facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ปี 1985 ดอกเหมยอย่างเธอได้ผลิบานกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ด้วยลิขิตที่ขีดไว้บน 'รอยแค้น'

ตอนที่ 55 ผัดเส้นมันฝรั่งน้ำส้มสายชู / ตอนที่ 56 แบกหลังกลับบ้าน

ชื่อตอน : ตอนที่ 55 ผัดเส้นมันฝรั่งน้ำส้มสายชู / ตอนที่ 56 แบกหลังกลับบ้าน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ต.ค. 2563 17:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 55 ผัดเส้นมันฝรั่งน้ำส้มสายชู / ตอนที่ 56 แบกหลังกลับบ้าน
แบบอักษร

ตอนที่ 55 ผัดเส้นมันฝรั่งน้ำส้มสายชู 

               อู่เหมยฟื้นขึ้นมาเพราะอาการแสบร้อนตรงมุมปาก เหมือนกำลังลอยโคลงเคลงอยู่บนผิวน้ำขณะเพิ่งฟื้น เวียนศีรษะอย่างรุนแรงจนเผลอเอนหลังอย่างไม่รู้ตัว ไม่คิดบ้างเลยว่าบนอัฒจันทร์มีกำแพงได้อย่างไร 

               “เป็นยังไงบ้าง? รู้สึกพะอืดพะอมบ้างหรือเปล่า?” เสียงทุ้มน่าฟังดังขึ้นข้างหู ไม่รู้ว่าเป็นใคร อู่เหมยพยักหน้าก่อนถึงส่ายศีรษะ 

             “ไม่พะอืดพะอม เวียนหัวและเจ็บ” 

               เสียงอู่เหมยเบาหวิวฟังแล้วเหมือนกำลังออดอ้อนก็ไม่ปาน น้ำตาเอ่อคลอน้อยๆ เรียกให้คนมองเห็นรู้สึกสงสารจับใจ คนรอบด้านเริ่มกล่าวโทษตัวต้นเหตุในครั้งนี้ ซึ่งเป็นเด็กหนุ่มตัวกำยำยิ่งกว่าหมีสีน้ำตาล อีกฝ่ายกำลังก้มหน้างุดเพราะความรู้สึกผิดปนเขินอายเพราะได้รับสายตาตำหนิจากทุกคน 

               “เจ็บตรงไหน?” เสียงน่าฟังดังขึ้นอีกหนและฟังดูคุ้นหูจัง อู่เหมยอยากหันกลับไปดูว่าเป็นใครแต่แค่ขยับศีรษะเพียงนิดก็รู้สึกมีดาวเพิ่มตรงหน้าไม่น้อย 

               ตรงปากรู้สึกแสบร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ อู่เหมยชี้นิ้วตรงที่เหนือริมฝีปาก “เจ็บตรงนี้” 

               เหยียนหมิงซุ่นเลื่อนหน้าเข้าใกล้อีกนิด สะอาดสะอ้านไม่มีแผลถลอกเลยถามด้วยความสงสัย “ไม่มีแผลเลยเหรอ?” 

               อู่เหมยแทบร้องไห้เพราะความแสบ พูดเสียงกระเง้ากระงอด “เจ็บ เหมือนโดนไฟเผาเลย แสบมาก!” 

               “โอ้! อาจเป็นเพราะเมื่อกี้ฉันทายาหม่องเยอะไปหน่อย ไม่เป็นไรๆ เอาน้ำราดหน่อยก็หาย ฉันจะไปตักน้ำมาเดี๋ยวนี้เลย รอแป๊บหนึ่งนะ” นักเรียนชายคนหนึ่งพุ่งตัวออกไปฉับไว 

               อู่เหมยกลั้นน้ำตาไม่ไหวอีกต่อไป พระเจ้า! เธอกลัวการทายาหม่องที่สุดเลย ความรู้สึกแสบร้อนแบบนั้น เหมือนตายทั้งเป็นชัดๆ! 

               แต่คำถามคือเธอสลบไปเพราะถูกลูกบาสเกตบอลกระแทก ไม่ได้เป็นลมแดดสักหน่อยทำไมต้องทายาหม่อง? 

               “น้ำมาแล้ว หลีกหน่อย!” 

               นักเรียนชายที่ทายาหม่องให้ถือของคล้ายๆ กล่องอาหารวิ่งเข้าไป อู่เหมยยังไม่ทันตั้งตัวดีก็มีน้ำที่ผสมกลิ่นผัดเส้นมันฝรั่งคลุกน้ำส้มสายชูสาดใส่หน้าเปียกไปยันเสื้อ 

               “เป็นยังไงบ้าง? ไม่แสบแล้วใช่มั้ย?” นักเรียนชายถามอู่เหมยด้วยสีหน้าตื่นเต้นคล้ายกำลังรอคำชม 

               “ถุยๆๆ” 

               อู่เหมยถุงน้ำลายหลายทีพลางถลึงตามองนักเรียนชายคนนั้นอย่างคุกรุ่น พลันแหวใส่ “ตอนเที่ยงกินผัดเส้นมันฝรั่งคลุกน้ำส้มสายชูสินะ?” 

               “ใช่ เธอรู้ได้ยังไง?” 

             “ฉันรู้ได้ยังไง? นายลองดมดูสิลองดม น้ำมีแต่กลิ่นผัดเส้นมันฝรั่งคลุกน้ำส้มสายชู!” 

               พอเห็นเด็กสาวระเบิดอารมณ์จนตัวพองทุกคนต่างหัวเราะชอบใจ มีแรงด่าบ่งบอกว่าไม่เป็นอะไรแล้ว เหยียนหมิงซุ่นกระตุกยิ้มมุมปากและเบาใจลงทันที แต่แอบถลึงตาใส่นักเรียนชายที่ทำเสียเรื่องแวบหนึ่ง 

               นักเรียนชายลูบหลังศีรษะอย่างเขินอาย เมื่อกี้รีบไปหน่อยถึงได้ลืมว่าตอนเที่ยงไม่ได้ล้างถ้วย เขามองเส้นมันฝรั่งที่แปะติดอยู่ตรงกลุ่มผมดำของอู่เหมยอย่างรู้สึกผิดวูบหนึ่ง ขณะเดียวกันก็รีบทักทายขอตัวลากับเหยียนหมิงซุ่นอย่างรีบร้อน 

               ลมอ่อนๆ พัดปลิวมาทำให้อู่เหมยสะท้านเฮือก เสื้อผ้าเปียกปอนแนบไปกับลำตัวเลยรู้สึกหนาวเย็น 

               เหยียนหมิงซุ่นมุ่นคิ้ว ยายหนูนี่ตัวผอมแห้งนัก จะป่วยไม่ได้เชียว เอ่ยปากถาม “เธอเดินเองได้มั้ย?” 

               จะว่าไปน้ำผัดเส้นมันฝรั่งคลุกน้ำส้มสายชูนี่ได้ผลเหมือนกัน อย่างน้อยอู่เหมยก็ไม่รู้สึกวิงเวียนศีรษะแล้ว เธอหันกลับมาเห็นแค่ตรงหน้าเป็นสีแดงที่ข้างบนประทับตราด้วยตัวเลข ‘6’ สีดำตัวใหญ่ก็รีบเงยหน้า กลับเห็นลูกกระเดือกแสนเซ็กซี่ของอีกฝ่ายจนลอบกลืนน้ำลายไม่ได้ 

               “เดินได้ ขอบคุณค่ะพี่หมิงซุ่น” 

               อู่เหมยหน้าแดงระเรื่อด้วยความเขินหมายจะลุกขึ้นยืน เมื่อกี้เธอพิงอกเหยียนหมิงซุ่นตลอดอย่างนั้นหรือ! 

               เหยียนหมิงซุ่นพยุงอู่เหมยให้ยืนขึ้น ตัวโงนเงนแต่อย่างน้อยก็ยืนมั่นคงแล้ว โบกมือลากับเหยียนหมิงซุ่น “บ๊ายบาย พี่หมิงซุ่น!” 

 

ตอนที่ 56 แบกหลังกลับบ้าน 

               อู่เหมยขี่อยู่บนแผ่นหลังกว้างหนาของเหยียนหมิงซุ่นขณะที่รู้สึกร้อนผ่าวตรงแก้มเหมือนโดนแผดเผา พูดเสียงเบา “พี่หมิงซุ่น ให้ฉันเดินเองมั้ย?” 

              “ไม่ต้องหรอก!” เหยียนหมิงซุ่นตอบเสียงเรียบ อู่เหมยไม่กล้าส่งเสียงใดๆ อีกพลางอยู่เงียบๆ 

               เหยียนหมิงซุ่นไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ เขาถึงใจอ่อนยวบลงได้ ต้องเป็นเพราะลูกบาสน่ารำคาญลูกนั้นแน่ๆ เพราะลูกบาสนั่นเดิมทีจะส่งให้เขา จะว่าไปอู่เหมยต้องมาลำบากเพราะเขา 

               ต้องไม่ใช่เพราะเขาเห็นเด็กผู้หญิงเดินกะโผลกกะเผลกแล้วเกิดเห็นใจขึ้นมาหรอก! 

             ตลอดทางเหยียนหมิงซุ่นไม่ปริปากพูดอีกแม้แต่คำเดียวจนอู่เหมยเองก็ไม่กล้าเปล่งเสียงหรือหายใจเสียงดัง ความจริงเธอยังรู้สึกเวียนศีรษะเล็กน้อย อดไม่ได้ที่จะพิงศีรษะไว้บนหลังเหยียนหมิงซุ่นในสภาพแทบหมดสติ 

               เหอปี้อวิ๋นหั่นผักอย่างขะมักเขม้นด้วยความลน น้ำมันในกระทะไหม้จนขึ้นควันขาวแต่ผักของเธอยังหั่นไม่เสร็จ เหอปี้อวิ๋นจำต้องหั่นลวกๆ ก่อนเทผักใส่กระทะ น้ำมันกระเด็นใส่มือเธอที่พองเป็นตุ่มใสอย่างรวดเร็ว 

               “ยายตัวดีไปตายที่ไหนแล้ว? เยวี่ยเยวี่ย น้องสาวของของลูกไปไหน?” 

               เหอปี้อวิ๋นเจ็บจนสูดปากพลางตะโกนเข้าไปในบ้านด้วยแรงอารมณ์ เมื่อก่อนงานหั่นผักล้วนเป็นฝีมือของอู่เหมย เธอแค่ทำหน้าที่ผัดสบายๆ ก็พอ ตอนนี้อู่เหมยไม่อยู่เธอก็ต้องเป็นคนทำ 

               “หนูไม่รู้ค่ะ ตอนเช้าบอกเหมยเหมยว่าเลิกเรียนให้รอกลับบ้านพร้อมหนูแต่เธอไม่ได้รอ หนูได้ยินเพื่อนเหมยเหมยบอกว่าเธอกลับก่อนตั้งแต่เลิกเรียนแล้ว” 

             อู่เยวี่ยแอบฟ้องอย่างแนบเนียนอีกครั้ง เหอปี้อวิ๋นโกรธจนหน้าแดงอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด ยายตัวดีกลับมาเจอดีแน่ 

               “แม่คะ หนูช่วยหั่นผักมั้ยคะ?” 

               อู่เยวี่ยวางดินสอลงเดินมาหา เหอปี้อวิ๋นยิ้มอย่างรักใคร่รีบโบกมือให้เธอกลับไป “ไม่ต้องๆ การเรียนของลูกสำคัญกว่า เดี๋ยวแม่ก็ทำเสร็จแล้ว ลูกรีบเดินไประวังโดนน้ำมันกระเด็นใส่” 

               “ถ้าแม่มีอะไรให้ช่วยเรียกหนูนะ!” 

               เหอปี้อวิ๋นรู้สึกปลื้มใจอย่างมากจนความรักแทบล้นออกจากสายตา ลูกสาวบ้านไหนจะดีเยี่ยมเท่าเยวี่ยเยวี่ยของเธอบ้าง? เยวี่ยเยวี่ยหน้าตาดี การเรียนอยู่ในระดับแถวหน้าทั้งยังเป็นเด็กดีรู้จักกตัญญู หาไม่ได้จากคนในร้อยล้านคนด้วยซ้ำ 

               อู่เยวี่ยหันหลังกลับยิ้มอย่างได้ใจ รู้อยู่แล้วว่าคุณแม่ไม่มีทางให้เธอทำงานหรอก เมื่อกี้แค่ถามไปอย่างนั้นแหละ 

             อู่เจิ้งซือถือคู่มือการสอนกลับมาโดยที่ปลายนิ้วยังมีฝุ่นสีขาวติดอยู่รวมถึงรอยเปื้อนหมึกสีแดงหลายจุด เผอิญเจอหน้าเหยียนหมิงซุ่นเข้าอย่างจัง 

               “คุณครูอู่” เหยียนหมิงซุ่นเรียกขาน 

               “เหมยเหมยเป็นอะไร? ทำไมถึงต้องให้เธอแบกขึ้นหลัง?” อู่เจิ้งซือขมวดคิ้วด้วยความรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก 

               อู่เหมยแทบหลับไปอยู่รอมร่อพอได้ยินเสียงอู่เจิ้งซือก็สะดุ้งเฮือกได้สติทันใด เงยหน้าเรียกอีกฝ่าย “คุณพ่อ” 

               เหยียนหมิงซุ่นรู้สึกถึงอาการสะดุ้งของอู่เหมยเมื่อครู่ได้ เห็นได้ชัดว่าตกใจเพราะอู่เจิ้งซือ เห็นทีคุณครูประจำชั้นของเขาคนนี้ตอนอยู่บ้านไม่ได้มีท่าทางที่ให้ความรู้สึกสบายแก่ผู้อื่นเหมือนตอนอยู่โรงเรียนแน่ๆ 

               เขาได้เล่าเรื่องราวที่อู่เหมยประสบเมื่อครู่ไปสั้นๆ “ผมคิดว่าเหมยเหมยอาจจะได้รับกระทบกระเทือนตรงสมองนิดหน่อยเลยแบกเธอกลับมาครับ” 

               อู่เหมยขืนตัวจะลงมา “พี่หมิงซุ่น ฉันดีขึ้นมากแล้ว ขอบคุณพี่มาก” 

               อู่เจิ้งซือยิ้มให้เหยียนหมิงซุ่นอย่างอบอุ่น “ขอบคุณหมิงซุ่นมาก อยู่ทานข้าวมื้อเย็นก่อนสิ!” 

               “ขอบคุณคุณครูอู่ครับ คุณย่าผมทำกับข้าวเสร็จแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ” 

               เหยียนหมิงซุ่นขอตัวลากับอู่เจิ้งซือพลางหันไปมองอู่เหมยอีกแวบหนึ่ง อู่เหมยยิ้มให้เขาอย่างระแวงน้อยๆ ผมเปียกปอนแนบติดหน้าผากอีกทั้งบนหัวยังมีเศษพริกหยวกติดอยู่ เห็นแล้วทั้งน่าสงสารทั้งตลกจนเขาอดหลุดขำไม่ได้ ยื่นมือไปหยิบพริกหยวกออกก่อนจะหันหลังเดินจากไป 

ความคิดเห็น