facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ปี 1985 ดอกเหมยอย่างเธอได้ผลิบานกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ด้วยลิขิตที่ขีดไว้บน 'รอยแค้น'

ตอนที่ 59 เนื้อปลาที่แสนอร่อย / ตอนที่ 60 ติดคอ

ชื่อตอน : ตอนที่ 59 เนื้อปลาที่แสนอร่อย / ตอนที่ 60 ติดคอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ต.ค. 2563 17:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 59 เนื้อปลาที่แสนอร่อย / ตอนที่ 60 ติดคอ
แบบอักษร

 

ตอนที่ 59 เนื้อปลาที่แสนอร่อย 

               “เนื้อด้านหลังสดกว่า แกกินส่วนนี้ไป”      

               เหอปี้อวิ๋นพยายามระงับอารมณ์ขุ่นมัวพลางคีบเนื้อปลาส่วนหลังของปลาให้อู่เหมย อู่เหมยไม่นึกรังเกียจคีบส่งใส่ปาก จากนั้นได้คีบเนื้อปลาตรงส่วนหน้าท้องชิ้นโตถึงพบว่าบริเวณหน้าท้องไม่มีเนื้อปลาเหลือแล้ว 

               “เก็บส่วนที่สดใหม่ให้พี่กิน หนูไม่กินของสดใหม่” 

               อู่เหมยแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจถึงได้จงใจคีบเนื้อปลาส่วนหลังใส่ถ้วยอู่เยวี่ยที่สีหน้าย่ำแย่ ตัวเองคีบเนื้อปลาส่วนหน้าท้องอีกคำใหญ่ทานอย่างเอร็ดอร่อย 

               เนื้อตรงส่วนท้องอร่อยจริงๆ สินะ ไม่มีก้างปลาสักนิด ทั้งสดทั้งนุ่ม เมื่อก่อนเธอช่างโง่เสียจริงถึงได้ทานแต่เนื้อปลาส่วนหลังกับส่วนหางอย่างเชื่อฟัง จนก้างปลาติดคอตั้งหลายรอบ 

               อู่เยวี่ยมีใจคิดจะแย่งเนื้อปลาส่วนหน้าท้องกับอู่เหมยแต่ก็ไม่อยากให้อู่เจิ้งซือรู้สึกว่าเธอเป็นจอมตะกละที่จิตใจคับแคบ ได้แต่มองอู่เหมยทานเนื้อปลาส่วนหน้าท้องจนหมดเกลี้ยง ความรู้สึกอัดแน่นอยู่ในอก 

             อู่เหมยอารมณ์ดีทันตาเมื่อเห็นปลาตะเพียนที่เนื้อหายไปกว่าครึ่ง คีบผัดผักทานข้าวคำสุดท้ายในถ้วยก่อนจะลุกไปตักข้าวเพิ่ม เธอต้องทานเยอะหน่อย จะได้ไม่ตัวผอมแห้งเหมือนชาติก่อน 

               ข้าวในหม้อเหลือไม่มากแล้ว อู่เหมยตักเพิ่มให้เต็มถ้วยที่เหลือเพียงส่วนน้อยในหม้อ เธอนึกๆ ก็ตัดสินใจตักที่เหลือมาเคี้ยวในปากทั้งอย่างนั้น 

               ให้พวกเธอลิ้มรสของความหิวโหยดูบ้าง หึ! 

               “ไม่มีข้าวแล้ว” 

             อู่เหมยยกถ้วยที่ข้าวพูนเดินออกมา พูดสั้นๆ ก่อนก้มหน้าทานข้าวต่อแถมยังตักน้ำซุปปลาใส่ถ้วย คีบเนื้อปลาส่วนหลังคำโต ทานเนื้อปลาเยอะๆ จะได้ฉลาด เธอต้องทานเยอะๆ ดูสิว่าจะฉลาดขึ้นสักนิดไหม 

               เหอปี้อวิ๋นวิ่งไปดูในห้องครัวแวบหนึ่งพบว่าหม้อโล่งเปล่าไม่เหลือแม้แต่เศษข้าวติดก้นหม้อ ไม่ต้องพูดถึงว่าจะทำกับข้าวให้อู่เยวี่ยพกไปพรุ่งนี้เช้าเถอะ คืนนี้ยังไม่พอทานด้วยซ้ำ 

               “เหมยเหมย ทำไมเห็นแก่ตัวขนาดนี้? ไม่รู้ว่าเรายังกินไม่เสร็จกันเหรอ?” เหอปี้อวิ๋นกล่าวเสียงตำหนิหน้าตึง 

             “หนูหิว แม่ต่างหากที่หุงข้าวน้อยไป” 

               อู่เหมยโต้กลับโดยไม่คิดจะเงยหน้า คีบเนื้อปลาอีกคำใหญ่ น้ำซุปปลาคลุกข้าวนี่มันอร่อยจริงๆ จนเธอสามารถทานได้อีกถ้วย ไม่เคยรู้สึกหิวขนาดนี้มาก่อน 

               อู่เยวี่ยมองอู่เหมยทานข้าวคำโตเหมือนเขมือบนั่นด้วยใจที่อัดอั้นเต็มทน เนื้อปลาส่วนหน้าท้องที่เป็นของเธอถูกเจ้าโง่นี่กินจนเกลี้ยงเลย แค้นใจนัก! 

               เพราะความหิวโหยทำให้อู่เยวี่ยจำต้องทานเนื้อปลาส่วนหลังที่เดิมทีปลาตะเพียนก็ก้างเยอะเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว โดยเฉพาะส่วนหลังมีก้างเล็กๆ น้อยๆ เหมือนวัวที่มีขน จะระวังอย่างไรแต่คนที่ไม่ทานเนื้อที่มีก้างบ่อยๆ ต้องโดนเข้าสักที อย่างที่คิด-- 

               “แค่กแค่กแค่ก” 

             อู่เยวี่ยกุมลำคอไว้ไอไม่หยุด สร้างความตกใจแก่เหอปี้อวิ๋นอย่างมากจนรีบลุกขึ้นลูบหลังเธอ “ก้างติดคอลูกหรือเยวี่ยเยวี่ย? รีบกลืนข้าวเปล่าเร็ว” 

               แต่ว่า... 

               อู่เยวี่ยกลับรู้สึกเจ็บมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อทานข้าวเปล่าจนหมดถ้วย เหอปี้อวิ๋นเดินวนกับที่อย่างร้อนใจ ทั้งให้ดื่มน้ำทั้งให้ดื่มน้ำส้มสายชูก็แล้ว อู่เยวี่ยอิ่มท้องไม่ไหว กัดฟันกรอดแต่ก้างในลำคอยังคงอยู่เช่นเดิมแถมยิ่งแทงลึกลงไปเรื่อยๆ 

               “แม่ หนูเจ็บ!” 

               อู่เยวี่ยเคยเจอเรื่องทรมานเช่นนี้เสียเมื่อไรกันล่ะ ทรมานราวกับเสียไปครึ่งชีวิต น้ำตานองหน้าเรียกให้เหอปี้อวิ๋นปวดใจเหลือเกิน 

               “เหล่าอู่ ทำยังไงดี? พาไปส่งโรงพยาบาลมั้ย?” 

               อู่เหมยลอบยิ้มอย่างเย็นชา เมื่อก่อนตอนเธอร้องว่าเจ็บคอเหอปี้อวิ๋นไม่ถามไถ่สักคำยังด่าเธอว่าโง่ที่ทานปลาไม่เป็น ตอนนี้ลูกรักอย่างอู่เยวี่ยโดนก้างปลาตำคอเข้าสักทีจะพาไปส่งโรงพยาบาลแล้ว? 

               เธอเขม่นมองอู่เยวี่ยที่ตกอยู่ในสภาพทรุดโทรมแวบหนึ่งด้วยความสะใจ คีบหน่อไม้ผัดเนื้อทานต่อคำแล้วคำเล่าราวกับไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อเธอ 

               เหอปี้อวิ๋นถลึงตามองตัวต้นเหตุอย่างนึกเกลียด เอ่ยเสียงด่าทอ “พี่สาวเป็นอย่างนี้แล้วยังมีใจกินข้าวอีกเหรอ?” 

 

ตอนที่ 60 ติดคอ 

               อู่เหมยกลืนกับข้าวในปากลงคอโดยมองอู่เยวี่ยที่กำลังน้ำตาเอ่อคลออย่างอารมณ์ดี ตอบเสียงเรียบ “เมื่อก่อนแม่เคยบอกว่าก้างปลาติดคอเป็นเรื่องเล็ก ไม่ถึงกับตายไม่ใช่หรือคะ!” 

             เหอปี้อวิ๋นตะคอกด้วยแรงอารมณ์ “ฉันพูดแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่?” 

               “เมื่อก่อนหนูโดนก้างตำคอตั้งหลายครั้งแม่ก็พูดแบบนี้กับหนูทุกครั้ง” 

               เหอปี้อวิ๋นถูกโต้กลับจนพูดไม่ออก ทั้งโกรธทั้งอายผสมปนเปกันไป ต้องพยายามอย่างมากที่จะระงับความต้องการพุ่งไปจัดการอีกฝ่ายก่อนหันกลับไปดูแลลูกรักอย่างอู่เยวี่ยต่อ 

               อู่เหมยสีหน้าเรียบเฉยไม่ฉายแววดีใจหรือโกรธแต่อย่างใด อู่เจิ้งซือมองลูกสาวคนเล็กที่งดงามดั่งภาพวาดคนนี้พลางรู้สึกเหมือนโดนแทงใจ ตั้งแต่เมื่อไรที่ลูกหัวอ่อนที่น่าสงสารคนนั้นหายไป อายุยังไม่สิบแปดด้วยซ้ำแต่อู่เหมยกลับเปลี่ยนไปขนาดนี้ 

               กลับเป็นความเปลี่ยนแปลงที่เขาไม่อยากเห็น เขายอมให้อู่เหมยเป็นหนอนน่าสงสารตัวนั้น ไร้ตัวตนที่บ้านเหมือนเดิมดีกว่า แบบนี้จะได้ไม่ต้องมีเรื่องให้วุ่นวายใจมากมาย 

             ตั้งแต่ลูกสาวคนเล็กเปลี่ยนไปที่บ้านก็ไม่เคยสงบสุขอีกเลยถึงขั้นส่งผลไปถึงเมื่อขณะทำงานที่บ้าน นี่มันน่าหนักใจจริงๆ อู่เจิ้งซือมองลูกสาวคนโตที่กำลังร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดก็ยิ่งอารมณ์ไม่ดี 

               เขาไม่พอใจต่อเหอปี้อวิ๋นอย่างมาก หากไม่ใช่เพราะเธอไม่ดูแลลูกสาวทั้งสองให้ดีแล้วอู่เหมยจะมีคำบ่นมากขนาดนี้ได้หรือ? 

               ทำเอาเวลาเขาไปทำงานยังโดนเพื่อนร่วมงานแอบคุยเรื่อง ‘ความยุติธรรม’ กับเขาอย่างน่าแปลก อู่เจิ้งซือปวดหัวเหลือเกินอยากคีบเนื้อปลาทานสักหน่อยกลับพบว่าในจานเหลือเพียงหัวปลากับก้างปลาแล้วก็ขิงกระเทียมข้างๆ ไม่เหลือแม้แต่น้ำซุป เริ่มปวดฟันกรามอีกแล้ว 

             อู่เจิ้งซือเหลือบมองอู่เหมยที่กำลังทานข้าวคำใหญ่คำโตแวบหนึ่งเห็นว่าข้าวที่พูนสูงเมื่อครู่เหลือครึ่งหนึ่ง หน่อไม้ผัดเนื้อจานนั้นใกล้หมดรอมร่อ หากเขาไม่รีบเร่งมือหน่อยเกรงว่าจะไม่ได้ทานแม้แต่เศษเนื้อด้วยซ้ำ 

               เมื่อกี้เขาลืมสรุปทุกอย่างว่าอู่เหมยไม่ใช่แค่นิสัยเปลี่ยนแปลงอย่างมหันต์ แต่ยังทานเยอะอย่างไม่น่าเชื่อ คนหนึ่งทานในส่วนของสามคนได้ 

               อู่เยวี่ยเริ่มร้องไห้ฮือ “เจ็บ แม่คะ เจ็บจังเลย!” 

               เหอปี้อวิ๋นเจ็บยิ่งกว่าอู่เยวี่ย อยากโดนก้างติดคอแทนลูกสาวเสียให้รู้แล้วรู้รอด เธอกึ่งโอบกอดอู่เยวี่ยไว้ เสนอความเห็นให้ไปโรงพยาบาลอีกครั้ง “เหล่าอู่ เราไปหาอาจารย์แม่หยางกันเถอะ?” 

               อู่เหมยแค่นเสียงทีอย่างไม่คิดจะสนใจ ยกหน่อไม้ผัดเนื้อในจานเทใส่ถ้วยทั้งหมด คีบผัดผักคำโตก่อนจะถือถ้วยก้มหน้างุดทานต่อไป สองชาตินี้ไม่เคยทานได้เต็มอิ่มขนาดนี้มาก่อน มิน่าชาวเกาหลีถึงชอบคลุกข้าวกิน รสชาติดีจริงๆ 

               อู่เจิ้งซือรู้สึกรำคาญแต่ไม่ว่ายังไงก็สงสารอู่เยวี่ย พอเห็นบนโต๊ะเหลือเพียงผัดผักเพียงจานเดียวเลยวางตะเกียบด้วยใจที่หดหู่ ความอยากอาหารหายวับในพริบตา 

             “งั้นก็ไปกันเถอะ” 

               สองสามีภรรยาอุ้มอู่เยวี่ยออกไปเหลือเพียงอู่เหมยในบ้านเพียงลำพังกับผัดผักครึ่งจานและข้าวสองถ้วยบนโต๊ะ อู่เหมยทานข้าวในถ้วยให้หมดถึงเรอออกมาอย่างอิ่มใจ หยิบที่ครอบมาครอบกับข้าวไว้ถึงกลับไปทำการบ้านในห้อง โจทย์เติมน้ำเทน้ำบ้านั่นยังคิดไม่ออกเลย! 

               เหยียนหมิงซุ่นทานอาหารมื้อเย็นเสร็จกำลังอ่านนิตยสารเกี่ยวกับกองทัพในห้อง นิตยสารเหล่านี้ล้วนได้มาจากภายในกองทัพ เป็นหนังสือที่เพื่อนของเขาคนหนึ่งหยิบมาจากห้องหนังสือของคุณพ่อที่เป็นทหาร คืนนี้อ่านจบก็ต้องคืน ไม่อย่างนั้นเพื่อนคนนั้นคงถูกคุณพ่อของเขาใช้รองเท้าหนังฟาดแน่ๆ 

               “อาจารย์แม่หยาง ช่วยดูเยวี่ยเยวี่ยให้ที เธอถูกก้างปลาตำคอ” 

               เหอปี้อวิ๋นเสียงดังเล็กน้อยเพราะความร้อนรน เหยียนหมิงซุ่นมุ่นคิ้วหน่อยๆ จึงเดินมาสังเกตการณ์ที่ประตูกลับเห็นว่าน้องชายโง่เขลาของเขาคนนั้นได้พุ่งออกไปแล้ว ดูร้อนใจยิ่งกว่าเหอปี้อวิ๋นเสียอีก เดินวนรอบตัวอู่เยวี่ยอยู่นั่น 

ความคิดเห็น