facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ปี 1985 ดอกเหมยอย่างเธอได้ผลิบานกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ด้วยลิขิตที่ขีดไว้บน 'รอยแค้น'

ตอนที่ 71 ขอเพียงปฏิบัติอย่างยุติธรรม / ตอนที่ 72 เอาแต่กินงานไม่ทำเหมือนเคย

ชื่อตอน : ตอนที่ 71 ขอเพียงปฏิบัติอย่างยุติธรรม / ตอนที่ 72 เอาแต่กินงานไม่ทำเหมือนเคย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ต.ค. 2563 17:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 71 ขอเพียงปฏิบัติอย่างยุติธรรม / ตอนที่ 72 เอาแต่กินงานไม่ทำเหมือนเคย
แบบอักษร

ตอนที่ 71 ขอเพียงปฏิบัติอย่างยุติธรรม 

“แกต้องหน้าใหญ่ขนาดไหนกันนะถึงได้กล้าเทียบกับคุณ M” เหอปี้อวิ๋นเหมือนได้ฟังเรื่องที่แสนจะตลกขบขัน เธอยิ้มหยัน 

อู่เหมยสีหน้าสงบนิ่ง สองมือกำหมัดแน่น แล้วพูดตะโกนอย่างไม่ยอม “แม่เองก็อย่าดูถูกคนอื่น สิ่งใดๆ ในโลกล้วนเปลี่ยนแปลง ไม่แน่นอน อนาคตต่อไปจะเป็นอย่างไรก็ไม่มีใครรู้ได้ แม่แน่ใจแล้วเหรอว่าพี่อู่เยวี่ยจะมีอนาคตที่สดใสน่ะ ไม่แน่ว่าต่อไปพี่เขาอาจมีชีวิตระหกระเหิน ใครเห็นใครก็เกลียดก็ได้!” 

พอพูดมาถึงตรงนี้ อู่เหมยก็เผยรอยยิ้มประหลาด ซึ่งอู่เยวี่ยบังเอิญเห็นเข้าพอดี หัวใจเธอหล่นวูบทันที รู้สึกเหมือนกับว่าคำพูดนี้ของอู่เหมยมีความหมายอื่นแฝงอยู่ 

“เหมยเหมย ทำไมเธอต้องแช่งพี่แบบนี้ด้วยล่ะ พี่ไม่มีความสุข แล้วเธอดีใจมากเหรอ” อู่เยวี่ยมองอู่เหมยอย่างเศร้าๆ 

“เยวี่ยเยวี่ยอย่าไปฟังเจ้าเด็กบ้านี่พูดเหลวไหล ลูกทั้งฉลาดทั้งเชื่อฟัง แล้วชีวิตจะไม่มีความสุขได้ยังไง เจ้าเด็กบ้านี่ต่างหากที่จะไม่มีความสุข” เหอปี้อวิ๋นพูดปลอบลูกสาวสุดที่รัก 

อู่เจิ้งซือยิ่งฟังยิ่งรู้สึกไม่เข้าท่า เขาตบโต๊ะเสียงดัง ไม่พอใจเหอปี้อวิ๋นเป็นอย่างมาก ครอบครัวไม่ใช่ว่าไม่มีเงินสักหน่อย ทำไมต้องปฏิบัติต่อลูกสองคนไม่เท่าเทียมกันด้วย มิน่าล่ะอู่เหมยถึงได้แค้นเคือง 

ถึงแม้เขาจะไม่ค่อยชอบลูกสาวคนเล็กเท่าไร แต่เรื่องข้าวของต่างๆ เขาไม่เคยคิดที่จะปฏิบัติต่อเธออย่างไร้ความยุติธรรม อย่างมากก็แค่เลี้ยงดูลูกสาวคนเล็กให้ดี แล้วก็หาคนรวยๆ สักคนมาแต่งงานกับเธอ ภาระหน้าที่ของเขาก็เป็นอันเสร็จสิ้น ส่วนเรื่องสร้างชื่อเสียงเกียรติยศให้แก่วงศ์ตระกูล แน่นอนว่าจะต้องพึ่งพาลูกสาวคนโต 

แต่หน้าตาอย่างลูกสาวคนเล็ก ต่อไปก็คงจะเลือกได้มากหน่อย อย่างไรเสียเธอคงตอบแทนเขาได้ 

อู่เจิ้งซือครุ่นคิดเล็กน้อย แล้วพูดว่า “เรื่องนี้แม่เขาทำไม่ถูกจริงๆ ส่วนพ่อเองก็ทำหน้าที่ได้ไม่ดีด้วย เหอปี้อวิ๋น ต่อไปเยวี่ยเยวี่ยมีอะไร เหมยเหมยก็ต้องมีด้วย ถ้าคุณทำอย่างเมื่อก่อนอีก อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจ” 

เหอปี้อวิ๋นปวดใจจนหายใจไม่ออก นมรสมอลต์กับน้ำมันตับปลาเป็นของแพงทั้งนั้น ไหนจะยังค่ากระบอกน้ำเก็บความร้อน เสื้อผ้าใหม่ รองเท้าใหม่อีก คำนวณดูแล้วต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อยเดือนละสิบกว่าหยวน หนึ่งปีก็คิดเป็นเงินราวๆ สองร้อยหยวน แล้วจะใช้ชีวิตกันอย่างไรเล่า! 

“พ่อคะ แม่เขาไม่เต็มใจเลยสักนิด งั้นก็ช่างเถอะค่ะ ต่อไปหนูไปเก็บขยะหาเงินค่าขนมก็ได้” อู่เหมยจงใจพูดกระทบกระเทียบ วันนี้เธอจะต้องให้เหอปี้อวิ๋นเลือดไหลซิบๆ ให้ได้ 

“เหลวไหล เก็บขยะอะไรกัน กลัวจะขายหน้าไม่พองั้นเหรอ เหอปี้อวิ๋น คุณไม่ได้ยินที่ผมพูดเหรอ” 

สีหน้าของอู่เจิ้งซือดูไม่ได้ เหอปี้อวิ๋นจะไม่ทำตามที่เขาพูด นี่กำลังท้าทายอำนาจเขาอยู่ใช่ไหม 

อู่เยวี่ยเห็นท่าไม่ดี เวลาที่พ่อเรียกชื่อเต็มยศ นั่นก็แสดงว่าเขาโกรธมาก อู่เยวี่ยแอบดึงชายเสื้อของเหอปี้อวิ๋นเบาๆ เพื่อเตือนให้เธออย่าไปท้าทายอู่เจิ้งซือ รับปากไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน 

เหอปี้อวิ๋นตัวสั่นเพราะตกใจกับใบหน้าดำทะมึนของอู่เจิ้งซือ ตั้งแต่แต่งงานกันมาจนถึงตอนนี้ จำนวนครั้งที่อู่เจิ้งซือโมโหเดือดดาลสามารถนับนิ้วได้ แต่เธอกลับกลัวสุดขีดเวลาที่อู่เจิ้งซือโมโห เวลานี้อู่เจิ้งซือใกล้ที่จะโมโหเต็มทีแล้ว เธอไหนเลยจะกล้าเสียดายเงินอีก จึงพยักหน้าหงึกหงัก 

“ได้ยินแล้วค่ะ ฉันจะทำตามที่คุณบอก” 

เหอปี้อวิ๋นฝืนใจพูด เธอปวดใจจนใจจะขาด ทำให้ยิ่งเกลียดอู่เหมยเข้ากระดูกดำกว่าเดิม เจ้าเด็กบ้าเกิดมาเพื่อทวงหนี้แท้ๆ คอยดูแล้วกันว่าต่อไปเธอจะจัดการอู่เหมยยังไง! 

อู่เจิ้งซือสีหน้าผ่อนคลายลง อู่เหมยเองก็พอใจมาก เย็นนี้เธอไม่ได้ถูกตีไปฟรีๆ เธอยื่นมือไปทางเหอปี้อวิ๋น “แม่ ขอเงินสองหยวน” 

เหอปี้อวิ๋นพยายามสะกดกลั้นความโมโห แล้วพูดแบบขอไปที “พรุ่งนี้เช้าค่อยให้ รีบร้อนอะไร!” 

“หนูกลัวแม่จะลืม แม่ความจำไม่ค่อยดี” 

อู่เจิ้งซือเดินไปที่หน้าห้อง พอได้ยินเช่นนั้น เขาก็หันขวับและถลึงตาใส่เหอปี้อวิ๋น เธอตกใจจนรีบควักกระเป๋าสตางค์ออกมา แล้วดึงธนบัตรหนึ่งหยวนสองใบโยนใส่อู่เหมยอย่างปวดใจ  

 

ตอนที่ 72 เอาแต่กินงานไม่ทำเหมือนเคย 

อู่เหมยรับเงินสองหยวนมา เธอรู้สึกว่าบาดแผลตามตัวไม่ค่อยเจ็บเท่าไรแล้ว สองวันมานี้แม้จะโดนตีไปสองยก แต่ผลลัพธ์ที่ได้ไม่เลวทีเดียว พัดลมเอย เงินค่าขนมเอย เสื้อผ้าใหม่เอย นมสดเอย แล้วก็นมรสมอลต์ ไม่ว่าอะไรก็เอามาได้แล้ว 

พอนึกถึงนมรสมอลต์ อู่เหมยก็เดินวกกลับมาอีก แล้วเปิดตู้เก็บของ เธอหยิบกระป๋องนมรสมอลต์ออกมาโดยไม่เกรงใจแม้แต่น้อย จากนั้นตักสองช้อนใหญ่พูนๆ ชงใส่แก้วใบใหญ่ อีกทั้งเทน้ำมันตับปลามากินหนึ่งช้อน น้ำมันตับปลาสมัยนี้เป็นของแท้และราคาสมเหตุสมผล มีลักษณะเหนียวข้นเหมือนกาว อีกสิบกว่าปีข้างหน้าก็หาน้ำมันตับปลาแท้ๆ แบบนี้กินไม่ได้แล้ว มีแต่น้ำมันตับปลาที่เหลวเหมือนน้ำ 

อู่เหมยกลั้นหายใจตักน้ำมันตับปลาที่มีกลิ่นเหม็นคาวใส่ปาก เพื่อที่ดวงตาจะได้ใสแจ๋ว ต่อให้เหม็นคาวแค่ไหนก็ต้องกิน กินวันละหนึ่งช้อนแบบนี้เธอไม่มีทางสายตาสั้นอีกแน่นอน 

“ทำอะไรน่ะ” 

เหอปี้อวิ๋นออกมาเตรียมชงนมรสมอลต์ให้อู่เยวี่ย แล้วบังเอิญเห็นอู่เหมยแอบกินน้ำมันตับปลาพอดี เธอจ้องอู่เหมยเขม็ง น้ำมันตับปลาราคาแพงกว่านมรสมอลต์เสียอีก เธอซื้อแบบดีที่สุดด้วย หนึ่งขวดราคาตั้งสิบแปดหยวน เพื่อให้อู่เยวี่ยได้กิน เธอไม่เสียดายแม้แต่น้อย แต่เจ้าเด็กบ้านี่มีสิทธิ์อะไรมากิน 

“หนูกินน้ำมันตับปลากับนมรสมอลต์ พ่อตกลงแล้ว” อู่เหมยถือแก้วและเตรียมกลับห้อง 

เหอปี้อวิ๋นพยายามสะกดกลั้นไม่เหวี่ยงฝ่ามือใส่ เธอกัดฟันกรอดๆ และพูดว่า “ส่วนของแกพรุ่งนี้ฉันจะไปซื้อมาให้ พวกนี้เป็นของพี่แก ห้ามกิน” 

เหอปี้อวิ๋นจะซื้อน้ำมันตับปลาแบบถูกที่สุดให้เจ้าเด็กบ้ากิน อย่างไรเสียอู่เจิ้งซือก็ไม่เคยยุ่งกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้อยู่แล้ว แค่เพียงให้เขาเห็นว่าซื้อของกลับมาก็พอแล้ว อู่เหมยพูดตกลงเสียงเบา พอถึงเวลานั้นเธอก็กินส่วนของอู่เยวี่ยอยู่ดี ใช้นิ้วเท้าคิดก็รู้แล้ว เหอปี้อวิ๋นไม่มีทางซื้อของดีๆ มาให้เธอหรอก 

“แกไปล้างจานชาม แล้วก็ซักเสื้อให้พี่แกด้วย” 

เหอปี้อวิ๋นชงนมรสมอลต์เสร็จแล้วก็เทน้ำมันตับปลาหนึ่งช้อน เตรียมเอาไปให้อู่เยวี่ยที่ห้อง แล้วสั่งงานอู่เหมยเหมือนเช่นเคย อู่เหมยอมยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย เมื่อก่อนเธอโง่เง่าถึงได้ทำงานบ้านเยอะแยะขนาดนั้น แม้กระทั่งกางเกงในที่เลอะประจำเดือนของอู่เยวี่ยเธอก็ยอมซักให้ แต่ตอนนี้เธอไม่โง่แล้ว 

“หนูยังทำการบ้านไม่เสร็จเลย” 

อู่เหมยก้าวขาเดินจากไป มือเธอหยาบกร้านไปหมดเพราะทำงานเยอะเกินไป เมื่อก่อนเธอเคยเห็นคำพูดประโยคหนึ่งในหนังสือ ในนั้นเขียนว่ามือคือใบหน้าที่สองของผู้หญิง จะปล่อยให้ดูน่าเกลียดไม่ได้ 

ขมับของเหอปี้อวิ๋นเต้นตุบๆ เมื่อก่อนอู่เหมยอ่อนแอเหลือเกิน เธอเห็นแล้วก็โมโห ทว่าตอนนี้เธอคิดถึงอู่เหมยในตอนนั้นมาก อู่เหมยในเวลานี้ดื้อรั้นหัวแข็ง วันๆ เอาแต่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับเธอ สู้เป็นคนโง่ๆ ทึ่มๆ อย่างเมื่อก่อนไม่ได้ 

“ทำงานให้เสร็จก่อนแล้วค่อยไปทำการบ้าน อย่าให้ต้องพูดซ้ำเป็นหนที่สอง” เหอปี้อวิ๋นตวาด 

อู่เหมยหยุดเดินแล้วหันมายิ้มเยาะ “ให้หนูทำงานก็ได้ แต่แม่ไปเรียกพี่เขาออกมาทำงานกับหนูด้วย เมื่อกี้พ่อพูดไม่ใช่เหรอว่าต้องไม่เลือกที่รักมักที่ชัง แม่ความจำไม่ค่อยดีหรือเปล่า?” 

“พี่แกต้องอ่านหนังสือ มีเวลามาทำงานซะที่ไหน ถ้าแกสอบได้ร้อยคะแนน...” 

“หนูสอบไม่ได้ร้อยคะแนนแล้วต้องทำงานเหรอ นี่มันกฎหมายข้อไหนกัน ถ้าอย่างนั้นอีกสองสามวันหนูจะลองไปถามที่ศาลดู ดูสิว่ามีกฎข้อนี้มั้ย” 

อู่เหมยย้อนถามอย่างใจเย็น เธอรู้ว่าอู่เจิ้งซือกับเหอปี้อวิ๋นเป็นคนที่รักศักดิ์ศรี รักหน้าตาอย่างมาก ตอนนี้เธอได้แต่ใช้ไม้นี้ ผลปรากฏว่า... 

เหอปี้อวิ๋นเริ่มลนลานแล้ว เธอรู้อยู่แล้วว่าหลักการข้อนี้ของเธอไม่มีเหตุผล เมื่อก่อนเธอสามารถจัดการอู่เหมยได้อยู่หมัด แต่ตอนนี้เธอไม่มั่นใจเลยจริงๆ ไม่แน่ว่าเจ้าเด็กบ้านี่อาจกล้าไปถามเรื่องนี้ที่ศาลจริงๆ ถึงตอนนั้นเธอกับอู่เจิ้งซือจะต้องถูกหัวเราะเยาะไปทั่วทั้งเมืองจิน พ่อแม่สามีต้องต่อว่าต่อขานเธอแน่นอน 

ความคิดเห็น