email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทเรียนที่สิบ (ครึ่งแรก) หวานอม...ขมกลืน!

ชื่อตอน : บทเรียนที่สิบ (ครึ่งแรก) หวานอม...ขมกลืน!

คำค้น : #เพลงพราย #กลร้ายกลรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 25.1k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ต.ค. 2563 21:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทเรียนที่สิบ (ครึ่งแรก) หวานอม...ขมกลืน!
แบบอักษร

 

 บทเรียนที่สิบ (ครึ่งแรก)  

หวานอม...ขมกลืน!  

[Phai Natee]  

  

[คำเตือน: ใครยังไม่ได้อ่านตอนพิเศษกีฬาสัมพันธ์กับห้องแห่งความลับในเรื่อง ศิลปะหลงกลไปอ่านก่อนนะครับเดี๋ยวจะไม่เข้าใจ]  

ตอนห้องแห่งความลับเป็นนิยายแชตมีเฉพาะในเว็บธัญวลัยนะครับ 

  

  

  

  

“จ๊ากกกก...ร้อน!” 

  

...เคร้ง! 

  

เสียงกะละมังสเตนเลสขนาดกลางร่วงหล่นกระทบพื้นกระเบื้องภายในห้องแอร์เย็นฉ่ำห้องใหม่ของชมรมขนมตะวันตกและศิลปะการแต่งหน้าเค้ก หลังจากที่อยู่ ๆ ก็มีสมาชิกชมรมเพิ่มขึ้นโดยการบังคับทั้งทางตรงและทางอ้อมจากไอ้พายุ 

  

“ฮึก...ฮึก” น้องหินมันเบะปากกัดริมฝีปากแน่นยืนมองผลงานที่ตัวเองเพิ่งทำพังฉิบหายลงไปกับมือ 

  

หมับ! 

  

“ไหนเอามือมาให้พี่ดูหน่อยเป็นอะไรรึเปล่า” ป้องมันคว้ามือหินขึ้นมาดู “ตามมานี่เลยนิ้วแดงหมดแล้ว” ป้องมันลากน้องไปที่อ่างล้างมือในขณะที่ผมเอาก็เดินไปหยิบน้ำแข็งในตู้เย็นใช้ผ้าขนหนูห่อเอาไว้อีกชั้นหนึ่ง 

  

“โชคดีที่ไม่ได้โดนลวกเยอะไม่เป็นไรนะ” ประคบผ้าลงไปที่ปลายนิ้วของน้องให้ขณะที่ไอ้หินกลับสะอื้นออกมาจนแม้แต่พุฒ ก้อย คะน้า ไอ้เอ ไอ้ป้องและแมงป่องถึงกับทำตัวไม่ถูกมืออีกข้างก็ชี้ไปยังช็อกโกแลตเหลวที่ยังคงหกนองเลอะอยู่เต็มพื้น มีเพียงบุ๋นพี่รหัสมอของหินคนเดียวที่เอื้อมมือมาลูบหัวส่งแววตาว่าแค่นี้เรื่องเล็กน้อย 

  

“ฮือ...พี่กูขอโทษกูทำช็อกโกแลตวันวาเลนไทน์พังหมดเลย” 

  

“ไม่เป็นไรนะหินเรื่องแค่นี้เอง” 

  

“ตะ...แต่เราไม่มีช็อกโกแลตแท่งเหลือพอที่จะเอามาละลายใหม่แล้วนะพุฒ” หินมันกะพริบตาปริบ ๆ อย่างน่าสงสาร “แล้วตอนนี้มันก็แข็งติดพื้นไปแล้วอ่า” 

  

“เอาน่าในฐานะทีมเมียเรื่องทุกอย่างมันมีทางออกเสมอที่สำคัญก็ไม่ได้ทำเอาไว้กินเองสักหน่อยเฉพาะฉะนั้น...ฮี่ ๆ ๆ” คะน้ามันหัวเราะออกมาแล้วชูเกรียง (อุปกรณ์สำหรับแคะขนมหรือปาดขนมให้เรียบ) ขึ้นมาบนมือ 

 

“หึ ๆ ๆ จะดีเหรอคะน้า” ดีรึเปล่ากูไม่รู้ รู้แต่มึงจะหยิบเกรียงขึ้นมาอีกคนทำเหี้ยอะไรไอ้ป้อง

 

“พวกเราเหยียบความลับนี้เอาไว้ที่นี่ก็ได้เนอะ” ก้อยสาวสวยเพื่อนสนิทเพลงมันเสริมคำพูดคะน้าออกมาอีกคน

 

“แต่ว่าทำแบบนี้จะดีจริงเหรอ?”

 

“โธ่ พี่พรายคะอย่างทำหน้ามุ่ยแบบนั้นสิเดี๋ยวเราแซะเอาไปต้มอีกรอบก็ฆ่าเชื้อได้หมดแล้วอีกอย่างอย่าลืมเงื่อนไขที่เราแอบมาใช้ห้องนี้กันสิคะพี่” สาวร่างสูงมันกำลังพูดเตือนสติผมถึงเรื่องที่เรากำลังแอบทำกันอยู่

 

“ช็อกโกแลตแห่งรักแท้สยบความเกลียด!”  

  

...เรื่องของเรื่องมันดันเริ่มต้นหลังจากจบกีฬาสีสัมพันธ์ไปได้ไม่กี่วันเมื่อพวกเราทั้งหมดนัดรวมตัวกันเพื่อเลี้ยงฉลองกับชัยชนะที่กวาดเหรียญทอง เหรียญเงินมาเกือบทุกประเภทการแข่งขันไม่เว้นแม้แต่ไอ้พายุที่เสือกชนะเลิศแข่งหลีดมหา’ลัยแถมงานนี้พวกคณะกรรมการทีมเชียร์มันยังเลี้ยงไม่อั้นทั้งอาหาร คาวหวานขนมสารพัดจัดเต็มเหมือนกับจะเป็นมื้อสุดท้ายของวันสิ้นโลก 

  

“คัมปาย! ฉลองให้กับการคว้าชัยชนะโว้ย” ไอ้เอมันชูแก้วน้ำอัดลมขึ้นให้ทุกคนชนตามจากนั้นก็ยักย้ายส่ายสะโพก ร่อนเอวเป็นเลขแปดไปกับเสียงดนตรีจนหลายคนต้องเบือนหน้าหนีในความอุบาทว์ของมันแต่ดูท่าไอ้น้องหินมันน่าจะชอบนะครับเล่นเกาะไหล่ไอ้เอแล้วย่อตัวยักหัวตามไปอีกคน 

  

“คัมปาย! ให้กับตั๋วเครื่องบินไปไม่กลับกรุงเทพญี่ปุ่นตามที่พ่อกูสัญญาเอาไว้ทั้งหมดสิบสองใบโว้ย!” ไอ้พายุวันนี้มันไม่แตะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เลยแม้แต่น้อยแต่ที่มันกล้าออกนอกหน้าได้ขนาดนี้สงสัยจะดีใจจนสติแตกไปแล้วครับน่าจะอยากพาเมียไปเที่ยวเมืองนอกอย่างจัด 

  

“เนี่ยเหรอค่าตอบแทนที่มึงบอกกู” ป้องมันส่งสายตาเชิงถามไปที่พายุ โชคดีมากที่ก่อนวันแข่งกีฬาสีสัมพันธ์ผมรู้สึกถึงลางร้ายในสายตาของพายุ เลยชิงไปลงแข่งกีฬาอย่างอื่นถึงสองรายการเพื่อไม่ให้ว่าง ไอ้ป้องเลยต้องรับเคราะห์โดนพายุแอบเอาชื่อไปลงเป็นหลีดมหา’ลัยอีกคน 

  

“คัมปายยยย! ให้กับตำนานห้องน้ำวิศวะค่า~~~~~” 

  

“...” 

  

“...” 

  

“...” เงียบกริบเมื่อข้าวจี่ยกแก้วขึ้นชู ทุกสายตาหันขวับมองมาที่สาวร่างเตี้ยที่ทันได้เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างในคืนวันนั้น คืนแห่งความบรรลัยที่พวกเราได้สร้างขึ้นมาพร้อม ๆ กัน 

  

“อีเวร! มึงจะพูดออกมาทำห่าอะไร ถึงพวกพี่มันจะนัดกันไปเล่น 8P ก็ไม่ต้องพูดออกมาม่ะ...อุ๊ย!” คะน้าก็เป็นอีกคนที่สมรู้ร่วมคิดแถมถ้าสองสาวนี่รู้...โลกรู้! 

  

“เก็บพวกมันสองคนเลยดีไหม? พี่มึง” 

  

“กูก็ว่าดีนะหินเมื่อวานฝนตกหนักดินแถวหลังตึกพำเพยกำลังนุ่มนิ่มเลย น่าจะขุดไม่ยากเท่าไหร่” โหดเกินไปแล้วพายุ! 

  

“หรือว่าเราจะจับมันถ่วงที่สระน้ำตึกเกษตรดีวะ” อื้อฮือ...ใจเย็นก่อนเซฟนั่นเพื่อนสนิทมึงนะ 

  

“โชคดีที่วันนั้นกูไม่ได้ไปตึกวิศวะเพราะกูไปห้องสมุดแทน” มั่นมากไอ้บุ๋นกล้าพูดออกมาตรง ๆ ได้ไงวะ! 

  

“เอาเถอะเห็นไปแล้วก็ช่วยไม่ได้เนอะป้อง เอาไว้เราค่อยจัดการเก็บน้องมันสองคนที่ญี่ปุ่นละกันจะได้ไม่เหลือหลักฐาน” สรุปเรื่องของยูจิกับป้องก็ต้องโป๊ะแตกในงานนี้เช่นกันและพวกผมทุกคนก็ได้เป็นสักขีพยานรักของมันสองคนแบบไม่คาดคิด 

  

ยูจิมันพาดแขนไปที่ไหล่ของป้องแล้วดึงเข้าหาตัว ถึงทั้งกลุ่มจะรู้กันถ้วนหน้าแล้วว่ามันสองคนแอบคบกันแต่ไอ้ป้องมันก็ยังเขินทุกครั้งที่ยูจิมันทำแบบนี้ต่อหน้าเพื่อน จนมันต้องทั้งศอกทั้งต่อยยูจิตลอดแต่ไอ้ถึกนั่นก็ไม่รู้สึกรู้สาหรอกครับหน้าท้องมันแข็งอย่างกับหินทนมือทนเท้าศีลเสมอกันสุดแล้วคู่นี้ 

  

“พูดให้มันน้อย ๆ หน่อยเถอะยูจิ” 

  

“ตกลงมึงเป็นเมียมันเหรอไอ้ป้อง?” ขี้เสือกพายุ! 

  

“หุบปากไปเลยมึงน่ะ” 

  

“พี่มึงกองกิจกรรมโคตรป๋าอะมีทุเรียนให้กินด้วย” หินมันเดินไปหยิบทุเรียนจากอีกโต๊ะขึ้นมาสูดดมแล้วทำตาปรืออย่างเปี่ยมสุข 

  

“ทุเรียนกับแอลกอฮอล์กินพร้อมกันไม่ได้นะ มันอันตราย” ผมพูดบอกน้องในขณะที่พายุมันกลับกระเถิบตัวหนีจากทุเรียนที่หินมันหยิบขึ้นมาดมบนมือ 

  

“ทำไมอะพี่? ผมโคตรชอบกินทุเรียนเลยแล้ววันนี้ผมก็ไม่ได้กินเหล้าด้วยน่าจะไม่เป็นไรมั้ง” 

  

“เพลงมึงรู้จักสอนเพื่อนหน่อยสิว่าบางอย่างมันกินคู่กันไม่ได้เพราะจะเป็นโทษต่อร่างกาย” เพลงมันถอนหายใจเหมือนกับผมเป็นคนจู้จี้ขี้บ่น 

  

“คืองี้นะไอ้หินทุเรียนน่ะจะไปหยุดการทำงานของเอนไซม์ชนิดหนึ่งที่ช่วยล้างพิษเหล้า ที่ชื่อว่า แอลดีไฮด์ (Aldehyde) เอนไซม์พวกนี้ปกติจะทำหน้าที่ในการขจัดพิษเหล้าออกไปได้ดียิ่งขึ้นแต่การกินทุเรียนจะไปขัดขวางการทำงานของเอนไซม์ตัวนี้ เลยเป็นสาเหตุให้พิษแอลกอฮอล์รุนแรงขึ้น” 

  

...เพลงมันตอบแล้วหันมายิ้มให้ผมมันคงอยากให้ชมว่ามันเก่งมั้ง...ทำตัวเหมือนลูกหมาก็น่ารักไปอีกแบบแฮะ 

  

“ทุเรียนมีคาร์โบไฮเดรตและไขมันสูง ส่วนเหล้าก็ให้พลังงานสูงเหมือนกัน เมื่อกินคู่กันจะทำให้ร่างกายเกิดกระบวนการเผาผลาญสูงมากทำให้ร่างกายเกิดความร้อนสูงมากกว่าปกติเป็นผลทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ” พายุมันเอามือบีบจมูกแล้วพูดออกมาอีกคน “กูเกลียดทุเรียนมึงช่วยเอาไปไกล ๆ กูหน่อย”  

  

“หูย พี่มึงพูดแบบนี้ได้ไงอะ กูชอบอะไรพี่ก็ต้องชอบแบบกูดิ อ้าม~~~~~” หินมันยื่นราชาผลไม้ที่เริ่มจะเละคามือไปที่หน้าของพายุ...ตีนของพายุก็ยันตัวไอ้หินเพื่อรักษาระยะห่างเอาไว้ 

  

“หินมึงอย่าไปบังคับพี่พายุสิ ของที่ไม่ชอบก็คือไม่ชอบเปล่าวะมึงจะไปฝืนใจพี่เขาทำไม” เสแสร้งเก่งคะน้า! รอยยิ้มยกมุมปากนั่นมันอะไรวะ! 

  

“ตะ...แต่กูยังยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อพี่มันมาตลอดเลยนะเพราะฉะนั้นกูไม่เชื่อหรอกว่าความรักอันเปี่ยมล้นของกูจะทำให้พี่มันเปลี่ยนไม่ได้!” 

  

“ตรรกะบ้าบออะไรของมึงไอ้หิน! ของที่กูไม่ชอบก็คือไม่ชอบรีบ ๆ ทิ้งแล้วไปล้างมือซะ” 

  

“ถ้าพี่มึงไม่กินกูจะไม่ยอมให้สำรวจถ้ำกูนะ!” เอาแต่ใจแบบนี้ก็ได้เหรอวะ? แล้วอะไรคือถ้ำ? 

  

“แล้วแต่มึงเลยไอ้หิน ถ้าตอนนี้มึงยังไม่ไปล้างมือก็ไม่ต้องมานั่งใกล้กูเลย” เป็นน้องหินผมก็แอบมีเคืองเหมือนกัน จะแกล้งชิม ๆ หน่อยก็ไม่ได้จนน้องหินมันคงน้อยใจเดินถือจานทุเรียนไปนั่งอีกโต๊ะ 

  

“มึงไม่พูดกับน้องมันแรงไปหน่อยเหรอวะ? ถึงมึงจะไม่ชอบกินก็ไม่เห็นต้องทำท่ารังเกียจขนาดนั้นเลยนี่หว่าพายุ” 

  

“ก็กูไม่ชอบทุเรียนนี่วะแมงป่อง” 

  

“ผมก็เห็นด้วยกับพี่พายุนะ ถ้าต้องโดนบังคับให้กินของที่เกลียดต่อให้เป็นแฟนก็เถอะรับรองจะเตะให้คว่ำเลย” 

  

กึก! ...พอไอ้เซฟมันพูดจบเท่านั้นแหละแมงป่องมันถึงกับวางแก้วลงบนโต๊ะแล้วจ้องเขม็งเลยวุ้ย 

  

“อ้อเหรอ...” ว่าจบมันก็ลุกหนีไปนั่งกินทุเรียนกับหินทันทีแถมสายตาที่มองกลับมานี่คืออารมณ์บ่อจอยสุด ๆ 

  

“แล้วมึงล่ะยูจิถ้ากูขอให้มึงกินของที่กูชอบแต่มึงเกลียด มึงจะทำเพื่อกูได้ไหม?” เหมือนโดมิโนกำลังเรียงตัวล้มเป็นทอด ๆ ไม่คิดไม่ฝันว่าคนอย่างป้องจะถามคำนี้ออกมา 

  

“แล้วทำไมป้องต้องฝืนใจให้เรากินของที่ไม่ชอบด้วยล่ะ ไม่ดีหรือไงชอบไม่เหมือนกันป้องจะได้เก็บเอาไว้กินคนเดียวเยอะ ๆ ไง” ไอ้นี้มันอยู่เป็นครับคำตอบถือว่าดีมากแต่น่าจะไม่โดนใจไอ้ป้องเท่าไหร่ 

  

“ตอบไม่ตรงคำถาม!” 

  

พรึบ! ...ป้องมันลุกยืนกดสายตาลงไปที่ยูจิที่กำลังนั่งเหวอเหมือนจะถามว่ากูทำอะไรผิด จากนั้นมันก็ลุกไปนั่งกับน้องหินอีกคนหยิบทุเรียนขึ้นมาฉีกด้วยสายตาอาฆาต 

  

ว่าแต่ทำไมไอ้เพลงมันต้องนั่งตัวลีบเหงื่อแตกขนาดนั้นด้วยวะว่าแล้วก็แกล้งมันหน่อยล่ะกัน 

  

“เพลง...” เด็กมันสะดุ้งตัวแล้วหันมากะพริบตามองผมอย่างเกรงกลัว 

  

“อะ...อะไรเหรอพี่?” 

  

“มึงคิดยังไงกับเรื่องนี้” คำถามของผมถึงกับทำให้มันเหงื่อแตกพลักทั้งที่เปิดเครื่องปรับอากาศน่าจะเป็นน้ำแข็งแล้วมั้ง 

  

“อย่าไปกลัวพวกเมียมันเพลงตอบพรายมันไปให้ชัด ๆ เลยให้มันรู้ซะบ้างว่าผัวอย่างพวกเราต้องเป็นช้างเท้าหน้าเท่านั้น” ปากดีไอ้พายุอย่าให้กูเห็นตามง้อไอ้หินเหมือนหมานะมึง! “ใช่ปะไอ้เอ” 

  

“พอดีกูอยู่ทีมเมียคงคุยกับมึงไม่รู้เรื่องละ” 

  

“...” คราวนี้ไอ้เอก็เดินไปนั่งกับหินอีกคนและทุกสายตาบนโต๊ะก็จับจ้องมาที่ผมกับไอ้บุ๋นเพื่อรอคำตอบ 

  

“ในเมื่อมึงประกาศชัดเจนแล้วนี่พายุ งั้นกูก็ต้องย้ายไปอยู่ทีมเมียสินะ” บุ๋นมันเดินย้ายไปอีกคนแถมทีมเมียมันก็กระตุกยิ้มเชิญชวนผมให้ไปนั่งด้วยกัน 

  

“หนูขอย้ายไปอยู่ทีมเมียนะคะเพราะดูท่าฝั่งนี้น่าจะเสียเปรียบหนัก” ว่าจบคะน้ามันก็บิดตูดออกจากโต๊ะไปนั่งอีกโต๊ะ 

  

เพลงมันถึงขั้นเอื้อมมือมาจับมือผมใต้โต๊ะแล้วกำเอาไว้แน่นเอาจริงผมก็ไม่เคยคิดจะไปบังคับมันอยู่แล้ว มันจะชอบไม่ชอบอะไรผมก็ให้มันเป็นคนตัดสินใจเองแต่สถานการณ์ตอนนี้มันกลืนไม่เข้าคายไม่ออกถ้าไม่ไปก็มีโอกาสสูงที่จะต้องถูกประณาม แถมพายุมันประกาศชัดเจนว่าเป็นทีมผัวตรงนี้มันไม่มีจุดยืนให้ผมเลย 

  

...ได้แต่แกะมือเพลงมันออกเบา ๆ 

  

เด็กมันก็คงอยากจะอ้อนผมนั่นแหละดูหน้ามันก็รู้เห็นแล้วก็สงสารชะมัดเลยต้องก้มกระซิบไปที่ข้างหูมันไป 

  

“ทำหน้าเศร้าหลอกพวกมันไว้เพลง...จะทีมไหนก็ไม่สำคัญมึงต่างหากที่เป็นคนสำคัญสำหรับกู 

 

“เฮ้ย! เฮ้ย! กระซิบอะไรกันพวกมึงสองคน”

 

“กูไปละ ไม่อยากนั่งกับพวกมึงนานพายุ” ผมลุกออกมานั่นอีกโต๊ะไม่มีเสียงพูดคุยใดใดเอ่ยออกมาเลยนอกจากสายตาของแต่ละคนที่จับจ้องไปทางฝั่งตัวผู้เสียงหัวเราะของพายุเริ่มทำให้หลายคนที่ยังนั่งแดกทุเรียนเริ่มคิ้วกระตุก...ซ้ำร้าย

 

พรึ่ง! ฟางเส้นสุดท้ายได้ขาดลงตรงหน้าเมื่อมีสาวเชียร์เบียร์แสนสวยสี่นางเดินมาที่โต๊ะ นั่งลงพูดคุยออดอ้อนไอ้พวกนั้นเพลงมันหันมามองที่ผมก่อนจะเดินหนีหายออกไปนอกร้านอย่างเร็วรี่ส่วนน้องหินบัดนี้องค์คุลีมาลได้ประทับร่างเป็นที่เรียบร้อยแล้วคาดว่าอีกไม่นานมันน่าจะตามไปตัดนิ้วกลางของไอ้พายุเป็นแน่แท้

 

ตึ่งดึ่ง

 

Music Yotin  

พี่พรายผมกลับไปรอที่ห้องก่อนนะ 

  

Phai Natee 

อืม เดี๋ยวอีกสักพักกูจะแอบกลับแล้วเหมือนกัน 

  

Music Yotin  

พี่ไม่ได้โกรธผมใช่ไหม? 

  

Phai Natee 

อย่าคิดมากน่ากูเข้าใจ ถึงห้องแล้วก็รีบอาบน้ำเลยนะจะได้กินของหวานกันต่อ 

  

Music Yotin  

วันนี้เอาเป็นบัวลอยไข่หวานเลยดีไหม? คิดถึงจะแย่อยู่แล้ว 

  

“นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อะไรวะเพลง อย่าบอกนะว่ามึงคิดจะทรยศพวกกูไปเข้ากับทีมนู้นน่ะ” 

  

“มึงประสาทแล้วไอ้ป้อง” 

  

“พวกมันแม่งโคตรหยามพวกมึงเลยว่ะ” เอมันชี้ให้ดูภาพสามคนนั้นพาดแขนไปที่สาว ๆ แล้วยังยักคิ้วส่งมาให้ไม่เลิก ไอ้พายุกับเซฟน่ะผมพอจะมองออกว่าพวกมันจงใจยั่วประสาทแฟนแต่ยูจินี่ดิคิดยังไงถึงเอากับเขาด้วยวะ 

  

“แม่งอีกไม่กี่วันก็จะวาเลนไทน์แล้วแท้ ๆ แล้วดูพี่มันทำกับกูสิ” เด็กมันทำท่าจะร้องออกมาอีกแล้วครับ 

  

“เอางี้ไหมล่ะ เรามาลองทำให้พวกมันเปลี่ยนมาชอบสิ่งที่เกลียดสิ” 

  

“ยังไงวะบุ๋น” 

  

“ก็นี่ใกล้วาเลนไทน์แล้วไง ในฐานะทีมเมียก็ต้องให้ช็อกโกแลตกับแฟนใช่ไหมล่ะ? แล้วรับรองเถอะว่าถ้าพวกเราไม่ทำให้บรรดาสาว ๆ ในมอก็ต้องเอามาให้พวกมันแน่ดังนั้นเพื่อสกัดดาวรุ่งและยืนยันความเป็นเจ้าของอันชอบธรรม พวกเราจะทำช็อกโกแลตให้พวกนั้นเองโดยมีเงื่อนไขว่าต้องเอาของที่พวกนั้นไม่ชอบกินมาเป็นส่วนผสมไง” 

  

“ความคิดเข้าท่าดีนี่หว่าไอ้บุ๋น...ว่าแต่จะรู้ได้ไงวะว่าพวกมันชอบกินอะไรไม่ชอบกินอะไร” 

  

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงแมงป่อง เพียงแค่พวกมึงเอาของสำคัญที่พวกมันมักพกติดตัวตลอดมาให้กู ที่เหลือกูจัดการเองเข้าใจไหม?” 

  

ผมก็ไม่รู้ว่าบุ๋นกำลังคิดจะทำอะไรแต่สิ่งที่มันพูดออกมามันสามารถทำได้จริง บุ๋นมันเหมือนกับพวกเข้าทรงญาณทิพย์หรือไม่ก็คงมีความสามารถอะไรพิเศษบางอย่างที่ไม่ได้บอกพวกเราถึงได้รับรู้สิ่งที่ชอบที่เกลียดได้ด้วยการสัมผัสเพียงไม่นาน 

  

ป้องเองมันก็เคยเตือนพวกผมว่าอย่าไปยุ่งกับพวกบุ๋นเด็ดขาดโดยเฉพาะพี่ชายมันที่ชื่อบู๊กับน็อตนักศึกษาหัวกะทิของฝั่งคณะบริหารที่ยังไม่กลับมาจากเรียนแลกเปลี่ยนในประเทศเนเธอร์แลนด์แต่ก็นั่นแหละถึงจะเคยเห็นหน้ากันช่วงสั้น ๆ แต่ก็ไม่ได้สนิทอยู่แล้ว 

  

 

  

กลับมาที่ห้องชมรมขนมตะวันตกและศิลปะการแต่งหน้าเค้ก 

  

“ว่าแต่พวกมึงเตรียมวัตถุดิบที่กูบอกให้หาเอาไว้แล้วใช่ไหม?” เสียงของเด็กบริหารพี่รหัสของไอ้หินดังขึ้นส่วนทุกคนก็ได้แต่พยักหน้าออกมาพร้อมกัน ที่ผมรู้แน่นอนคือพายุมันเกลียดทุเรียน ในขณะที่เพลงมัน... 

  

ผมหยิบถุงแช่งแข็งขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะหน้าตัวเองชั่งจิตชั่งใจอยู่นานว่าจะทำดีไม่ทำดี ถ้าไม่ทำมีหวังพวกมันต้องตราหน้าผมไปอีกนานแสนนานแต่ถ้าทำก็สงสารไอ้เพลงอะขืนแดกของอย่างนี้เข้าไปมันอาจจะเกลียดผมไปเลยก็ได้ 

  

หันไปมองแมงป่องมันกำลังหัวเราะ หึ หึ ออกมาในลำคอปากก็บ่นพึมพำว่า “เซฟกูจะทำให้มึงไม่มีวันลืมกูเลย” 

  

น้องหินเริ่มลงมือตามที่ป้องมันบอกแกะทุเรียนออกมาฉีกเป็นชิ้นเล็ก ๆ จากนั้นก็นำใส่เครื่องตีเติมนมเกลือลงไปปั่นให้เนื้อพอหยาบจากนั้นก็หยอดช็อกโกแลตที่เก็บมาจากพื้นแล้วตั้งไฟละลายใหม่ลงไปทีละนิดจนเนื้อเข้ากันดีเทใส่ชามสเตนเลสเติมอัลมอนด์บดเข้าไปอีกนิดหน่อยปั้นตามจิตนาการแล้วปล่อยให้เซตตัวอีกสักพักแล้วค่อยนำไปเคลือบในขั้นตอนสุดท้ายแต่... 

  

“ดีมากครับน้องหินรับรองว่าพายุจะต้องตราตรึงอย่างแน่นอน” 

  

“จะ...จริงเหรอพี่บุ๋น กูทำสุดฝีมือเลยนะเนี่ย” หินมันยิ้มหวานออกมาแบบดีใจสุด ๆ ในขณะที่คนอื่นได้แต่อ้าปากค้างกับรูปร่างช็อกโกแลตของน้องมันที่น่าจะเรียกว่าศิลปะเกินคำบรรยาย “มีใครอยากชิมฝีมือกูไหม? อร่อยเลิศตามสไตล์คุณหลีดเลยนะ” 

  

พวงหลีดละไม่ว่า! 

  

ทุกคนถึงขั้นส่ายหน้าจนหัวแทบหลุดแต่ไอ้หินยังมีหน้าเอานิ้วก้อยไปปาดขึ้นมาชิมอีก…วิ่งไปอ้วกแพล็บ 

  

 

(ภาพประกอบนิยายตอนนี้ในรูปเป็นของปลอมนะจ๊ะ)  

  

หันไปมองแมงป่องตอนนี้มันเริ่มหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากล่องโฟมและนั่นถึงกับทำให้ทุกคนต้องขนลุกยกเว้นไอ้บุ๋นคนเดียวที่ยังหัวเราะชอบใจออกมา 

  

“มันจะไม่โหดไปหน่อยเหรอคะพี่แมงป่อง” คะน้ากับก้อยถึงขั้นถอยหลังไปสักสองเมตรแล้วถามออกมา 

  

“ของธรรมดาโลกไม่จำ” คนชั่วร้ายมันเริ่มตั้งเตาเทน้ำมันลงไปจนหมดขวดจากนั้นก็เอาของในกล่องมาคลุกเกลือถูไปมาเบา ๆ แล้วล้างน้ำจนสะอาดดี “รู้ไหมกว่าจะหามาได้เนี่ยต้องสั่งจากฟาร์มเลี้ยงที่อุดรเลยนะ” 

  

“แมงป่องช้างเหรอพี่? แล้วมันจะไม่เป็นอันตรายเหรอครับ” พุฒมันเท้าแขนลงบนโต๊ะแล้วชะโงกหัวมองไปบนชามที่อัดแน่นไปด้วยแมงป่องตัวโต 

  

“ไม่เป็นหรอกน่าทางฟาร์มก่อนส่งมาก็เด็ดต่อมพิษออกให้แล้วที่สำคัญเวลาเจอแมงป่องให้จำไว้เลยว่าถ้าตัวเล็กสีอ่อนก้ามเล็กหางโตจะมีพิษรุนแรงกว่าพวกตัวใหญ่สีดำเข้มอีกอย่างคือแมงป่องในประเทศไทยก็ไม่ได้มีพิษรุนแรงจนถึงแก่ชีวิตด้วย” สมชื่อมึงจริง ๆ ไอ้แมงป่อง! 

  

พูดจบมันก็เอาไม้แหลมแทงลงไปที่ใต้ท้องจากนั้นก็นำไปทอดก่อนจะนำขึ้นมาพักจนสะเด็ดน้ำมันแล้วถึงไปจุ่มช็อกโกแลตเคลือบอีกที 

  

 

(แมงป่องเคลือบช็อกโกแลตเป็นของว่างหลังอาหารเย็นที่ชนชั้นสูงในลอนดอนมักนิยมทานกันถึงขนาดมีขายเป็นกล่องเป็นกระป๋องเลยนะจ๊ะตอนไรท์ไปเรียนก็เคยได้กินอยู่ครั้งหนึ่ง)  

  

...แค่เห็นก็หลอนแล้วครับ 

  

“มึงจะใช้น้ำมันต่อจากกูเลยไหมพราย? ของที่มึงเตรียมมาก็คงต้องทอดเหมือนกันสินะจะว่าไปของมึงเนี่ยแปลกใหม่กว่ากูอีก” ได้แต่กลอกตากับคำกระแนะกระแหนของมันทำออกมาแล้วจะกินได้รึเปล่ายังไม่รู้เลย 

  

“โห พี่พรายรู้ได้ไงอะครับว่าเพลงมันเกลียดขากบเข้าไส้เลยนะ มันเคยมากินที่ข้าวที่บ้านผมแล้วมันไม่รู้ว่าเป็นกบถึงขั้นล้มตึงคาโต๊ะกับข้าวเลยอะ” เปลี่ยนใจตอนนี้ทันไหมวะ! จิตใจต้องหยาบช้าขนาดไหนถึงได้บังคับให้แฟนต้องกินของบ้าบอพวกนี้ 

  

“พี่ว่าจะเลาะเอาแต่เนื้อมาบดคลุกกับแมคคาเดเมียแล้วค่อยปั้นเป็นลูกกลม ๆ ทอดน่ะอย่างน้อยเพลงมันจะได้ดูไม่ออกตั้งแต่แรกว่าเป็นอะไร ไม่งั้นมันคงไม่ยอมกินแน่” 

  

“ร้ายกาจเห็นเหมือนไม่อยากทำแต่ตัวตนที่แท้จริงมึงนี่ชั่วร้ายกว่าที่คิดเยอะเลยไอ้พราย” 

  

“พูดมากน่าไอ้เอ! แล้ววัตถุดิบที่มึงจะให้พี่ข้าวหมากกินคืออะไรไหนกูขอดูหน่อยซิ” เอมันเท้าสะเอวแล้วเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจเสียเต็มประดาพร้อมกับหยิบโหลแก้วออกมาจากกระเป๋าภายในอัดแน่นไปด้วยสะตอใต้เม็ดโตที่ถูกแกะแช่น้ำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

  

“เมื่อคืนกูเสียเวลาเอาไปเชื่อมซะนาน เดี๋ยวเอาไปต้มกับน้ำตาลอีกรอบเคลือบช็อกโกแลตก็น่าจะกินได้แล้วมั้ง” ใครจะกล้ากินวะ! 

  

“แมงดานากับกระเทียมดองเหรอ?” น้องก้อยมันถามออกมาเสียงดังจนผมต้องหันไปมองตาม “ทำไมของแกถึงเตรียมมาสองอย่างวะพุฒ” 

  

พุฒมันเงยหน้าขึ้นมายิ้มมุมปาก 

  

“กูคบอยู่สองคนไง!” 

  

“ห่ะ!” เสียงร้องของทั้งห้องชมรมแทบจะร้องออกมาพร้อมกันในขณะที่ผมก็ได้แต่กำลังตะลึงกับคำพูดของน้องชายตัวเอง 

  

“ไม่เบานี่หว่าพุฒเห็นเงียบ ๆ ฟาดเรียบนะคะว่าแต่ใครเหรอ? เรียนที่นี่ปะเรารู้จักไหม?” 

  

“อืมเรียนที่นี่แหละแต่คะน้าคงไม่รู้จักหรอก” 

  

“มึงจัดการสลับวันยังไงวะพุฒตั้งแต่เรียนด้วยกันมาไม่เคยเห็นมึงคบใครเลยนะ” ดีมากก้อยพี่ก็อยากรู้เรื่องนี้เหมือนกัน 

  

“ไม่เห็นต้องสลับวันเลยเพราะเราคบกันแบบสามคนต่างหาก!” 

  

...! 

  

“ไม่ต้องมัวแต่เสือกเรื่องคนอื่นหรอกคะน้าว่าแต่แกเถอะจะทำช็อกโกแลตให้ใครวะ...ว่าแต่มันกินได้จริงเหรอ?” ไม่ต้องห่วงของคนอื่นเลยครับน้องหิน น้องน่าจะต้องห่วงตัวเองมากกว่าเอาให้หมากินหมายังเมินเลยมั้งของเอ็งน่ะ 

  

“ได้สิแค่คะน้าดิบเองไม่ต้องทำอะไรมากมายด้วยแค่ล้างให้สะอาดเอาเฉพาะก้านอ่อนมาเคลือบช็อกโกแลตก็เสร็จแล้วแถมคะน้ายังเป็นผักที่มีลูทีนสูงลดการเกิดต้อกระจกได้อย่างดีเยี่ยม เผื่อคนที่เราให้มันจะกล้ามาบอกรักเราสักทีไง” พี่ก็ไม่อยากจะพูดหรอกนะแต่เอาของที่เขาเกลียดไปให้กินเนี่ยเขาจะรักไหม? สติครับสติ! 

  

ส่วนคนต่อมาคือก้อยนางหยิบถุงก็อปแก็บขึ้นมาภายในบรรจุไปด้วยสารพัดแมลงทอดคาดว่าน่าจะซื้อมาจะรถเข็นหน้ามอเมื่อเช้า ไม่มีพูดพร่ำทำเพลงน้องก้อยมันหยิบถุงขนมปังกรอบบิสกิตขึ้นมาตำจนแหลก เอาน้ำตาลเนยน้ำมะนาวและนมข้นหวานตีเข้าจนเป็นเนื้อเดียวกันจากนั้นเทบิสกิตที่ตำแล้วลงไป ใส่บรรดารถด่วน ตั๊กแตน จิ้งหรีดลงไปแล้วปั้นเป็นทรงกลมก่อนจะใช้มือกดลงไปเบา ๆ ให้เหมือนคุกกี้แล้วนำไปชุบอีกที…ดูยังไงอันนี้ก็เหมือนจะเอาไปแก้แค้นแฟนเสียมากกว่า 

  

คราวนี้เป็นไอ้ป้องที่เริ่มแกะถุงออกมาและกลิ่นที่น่าสะพรึงกลัวเหมือนถุงเท้าไม่ได้ซักมาสามวัน 

  

“นัตโตเหรอ? (ถั่วหมักหรือถั่วเน่า) ไอ้ยูจิมันเป็นคนญี่ปุ่นไม่ใช่เหรอวะ” คนแสนเสือกอย่างไอ้เอกลับขมวดคิ้วมองไอ้ป้องด้วยสายตาไม่เข้าใจ 

  

“ต่อให้เป็นคนญี่ปุ่นเองก็มีแค่ 50/50 เท่านั้นแหละที่ชอบกินแต่ไอ้ยูจิเนี่ยมันเกลียดเข้าไส้เลยนะถึงขนาดได้แค่กลิ่นมันยังจะอ้วกเลย” 

  

“แล้วมึงจะทำยังไงวะอย่าบอกนะว่ามึงจะเคลือบช็อกโกแลตไปทั้งแบบนี้เลย” 

  

“เออ กูว่าจะโรยน้ำตาลไอซิงลงไปคลุกก่อนค่อยชุบเหมือนถั่วลิสงน่ะ” ผมเริ่มสงสารไอ้ยูจิมันนิด ๆ แล้วครับทั้งที่ยูจิเองมันก็ออกจะรักจะหลงไอ้ป้องจะตายยังหาเรื่องไปแกล้งมันอีก 

  

“แล้วของมึงล่ะบุ๋นเตรียมอะไรไว้ให้พี่ตรี” 

  

“กูต้องแสดงความเสียใจกับพวกมึงทุกคนด้วย พี่ตรีไม่มีจุดอ่อนเรื่องของกินที่เกลียดเลยแล้วพี่ตรีก็พร้อมที่จะลองกินของที่สามารถกินได้ทุกชนิดบนโลกด้วย...” คนแบบนี้ก็มีบนโลกด้วยวุ้ยถึงผมจะเคยเห็นพวกพี่หมอบ้างเป็นครั้งคราวก็เถอะนักศึกษาแพทย์ปีสี่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้เข้ามอกันหรอกครับ นู่นไปเรียนไปหมกตัวกันที่วอร์ดในโรงพยาบาลของมหา’ลัยกันเกือบหมด 

  

“แต่สิ่งเดียวที่เป็นจุดอ่อนของพี่ตรี...ก็คงเป็นกูล่ะมั้ง” มั่นหน้าไปอี๊กกกกก “ช่างเรื่องของกูก่อนเถอะเรื่องที่พวกมึงต้องกังวลตอนนี้คือจะทำยังไงให้พวกมันยอมกินมากกว่าโดยเฉพาะไอ้พายุที่ยืนมองพวกมึงอยู่หน้าห้องมาสักพักแล้ว” นิ้วของบุ๋นชี้ไปที่หน้าห้องกระจกจนพวกเราต้องหันไปมองตามและเป็นพายุกับไอ้เพลงที่ยืนหน้าซีดอยู่หน้าห้องชมรม 

  

“เอ๊ะ!” 

  

เพียงแค่พวกผมร้องออกมามันสองคนก็โกยตีนวิ่งแบบไม่คิดชีวิตกันเลยครับ 

  

“พี่มึงรอกูด้วยยยยยยย!” ไอ้น้องหินมันวิ่งถือถาดอึตามไปอย่างเร็วรี่เช่นกัน 

  

“แบบนี้แปลว่าพวกมันรู้ตัวแล้วสินะพวกมึงจำตอนที่ไอ้พายุมันปิดมหา’ลัยล่าไอ้หินกันได้รึเปล่า” ทุกคนต่างพากันพยักหน้ารับแล้วแสยะยิ้มออกมาเหมือนเข้าใจกันเป็นอย่างดี “วันนี้พวกเราเองก็จะตามล่าพวกมันอย่างนั้นแหละ หึ ๆ ๆ” 

  

“ต้องอย่างนี้สิคะพี่ป้อง...ทีมเมีย...จงเจริญ!” ก้อยมันแหกปากสรรเสริญลัทธิเมียอย่างออกหน้าออกตาและตอนนี้มันถึงเวลา 

 

...ล่า!

 

 

 

 

 

 

 

[จบบทนี้ก็จะเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของเรื่องเพลงพรายแล้วครับ อีกไม่กี่ตอนก็จบแล้วน้า] 

  

  

  

  

 

 

ความคิดเห็น