facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ปี 1985 ดอกเหมยอย่างเธอได้ผลิบานกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ด้วยลิขิตที่ขีดไว้บน 'รอยแค้น'

ตอนที่ 75 สดใสมีชีวิตชีวา / ตอนที่ 76 ท่องเที่ยวชานเมือง

ชื่อตอน : ตอนที่ 75 สดใสมีชีวิตชีวา / ตอนที่ 76 ท่องเที่ยวชานเมือง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ต.ค. 2563 17:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 75 สดใสมีชีวิตชีวา / ตอนที่ 76 ท่องเที่ยวชานเมือง
แบบอักษร

ตอนที่ 75 สดใสมีชีวิตชีวา 

แม้เมื่อคืนจะนอนดึก แต่อู่เหมยที่ทำเรื่องชั่วร้ายได้สำเร็จกลับนอนหลับแสนสบายใจ เธอนอนหลับยาวจนถึงเช้า สีหน้าท่าทางดูสดชื่น แต่อู่เยวี่ยที่เข้านอนเร็วกลับหาวตลอด ใบหน้าซีดเผือดและท่าทางเซื่องซึม 

“เยวี่ยเยวี่ย เรื่องเรียนสำคัญ แต่สุขภาพก็ต้องใส่ใจดูแล คืนนี้นอนเร็วหน่อยนะ!” เหอปี้อวิ๋นปวดใจมาก เธอยื่นนมที่อุ่นร้อนแล้วให้อู่เยวี่ย 

อู่เจิ้งซือพูดเช่นกันว่า “เรียนกับพักผ่อนต้องให้สมดุลกัน เยวี่ยเยวี่ย ลูกอย่าเอาแต่ขังตัวอยู่ในห้องทั้งวัน ไปเดินออกกำลังกายบ้างก็ได้” 

“เมื่อคืนหนูฝันร้าย” อู่เยวี่ยท่าทางเซื่องซึม ตอนนี้เธอเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตกลงแล้วเมื่อคืนเป็นความฝันหรือเกิดขึ้นจริงกันแน่ 

อู่เหมยใจกล้าขนาดจะฆ่าเธอแบบนั้นได้อย่างไรกัน 

คงจะฝันไปละมั้ง 

อู่เหมยได้ใจสุดๆ เจ้าพี่สารเลว พี่ลงมือต่อหน้า ฉันจะลงมือลับหลัง คืนนี้จะทำให้เธอตกใจอีก ให้เธอสัปหงกในเวลาเรียนทุกวัน ดูสิว่าต่อไปจะสอบได้ที่หนึ่งอย่างไร 

อู่เหมยดื่มนมอุ่นรวดเดียวหมด นมสดสมัยนี้คุณภาพดีเยี่ยมจริงๆ ทั้งหอมทั้งเข้มข้น รสชาติก็บริสุทธิ์ไร้สิ่งเจือปน ต่อไปถ้าอยากจะดื่มนมที่แท้บริสุทธิ์แบบนี้ คงต้องไปดื่มที่ทุ่งหญ้าแล้วล่ะ! 

ข้าวของเมื่อคืนโดนอู่เหมยกินหมดเกลี้ยงแล้ว เหอปี้อวิ๋นควักเงินห้าเจี่ยวออกมายื่นให้อู่เยวี่ย “เยวี่ยเยวี่ย มื้อเที่ยงลูกไปซื้อกินที่ร้านอาหารก็แล้วกันนะ อย่าปล่อยให้หิวล่ะ!” 

พอเห็นท่าทางของเหอปี้อวิ๋น อู่เหมยก็รู้แล้วว่าแม่ไม่ได้นึกถึงเธอ อู่เหมยยื่นมือขาวจั๊วะออกไปและพูดเสียงดังว่า “แม่ แล้วมื้อเที่ยงของหนูล่ะ” 

ขมับของเหอปี้อวิ๋นเริ่มเต้นตุบๆ อีกแล้ว เธอปวดหัวแทบจะแตกแล้ว เมื่อคืนเธอเองก็นอนไม่หลับเหมือนกัน ใต้ตาดำคล้ำ พอเห็นอู่เหมยเจ้าผีทวงหนี้ เธอก็ยิ่งปวดหัวและแน่นหน้าอก 

“เอาไป!” 

เหอปี้อวิ๋นสีหน้าหม่นหมอง เธอควักเงินสองเจี่ยวยัดใส่ในมืออู่เหมย ให้มากกว่าปกติหนึ่งเจี่ยว แต่อู่เหมยกลับไม่พอใจ เธอรับเงินสองเจี่ยวมาแล้วพูดว่า “แม่ให้อู่เยวี่ยห้าเจี่ยว แต่ให้หนูแค่สองเจี่ยว ทำไมถึงให้หนูน้อยกว่าตั้งสามเจี่ยว” 

อู่เจิ้งซือกำลังปอกเปลือกไข่ เมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาก็มองเหอปี้อวิ๋นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ความขี้เหนียวของภรรยาทำให้เขาไม่พอใจอย่างมาก เงินแค่ไม่กี่เจี่ยวเอง ต้องขี้เหนียวขนาดนี้เลยเหรอ 

เหอปี้อวิ๋นรับรู้ได้ว่าอู่เจิ้งซือไม่พอใจ เธอจึงจำต้องควักเงินออกมาอีกสามเจี่ยวยัดใส่ในมืออู่เหมย เธอปวดหัวหนักกว่าเดิม เดือนนี้ค่าใช้จ่ายสูงปรี๊ด ทำลายแผนการเงินของเธอไม่มีชิ้นดี เดิมทีเธอตั้งใจจะเก็บเงินแล้วเปลี่ยนโทรทัศน์ขาวดำในบ้านเป็นโทรทัศน์สี พอเจ้าเด็กบ้านี่เอะอะโวยวาย แผนการนี้จึงจำต้องหยุดชะงักไป 

อู่เหมยกินซาลาเปาไส้เนื้อหมดไปสองลูกอย่างรวดเร็ว บวกกับไข่ต้มหนึ่งลูกกับนมสดหนึ่งแก้ว ท้องเธอก็อิ่มแปล้แล้ว เธอกวาดตามอง แล้วยื่นมือไปหยิบซาลาเปาไส้ผักดองอีกสามลูก เธอตั้งใจจะไว้กินเป็นมื้อเที่ยง จะได้ประหยัดเงินห้าเจี่ยวนั่น 

“แกเอาซาลาเปาไปทำไมตั้งเยอะแยะ” เหอปี้อวิ๋นตำหนิ 

“หนูยังกินไม่อิ่ม จะเอาไปค่อยๆ กินระหว่างทาง” 

อู่เหมยยัดซาลาเปาลงไปในกระเป๋าเป้ จากนั้นสะพายหลังแล้วเดินออกไป พอเดินมาถึงประตูบ้าน เธอก็จงใจหันมาพูดเสียงดังว่า “พ่อแม่หนูไปก่อนนะคะ!” 

อู่เจิ้งซือพอใจมากที่เห็นอู่เหมยดูสดใสมีชีวิตชีวา เขายิ้มพลางพยักหน้า “อืม ไปเถอะ เดินทางระวังด้วยนะ!” 

เหอปี้อวิ๋นทำเสียงฮึดฮัดเบาๆ แล้วหันไปมองอู่เยวี่ยที่หน้าตาซีดเซียว เธอวางแผนอยู่ในใจว่าสุดสัปดาห์นี้จะไปซื้อแม่ไก่แก่มาทำซุปไก่ตุ๋น เยวี่ยเยวี่ยคงจะเรียนหนักเหนื่อยเกินไปแน่ๆ เลย จะต้องบำรุงสักหน่อย 

อู่เหมยอารมณ์ดีเป็นพิเศษเพราะมีเงินติดตัวตั้งสองหยวนห้าเจี่ยว พอเจอใครที่ระเบียงทางเดินก็เอ่ยทักทาย 

“อาจารย์หญิงจางอรุณสวัสดิ์ค่ะ!” 

“อาจารย์หวังอรุณสวัสดิ์ค่ะ!” 

“คุณปู่หูอรุณสวัสดิ์ค่ะ!” 

อู่เหมยเหมือนกับนกจาบปีกอ่อนอกสีส้ม เด็กผู้หญิงที่สวยร่าเริงใครบ้างที่ไม่ชอบ แม้อาจารย์และครอบครัวในอาคารบ้านพักครูจะแปลกใจที่เห็นอู่เหมยเปลี่ยนไป แต่พวกเขาต่างก็ยิ้มตอบให้เธอ 

“ลูกสาวคนเล็กตระกูลอู่หน้าตาสะสวยจริงๆ นิสัยก็ร่าเริงสดใส ถ้าฉันมีลูกสาวสวยแบบนี้จะดีแค่ไหนนะ ฉันจะตัดเสื้อชุดใหม่ให้ใส่ทุกวันเลย!” พวกผู้หญิงส่วนใหญ่คิดแบบเดียวกันกับอาจารย์หญิงจาง 

คนอื่นๆ ล้วนพยักหน้าเห็นด้วย เรื่องหน้าตาของอู่เหมยนั้นไม่ต้องพูดถึง เมื่อก่อนไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้าสารเลวคนไหนที่พูดว่าลูกสาวคนเล็กของตระกูลอู่หน้าตาอัปลักษณ์ ชั่วช้าสารเลวจริงๆ! 

 

ตอนที่ 76 ท่องเที่ยวชานเมือง 

เวลาผ่านไปเร็วมาก หนึ่งสัปดาห์กำลังจะผ่านไปแล้ว วันนี้เป็นวันเสาร์ เรียนหนังสือแค่ครึ่งวัน ช่วงบ่ายกับวันอาทิตย์ได้หยุดพักผ่อน หลังจากเรียนมาหนึ่งสัปดาห์ ในที่สุดก็ได้หยุดแล้ว อู่เหมยผ่อนลมหายใจยาว 

อาจารย์อู๋ คุณครูประจำชั้นอายุไล่เลี่ยกับเหอปี้อวิ๋น เธอมีรูปร่างอวบอิ่ม อ้วนเตี้ย ผิวขาวผุดผ่องมาก ดูแล้วเหมือนกับหมั่นโถวสีขาวก้อนใหญ่ที่เพิ่งยกออกจากเตา เธอสอนวิชาภาษาจีน มีความรับผิดชอบในหน้าที่การงานอย่างมาก แม้อู่เหมยจะไม่ค่อยชอบเรียนวิชาของเธอและนั่งสัปหงกในวิชาภาษาจีนทุกวันก็ตามที 

อาจารย์อู๋เป็นพวกที่ดูผลการเรียนเป็นหลัก ถึงแม้นักเรียนเก่งจะทำผิดเล็กๆ น้อยๆ แต่เธอก็พูดดีด้วย ประโยคที่เธอพูดอยู่บ่อยๆ ก็คือขอเพียงเธอสอบได้เก้าสิบคะแนนขึ้นไปทุกครั้ง ถึงจะไม่ตั้งใจเรียนก็ไม่เป็นไร 

อีกนัยหนึ่งก็คือต่อให้นักเรียนที่เรียนไม่ดีตั้งอกตั้งใจเรียน เธอก็ไม่ค่อยชอบเท่าไร 

น่าเศร้าที่อู่เหมยคือพวกเรียนแย่ที่ตั้งอกตั้งใจเรียน อาจารย์อู๋ไม่ชอบเธออย่างมาก แทบจะไม่เคยมองหน้าเธอตรงๆ เลย 

“เรียงความสัปดาห์นี้เขียนเกี่ยวกับทิวทัศน์ จะเป็นบ้านเกิด สวนสาธารณะหรือทุ่งนาก็ได้ ความยาวประมาณแปดร้อยตัวอักษร ต้องเขียนด้วยความรู้สึกที่แท้จริง ประโยคสั้นกะทัดรัดได้ใจความ อย่างน้อยต้องมีห้าสำนวนขึ้นไป จำได้มั้ย” อาจารย์อู๋พูดเสียงดัง 

“จำได้ครับ/ค่ะ!” 

พวกเด็กนักเรียนตอบเสียงดัง แล้วแอบโอดครวญอยู่ในใจ แค่การบ้านคัดคำศัพท์ภาษาจีนก็ตั้งสิบกว่าหน้าแล้ว แล้วยังต้องเขียนเรียงความอีก บวกกับการบ้านคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษด้วย เฮ้อ! สุดสัปดาห์นี้ก็เหลือเวลาเที่ยวเล่นไม่เท่าไรแล้ว 

“เหมยเหมย พรุ่งนี้จะไปเที่ยวที่ภูเขาเฟิ่งหวงซานหรือเปล่า ได้ยินมาว่าพวกห้องของเหมยซูหานกับเหยียนหมิงซุ่นที่อยู่ที่โรงเรียนอี้จงจะไปเที่ยวที่นั่น!” เจินหวานหว่านถามเสียงเบา 

ภูเขาเฟิ่งหวงซาน? 

อู่เหมยหน้าถอดสีเล็กน้อย ชาติก่อนเธอถูกฝังที่เฟิ่งหวงซานไม่ใช่เหรอ 

เหมยซูหานซื้อหลุมฝังศพที่ดีที่สุดให้เธอ 

ภูเขาเฟิ่งหวงซานได้รับการบุกเบิกเป็นสุสานในอีกสิบปีให้หลัง ตอนนี้ยังเป็นแค่ภูเขาธรรมดาๆ ช่วงสุดสัปดาห์ชาวเมืองจินส่วนใหญ่จะไปปิกนิกที่นั่น ทางโรงเรียนเองก็มักจะพานักเรียนไปท่องเที่ยวอยู่บ่อยๆ เช่นกัน 

“ห้องเรามีใครไปบ้าง?” 

เดิมทีอู่เหมยไม่ชอบออกไปข้างนอก แต่พอได้ยินว่าเหมยซูหานจะไปที่นั่น เธอก็ใจเต้นแรง คราวก่อนเธอติดเงินเหมยซูหานอยู่ห้าเฟิน ช่วงสามสี่วันนี้เธอพยายามหาโอกาสคืนเงินให้เขาตลอด แต่ก็ไม่ได้เจอเขาเลย แม้แต่สนามบาสเกตบอลที่ปกติเหมยซูหานชอบไป เธอก็หาเขาไม่เจอ เงินห้าเฟินนี่ก็เลยยังไม่ได้คืนสักที 

ถ้าพรุ่งนี้ได้เจอกับเหมยซูหาน เธอก็จะคืนเงินห้าเฟินให้เขา เธอไม่อยากที่จะข้องเกี่ยวกับคนๆ นี้อีกแม้แต่น้อย 

อีกอย่างอู่เหมยเองก็มีแผนอยู่ในใจแล้ว นับตั้งแต่เย็นวันนั้นที่เหยียนหมิงซุ่นมาขอยืมหนังสือ เธอก็ไม่ได้ติดต่อใกล้ชิดกับเขาอีกเลย การสร้างสัมพันธ์นั้นจะต้องหมั่นไปมาหาสู่กันถึงจะถูก เพื่อที่จะกอดว่าที่คนเก่งเอาไว้แน่นๆ อู่เหมยคิดว่าเธอควรจะหน้าหนาขึ้นอีกสักหน่อย ต้องโผล่หน้าไปให้เหยียนหมิงซุ่นเห็นบ่อยๆ ถึงจะดี 

เจินหวานหว่านเห็นอู่เหมยยอมตกลงก็ดีใจมาก เธอชอบเที่ยวเล่น แต่ว่าไม่มีสตุ้งสตางค์ เวลาเธอไปเที่ยว แม้แต่ขนมปังก็ซื้อไม่ไหว ถ้าอู่เหมยตกลงไปด้วยกัน เธอก็จะได้ขอกินอาหารของอู่เหมย แล้วก็ไม่แน่ว่าเธออาจจะได้เจอคนๆ นั้น... 

“ห้องเราไปกันเจ็ดแปดคน มีพวกหวังลี่ สวี่ม่าน อู่เชาพวกนั้น พวกเราจะนั่งรถบัสไป แล้วไปรวมตัวกันที่ตีนเขาเฟิ่งหวงซาน เหมยเหมย เรานั่งรถไปด้วยกันเถอะ” 

อู่เหมยเหลือบมองเจินหวานหว่านที่มีสีหน้าคาดหวังแวบหนึ่ง เธอไหนเลยจะไม่รู้ว่าเจินหวานหว่านคิดอะไรอยู่ อู่เหมยพูดด้วยเสียงนุ่มนวลว่า “ไม่ต้องหรอก พรุ่งนี้ฉันจะไปพร้อมกับพ่อ เราไปเจอกันที่เฟิ่งหวงซานก็แล้วกัน” 

เจินหวานหว่านงุนงง แล้วก็พลันนึกขึ้นได้ว่าคุณพ่อของอู่เหมยเป็นคุณครูประจำชั้นของเหยียนหมิงซุ่นนี่นา! 

เจินหวานหว่านทั้งอิจฉาและริษยา คุณพ่อของอู่เหมยเป็นคุณครูที่ทุกคนต่างเคารพนับถือ แต่คุณพ่อเธอกลับเป็นผีพนันที่ใครๆ ต่างก็เอือมระอา สวรรค์ ทำไมช่างไม่ยุติธรรมเลย! 

ความคิดเห็น