facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ปี 1985 ดอกเหมยอย่างเธอได้ผลิบานกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ด้วยลิขิตที่ขีดไว้บน 'รอยแค้น'

ตอนที่ 61 ย่อยอาหาร / ตอนที่ 62 ฟังไม่เข้าใจ

ชื่อตอน : ตอนที่ 61 ย่อยอาหาร / ตอนที่ 62 ฟังไม่เข้าใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ต.ค. 2563 17:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 61 ย่อยอาหาร / ตอนที่ 62 ฟังไม่เข้าใจ
แบบอักษร

ตอนที่ 61 ย่อยอาหาร 

เด็กผู้หญิงคนนั้นไม่มา เหยียนหมิงซุ่นแค่เหลือบมองแวบเดียวก็รู้ว่าอู่เหมยไม่อยู่ เขาเลยไม่รู้ว่าเธอยังเจ็บหัวอยู่หรือเปล่า 

เหอปี้อวิ๋นแม่คนนี้ก็จริงๆ เลย ลูกสาวคนเล็กโดนลูกบาสชนหัวก็ไม่เป็นห่วงเลยสักนิด ลูกสาวคนโตแค่ก้างปลาติดคอกลับแทบจะเป็นจะตาย ช่างลำเอียงไม่มีขอบเขตเสียจริงๆ 

เหยียนหมิงซุ่นส่ายหัว เขารู้สึกเห็นใจอู่เหมยมาก แต่เขาไม่ได้สังเกตเลยว่าอู่เหมยนั้นได้ค่อยๆ เข้ามาใกล้หัวใจของเขาแล้ว 

อู่เยวี่ยร้องห่มร้องไห้อยู่ที่ห้องรับแขก เธอร้องเจ็บโอดโอยไม่หยุดและน้ำตาไหลพราก เหอปี้อวิ๋นคอยปลอบโยนเธอ วงแหวนของแม่อันเป็นที่รักเปล่งแสงระยิบระยับอยู่เหนือศีรษะ ไม่ว่าใครเห็นต่างก็ต้องชมว่า “แม่ที่ดี” 

เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของอู่เยวี่ยเล็ดลอดเข้าไปในห้องอย่างไม่ขาดสาย เหยียนหมิงซุ่นถึงกับขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกที่มีต่ออู่เยวี่ยยิ่งแย่ลงไปอีก แค่ก้างปลาติดคอนิดหน่อย จำเป็นต้องร้องไห้ขนาดนี้เชียวหรือ 

เขาปิดนิตยสารลง แล้วเปิดหน้าต่างปีนข้ามออกไป อยากออกไปเดินเล่นผ่อนคลายอารมณ์สักหน่อย พออู่เยวี่ยกับแม่ของเธอไปแล้วค่อยกลับเข้าบ้าน เหยียนหมิงซุ่นเดินไปเรื่อยเปื่อย แล้วก็เดินมาถึงสนามของอาคารบ้านพักใหม่โดยไม่รู้ตัว 

ท่ามกลางไฟถนนที่มัวสลัว มีคนสี่ห้าคนกำลังเดินเล่นอยู่ ทันใดนั้นเองเหยียนหมิงซุ่นก็เห็นเงาร่างผอมบางเดินตัวโก่งเล็กน้อยไปบนลู่วิ่งอย่างช้าๆ 

เห็นได้ชัดว่าเด็กผู้หญิงคนนี้ดูท่าทางไม่ค่อยดี เหยียนหมิงซุ่นคิดว่าเป็นผลกระทบมาจากลูกบาสลูกนั้น แล้วพลันก้าวพรวดพราดเข้าไปหา 

“เอิ๊ก” 

อู่เหมยเรอเสียงดังกังวาน ยิ่งท้องอืดท้องเฟ้อมากขึ้น เธอเริ่มเรอหลังจากที่พวกเหอปี้อวิ๋นออกไปข้างนอก จากนั้นท้องก็เริ่มปวดมวน ท้องไส้เธอที่หิวโซมาสิบสองปีไม่อาจแบกรับอาหารมื้อใหญ่ได้ไหว จึงเริ่มประท้วง 

“เอิ๊ก” 

เหยียนหมิงซุ่นเพิ่งเดินเข้าไปใกล้ก็ได้ยินเสียงเรอดังชัดนี้ เขาเงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ สมองถูกกระทบกระเทือนทำให้เรอได้เหรอ 

“เธอไม่สบายตรงไหนเหรอ” 

เสียงที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำเอาอู่เหมยสะดุ้งตกใจ เธอหันขวับทันที แล้วก็เห็นเหยียนหมิงซุ่นในเสื้อลายขวาง เธอหน้าแดงอย่างน่าประหลาด แล้วส่ายหัวแรง “ไม่ได้... เป็นอะไรค่ะ” 

แต่เหยียนหมิงซุ่นไม่เชื่อ ใบหน้ายับยู่ยี่อย่างกับลูกมะระ ยังจะบอกว่าไม่เป็นไร แม้แต่ผียังไม่เชื่อเลย 

“เวียนหัวหรือเปล่า อยากอาเจียนมั้ย” 

เหยียนหมิงซุ่นไม่ค่อยพอใจอู่เจิ้งซือสักเท่าไร ทั้งๆ ที่เขาบอกอู่เจิ้งซือเรื่องที่อู่เหมยโดนลูกบาสชนหัวไปแล้ว แต่ทำไมไม่เห็นจะสนใจเลยสักนิด! 

อู่เหมยส่ายหัวอีกครั้ง “ไม่...ไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะ พี่หมิงซุ่น ฉันแค่กิน...กิน...เอ๋? ฉันหายเรอแล้ว ไม่เรอแล้ว ฮ่าๆ!” 

ตั้งแต่เหยียนหมิงซุ่นปรากฎตัวจนถึงตอนนี้ เวลาผ่านไปอย่างน้อยสองนาทีแล้ว เธอไม่ได้เรอเลยสักครั้งเดียว ไม่เรอแล้วรู้สึกสบายจริงๆ ถ้าท้องสบายกว่านี้อีกหน่อยก็ยิ่งดี 

เหยียนหมิงซุ่นมองดูสาวน้อยพูดพึมพำด้วยความดีอกดีใจ มุมปากเขาก็ยกขึ้นเล็กน้อย อารมณ์ก็ดีขึ้นมาก เขาอดถามไม่ได้ว่า “เธอเรอถึงได้มาเดินเล่นงั้นเหรอ” 

อู่เหมยใบหน้าร้อนผ่าว เดี๋ยวพยักหน้า เดี๋ยวก็ส่ายหน้า เดิมทีจะกุเหตุผลไปเรื่อยเปื่อย แต่ไม่รู้ทำไม เมื่ออยู่ต่อหน้าเหยียนหมิงซุ่น เธอกลับพูดโกหกไม่ออก รู้สึกร้อนตัวไปหมด 

“ฉัน... ฉันกินอิ่มตื้อ ก็เลยออกมาเดินย่อยค่ะ” 

เหยียนหมิงซุ่นเห็นหญิงสาวก้มหน้าจนแทบจะจดสะดือ เขาก็อดไม่ได้ที่จะหยอกเย้าเธอ “ปลาคงจะอร่อยมากเลยล่ะสิ” 

อู่เหมยเบิกตาโตและย้อนถามว่า “พี่รู้ได้ยังไงว่าที่บ้านฉันกินปลา” 

เหยียนหมิงซุ่นแอบขำอยู่ในใจ ช่างซื่อบื้อจริงๆ อู่เยวี่ยก้างปลาติดคอ แถมไปที่บ้านเขาอีก แจ่มแจ้งชัดเจนขนาดนี้ แม้แต่คนโง่ก็คงรู้! 

“ฉันได้กลิ่นปลาบนตัวเธอน่ะ ตอนเย็นคงกินปลาไปไม่น้อยสิท่า” เหยียนหมิงซุ่นพูดหลอกเด็กสาวด้วยสีหน้าจริงจัง 

 

ตอนที่ 62 ฟังไม่เข้าใจ 

อู่เหมยเชื่อสนิทนึกว่าเป็นเรื่องจริง แล้วก้มลงสูดจมูกฟุดฟิด แต่ก็ไม่เห็นได้กลิ่นปลาอะไรเลย ทว่า เธอไม่ได้สงสัยในคำพูดของเหยียนหมิงซุ่นแม้แต่น้อย แต่ไหนแต่ไรคนที่มีกลิ่นตัวก็ไม่เคยได้กลิ่นเหม็นของตัวเอง เธอเองก็คงไม่ได้กลิ่นปลาเช่นกัน 

เหยียนหมิงซุ่นอดหัวเราะไม่ได้ เจ้าเด็กคนนี้หลอกง่ายเสียเหลือเกิน! 

เขาสังเกตเห็นท้องของอู่เหมยป่องเล็กน้อย แล้วก็มองดูคิ้วที่ขมวดมุ่นของเธอ เขาอดถามไม่ได้ว่า “เมื่อตอนเย็นกินไปเท่าไร” 

อู่เหมยไม่อยากตอบ แต่พอนึกถึงเกียรติประวัติอันน่าเกรงขามในวันข้างหน้าของเหยียนหมิงซุ่นแล้ว เธอก็ขาอ่อนยวบโดยไม่รู้ตัว หัวสมองก็มึนงงเล็กน้อย ส่วนปากก็ควบคุมไม่ได้ 

“ปลาหนึ่งตัว หมูเส้นผัดหน่อไม้น้ำหนึ่งจาน แล้วก็กินข้าวอีกสองชาม อืม ตักเต็มพูนชาม ฉันกินหมดเลย” 

อู่เหมยยิ่งพูด ศีรษะก็ยิ่งก้มต่ำลง ใบหน้าแดงแจ๋ อายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี อายจนไม่กล้าพูดถึงแพนเค้กรากบัวสองชิ้นนั้นที่กินไปก่อนมื้อเย็น 

เหยียนหมิงซุ่นไม่คิดว่าอาหารพวกนี้เยอะแยะ ปกติเขาก็กินข้าวปริมาณเท่านี้ แต่เมื่อเหลือบมองรูปร่างเล็กผอมของอู่เหมย คิ้วของเขาก็ขมวดมุ่นยิ่งขึ้น ส่วนน้ำเสียงเจือแววตำหนิเล็กน้อย “ทำไมกินเยอะขนาดนี้ล่ะ” 

อู่เหมยพูดเสียงเบาอย่างกับยุงบิน “ฉันหิว ก็เลยเผลอกินเยอะน่ะ” 

เหยียนหมิงซุ่นไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไร แล้วโพล่งถามออกมาว่า “หิวจริงๆ เหรอ” 

อู่เหมยตัวสั่นเทา “หิวจริงๆ ค่ะ” 

เหยียนหมิงซุ่นไม่ได้ถามอะไรต่อ แม้ลางสังหรณ์จะบอกเขาว่าการที่เด็กสาวคนนี้กินจนอิ่มตื้อนั้นมีสาเหตุที่ไม่ธรรมดาก็ตาม นิสัยเย็นชาของเขาทำให้เขาไม่ชอบยุ่งเรื่องคนอื่นมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ความเป็นห่วงเป็นใยที่เขามีต่ออู่เหมยก็นับว่าเกินขีดจำกัดของเขาแล้ว 

“รอฉันแป๊บนึง ยืนอยู่ตรงนี้ห้ามขยับ” 

เหยียนหมิงซุ่นหมุนตัวเดินจากไป เขาเดินเร็วมาก ส่วนอู่เหมยก็ยืนอยู่กับที่อย่างว่านอนสอนง่าย ไม่กล้าขยับตัวแม้แต่น้อย เมื่อเหยียนหมิงซุ่นกลับมา เธอก็ยังคงอยู่ในท่าเมื่อกี้นี้ เขาส่ายหัวอย่างจนปัญญา เด็กคนนี้ซื่อบื้อจริงๆ 

“พอกลับไปบ้านก็กินยีสต์อัดเม็ดในห่อนี้นะ” 

เหยียนหมิงซุ่นยื่นห่อกระดาษเล็กๆ ให้อู่เหมย ยีสต์อัดเม็ดช่วยเรื่องย่อยอาหาร ท้องเล็กๆ อย่างอู่เหมย ต่อให้เดินทั้งคืนก็ย่อยไม่หมด จะต้องกินยีสต์อัดเม็ดช่วย 

“ขอบคุณค่ะ พี่หมิงซุ่น” อู่เหมยรับยีสต์อัดเม็ดมาด้วยความซาบซึ้งใจ 

เหยียนหมิงซุ่นยิ้มมุมปากและพูดว่า “รีบกลับบ้านเถอะ ต่อไปก็อย่ากินจนอิ่มตื้อละ” 

อู่เหมยหน้าแดงอีกรอบ คราวนี้ช่างน่าขายหน้าจริงๆ พอนึกขึ้นได้ว่ากลับไปแล้วยังต้องทำโจทย์เลขน่ารำคาญนั่นอีก อู่เหมยก็รู้สึกปวดหัว เท้าก็หนักอึ้งขึ้นมา เธอขอเดินรอบสนามหนึ่งร้อยรอบยังจะดีซะกว่าทำโจทย์เลขน่าเบื่อพวกนั้น 

เมื่อมองห่อกระดาษที่พับเป็นทรงสามเหลี่ยมในมือ อู่เหมยก็ตาเป็นประกายทันที นักเรียนหัวกะทิยืนอยู่ตรงหน้า เธอยังจะต้องเค้นสมองไปใยเล่า 

“พี่หมิงซุ่น ฉันขอถามโจทย์เลขข้อนึงได้มั้ยคะ” อู่เหมยถามด้วยท่าทีกังวล 

เหยียนหมิงซุ่นมีสีหน้าประหลาดใจ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่มีคนมาถามการบ้านเขา เมื่อเห็นแววตาตื่นตกใจราวกับกวางน้อยของอู่เหมย ใจที่แข็งกร้าวของเหยียนหมิงซุ่นก็อ่อนยวบลงเล็กน้อย 

“ได้” 

อู่เหมยยิ้มหวาน แล้วบอกโจทย์สระว่ายน้ำที่ชวนปวดหัวให้เขาฟัง เธอมองเหยียนหมิงซุ่นอย่างมีความหวัง เขาน่าจะทำข้อนี้ได้ละมั้ง 

เหยียนหมิงซุ่นหยิบกิ่งไม้อันหนึ่งจากพื้น แล้วเขียนสูตรเลขสองสามสูตรลงบนพื้น และแม้กระทั่งเขียนคำตอบด้วย เขาชี้ให้อู่เหมยดู “ทำแบบนี้” 

อู่เหมยเบิกตาโตจ้องมองสูตรเลขอยู่พักใหญ่ ราวกับอ่านคัมภีร์สวรรค์ก็ไม่ปาน เธอมองเหยียนหมิงซุ่นด้วยความงุนงงและถามว่า “พี่หมิงซุ่น นี่หมายความว่าอะไร” 

เหยียนหมิงซุ่นขมวดคิ้ว เขาพยายามทำให้ง่ายที่สุดแล้ว มองแค่ปราดเดียวก็เข้าใจ ทำไมยังไม่เข้าใจอีกล่ะ 

“นี่คือปริมาณความจุของสระว่ายน้ำ นี่คือปริมาณน้ำไหลเข้าหนึ่งชั่วโมง นี่คือปริมาณระบายน้ำออกหนึ่งชั่วโมง นำปริมาณน้ำไหลเข้าลบกับปริมาณระบายน้ำออก จากนั้นก็หารด้วยปริมาณความจุของสระว่ายน้ำ ก็จะได้เวลาที่ต้องใช้ในการเติมน้ำให้เต็มสระ เข้าใจแล้วหรือยัง” เหยียนหมิงซุ่นพยายามอธิบายอย่างละเอียด แต่อู่เหมยก็ยังคงไม่เข้าใจ เธอเวียนหัวตาลาย ส่ายหัวด้วยความงุนงง 

“ไม่เข้าใจ” 

เหยียนหมิงซุ่น “...” 

ความคิดเห็น