facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ปี 1985 ดอกเหมยอย่างเธอได้ผลิบานกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ด้วยลิขิตที่ขีดไว้บน 'รอยแค้น'

ตอนที่ 77 ลูกเจี๊ยบ / ตอนที่ 78 สวรรค์ช่างขี้เหนียว

ชื่อตอน : ตอนที่ 77 ลูกเจี๊ยบ / ตอนที่ 78 สวรรค์ช่างขี้เหนียว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ต.ค. 2563 17:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 77 ลูกเจี๊ยบ / ตอนที่ 78 สวรรค์ช่างขี้เหนียว
แบบอักษร

ตอนที่ 77 ลูกเจี๊ยบ 

วันเสาร์เรียนแค่ครึ่งวัน ช่วงเช้าหลังจากเรียนจบสี่คาบ พวกนักเรียนต่างก็เหมือนกับนกที่ถูกปล่อยให้โบยบิน เพียงพริบตาเดียวก็หายไปกันหมด แต่อู่เหมยไปไม่ได้ วันนี้เป็นเวรเธอทำความสะอาด ทว่ายังมีเจ้าตุ้ยนุ้ยอู่เชาอยู่เป็นเพื่อนเธอ 

“เหมยเหมย พรุ่งนี้เธอก็จะไปเที่ยวที่เฟิ่งหวงซานด้วยเหรอ” อู่เชาหาเรื่องคุยกับเธอ ในใจเขารู้สึกสงสัยมาก เมื่อก่อนแม้แต่บ้านคุณปู่อู่เหมยยังไม่อยากไปเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงกิจกรรมของชั้นเรียน คราวนี้นิสัยเธอเปลี่ยนไปมากจริงๆ! 

“อืม!” อู่เหมยก้มหน้าก้มตาพรมน้ำอยู่เงียบๆ 

“เมื่อก่อนเธอไม่ชอบออกไปเที่ยวไม่ใช่เหรอ” อู่เชาอดถามไม่ได้ 

อู่เหมยวางกะละมังลงบนโต๊ะ แล้วพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “ตอนนี้ฉันอยากออกไปเที่ยวบ้างไม่ได้เหรอ กฎหมายระบุไว้เหรอว่าฉันออกไปเที่ยวไม่ได้” 

อู่เชาตกใจ ไอ้หยา! ไปกินรังแตนมาหรือไง? 

“ได้อยู่แล้ว ใครบอกว่าไม่ให้เธอออกไปเที่ยวล่ะ พรุ่งนี้ฉันก็ไปด้วย อารองจะพาเด็กนักเรียนในห้องไปเที่ยว ถึงตอนนั้นเราไปด้วยกันกับอารองนะ” อู่เชาพูดพลางยิ้มตาหยี ถ้าไม่ใช่เพราะอู่เจิ้งซือไปด้วย คุณแม่เขาก็ไม่มีทางตกลงให้เขาไปเที่ยวที่ภูเขาหรอก 

อู่เหมยพยักหน้า เดิมเธอตั้งใจจะไปด้วยกันกับอู่เจิ้งซืออยู่แล้ว อู่เชาหัวเราะคิกคัก แล้วก็เหลือบมองอู่เหมยที่ดูสะสวยและร่าเริงสดใสขึ้นแวบหนึ่ง เขาอดพูดไม่ได้ว่า “เหมยเหมย ตอนนี้เธอดูดีมากเลย ดูแล้วน่ารักเหมือนกับลูกเจี๊ยบ ต่อไปอย่าปล่อยผมสยายอีกนะ ดูอย่างกับผีแน่ะ” 

“นายต่างหากที่เป็นลูกเจี๊ยบ!” 

อู่เหมยโมโหแล้วใช้มือพรมน้ำใส่จำนวนมาก น้ำกระเซ็นโดนตัวอู่เชา แต่เขาก็ไม่สนใจเลยสักนิด ยิ้มตาหยีอย่างมีความสุขมาก เขาพยักหน้าไม่หยุด “ฉันเป็นพี่เธอ ถ้าเธอเป็นลูกเจี๊ยบ แน่นอนว่าฉันก็ด้วย ตรรกะนี้ถูกต้องเป๊ะ เหมยเหมย เธอฉลาดขึ้นแล้วนะเนี่ย!” 

“ขี้เกียจคุยด้วยแล้ว!” 

อู่เหมยพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ในใจรู้สึกอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย การที่ชาติก่อนเธอไม่สนิทสนมกับบรรดาลูกพี่ลูกน้อง ปัจจัยหลักอาจเป็นเพราะตัวเธอเมินเฉยไม่สนใจคนอื่นละมั้ง 

ขณะที่เดินกลับบ้าน ที่สนามบาสเกตบอลยังคงมีหลายคนเล่นบาสกันอยู่ เหยียนหมิงซุ่นกับเหมยซูหานต่างก็ไม่อยู่ทั้งคู่ เด็กผู้ชายมัธยมต้นกลุ่มหนึ่งกำลังเล่นกันอยู่ หนึ่งในนั้นมีเหยียนหมิงต๋าอยู่ด้วย เขาอุ้มลูกบาสดูอย่างกับหมีสีน้ำตาล 

อู่เหมยไม่สนใจสักนิด แล้วเดินไปทางอาคารบ้านพักครูด้วยความไม่สบายใจ ในใจเธอรู้สึกกังวลเล็กน้อย เธอคงไม่ได้ทำให้เหยียนหมิงซุ่นตกใจหรอกมั้ง 

รู้อย่างนี้เย็นวันนั้นเธอไม่ถามโจทย์เลขกับเหยียนหมิงซุ่นซะก็ดี เหยียนหมิงซุ่นคงจะไม่เคยเจอใครที่โง่กว่าเธอละมั้ง 

อู่เหมยไหล่ตกลู่และเดินหน้าม่อยคอตกไปข้างหน้า ไม่แม้แต่จะมองทาง และแล้วเธอก็เดินชนเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของคนที่อยู่ตรงหน้าโดยไม่รู้ตัว 

“โอ๊ย!” 

อู่เหมยถูจมูกไปมา รู้สึกเจ็บจนเบ้าตาแดงเรื่อ เธอไม่แม้แต่จะมองอีกฝ่าย แล้วพูดว่า “ขอโทษค่ะ!” 

เหยียนหมิงซุ่นมองเด็กผู้หญิงตรงหน้าอย่างขำๆ เธอซื่อบื้อจริงๆ ด้วย เดินไม่ดูทางเลยสักนิด โชคดีที่อยู่ภายในบริเวณโรงเรียน ไม่มีรถรา ถ้าเดินอยู่บนถนนข้างนอก เธอต้องเดินชนเข้ากับรถเป็นแน่ 

“เจ็บเหรอ?” 

อู่เหมยได้ยินเสียงที่คุ้นหูก็เงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ แต่กลับเห็นรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าของเหยียนหมิงซุ่น เขาสะพายกระเป๋าเป้ ดูเหมือนว่ากำลังจะออกไปข้างนอก อู่เหมยส่ายหัวแรง “ไม่เจ็บค่ะ ไม่เจ็บเลยสักนิดเดียว” 

เหยียนหมิงซุ่นอดหัวเราะอีกไม่ได้ เธอพูดโกหกทั้งเพ ไม่เจ็บแล้วทำไมร้องไห้ 

“วันหลังเดินดูทางหน่อยนะ” 

“อืม พี่หมิงซุ่นจะออกไปข้างนอกเหรอคะ?” อู่เหมยรวบรวมความกล้าแล้วถาม 

เหยียนหมิงซุ่นพูดเสียงเบาว่า “ไปห้องสมุดน่ะ เธอรีบกลับบ้านเถอะ!” 

อู่เหมยพยักหน้าอย่างว่านอนสอนง่าย “ค่ะ บ๊ายบายค่ะพี่หมิงซุ่น!” 

อู่เหมยโบกไม้โบกมือให้เหยียนหมิงซุ่น เธออารมณ์ดีขึ้นเล็กน้อย ดูท่าเหยียนหมิงซุ่นจะไม่ได้รังเกียจที่เธอโง่เง่า ดีจัง เพียงแต่ว่า... 

“โจทย์สระว่ายน้ำข้อนั้นเธอทำถูกแล้วใช่มั้ย” จู่ๆ เหยียนหมิงซุ่นก็เอ่ยถามเธอ 

  

ตอนที่ 78 สวรรค์ช่างขี้เหนียว 

อู่เหมยตกใจ แล้วหมุนตัวแบบแข็งทื่อ เธอฝืนยิ้มเล็กน้อย ตั้งใจอยากจะพูดว่าเธอทำถูกแล้ว แต่พอเผชิญกับสายตาที่เย็นยะเยือกของเหยียนหมิงซุ่น คำโกหกก็ผูกเป็นปมอยู่ในท้อง ไม่ว่าอย่างไรก็พูดไม่ออก 

“ฉัน...ฉัน...ไม่ได้ทำถูกทั้งหมด แล้วก็ไม่ได้ทำผิดทั้งหมด” นานทีเดียวกว่าอู่เหมยจะเค้นคำพูดที่คลุมเครือนี้ออกมา 

เหยียนหมิงซุ่นขมวดคิ้ว นี่หมายความว่าอะไร 

ในพจนานุกรมของเขานั้น ผิดก็คือผิด ถูกก็คือถูก ไม่มีอะไรที่ครึ่งๆ กลางๆ แบบนี้ อะไรคือไม่ได้ทำถูกทั้งหมด 

“ตกลงถูกหรือผิดกันแน่ล่ะ” เหยียนหมิงซุ่นพูดเสียงดังขึ้นโดยไม่รู้ตัว ส่วนสีหน้าก็ดูเคร่งขรึมขึ้น อู่เหมยตกใจจนตัวสั่นเทา แล้วตอบไปตามตรงว่า “ผิดค่ะ” 

โจทย์เลขข้อนั้นเธอแบ่งทำเป็นสามขั้นตอน คุณครูติ๊กถูกหนึ่งอันและกากบาทผิดสองอัน ส่วนน้อยต้องยอมส่วนใหญ่ งั้นก็น่าจะผิดละมั้ง! 

พอพูดจบ อู่เหมยก็เริ่มแสร้งทำเป็นอ่อนแอ ไม่กล้าจะมองเหยียนหมิงซุ่นเสียด้วยซ้ำ เพราะเธอกลัวว่าจะเห็นแววตาแบบเดียวกับเหอปี้อวิ๋นและอู่เจิ้งซือในดวงตาของเหยียนหมิงซุ่น เป็นแววตาที่ผิดหวัง เอือมระอา แล้วก็เย็นชา 

เหยียนหมิงซุ่นเห็นแล้วก็ทั้งโมโหทั้งขำ อู่เหมยทำให้เขาได้ลิ้มรสชาติของความล้มเหลวเป็นครั้งแรก เย็นวันนั้นเขาอธิบายโจทย์เลขข้อนั้นให้เธอฟังอย่างน้อยสิบรอบ แต่ผลปรากฏว่าเธอก็ยังคงทำผิด จะไม่ให้เขาโมโหได้อย่างไร 

อย่างไรก็ตามเขารู้ดีว่าอู่เหมยไม่ใช่ว่าไม่อยากทำถูก เธออยากทำถูกเสียยิ่งกว่าใครๆ แต่ทำอย่างไรได้สมองเธอมันช่าง... 

เรื่องนี้ทำให้เขารู้สึกทึ่งจริงๆ! 

“เย็นวันนั้นเธอบอกว่าเข้าใจแล้วไม่ใช่เหรอ” 

อู่เหมยตอบเสียงอู้อี้ “ฉัน... ฉันกลัวว่าพี่หมิงซุ่นจะโกรธ ก็เลยบอกว่าเข้าใจแล้วน่ะค่ะ” 

เหยียนหมิงซุ่นตบหน้าผากเบาๆ ที่แท้สิบรอบที่เขาอธิบายไปนั้นก็เสียแรงเปล่า เจ้าเด็กโง่คนนี้ฟังไม่เข้าหูเลยสักประโยคเดียวงั้นเหรอ 

“สิ่งที่คุณครูสอนในชั้นเรียนเธอก็ไม่เข้าใจเหมือนกันใช่หรือเปล่า” เหยียนหมิงซุ่นถามอีก 

“อืม” 

ในใจอู่เหมยทั้งเจ็บปวดและรวดร้าว ถ้าเธอเข้าใจสิ่งที่คุณครูสอน แล้วผลการเรียนของเธอจะแย่ขนาดนี้ได้อย่างไรกันล่ะ นี่เหยียนหมิงซุ่นกำลังถือมีดทิ่มแทงหัวใจเธออยู่ไม่ใช่เหรอเนี่ย! 

ตอนนี้เหยียนหมิงซุ่นเข้าใจแล้วว่าเหตุใดผลการเรียนของอู่เหมยถึงได้แย่ขนาดนี้ ในชั่วโมงเรียนไม่เข้าใจเนื้อหาที่คุณครูอธิบาย แล้วผลการเรียนจะดีได้อย่างไรเล่า 

“เธอไม่เข้าใจที่คุณครูพูดเหรอ” เหยียนหมิงซุ่นรู้สึกงงมาก แล้วก็เกิดความสนใจใคร่รู้ด้วย ในความคิดของเขานั้น การที่ไม่เข้าใจที่คุณครูอธิบายเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อจริงๆ 

อู่เหมยทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เธอน้ำตาไหลพรากเป็นสายและพูดเสียงสะอื้น “ฉันเข้าใจคำพูดของคุณครู แต่สิ่งที่พวกเขาพูดหมายความว่าอะไร ฉันไม่เข้าใจ ฉันเองก็อยากเข้าใจ แต่ฉันก็ไม่เข้าใจ ฉันมันโง่เง่าเต่าตุ่น ฮือ ฉันเป็นคนที่โง่ที่สุดในโลกเลย” 

ยิ่งร้องไห้ก็ยิ่งรู้สึกน้อยใจ อู่เหมยเกลียดตัวเองสุดๆ เลย แล้วก็เกลียดสวรรค์มากด้วย สวรรค์ให้เธอกลับมาเกิดใหม่แล้ว สิ่งที่ประทานให้คนอื่นถ้าไม่ใช่ทะลุมิติก็เป็นพลังพิเศษ แต่กลับขี้เหนียวกับเธอ แม้แต่หัวสมองที่ฉลาดเฉียบแหลมก็ไม่ยอมประทานให้ 

ถึงแม้อู่เหมยจะพูดจาคลุมเครือ แต่เหยียนหมิงซุ่นก็ฟังเข้าใจ เขาอดไม่ได้ที่จะมองดูเจ้าเด็กโง่ที่น้ำตานองหน้าด้วยความเห็นอกเห็นใจ ความสามารถในการทำความเข้าใจก็ช่างแย่ไม่มีใครเกินเลยจริงๆ 

“ทำไมเธอไม่ถามอาจารย์อู่กับอาจารย์เหอล่ะ” 

อู่เหมยร้องไห้สะอึกสะอื้น เช็ดน้ำตาให้แห้ง แล้วยิ้มเจื่อนๆ “พ่อแม่งานยุ่งมาก ไม่มีเวลามาสอนฉัน” 

ต่อให้งานไม่ยุ่ง พวกเขาก็ไม่มีความอดทนที่จะสอนเธอ ในสายตาของพวกเขา เธอก็คือโคลนเลนที่เฉอะแฉะเละเทะ ไม่คุ้มที่จะสิ้นเปลืองแรงไปกับเธอ 

เหยียนหมิงซุ่นนึกถึงภาพที่เขาเห็นเมื่อสามสี่วันก่อน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอู่เหมยอยู่ที่บ้านในฐานะอะไร เมื่อเห็นท่าทางน่าสงสารของเด็กคนนี้ เขาก็อดใจอ่อนไม่ได้ แล้วพูดโพล่งออกมาว่า “ต่อไปถ้าไม่เข้าใจอะไรก็มาถามฉันนะ” 

อู่เหมยหยุดร้องไห้แล้วยิ้มแย้มทันที เธอพูดด้วยความดีอกดีใจ “ขอบคุณค่ะพี่หมิงซุ่น” แต่ไม่ทันไรแววตาเธอก็หม่นหมองลงอีก แล้วพูดเสียงอ่อนแรง “ถ้าพี่หมิงซุ่นรำคาญก็บอกฉันได้นะคะ ฉัน... ฉันจะไม่รบกวนพี่ค่ะ” 

เดิมทีเหยียนหมิงซุ่นแอบรู้สึกเสียใจเล็กน้อย แต่พอเห็นท่าทางระแวดระวังของอู่เหมย เขาก็ใจอ่อนขึ้นมาอีก เขายิ้มและพูดว่า “ไม่รำคาญหรอก รีบกลับบ้านเถอะ!” 

ความคิดเห็น