facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ปี 1985 ดอกเหมยอย่างเธอได้ผลิบานกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ด้วยลิขิตที่ขีดไว้บน 'รอยแค้น'

ตอนที่ 65 เด็กโง่ / ตอนที่ 66 มาช่วยถึงที่บ้าน

ชื่อตอน : ตอนที่ 65 เด็กโง่ / ตอนที่ 66 มาช่วยถึงที่บ้าน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ต.ค. 2563 17:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 65 เด็กโง่ / ตอนที่ 66 มาช่วยถึงที่บ้าน
แบบอักษร

ตอนที่ 65 เด็กโง่ 

“เยวี่ยเยวี่ยยังเจ็บอยู่มั้ย” 

เหอปี้อวิ๋นปวดใจพลางประคองอู่เยวี่ย เมื่อกี้นี้คุณย่าหยางคีบก้างปลาที่มีเลือดติดออกมาจากคอของอู่เยวี่ย แต่สิ่งที่ทำให้เธอปวดใจที่สุดคือนังเด็กบ้านั่น ถ้าเจ้าเด็กนั่นไม่กินเนื้อปลาส่วนท้องไป เยวี่ยเยวี่ยจะทนทุกข์ทรมานอย่างนี้ได้อย่างไรกัน! 

“เจ็บ พูดก็เจ็บ!” 

อู่เยวี่ยออดอ้อนเสียงแหบแห้ง อันที่จริงพอคีบก้างปลาออกมาเธอก็ไม่เจ็บแล้ว แต่ถ้าไม่บอกแบบนี้จะยั่วโมโหแม่เธอได้อย่างไรกันเล่า 

อู่เหมยเจ้าน้องโง่นับวันก็ยิ่งไม่ได้เรื่อง บังอาจมาแย่งเนื้อปลาส่วนท้องของเธอไปกินซะได้ เจ้าน้องโง่มีสิทธิ์อะไรมากินเนื้อปลาส่วนท้อง กินไปก็สิ้นเปลืองเปล่าๆ 

เหอปี้อวิ๋นมองดูใบหน้าซีดเผือดของอู่เยวี่ย ความโมโหก็พุ่งปรี๊ด แล้วก่นด่าว่า “คอยดูนะว่ากลับไปแล้วจะจัดการกับนังเด็กบ้าเหมยเหมยยังไง ชักเหิมเกริมใหญ่แล้ว ทั้งๆ ที่รู้อยู่ว่าเยวี่ยเยวี่ยกินแต่เนื้อปลาส่วนท้อง แต่ก็จงใจกินส่วนท้องเสียหมด เจ้าเด็กบ้าเจตนาตั้งตัวเป็นศัตรูกับเรา กวนโอ๊ยจริงๆ!” 

อู่เยวี่ยอมยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย รู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่องมากที่เหอปี้อวิ๋นเข้าข้างเธอเต็มที่ อู่เหมยเจ้าคนต่ำทรามพรรค์นี้ไม่แม้แต่จะมีสิทธิ์มามีเรื่องกับเธอ 

เหอปี้อวิ๋นยังคงด่าพึมพำ ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงตอนนี้อู่เหมยคอยต่อต้านไม่หยุดหย่อน เธอเองก็ข่มความโมโหไว้นานแล้ว ตอนนี้อู่เยวี่ยลูกสุดที่รักต้องทุกข์ทรมาน ในที่สุดความโมโหเดือดดาลของเธอก็ถึงจุดเดือดและปะทุออกมา 

อู่เจิ้งซือที่มีสีหน้าเคร่งขรึมฟังจนเอือมระอา เขาตวาดเสียงทุ้ม “พูดน้อยๆ หน่อย กลัวว่าจะขายหน้าไม่พออีกเหรอไง?” 

เมื่อวานลูกสาวคนเล็กได้รับบาดเจ็บ วันนี้ลูกสาวคนโตก้างปลาติดคอ ไม่รู้ว่าคนที่โรงเรียนจะหัวเราะเยาะเขาขนาดไหน บวกกับตอนเย็นได้กินข้าวไปไม่กี่คำ อู่เจิ้งซือหิวจนท้องร้องจ๊อกๆ อารมณ์บูดเป็นอย่างยิ่ง 

เหอปี้อวิ๋นไม่ยอมและพูดเสียงดัง “คุณคะ เหมยเหมยนับวันก็ยิ่งดื้อ กับข้าวกับปลาเธอกินจนหมดเกลี้ยงเลย นี่ไม่เรียกว่าเจตนาแล้วเรียกว่าอะไร คราวนี้คุณอย่ามาห้ามฉัน ฉันจะต้องสั่งสอนเธอให้ได้” 

อู่เจิ้งซือขมวดคิ้วมุ่นและลังเลอยู่นานกว่าจะพูดว่า “ตีสองสามทีก็พอแล้ว ที่สำคัญคือต้องพูดกันด้วยเหตุด้วยผล อย่าให้คนอื่นหัวเราะเยาะได้” 

ลูกสาวคนเล็กค่อนข้างดื้อจริงๆ สองวันนี้ทำเอาบ้านโกลาหลวุ่นวายไปหมด ทำให้พวกช่างพูดที่โรงเรียนมีเรื่องตลกขำขันมาพูดกันเพิ่มเสียเปล่าๆ จะต้องให้ภรรยาอบรมสั่งสอนดีๆ ซะแล้ว 

“ฉันรู้ค่ะว่าต้องทำยังไง คุณวางใจได้” 

เหอปี้อวิ๋นดีใจมาก ในที่สุดสามีก็ยอมตกลง อีกเดี๋ยวเธอเอาผ้าอุดปากเจ้าเด็กบ้านั่น ดูสิว่าจะส่งเสียงร้องยังไง! 

คนที่ดีใจยิ่งกว่าคืออู่เยวี่ย แค่คิดว่าอีกเดี๋ยวอู่เหมยต้องโดนแม่ฟาดไม่ยั้ง เธอก็ตื่นเต้นดีใจสุดๆ จะให้ดีต้องทำให้อู่เหมยเสียโฉมไปซะเลย! 

ต้องเห็นหน้าตาสวยพราวเสน่ห์นั่นทั้งวัน ทำเอาอารมณ์เสีย แล้วก็ยิ่งไม่มีความอยากอาหาร 

เหยียนหมิงซุ่นเดินออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ จ้องมองแผ่นหลังของสามคนพ่อแม่ลูกตระกูลอู่ พวกเขาดูเป็นครอบครัวที่รักใคร่ปรองดองกันมาก ยกเว้นเด็กหญิงคนนั้น 

มิน่าล่ะเด็กคนนั้นถึงได้กินจนพุงกาง ฟาดอาหารของคนสามคนเสียหมดเกลี้ยง จะไม่ให้อิ่มตื้อได้อย่างไรกัน 

เหยียนหมิงซุ่นอมยิ้มเล็กน้อย ดูท่าอู่เหมยคงจะถูกกดดัน เพียงแต่สิ่งที่เธอทำออกจะโง่ไปหน่อย ตัวเองกินจนแน่นท้อง แล้วอีกเดี๋ยวยังต้องโดนตีอีก แบบนี้ไม่คุ้มกันเลย ช่างซื่อบื้อเสียจริงๆ! 

เขาส่ายหัวและไม่คิดที่จะยุ่งเรื่องคนอื่น เหอปี้อวิ๋นคงไม่ถึงกับตีอู่เหมยจนตาย อย่างมากก็แค่ตีสองสามทีระบายโมโหเท่านั้น คงไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร 

เหยียนหมิงซุ่นเดินไปได้สามสี่ก้าว ดวงตากลมโตดั่งกวางน้อยของอู่เหมยก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า เขาหมุนตัวกลับด้วยความหงุดหงิด แล้วเดินมาถึงต้นการบูรที่อยู่ข้างหลังอาคารบ้านพักครู เขาปีนขึ้นไปอย่างรวดเร็ว แล้วก็เจอหน้าต่างบ้านตระกูลอู่พอดี 

โชคดีที่หน้าต่างบ้านตระกูลอู่เปิดเอาไว้ แล้วก็ไม่ได้รูดม่านปิด ภายใต้แสงไฟสลัวเหยียนหมิงซุ่นเห็นเหอปี้อวิ๋นเดินพุ่งตรงเข้ามาในห้องอย่างโกรธเกรี้ยวและถือไม้ปัดขนไก่ไว้ในมือ เขาอดขมวดคิ้วมุ่นไม่ได้ 

 

ตอนที่ 66 มาช่วยถึงที่บ้าน 

เหอปี้อวิ๋นหยิบผ้ามาอุดปากอู่เหมย พร้อมทั้งล็อกประตู ส่วนเรื่องหน้าต่าง เธอไม่กังวลเลย ด้านหลังบ้านเป็นสนามกว้างโล่ง ไม่อาจมีใครมองเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านได้ 

จิตใต้สำนึกอู่เหมยอยากจะวิ่งออกจากห้อง แต่เหอปี้อวิ๋นจับตัวเธอไว้แน่นจนกระดุกกระดิกตัวไม่ได้แม้แต่น้อย อู่เหมยหลับตาลงอย่างยอมรับชะตากรรม แค่โดนตีเท่านั้น อย่างไรเสียเหอปี้อวิ๋นคงไม่กล้าตีเธอถึงตาย ทนรับความเจ็บปวดทรมานไปก็แล้วกัน! 

พอต่อไปเธอเข้มแข็งขึ้น เธอจะไม่ยอมให้เหอปี้อวิ๋นแตะต้องเธออีกแม้แต่ปลายเล็บ! 

เหยียนหมิงซุ่นเห็นแต่อู่เหมยยกสองมือกุมหัว ปล่อยให้เหอปี้อวิ๋นทุบตีโดยไม่มีสาเหตุ หนำซ้ำปากยังถูกผ้าอุดปิดเอาไว้ มิน่าล่ะเมื่อก่อนถึงไม่มีใครรู้ว่าเหอปี้อวิ๋นทุบตีลูก ที่แท้ก็ทำแบบนี้นี่เอง 

ในความทรงจำก็มีภาพแบบนี้เช่นกัน เด็กชายคนหนึ่งถูกอุดปากเอาไว้ แล้วผู้หญิงคนหนึ่งก็ใช้เข็มเล่มบางจิ้มเขาครั้งแล้วครั้งเล่า เข็มเล่มบางจิ้มตามร่างกายไม่มีบาดแผล แต่กลับเจ็บจี๊ดจนถึงหัวใจ ทว่าเด็กชายคนนั้นไม่อาจส่งเสียงร้องออกมาได้ 

ในดวงตาเหยียนหมิงซุ่นฉายแววเย็นยะเยือกทันที ความโมโหเดือดดาลพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ได้ นี่คือแม่บังเกิดเกล้าอย่างนั้นหรือ? 

เหอปี้อวิ๋นตีสุดแรงเกิด ตีพลางด่าทอไปด้วย “แกเก่งนักใช่มั้ย คนโง่ดักดานอย่างแกยังคิดจะกินเนื้อปลาส่วนท้องอีก กินแล้วสอบได้ร้อยคะแนนหรือเปล่า แถมยังจะอยากดื่มนมอีก ถุย! พวกหมูกินแล้วยังเอาเนื้อไปขายได้ แกกินแล้วทำอะไรได้บ้าง ยกให้ฟรีๆ คนอื่นยังไม่เอาเลย!” 

ตอนเช้าเหอปี้อวิ๋นไปสั่งจองนมสดที่ร้านขายนม ค่านมสดครึ่งปีต้องเสียเงินไปตั้งสิบแปดหยวน จากนั้นก็ไปซื้อพัดลมที่ห้างสรรพสินค้า ธนบัตรสิบหยวนหมดไปสิบกว่าใบ เธอรู้สึกปวดใจจนกินข้าวไม่ลง เวลานี้ทั้งหมดทั้งมวลแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นและระบายลงที่อู่เหมย 

อู่เจิ้งซือกินบะหมี่เสร็จเรียบร้อย เขาพอใจมากที่เหอปี้อวิ๋นไม่ส่งเสียงดัง จากนั้นล้างหน้าล้างตาและตั้งใจกลับเข้าห้องไปเตรียมแผนการสอน พรุ่งนี้หัวหน้าของกรมการศึกษาจะมาดูการเรียนการสอน เขาจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อปีนี้จะได้รับคัดเลือกเป็นครูตัวอย่างอีก 

“ก๊อกๆๆ” 

เสียงเคาะประตูดังขึ้น อู่เจิ้งซือหมุนตัวกลับไปเปิดประตู เขาประหลาดใจมาก นึกไม่ถึงว่าจะเป็นเหยียนหมิงซุ่นที่มาบ้านเขาน้อยครั้งมาก 

“หมิงซุ่นมีธุระอะไรเหรอ” 

เหยียนหมิงซุ่นหายใจหอบเล็กน้อย แล้วพูดอย่างนอบน้อมว่า “สวัสดีครับอาจารย์อู่ ผมมาขอยืมหนังสือครับ หนังสือของคุณปู่ผมมีคนยืมไป ก็เลยอยากมาถามอาจารย์อู่ดูว่ามีหรือเปล่าน่ะครับ” 

“หนังสืออะไรเหรอ” อู่เจิ้งซือดีใจมาก สิ่งที่เขาชอบเห็นมากที่สุดก็คือเด็กนักเรียนที่รู้จักใฝ่หาความรู้ 

“หนังสือเยวี่ยเวยเฉ่าถังปี่จี้ครับ” เหยียนหมิงซุ่นพูดโพล่งออกมาโดยไม่ทันคิด 

“มีสิ เดี๋ยวครูไปหยิบมาให้ เธอเข้ามานั่งในบ้านก่อนสิ” 

อู่เจิ้งซือเชิญเหยียนหมิงซุ่นเข้ามาในบ้านด้วยความกระตือรือร้น พร้อมทั้งจงใจพูดเสียงดัง ทำให้เหอปี้อวิ๋นที่กำลังตีอู่เหมยอย่างดุเดือดอยู่ในห้องหยุดลงทันที เธอถลึงตาใส่อู่เหมยที่ขดตัวอยู่บนพื้นและตวาดเสียงเบา “เดี๋ยวค่อยกลับมาจัดการแกต่อ!” 

มีแขกมาเยือนบ้าน แน่นอนว่าเจ้าบ้านหญิงต้องออกมาต้อนรับ เหอปี้อวิ๋นส่องกระจกดูความเรียบร้อย แล้วเปิดประตูพร้อมใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มและปิดประตูตามหลัง 

“หมิงซุ่นมาเหรอ ทำไมเมื่อกี้ไม่เห็นเธออยู่ที่บ้านล่ะ” 

เหยียนหมิงซุ่นเหลือบมองบานประตูที่ปิดลง แล้วยิ้มพลางตอบว่า “เมื่อกี้ผมไปวิ่งที่สนามครับ ไม่ได้อยู่บ้าน อาจารย์หญิงไปที่บ้านผมมาเหรอครับ” 

เหอปี้อวิ๋นยิ้ม “เยวี่ยเยวี่ยกินปลาไม่ทันระวังก้างปลาติดคอ แล้วคุณย่าเธอก็ช่วยคีบออกมาให้” 

เหยียนหมิงซุ่นยิ้มเล็กน้อย แต่ไม่ได้ตอบอะไร หลังจากเห็นเหอปี้อวิ๋นฟาดอู่เหมยอย่างแรงเมื่อครู่นี้ ความเคารพนับถือที่เขามีต่ออาจารย์หญิงท่านนี้ก็อันตรธานไปหมดสิ้น อีกทั้งไม่ค่อยอยากพูดคุยด้วยสักเท่าไร 

อู่เจิ้งซือเดินถือหนังสือออกมา แล้วยื่นให้เหยียนหมิงซุ่น “เธอค่อยๆ อ่านก็ได้นะ ไม่ต้องรีบคืนหรอก” 

“ขอบคุณครับอาจารย์อู่ แล้วเหมยเหมยไม่เป็นไรใช่มั้ยครับ? ขอผมไปดูเธอหน่อยนะครับ” เหยียนหมิงซุ่นพูดพลางเดินเข้าไปข้างใน 

เหอปี้อวิ๋นตกใจ เจ้าเด็กบ้ายังมีผ้าอุดปากอยู่เลย ถ้าเกิดเหยียนหมิงซุ่นเห็นเข้าจะทำอย่างไรดีล่ะ เธอจะเอาหน้าไปไว้ไหน! 

ความคิดเห็น