facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ปี 1985 ดอกเหมยอย่างเธอได้ผลิบานกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ด้วยลิขิตที่ขีดไว้บน 'รอยแค้น'

ตอนที่ 79 ประจบประแจง / ตอนที่ 80 เลี่ยงการทำความสะอาดครั้งใหญ่

ชื่อตอน : ตอนที่ 79 ประจบประแจง / ตอนที่ 80 เลี่ยงการทำความสะอาดครั้งใหญ่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ต.ค. 2563 17:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 79 ประจบประแจง / ตอนที่ 80 เลี่ยงการทำความสะอาดครั้งใหญ่
แบบอักษร

ตอนที่ 79 ประจบประแจง 

ช่วงบ่ายอู่เจิ้งซือกับเหอปี้อวิ๋นอยู่ที่บ้านทั้งคู่ เหอปี้อวิ๋นยุ่งอยู่กับการฆ่าไก่ถอนขนที่ระเบียงทางเดิน เธอเตรียมจะทำซุปไก่ตุ๋นให้อู่เยวี่ยกินบำรุงร่างกาย สองวันมานี้ไม่รู้เหมือนกันว่าอู่เยวี่ยเป็นอะไร ดูท่าทางเซื่องซึมตลอด เธอเห็นแล้วก็รู้สึกปวดใจ! 

“พรุ่งนี้ผมจะพานักเรียนในห้องไปเที่ยวที่เฟิ่งหวงซาน ไม่กินมื้อเที่ยงที่บ้านนะ” 

อู่เจิ้งซือบอกเหอปี้อวิ๋นในช่วงมื้อเย็น เหอปี้อวิ๋นตักซุปไก่ตุ๋นสีเหลืองใสใส่ชามใบเล็กแล้วยื่นให้อู่เจิ้งซือก่อน จากนั้นค่อยตักให้อู่เยวี่ยอีกชาม เธอยิ้มพลางพูดด้วยความรักใคร่ “เยวี่ยเยวี่ยรีบกินซุปเร็ว ดูสิเบ้าตาลูกคล้ำหมดแล้ว” 

“ขอบคุณค่ะแม่” 

อู่เยวี่ยรับซุปไก่ตุ๋นมาและจิบคำเล็กๆ ซุปไก่ตุ๋นรสอร่อยทำให้เธอรู้สึกสบายขึ้นมาก สองสามวันนี้ไม่รู้เป็นอะไร เธอมักจะฝันเห็นว่าอู่เหมยอยากจะฆ่าเธอ นอนฝันร้ายตลอดทั้งคืน เวลาเรียนหนังสือก็ไม่มีชีวิตชีวา แล้วก็ปวดหัวหนักมาก 

อู่เหมยแอบรู้สึกพอใจ อู่เยวี่ยนั่นแหละกินปูนร้อนท้องไปเอง เธอแกล้งให้อู่เยวี่ยตกอกตกใจไปแค่ครั้งเดียว แต่พี่สารเลวคนนี้หลอนตื่นตกใจไปเอง ตอนดึกดื่นเที่ยงคืนเธอได้ยินอู่เยวี่ยตกใจตื่นเพราะฝันร้ายอยู่หลายครั้ง จากนั้นก็เอาแต่นอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียง รู้สึกสดใสมีชีวิตชีวาก็แปลกแล้ว! 

อู่เหมยสูดจมูก ไก่สมัยนี้กลิ่นหอมจริงๆ หอมกว่าไก่ที่เลี้ยงแบบปล่อยในยุคใหม่ตั้งเยอะ ไก่สมัยนี้กินธัญพืชห้าชนิดเป็นอาหาร คุณภาพดีและราคาสมเหตุสมผล อู่เหมยหยิบทัพพีขึ้นมาตักซุปโดยไม่เกรงใจแม้แต่น้อย ลงมือตักเองจะได้ตักแบบเต็มที่ 

อู่เหมยตักซุปหนึ่งชามเต็มๆ อีกทั้งคีบน่องไก่ชิ้นใหญ่มาใส่ในชามอย่างว่องไว น่องไก่มีสองชิ้น เธอกินแค่ชิ้นเดียว ถือว่ามีมารยาทมากแล้ว เธอกัดเนื้อไก่ที่เปื่อยนุ่มหนึ่งคำ แล้วก็ซดน้ำซุปอีกหนึ่งคำใหญ่ อู่เหมยถอนหายใจด้วยความพออกพอใจ มีความสุขยิ่งกว่าตอนที่ตือโป๊ยก่ายกินมักกะลีผลเสียอีก 

ขมับของเหอปี้อวิ๋นเริ่มเต้นตุบๆ อีกแล้ว หมู่นี้เจ้าเด็กบ้ากินมากกว่าหมูอีก แถมยังเลือกกินแต่ของดีๆ ไก่หนึ่งตัวราคาตั้งหกหยวน เจ้าเด็กบ้ากินไปอย่างน้อยๆ สองหยวน เยวี่ยเยวี่ยยังกินไม่เยอะขนาดนั้นเลย น่าโมโหเสียจริงๆ 

“เหมยเหมยกินน้อยๆ หน่อย เป็นเด็กผู้หญิงอย่ากินเยอะเกินไป ระวังจะอ้วนเอานะ” เหอปี้อวิ๋นสะกดกลั้นความโมโหไว้ 

อู่เหมยกินน่องไก่หมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว เธอแทะกระดูกจนไม่เหลือเนื้อติดอยู่เลย แล้วยิ้มตาหยีพลางพูดตอบว่า “แม่ ตอนนี้หนูกำลังโต ต้องกินเยอะๆ หน่อย เมื่อก่อนแม่ก็บอกพี่เค้าแบบนี้อยู่บ่อยๆ ไม่ใช่เหรอ?” 

พอพูดจบ อู่เหมยก็กินน้ำซุปรวดเดียวหมด แล้วตักเพิ่มอีกชามเต็มๆ นอกจากนี้ยังคีบตับไก่กับกระเพาะไก่ที่จ้องตาเป็นมันอยู่นานแล้วมาใส่ในชาม อู่เยวี่ยชอบกินพวกตับกระเพาะของไก่และเป็ดเป็นที่สุด เมื่อก่อนเวลาที่บ้านตุ๋นไก่ตุ๋นเป็ด ของดีๆ อย่างพวกน่อง ตับและกระเพาะตกเป็นของอู่เยวี่ยหมด อู่เหมยได้กินน้ำซุปนิดๆ หน่อยๆ ก็นับว่าใช้ได้แล้ว 

“ทำไมกินตับไก่กับกระเพาะไก่หมดเกลี้ยงเลยล่ะ แล้วพี่เค้าจะกินอะไร” เหอปี้อวิ๋นตำหนิ 

อู่เยวี่ยที่กำลังกินน้ำซุปอย่างสุภาพเรียบร้อยชักเห็นท่าไม่ดี แม่พูดแบบนี้ พ่อต้องโมโหแน่นอน ถึงแม้จะเสียดายตับไก่กับกระเพาะไก่อร่อยๆ พวกนั้น แต่อู่เยวี่ยก็ยังคงยิ้มหวาน “แม่คะ ยังมีเนื้ออีกตั้งเยอะแยะ น้องชอบกินก็ให้น้องกินเถอะค่ะ หนูเป็นพี่นี่นา” 

“เยวี่ยเยวี่ยกินน่องไก่ คนในครอบครัวเดียวกันต้องเสียสละให้กันถึงจะถูก” 

อู่เจิ้งซือที่ใบหน้าดำทะมึนเล็กน้อยยิ้มอย่างพออกพอใจ เขาคีบน่องไก่จากในชามให้อู่เยวี่ย แล้วแอบถลึงตาใส่เหอปี้อวิ๋น โตเป็นผู้ใหญ่ขนาดนี้แล้ว เยวี่ยเยวี่ยยังรู้เรื่องรู้ราวกว่าเลย ถ้าเกิดคนอื่นได้ยินเข้า แล้วจะมองเขาเป็นคนอย่างไรล่ะ 

อู่เหมยกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ สิ่งที่เธอสามารถใช้ให้เป็นประโยชน์ได้ในตอนนี้ก็มีแต่ความรักหน้าตาศักดิ์ศรีของอู่เจิ้งซือนี่แหละ ขอเพียงไม่ดื้อรั้นจนเกินไป สำหรับเรื่องข้าวของต่างๆ แล้ว อู่เจิ้งซือเป็นคนที่พูดด้วยง่ายทีเดียว เขาใจกว้างกว่าเหอปี้อวิ๋นมาก 

“พ่อกินกระเพาะไก่นี่สิคะ กินแล้วดีต่อกระเพาะอาหาร” 

อู่เหมยกวาดสายตาไปมา แล้วคีบกระเพาะไก่ใส่ในชามของอู่เจิ้งซือ เธอต้องประจบประแจงสักหน่อย อู่เจิ้งซือมีความสุขมากที่ลูกสาวคนเล็กกตัญญู เขายิ้มแย้มยิ่งกว่าเดิม แต่เหอปี้อวิ๋นกลับโมโหจนเจ็บที่ทรวงอกไปหมด นับวันเจ้าเด็กบ้าก็ยิ่งเจ้าเล่ห์มากขึ้น 

 

ตอนที่ 80 เลี่ยงการทำความสะอาดครั้งใหญ่ 

วันรุ่งขึ้นอู่เหมยตื่นนอนตั้งแต่เช้าตรู่ อู่เจิ้งซือกับพวกนักเรียนจะออกเดินทางกันตอนแปดโมงเช้า ใครมีจักรยานก็ขี่จักรยานไป ใครที่ไม่มีจักรยานก็นั่งรถบัสไป แล้วไปรวมตัวกันที่ตีนเขาเฟิ่งหวงซาน เมื่อคืนเธอไม่กล้าบอกอู่เจิ้งซือเรื่องที่อยากจะตามไปเที่ยวด้วย ไม่ใช่ว่าเธอกังวลว่าอู่เจิ้งซือจะไม่เห็นด้วย แต่กลัวว่าเหอปี้อวิ๋นจะทำพัง 

เหอปี้อวิ๋นเป็นคนรักสะอาด ทุกสุดสัปดาห์จะต้องทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ ซึ่งอู่เหมยก็คือแรงงานที่ถูกบีบบังคับ ถ้าเมื่อคืนเธอพูดออกไป เหอปี้อวิ๋นจะต้องพูดยุแยงที่ข้างหูอู่เจิ้งซือแน่นอน ไม่แน่ว่าเธออาจไม่ได้ไปก็ได้ 

“พ่อคะ หนูไปเที่ยวกับพ่อด้วยได้มั้ยคะ” 

อู่เหมยฉวยโอกาสตอนที่เหอปี้อวิ๋นทำอาหารเช้าอยู่ข้างนอกเดินไปพูดเกลี้ยกล่อมอู่เจิ้งซือที่ห้องน้ำ 

อู่เจิ้งซือกำลังโกนหนวดอยู่ เขาถามแบบสบายๆ ว่า “ทำการบ้านเสร็จหรือยัง” 

“ทำเสร็จแล้วค่ะ ขาดแค่เขียนเรียงความ คุณครูให้เขียนบันทึกการท่องเที่ยว หนูอยากเขียนเกี่ยวกับเฟิ่งหวงซาน” อู่เหมยมองอู่เจิ้งซืออย่างมีความหวัง 

พออู่เจิ้งซือได้ยินว่าจะเขียนเรียงความ เขาก็ตกลงทันทีโดยไม่แม้แต่จะคิด “โอเค ลูกไปเตรียมข้าวของ เรียงความเขียนเสร็จแล้วต้องเอามาให้พ่อดูด้วย” 

“ค่ะ ขอบคุณค่ะพ่อ” 

อู่เหมยดีใจยิ้มหน้าบาน ขอเพียงออกไปเที่ยวข้างนอกได้ จะตรวจดูเรียงความก็ตรวจไปเถอะ ในบรรดาวิชาทั้งหมด วิชาที่เธอไม่กังวลเลยก็คือเรียงความ ชาติก่อนเวลาที่ว่างไม่มีอะไรทำ เธอก็จะขีดๆ เขียนๆ อยู่ที่บ้าน ฝีมือคงจะพอถูไถไปได้ละมั้ง! 

หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ เหอปี้อวิ๋นก็มาเตรียมน้ำกับเสบียงให้อู่เจิ้งซือ อู่เจิ้งซือบอกเธอว่า “เตรียมไปเยอะหน่อยนะ เหมยเหมยก็จะไปกับผมด้วย” 

มือของเหอปี้อวิ๋นหยุดชะงัก แววตาดุร้ายมองไปที่อู่เหมย เธอพูดอย่างไม่พอใจ “เหมยเหมยไปด้วยทำไม วันนี้ฉันต้องทำความสะอาด ให้เหมยเหมยอยู่ช่วยฉันที่นี่แหละ” 

อู่เหมยพูดว่า “พี่เค้าอยู่บ้านไม่ใช่เหรอคะ เมื่อก่อนหนูช่วยทำงานบ้านตลอด พี่ไม่เคยทำเลยสักครั้ง” 

“ทำไมแกไม่ลองเทียบคะแนนกับพี่แกดูล่ะ พี่แกสอบได้หนึ่งร้อยคะแนน ส่วนแกสอบได้แปดคะแนน แล้วยังจะมีหน้ามาเถียงอีกเหรอ?” เหอปี้อวิ๋นเหยียดตัวจะไปหยิกแขนของอู่เหมย 

อู่เหมยห่อตัวลีบอยู่ข้างๆ อู่เจิ้งซือ แล้วจงใจพูดพึมพำว่า “หนูไม่ได้เถียงสักหน่อย เมื่อก่อนเสื้อผ้าของอู่เยวี่ยหนูต้องเป็นคนซักให้ หนูไม่ใช่คนใช้ของที่บ้านสักหน่อย ทำไมต้องให้หนูทำงานอยู่คนเดียวด้วย อู่เยวี่ยผลการเรียนดีแล้วไม่ต้องทำงานก็ได้งั้นเหรอ กฎหมายไม่ได้เขียนระบุแบบนี้สักหน่อย” 

ถึงแม้อู่เหมยจะพูดพึมพำ แต่เสียงเธอไม่เบาเลย ทุกคนในบ้านล้วนได้ยินกันหมด อู่เยวี่ยหน้าถอดสีเล็กน้อย แม้แต่โจ๊กก็กินไม่ลงแล้ว ถ้าขืนปล่อยให้อู่เหมยพูดต่อไป พ่อต้องไม่พอใจอีกเป็นแน่ 

แม่เองก็อารมณ์ร้อนเสียเหลือเกิน สามสี่วันมานี้อู่เหมยเอะอะโวยวายหนักมาก ซึ่งทำให้พ่อไม่ค่อยพอใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แม่ก็ไม่รู้จักสะกดกลั้นบ้างเลย 

“แม่คะ เดี๋ยวหนูช่วยทำความสะอาดค่ะ ให้เหมยเหมยไปเที่ยวเถอะ” อู่เยวี่ยยิ้มพลางพูด 

“เยวี่ยเยวี่ย ลูกยังต้องอ่านหนังสือ...” 

“ไม่ต้องอ่านวันนึงก็ได้ค่ะ แม่บอกหนูตลอดไม่ใช่เหรอคะว่าเรียนกับพักผ่อนต้องให้สมดุลกัน ถือเสียว่าผ่อนคลายแล้วกันค่ะ” 

อู่เยวี่ยพูดตัดบทเหอปี้อวิ๋น แล้วแอบขยิบตาให้เธอ แม้เหอปี้อวิ๋นจะไม่ยอม แต่เธอเชื่อฟังคำพูดของลูกสาวคนโตที่สุดมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เธอถลึงตาใส่อู่เหมยทันทีและหุบปาก จากนั้นเตรียมเสบียงให้อย่างเงียบๆ โดยหยิบขนมปังใส่ไปเพิ่มอีกสองสามชิ้นกับน้ำเปล่าหนึ่งกา 

อู่เจิ้งซือรู้สึกพอใจมากที่อู่เยวี่ยพูดจารู้เรื่อง คนในครอบครัวเดียวกันจะต้องรักใคร่ปรองดองกัน แบบนี้ถึงจะทำให้มีความสุขทั้งกายและใจ เมื่อเทียบกันแล้ว ภรรยาพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่องเอาเสียเลย ทำเอาบรรยากาศภายในบ้านอึมครึม หลังจากกลับมาจากไปเที่ยว เขาจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการคิดของเธอใหม่เสียแล้ว 

อู่เหมยออกจากบ้านไปภายใต้สายตาโกรธแค้นของเหอปี้อวิ๋น อู่เหมยดีใจกระโดดโลดเต้นราวกับนกตัวน้อย อู่เจิ้งซือที่เดินนำหน้าเห็นแล้วก็สบายตาขึ้นไม่น้อย ไม่ว่าอย่างไรก็ตามอู่เจิ้งซือก็ยังดีกว่าเหอปี้อวิ๋นเล็กน้อย แม้ว่ามันจะจอมปลอมก็ตามที 

แล้วอย่างไรล่ะ? 

สิ่งที่เธอใช้ประโยชน์อยู่ตอนนี้ก็คือความจอมปลอมของอู่เจิ้งซือไม่ใช่หรือ? 

“สวัสดีครับอาจารย์อู่” เหยียนหมิงซุ่นเข็นจักรยาน ส่วนเหยียนหมิงต๋าเดินตามหลัง 

เมื่อไม่เจอยอดดวงใจ เหยียนหมิงต๋าก็รู้สึกผิดหวังอย่างแรง แล้วถามว่า “อาจารย์อู่ครับ ทำไมเยวี่ยเยวี่ยไม่มาด้วยล่ะครับ?” 

ความคิดเห็น