อกลับไปที่ห้อง การ์ปก็ลุกพรวดเดินเข้าประชิดหลังแถมยังทำหน้าทำตาไม่รู้ร้อนรู้หนาว ตั้งแต่วันแรกที่ได้เห็นหน้าจนกระทั่งวันนี้ ไม่เคยเลยสักครั้งที่หมอกาวินจะเดินคนเดียว ไม่ว่าจะเดินไปไหนก็มักมีเงาติดตามและแผ่รังสีใส่คนทุกคนที่อาจมองหมอด้วยสายตาที่มากกว่าหมอกับคนไข้ ไม่ว่าจะชายจะหญิงก็โดนกันถ้วนหน้า 

“เมื่อไหร่คุณจะเลิกตามติดผมสักทีครับ? ผมทำงานได้ไม่เต็มที่ก็เพราะคุณนะ” เข้ามาในห้องของหมอกาวินแล้ว หมอก็ไม่รีรอที่จะถามคำถามซ้ำ ๆ ออกไปแม้จะรู้ว่าคำตอบที่ได้ก็คือคำตอบเดิม ๆ 

“เมื่อหมอยอมหยุดหนึ่งวันแล้วออกเดตกับฉัน” การ์ปยิ้มและเป็นรอยยิ้มที่หมอกาวินเห็นแล้วคันไม้คันมืออยากยกชาร์ตฟาดอีกสักครั้ง 

“เรื่องเล็ก ๆ แค่นี้ถึงกับเป็นผีตามติดกันเลยเหรอครับ? แล้วมาเฟียอย่างคุณไม่มีการมีงานทำหรือไง?” 

“อืม จริง ๆ ก็มีแต่งานของฉันมันก็แค่รวบรวมข้อมูล เปิดคอม ละเลงนิ้วบนคีย์บอร์ด ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก” 

“รู้จักความหมายของประโยคง่ายกว่าปอกกล้วยเข้าปากด้วยเหรอ?” หมอกาวินดูทึ่งกับฝรั่งตาน้ำข้าวที่พูดไทย รู้จักคำไทย มันก็น่าว้าวอยู่หรอกแต่ติดตรงนิสัยที่เสียไปหน่อย 

“ฮ่ะ ๆ ก็นะ” นึกถึงตอนได้คนรักของบอสใหญ่สอนภาษาไทยแล้ว ถ้าไม่รู้อะไรเลยก็คงโดนลงโทษนรกที่แม้แต่บอสกับรองบอสคนปัจจุบันยังขยาด หมอกาวินมองหน้าการ์ปก่อนถอนหายใจแล้วหยิบปฏิทินตั้งโต๊ะมาดูกำหนดการต่าง ๆ ที่เขียนไว้ 

“พรุ่งนี้เป็นไงครับ? ผมไปเดตตามที่คุณต้องการได้แต่คุณต้องสัญญาว่าหลังจากจบวัน คุณจะเลิกมาที่นี่และเลิกตามติดผมอย่างเด็ดขาด” หมอกาวินยื่นคำขาดแล้วรอคำตอบจากการ์ปที่นั่งมองหน้าตนเอง 

“ตกลง” การ์ปพยักหน้ายอมรับเงื่อนไขนั้น หมอกาวินมองหน้าดูเชิงแต่ก็จับผิดอะไรไม่ได้เลยได้แต่ถอนหายใจแล้วทำเรื่องเปลี่ยนวันหยุด ตามจริงอีกสองวันเขาถึงจะได้หยุดแต่อยากยุติเรื่องบ้า ๆ นี่ให้เร็วที่สุดจึงยอมเปลี่ยนวันหยุดดีกว่าอดทนต่อไปอีกสองวัน 

“ผมไปทำงานแล้ว ส่วนคุณจะอยู่หรือไปก็ตามใจ” หมอกาวินลุกขึ้นยืนพร้อมกับชาร์ตคนไข้แล้วเดินออกจากห้องไป การ์ปมองประตูที่ปิดลงแล้วลอบยิ้มขึ้นมา เขามาที่นี่ทุกวัน เข้ามาที่ห้องนี้ตลอด ได้โอกาสอยู่คนเดียวบ่อยครั้ง คิดเหรอว่าเขาจะไม่ทำอะไรเลย? บนโต๊ะทำงานหากมองผ่าน ๆ ก็คงไม่เห็นหรือเอะใจอะไร แต่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่ามีของตกแต่งเพิ่มเข้ามา มันเป็นกล้องขนาดเล็กที่การ์ปให้รุ่นน้องในองค์กรทำมาให้ ต่อให้เขาไม่มาเขาก็ยังเห็นหมอกาวินอยู่ดี 

“พรุ่งนี้เหรอ สงสัยต้องเตรียมตัวหน่อยแล้ว” การ์ปเขียนโน้ตทิ้งไว้ให้หมอกาวินแล้วกลับคอนโดเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้ 

หมอกาวินกลับมาที่ห้องอีกครั้งหลังตรวจผู้ป่วยในความดูแลและเคสอื่น ๆ เสร็จเรียบร้อย พอเข้าห้องมาแล้วไม่พบการ์ปอยู่ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แต่สายตาก็ดันสบเข้ากับกระดาษโน้ตที่วางอยู่ หมอกาวินหยิบอ่านก่อนขยำมันทิ้ง 

‘พรุ่งนี้แต่งตัวน่ารัก ๆ แล้วฉันจะไปรับที่บ้าน’ 

แต่งตัวน่ารักเหรอ? ประสาทกินหรือไง! แล้วที่บอกว่าจะมารับที่บ้านนี่หมายความว่ายังไง? รู้จักบ้านของเขาแล้วงั้นเหรอ? หมอกาวินถอนหายใจแล้วถอนหายใจก่อนเรียกสติให้กลับมาแล้วเริ่มทำงานแบบไม่มีพัก 

 

ภัตตาคารอาหารเครือเทเลอร์ 

ผมได้พบกับเซอร์ไพรส์แบบไม่ทันตั้งตัวและไม่รู้ล่วงหน้ามาก่อน บุคคลตรงกันข้ามผมกับคุณเวิร์ลคือคุณพ่อกับคุณแม่ของคุณเวิร์ล พวกท่านบินตรงจากอเมริกามาเพื่อพบกับผมโดยเฉพาะ คุณเวิร์ลบอกว่าท่านมาถึงตั้งแต่สองวันก่อนแต่ตัวเขายังไม่ให้เจอกับผม ก็แน่ล่ะ ตัวเองเล่นผมหนักจนแทบไม่ได้ออกจากห้องเช่นกันเลยนี่ และเพราะคุณพ่อกับคุณแม่มาที่นี่ การ์ดมากมายถึงออกมาทำงานกันอย่างถ้วนหน้า เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับผู้เป็นนาย 

“ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้ฟรานซ์ พวกเราไม่ใจร้ายกับหนูหรอกนะ” คุณแม่กล่าวพร้อมรอยยิ้มแล้วตักอาหารลงบนจานผม 

“ขอบคุณครับ” ผมยิ้มให้ท่านแล้วเหลือบมองคุณเวิร์ลที่เท้าคางมองผมยิ้ม ๆ รอยยิ้มนี้เหมือนรอยยิ้มของคุณแม่ไม่มีผิด คุณแม่ของเขาเป็นคนไทยแท้แถมสวยมาก ๆ อายุก็น่าจะเข้าเลขห้าแล้วแต่ท่านยังดูสง่าอยู่เลยครับ สวยจนไม่อยากเชื่อว่ามีลูกสองคนแล้ว ส่วนคุณพ่อเป็นคนอเมริกาแท้ ๆ เลย ท่านพอพูดไทยได้นิดหน่อยจากการสอนของคุณแม่ ตัวคุณพ่อค่อนข้างสูงใหญ่แต่ท่านกลับแข็งแรงมาก ๆ ดูสมาร์ท ทรงพลัง แค่นั่งเงียบ ๆ ยังดูมีอำนาจมาก เค้าโครงใบหน้าเหมือนกับคุณเวิร์ลแต่ต่างกันตรงที่คุณพ่อไว้หนวดกับเครา เพราะหนวดกับเครานั่นแหละที่ผมเห็นครั้งแรกแล้วแทบทรุด น่ากลัวจนขาสั่นเลย 

“เวิร์ลไม่ได้บอกน้องก่อนเหรอว่าแม่กับพ่ออยากเจอน่ะ?” คุณแม่ถามลูกชายที่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ผมล่ะอยากตะบันหน้าเขาจริง ๆ ! 

“เปล่า ผมอยากเซอร์ไพรส์น่ะ” ผมหันมองเขาตาขวางแล้วแอบเตะขาใต้โต๊ะ คุณเวิร์ลเพียงแค่ยิ้มรับแล้วยังขยับเข้าหามาหอมแก้มผมอีก ต่อหน้าต่อตาพวกท่านเลยนะ! “แล้วแม่คิดว่ายังไง? เมียผมน่ารักใช่ไหม?” ผมวางช้อนในมือแล้วยกมือปิดหน้ากับคำว่าเมียที่ออกมาเต็มปาก อย่างน้อยก็ช่วยใช้คำว่าแฟนทีเถอะ แล้วไอ้ท่าทีอวดเหมือนเด็กนี่คืออะไร 

“น่ารักสิ ดูสวยด้วยนะหากมองดี ๆ แต่ทำไมต้องมาเจอคนอย่างเวิร์ลด้วยนะ” 

“คนอย่างผมไม่ดีตรงไหน? ว่าแต่แม่กับพ่ออ่านที่ส่งไปทางเมลหรือยัง?” หือ ส่งอะไรไปทางเมล? คงไม่ใช่เรื่องของผมหรอกใช่ไหม... 

“อืม ตกใจเลยล่ะที่หนูฟรานซ์พิเศษขนาดนี้ ตื่นเต้นจนอยากเห็นหน้าหลานไว ๆ แล้วสิ” สายตาของคุณแม่ดูเป็นประกายยามมองมาที่ผม ส่วนคุณพ่อเพียงแค่พยักหน้าให้ผม อ่า นี่คุณเวิร์ลบอกพวกท่านแล้วสินะว่าผมสามารถตั้งครรภ์ได้น่ะ  

“ทำไมคุณเวิร์ลชอบทำอะไรที่ไม่ปรึกษาผมเลย ยิ่งเป็นเรื่องของผม คุณยิ่งต้องปรึกษาสิครับ ผมไม่เกี่ยงนะถ้าจะบอกคุณพ่อกับคุณแม่ แต่อย่างน้อยก็มาบอกผมก่อน ผมจะได้เตรียมใจไว้บ้าง” กว่าผมจะทำใจได้ว่าตัวเองแปลกและแตกต่างจากผู้ชายด้วยกันนั้นมันก็ใช้เวลา แล้วยิ่งมาบอกพ่อแม่ของคนที่ผมรัก ไม่คิดบ้างเหรอว่าพวกเขาจะมองว่าผมเป็นตัวประหลาด? นี่มันเป็นโชคดีของผมหรอกครับที่เจอพ่อกับแม่แฟนใจดีและเปิดรับน่ะ 

“ฉันขอโทษนะ ฉันคิดน้อยไปเอง” น้ำเสียงที่รู้สึกผิดของเขาทำผมใจอ่อนอีกจนได้ ผมเม้มปากก่อนพยักหน้าแล้วจับชายเสื้อเขาแน่น 

“ถ้าครั้งหน้ามีเรื่องแบบนี้อีก ผมจะไม่ยกโทษให้แล้วนะ” 

“รับทราบครับที่รัก” คุณเวิร์ลหอมหน้าผากผมแล้วลงมาหอมที่แก้มต่อ และผมจะถูกจูบหากไม่ได้เสียงของคุณแม่ห้ามไว้ก่อน ผมซบหน้ากับอกกว้างด้วยความเขินอายทันที ลืมไปเลยว่าเราไม่ได้อยู่กันแค่สองคน 

“ไม่ต้องคิดมากหรอกนะฟรานซ์ แม่กับพ่อน่ะยอมรับได้ ตอนแรกก็ตกใจมากและไม่เชื่อเท่าไหร่แต่ผลตรวจยืนยันที่ได้รับมาทางเมล มันยืนยันได้ดีเชียวล่ะว่าเรื่องที่ฟรานซ์ท้องได้นั้นเป็นเรื่องจริง พวกเราเลยคาดหวังว่าว่าที่บอสเทเลอร์คนต่อไปจะเป็นยังไง” รอยยิ้มของคุณแม่อ่อนโยนมาก ๆ เลยครับ ผมเลยคลายความกังวลลงแล้วหวังว่าตัวผมจะให้กำเนิดเด็กสุขภาพดีและเพียบพร้อมพอสำหรับเทเลอร์ 

มื้อเย็นที่ร่วมทานกับคุณพ่อและคุณแม่ของคุณเวิร์ลดำเนินไปอย่างเรียบง่ายและจบลงอย่างเรียบง่ายเหมือนกัน ท่านทั้งสองจะเดินทางกลับคืนนี้เลย ที่มาไทยก็เพราะอยากเจอผมเท่านั้นและตอนนี้ท่านได้เห็นหน้าผมและได้ทำความรู้จักกันไปแล้ว ท่านเลยไม่มีเหตุผลให้อยู่ที่นี่ต่อ เราเดินทางไปส่งท่านที่สนามบินแล้วกล่าวลากันก่อนพากันกลับบ้าน และตลอดเส้นทางที่กลับบ้าน คุณเวิร์ลเอาแต่คลอเคลียจนผมเกรงใจคนอื่น ๆ ที่นั่งรถคันเดียวกัน เอริกที่นั่งด้านหน้าก็เอาแต่หลบสายตาผมที่ขอความช่วยเหลือ อีกคนที่ทำหน้าที่ขับรถก็ผิวปากทำเมินกัน ให้ตายสิ ทั้งเจ้านายทั้งลูกน้องนี่มันน่าทุบสักที! 

“เอ่อ บอสครับ มีการติดต่อจากการ์ปเข้ามาว่าพรุ่งนี้ขอลางานหนึ่งวันครับ” เอริกรายงานให้คุณเวิร์ลทราบเมื่อมีสายติดต่อเข้ามา ผมถอนหายใจอย่างโล่งอกที่เขายอมผละออกจากผมสักที 

“ทำไมมันจะลาหยุด? ปกติทุกวันนี้มันก็เอาแต่ตามก้นหมอไม่ใช่เหรอไง งานไม่ทำยังจะกล้ามาขอลาหยุด” คุณเวิร์ลถามเอริกอย่างหัวเสีย เขาคงหงุดหงิดที่การ์ปไม่ติดต่อมาหรือรับสายจากเขา เอาแต่เทียวตามหมอกาวินทุกวัน ๆ แต่เห็นหัวเสียแบบนี้เขาก็ไม่มีทางไล่ออกเด็ดขาด 

“แล้วจะให้ผมบอกมันมันว่ายังไงดีครับ” 

“ให้มันลาไป” ปากบ่นแต่ก็ยอมให้ลา ใจดีกว่าที่คิดนะเนี่ย 

พอกลับมาถึงบ้านแล้วผมก็ถูกคุณเวิร์ลอุ้มออกจากรถแล้วตรงขึ้นห้องทันที ผมรู้นะว่าเขาคิดอะไรแต่ก็ห้ามไม่ได้อยู่ดี ผมเลยต้องอาบน้ำและเตรียมพร้อมอีกครั้งก่อนถูกเขาจัดการจนน่วม ก่อนออกบ้านไปทานข้าวก็เหนื่อยแล้ว กลับมายังเหนื่อยอีก ผมก็ขอร้องพระเจ้าตอนนี้เลยแล้วกันว่าส่งลูกที่น่ารักมาให้ผมสักที ผมจะได้หลุดจากอ้อมกอดที่อาบไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้านี้สักที! 

“คิดไว้หรือยังว่าอยากตั้งชื่อลูกว่าอะไร?” คุณเวิร์ลถามคำถามนี้อีกครั้งและคำตอบของผมก็ยังเหมือนเดิม 

“ยังครับ ไว้รอให้มาก่อนแล้วค่อยคิดเอาตอนนั้นก็ได้” แต่ชื่อที่อยากตั้งให้ลูกก็อยากให้อักษรชื่อของผมกับคุณเวิร์ลอยู่ในนั้นด้วย ไว้ค่อยคิดทีหลังแล้วกัน “คุณเวิร์ลครับ ทำไมคุณพ่อกับคุณแม่ของคุณถึงยอมรับเรื่องนี้ง่ายจัง แม้ผมจะดีใจและคลายกังวลไปบ้าง แต่มันก็น่าแปลกอยู่ดี...” เรื่องของผมมันประหลาดเกินไป ประหลาดจนไม่น่ายอมรับได้ง่าย ๆ ผมอยากถามพ่อกับแม่ของตัวเองว่าตอนที่รู้ พวกท่านยอมรับได้ยังไงหรือทำใจยอมรับนานไหม หรือไม่...ก็แสร้งทำเป็นว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นเลย ไม่สิ แม่อาจจะยอมรับได้ง่ายก็เป็นได้ อ๊า! นี่ผมคิดมากไปหรือเปล่านะ ทั้งที่มาถึงขนาดนี้แล้วแท้ ๆ 

“อย่าคิดอะไรให้มาก สำหรับฉันนับว่าเป็นเรื่องที่ดีเลย ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอย่างที่นายคิด” อ้อมกอดกับจูบที่ศีรษะของเขาช่วยให้ผมผ่อนคลายขึ้นเยอะ 

“ขอบคุณครับ แล้วก็ขอโทษด้วยที่ผมคิดมากอีกแล้ว” 

“ไม่เป็นอะไรน่า เชื่อเถอะว่ามันจะเป็นของขวัญให้นายเหมือนกัน” ผมพยักหน้ากับอกกว้างแล้วหลับตาลง ผมจะไม่คิดเรื่องที่มันติดลบอีกแล้ว จากนี้ไปคิดแค่เรื่องดี ๆ ดีกว่า แล้วก็อีกไม่กี่วันผมจะได้ทำงานตามที่ตั้งใจไว้แล้วครับ แต่เดี๋ยวต้องไปย้ำกับพี่นายด้วยว่าให้เตรียมพร้อม ส่วนเรื่องปืนนี่ต้องขอห้ามเด็ดขาด เอ่อ ส่วนจะห้ามได้หรือไม่ได้ต้องลองดูสักตั้งน่ะครับ ด้วยความที่พี่นายได้รับมอบหมายให้ดูแลผมระหว่างที่ทำงาน เขาต้องแบกรับภาระหน้าที่หนักหน่วงเลย ตัวผมน่ะไม่อะไรหรอกแต่คุณเวิร์ลนี่สิ... คงไม่ปล่อยไปง่าย ๆ แน่นอน 

 

วันนี้คุณเวิร์ลไปทำงานแต่เช้า ผมไม่รู้ว่าเขาออกไปตอนไหน ตื่นมาก็ไม่เห็นเขาแล้วครับแล้วพอลองสัมผัสตรงที่เขานอน มันเย็นมากเลย ผมเลยรู้ว่าเขาไปนานแล้ว หากเขาเพิ่งออกไปก่อนผมจะตื่นไม่นาน ตรงที่เขานอนก็จะยังอุ่นอยู่บ้าง ผมเลยลุกไปอาบน้ำแล้วลงมาทานข้าวเช้าที่ครัวแทนที่จะไปห้องอาหาร ห้องอาหารมันกว้างและใหญ่เกินไปครับ ถ้าไปนั่งกินคนเดียวคงรู้สึกแปลก ๆ 

“คุณเวิร์ลออกไปตอนไหนเหรอครับป้า?” ผมถามแม่บ้านคนสนิทที่เดินเช้ามาได้จังหวะพอดี 

“ตั้งแต่เช้ามืดแล้วค่ะ แต่สีหน้าไม่สู้ดีนัก” 

“อ๋อ ขอบคุณครับป้า” ผมยิ้มให้เธอแล้วกินข้าวไปเงียบ ๆ เขามีปัญหาอะไรนะถึงออกไปตั้งแต่เช้ามืด ผมถอนหายใจแล้วกินข้าวให้อิ่ม จากนั้นก็ออกมาเดินเล่นที่สนามหน้าบ้านพร้อมกับความแปลกใจรอบสอง การ์ดดูแลมีเยอะผิดปกติ เหมือนกับตอนที่คุณพ่อคุณแม่พี่เวิร์ลมาเลย ผมลังเลว่าจะเข้าไปถามดีไหม แต่สุดท้ายก็เลือกนั่งห้อยขาลงสระเล่นน้ำไปแทน เล่นน้ำตอนเช้า บ้าไปแล้ว เย็นขาจนน้ำตาจะไหลแต่ไม่กล้ายกขาขึ้น มันจะดูเสียเซลฟ์ไปหน่อย... 

“อ๊ะ พี่นายครับ! มาหาผมหน่อยสิ” นั่งเล่นไปสักพักก็เห็นพี่นายกำลังเดินมาพอดี ผมเลยเรียกเขาให้มาหากะว่าจะคุยเรื่องงาน พี่นายเปลี่ยนเส้นทางมาหาผมที่สระก่อนนั่งคุกเข่าลงให้อยู่ในระดับเดียวกับผม แต่ดูจากสีหน้า เหมือนมีเรื่องไม่สบายใจเลยแฮะ “มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ? ดูสีหน้าไม่ดีเลย” ผมถามเขาแล้วยกขาขึ้นจากสระรับผ้าที่พี่นายส่งมาให้ ผมขอบคุณเขาก่อนเช็ดขาให้แห้ง 

“พอดีมีเรื่องเกิดขึ้นนิดหน่อยน่ะครับ ยังไงขอให้มาดามเข้าไปอยู่ในบ้านจะดีที่สุดนะครับ” 

“เลิกเรียกผมแบบนั้นเลยนะเพราะเดี๋ยวเราต้องไปทำงานแล้ว ช่วยเรียกผมว่าฟรานซ์แล้วแทนตัวเองว่าพี่ด้วยนะครับ” ผมพูดเสียงแข็งแล้วจ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง ต่อไปนี้ผมตั้งใจแล้วว่าจะเรียกพวกเขาว่าพี่หมดทุกคน เพราะผมอายุน้อยที่สุดในบ้านหลังนี้เลยก็ว่าได้ การ์ดแต่ละคนอายุยี่สิบห้าปีขึ้นไปทั้งนั้นเลย ส่วนผมที่อายุแค่ยี่สิบสองก็ควรเรียกว่าพี่น่ะถูกแล้ว ตอนนี้ผมรู้สึกอายมากที่เรียกพี่เอริกว่าเอริกเฉย ๆ จะบอกว่าเพิ่งรู้สึกตัวก็เป็นได้ครับ ไม่แก้ตัวเลย 

“แต่ว่าบอส...” พี่นายแย้งและสีหน้าเขาดูลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด 

“เชื่อผมสิครับ ส่วนเรื่องคุณเวิร์ลน่ะเดี๋ยวผมเคลียร์เอง นะครับนะ” ผมขอเขาแล้วทำหน้าให้ดูน่าสงสารที่สุด พี่นายครุ่นคิดหนักมากแต่สุดท้ายก็ยอมพยักหน้า 

“ครับ... ผม เอ่อ พี่จะพยายาม” 

“ดีมากครับ! ว่าแต่บอกผมได้ไหมอะว่ามีเรื่องอะไร?” 

“ขอโทษนะครับ บอสสั่งห้ามไม่ให้บอกเรื่องที่เกิดขึ้น ยังไงก็ตามตอนนี้เข้าไปอยู่ข้างในบ้านจะปลอดภัยที่สุด” ผมขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจเท่าไหร่แต่ก็ยอมลุกแล้วเดินเข้าบ้าน เพราะมีเรื่องเกิดขึ้นสินะ การ์ดรอบบ้านถึงเพิ่มขึ้นมากขนาดนี้แล้วก็สิ่งที่คุณเวิร์ลกำชับกับพวกพี่นายไว้ ก็เพราะเป็นห่วงก็เป็นได้ครับ คงไม่อยากให้ผมรู้เรื่องขององค์กรเท่าไหร่แต่ผมก็หวังว่าจะไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรนะ 

คงคิดใช่ไหมครับว่าเป็นแฟนกับมาเฟียแต่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยหรือไง ผมไม่รู้อะไรเลยจริง ๆ เพราะตลอดเวลาที่คบกันมันดูปกติมากจนผมคิดว่าเขาเป็นนักธุรกิจธรรมดาที่มีอำนาจมากก็ได้ แต่เพราะการ์ดจำนวนมากที่ผลัดเปลี่ยนเวรตรวจดูความเรียบร้อยของบ้านและคอยเฝ้าระวังนั่นแหละ ผมถึงเชื่อว่าเขาเป็นมาเฟียจริง ๆ เราคบกันอย่างราบลื่นมากจริง ๆ ครับ ไม่มีเรื่องร้ายแรงอะไรเกิดขึ้นเลย แทบจะพูดได้ว่าเทเลอร์มีศัตรูไหมเถอะ ทว่าพอได้ยินจากปากพี่นายวันนี้ ผมเลยเดาว่าตลอดระยะเวลาที่คบกันมันอาจจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นก็ได้ เพียงแต่เขาจัดการโดยที่ผมไม่รู้อะไรเลย 

ผมมันพวกโลกสวยครับ ไม่ชอบที่คนรักต้องทำเรื่องอันตรายแม้ที่บ่าจะแบกตำแหน่งบอสและภาระหน้าที่ขององค์กรที่สืบทอดต่อกันมา ไม่ชอบที่คนรักต้องทำธุรกิจอันดำมืด อยากให้เป็นมาเฟียในแบบที่ไร้ภัยอันตราย แล้วคุณเวิร์ลก็ยืนยันมาแต่แรกที่คบกันแล้วว่าเขาไม่ได้ทำธุรกิจมืดใด ๆ เลย ผมเชื่อเขาเพราะเขาจริงจังมาก ๆ ได้แต่หวังว่าเขาจะไม่โกหกผม 

 

“พวกแกดูแลกันยังไงถึงได้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น?” เวิร์ลเอ่ยถามเหล่าลูกน้องที่ยืนเรียงก้มหน้าก้มตาหลบเขาเป็นแถว เรื่องของเรื่องคือเขาได้รับรายงานจากเอริกตั้งแต่เช้ามืดว่าบริษัทที่เขาสร้างขึ้นเพื่อปกปิดธุรกิจมืดถูกมือดีเข้ามาขโมยข้อมูล ความไว้ใจของเวิร์ลที่มีต่อพนักงานบริษัทนั้นแทบร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะพวกเขาเหล่านั้นไม่ใช่แค่พนักงานเงินเดือนธรรมดา แต่เป็นคนของเทเลอร์ที่แฝงตัวมาต่างหาก 

“ได้เรื่องหรือยัง?” หันไปถามการ์ปที่นั่งรัวคีย์บอร์ดอยู่ที่โต๊ะทำงาน 

“สักครู่ครับบอส” การ์ปบอกแล้วเร่งมือเจาะระบบเครือข่ายขององค์ต่าง ๆ ที่อยู่ในความดูแลและรวมถึงองค์กรที่เป็นศัตรู ส่วนใหญ่ข้อมูลทั้งหมดจะถูกรักษาความปลอดภัยด้วยระบบป้องกันที่การ์ปสร้างขึ้นมา ไม่ใช่ระบบเด็กน้อยที่จะแฮคเข้าได้ง่าย ๆ การ์ปลองตรวจดูระบบที่กักเก็บข้อมูลแล้วว่าถึงจะโดนโจมตีแต่ก็ไม่มีใครหน้าไหนเจาะเข้ามาได้ แต่ข้อมูลกลับหลุดรั่วออกไป เขาเลยคาดเดาว่าคนที่ขโมยต้องแฝงตัวเข้ามาเป็นพนักงานแน่นอน 

“จากภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิด ผมลองสแกนใบหน้าของมันแล้ว ตรวจได้ว่าเป็นคนของเว่ยหลางครับ” คำตอบของการ์ปทำเวิร์ลหัวเสียอย่างหนัก ดูเหมือนว่าเว่ยหลางอยากทำลายสัญญาพันธมิตรที่พ่อเขาหยิบยื่นให้เหลือเกิน ทั้งที่เป็นรองแต่ไม่สำเนียกตัวเองเลยสักนิด 

“ติดต่อเว่ยหลางแล้วบอกมันว่าฉันจะบินไปจีนภายในวันนี้” 

“ครับบอส!” ทั้งหมดรับคำแล้วค้อมศีรษะให้ผู้เป็นนาย เวิร์ลเดินออกมาข้างนอกแล้วนำบุหรี่ขึ้นมาสูบ ทั้งที่อยากจะเลิกสูบแล้วแท้ ๆ แต่กลับมีมารมาผจญให้เขาต้องพึ่งพามันจนได้ แต่ก่อนอื่นเลยต้องติดต่อไปที่บ้านเพื่อบอกกับคนรักให้เตรียมตัวบินไปจีน ถึงมันจะกะทันหันไปหน่อยแต่ก็หวังว่าฟรานซ์จะเข้าใจ 

 

อยู่ ๆ ผมก็ได้รับการติดต่อจากพี่เอริกว่าให้เตรียมพร้อมสำหรับการบินไปจีนวันนี้ มันกะทันหันจนผมตั้งตัวไม่ทันแต่พอถามเกี่ยวกับพาสสปอร์ตและเอกสารเดินทางอื่น ๆ ก็ได้รับคำตอบมาว่าไม่ต้องเป็นห่วง คุณเวิร์ลจะจัดการให้ผมเองและเราจะขึ้นเครื่องส่วนตัวไป บอกตามตรงว่าผมทำอะไรไม่ถูกเลย สายถูกตัดไปกว่าสิบนาทีแต่ผมยังคงงงอยู่ นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่? 

“เก็บของเสร็จหรือยังครับ?” 

“พี่นาย ผมต้องไปจริง ๆ เหรอครับ?” 

“ใช่ครับ บอสจะไปจัดการเรื่องงานที่เกิดในองค์กรแต่บอสก็ปล่อยให้ฟรานซ์อยู่คนเดียวที่ไทยไม่ได้” 

“เราจะเดินทางตอนไหนครับ?” ผมถามพี่นายแล้วเริ่มเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทาง นำเสื้อผ้าไปให้คุณเวิร์ลด้วยรวมถึงของใช้จำเป็นต่าง ๆ 

“เราต้องออกจากบ้านในอีกสิบนาทีครับ แล้วถึงสนามบินภายในสามสิบนาที” 

“โอเคครับ ถ้างั้นพี่นายเตรียมรถได้เลย ผมเก็บของแป๊บเดียว” พอพี่นายออกไปแล้วผมก็เร่งมือเท่าที่จะทำได้ ไม่ลืมเอกสารต่าง ๆ ด้วย ถึงจะบอกว่าคุณเวิร์ลจัดการให้แต่เอกสารมันอยู่ที่บ้านกับผมนี่นา ผมใช้เวลาเกือบสิบนาทีในการจัดกระเป๋า เป็นการเตรียมพร้อมที่เร่งด่วนที่สุดในชีวิตผมแล้วล่ะ 

“ขอบคุณครับ” พี่นายเห็นผมถือกระเป๋าลงบันไดมา เขาก็ปรี่เข้ามาช่วยแล้วถือลิ่วไปที่รถเลย ผมไปบอกแม่บ้านว่าให้พักงานได้เลย ปิดบ้านให้เรียบร้อยและพักผ่อนตามที่ต้องการ 

“ไปเลยนะครับ” ผมพยักหน้าให้พี่นายแล้วทอดสายตามองออกไปนอกรถ ถ้าหากผมเห็นหน้าเขาแล้ว... ผมควรถามเขาหรือเปล่านะว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น 

 

TBC... 

 

TALK :: การรีไรท์ครั้งนี้คือเติมเนื้อหาใหม่ ๆ เข้าไปเยอะมากก  

มากจนแบบที่ว่าเนื้อหาเก่าเทียบไม่ได้เลยค่ะ 555555  

หากมันดูแปลกไปก็แจ้งเราได้เลยนะคะ จะได้ปรับเปลี่ยนและแก้ไขได้ทัน 

ก่อนที่มันจะนานไปมากกว่านี้ แล้วเจอกันตอนหน้าน้าา 

ความคิดเห็น