facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ปี 1985 ดอกเหมยอย่างเธอได้ผลิบานกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ด้วยลิขิตที่ขีดไว้บน 'รอยแค้น'

ตอนที่ 45 เกิดความคิดอยากฆ่า / ตอนที่ 46 เฟ้นหาความสุข

ชื่อตอน : ตอนที่ 45 เกิดความคิดอยากฆ่า / ตอนที่ 46 เฟ้นหาความสุข

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ต.ค. 2563 17:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 45 เกิดความคิดอยากฆ่า / ตอนที่ 46 เฟ้นหาความสุข
แบบอักษร

ตอนที่ 45 เกิดความคิดอยากฆ่า 

น้ำอุ่นร้อนสาดเทใส่แผลบนตัวจนเจ็บแปลบๆ อู่เหมยสูดปากออกมาอย่างห้ามไม่ได้ เธอมองแผลที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำในกระจกก็ฉีกยิ้มที่ดูน่าเกลียดกว่าตอนร้องไห้ 

กลับมาวันแรกก็ถูกตีไปสองรอบ มีใครเกิดใหม่แล้วชีวิตยากลำบากเท่าเธอไหม? 

อาบน้ำร้อนช่วยได้มากทีเดียว พออาบน้ำเสร็จอู่เหมยรู้ก็สึกสบายไปทั้งตัว เธอแช่เสื้อผ้าในกะละมังที่ผสมผงซักฟอกไว้ รอดื่มนมผงที่ชงเสร็จค่อยกลับมาซักผ้าต่อ 

เหอปี้อวิ๋นจะซักผ้าในส่วนของอู่เยวี่ยกับอู่เจิ้งซือเท่านั้น ส่วนเธอเริ่มซักผ้าเองตั้งแต่อายุเจ็บขวบ บางครั้งยังต้องช่วยพวกเธอซักผ้าด้วยซ้ำไป ส่วนงานบ้านอย่างอื่น เช่น ล้างจานถูพื้นก็ทำเป็นประจำ 

อู่เหมยเพิ่งออกจากห้องอาบน้ำเห็นว่าในห้องนั่งเล่นไม่มีใครเหลือรวมถึงเหอปี้อวิ๋น ซึ่งตรงตามความต้องการของอู่เหมย เธอหยิบแก้วที่ชงนมผงผสมข้าวบาร์เลย์ไว้ขึ้นมาอึกหนึ่งขณะที่อุณหภูมิกำลังดี กลิ่นนมคละคลุ้งในปาก เทียบกับนมผงธรรมดาแล้วรสชาติของมันดีกว่ามาก อู่เหมยรู้สึกผ่อนคลายไปทั้งตัว นมผงผสมข้าวบาร์เลย์ของตอนนี้ดีที่สุด เพราะในอนาคตหาซื้อนมผงผสมข้าวบาร์เลย์ที่รสเลิศขนาดนี้ได้ยากแล้ว 

พลันสายตาเหลือบไปเห็นน้ำมันตับปลาในตู้ อู่เหมยกลอกตาครุ่นคิดก่อนจะหยิบน้ำมันตับปลาลงมา อู่เยวี่ยต้องทานมันวันละช้อน เธอถึงได้มีค่าสายตาที่ 2.5 ได้ตลอด ชาตินี้เธอจะต้องรักษาดวงตาตัวเองให้ดี 

เหอปี้อวิ๋นไม่ให้เธอทาน งั้นเธอทานเองแล้วกัน ไม่ให้ทานก็โวยวาย ไหนๆ ก็ฉีกหน้ากันแล้ว! 

น้ำมันตับปลาในตอนนี้ไม่ได้อยู่ในสภาพแคปซูลแต่กลับอยู่สภาพเหลวเหมือนน้ำนมที่เข้มข้น กลิ่นคาวรุนแรง อู่เหมยตักมาหนึ่งช้อนเพิ่งส่งเข้าปากก็แทบอ้วกออกมา บังคับฝืนตัวตัวเองให้กลืนลงไปก่อนจะดื่มนมผงผสมข้าวบาร์เลย์อึกใหญ่ตามถึงรู้สึกดีขึ้นหน่อย 

วางน้ำมันตับปลากลับที่เดิมแล้วดื่มนมหมดแก้ว อู่เหมยสะอึกทีพลางตบพุงตัวเองอย่างพึงพอใจ 

กลางคืนทานน้ำซุปไก่ไปสองถ้วย ปูหนึ่งตัวและเนื้อเป็ดอีกหลายชิ้น ตอนนี้ดื่มนมผสมข้าวบาร์เลย์กับน้ำมันตับปลาไปอีก คุณค่าทางอาหารคงเพียงพอแล้ว ซักผ้าเสร็จค่อยกลับไปนอนแก็บแรงตรียมรับมือกับพรุ่งนี้อย่างเต็มที่ 

อู่เหมยซักผ้าแล้วตากมันถึงกลับไปในห้องนอน แต่เพราะอากาศที่ร้อนอบอ้าวทำให้เธอนอนไม่หลับ ชาติก่อนหลังแต่งงานกับเหมยซูหาน สองปีแรกของชีวิตคู่ออกจะลำบากไปสักเล็กน้อยแต่ต่อมาเหมยซูหานประสบความสำเร็จเลยไม่เคยให้เธอลำบากในเรื่องวัตถุอำนวยความสะดวกอีก ตัวบ้านอบอุ่นตลอดทั้งปี แล้วจะให้เธอคุ้นเคยกับอากาศร้อนอบอ้าวในตอนนี้ได้อย่างไร? 

ครุ่นคิดแล้วอู่เหมยก็ก้าวลงจากเตียงมาที่หัวเตียงอู่เยวี่ย พัดลมทำงานตามหน้าที่ของมัน อู่เยวี่ยที่มีผ้าห่มผืนบางคลุมหน้าท้องอยู่กำลังหลับฝันหวานเชียว! 

ฝั่งเธอร้อนจนนอนไม่หลับแต่อู่เยวี่ยกลับต้องห่มผ้านอน อู่เหมยถลึงตาจ้องอู่เยวี่ยอย่างนึกแค้นเคือง สองมือกลับอดไม่ได้ที่จะขยับเข้าใกล้อู่เยวี่ย แค่ปิดจมูกปิดปากของยายตัวดีนี้ได้ก็สามารถทำเธอตายเงียบๆ ได้เหมือนกัน 

อีกอย่างเธอเพิ่งอายุสิบสองปี ไม่มีทางถูกตัดสินโทษประหารอยู่แล้ว อย่างมากจำคุกหลายปีก็พ้นโทษ ถึงตอนนั้นไปในที่ที่ไม่มีคนรู้จักเธอ ใช้ชีวิตของเธออย่างอิสระเพียงลำพัง! 

อู่เหมยตาวาว สองมือเข้าใกล้ลำคอของอู่เยวี่ยมากขึ้นเรื่อยๆ อู่เยวี่ยที่กำลังหลับสนิทเบิกตาโพล่ง เห็นฝ่ามือตรงหน้าตัวเองรวมถึงสายตาวาวโรจน์ของอู่เหมยก็ตกใจจนเหงื่อแตกพลั่ก 

“เธอคิดจะทำอะไร?” อู่เยวี่ยซักถาม 

อู่เหมยถอนหายใจอย่างเสียดาย เลื่อนมือไปทางพัดลมพลางถอดปลั๊กออกยกขึ้นมาตอบเสียงเย็นชา “ไม่ได้ทำอะไร แค่จะเอาพัดลมไปใช้” 

“เธอเป็นบ้าไปแล้ว เอาพัดลมคืนมานะ ไม่อย่างนั้นฉันจะฟ้องคุณแม่!” อู่เยวี่ยคำรามเสียงต่ำ 

“ไปฟ้องสิ อย่างมากก็แค่โดนตี พี่ไปฟ้องตอนนี้เลยนะ ถ้าไม่ฟ้องแปลว่าขี้ขลาด” อู่เหมยแค่นหัวเราะ 

อู่เยวี่ยมองอู่เหมยที่เป็นเช่นนี้ด้วยความรู้สึกไม่คุ้นเคย ย้อนนึกถึงสองมือที่อยู่ใกล้เพียงคืบเมื่อครู่ที่บ่งบอกชัดเจนว่าอยากจะบีบคอเธอ อู่เยวี่ยอดสะท้านเฮือกไม่ได้และเงียบเสียงไม่พูดอะไรอีก ตาจ้องมองพัดลมที่ถูกอู่เหมยยกไปนิ่งๆ 

 

ตอนที่ 46 เฟ้นหาความสุข 

เมื่อคืนอู่เหมยหลับสบายเพราะมีพัดลมคอยพัดเป่าต่อให้เสียงพัดจะดังไปเสียหน่อยหรือลมที่แรงจนเธอมึนหัว พอนึกได้ว่าอู่เยวี่ยต้องทนร้อนมาตลอดคืน อู่เหมยก็อารมณ์ดีอย่างห้ามไม่ได้ 

ไม่รู้ว่าอู่เยวี่ยเป็นอะไรไปถึงไม่ฟ้องเหอปี้อวิ๋น อย่างที่คิดเลยว่าเมื่อก่อนเธอขี้ขลาดเกินไปถึงโดนรังแกได้ง่าย ตอนนี้เธอแค่ยื่นกรงเล็บออกเล็กน้อยก็พอจะทำให้อู่เยวี่ยหวาดหวั่นได้ 

อู่เยวี่ยนั่งข้างโต๊ะอาหารอย่างหดหู่พลางหาวหวอดเป็นบางครั้ง อู่เหมยกลับหน้าตาสดชื่นแจ่มใส กระโปรงใหม่เมื่อวานถูกเธอเอาไปซักเลยทำให้ตอนนี้ยังสวมกระโปรงตัวเก่าที่ไม่เหมาะกับขนาดตัวอยู่ แต่เพราะมีโฉมหน้าใหม่ ต่อให้เป็นถุงกระสอบก็ยังเป็นจุดสนใจของผู้คนได้อยู่ดี 

อาหารเช้าของครอบครัวอู่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ ไข่ต้ม น้ำนม ซาลาเปา ข้าวต้มและเครื่องเคียงอย่างอื่น น้ำนมมีส่วนแค่อู่เยวี่ยเท่านั้น ค่านมทุกเดือนหกเหรียญ เหอปี้อวิ๋นจะทำใจสั่งไว้ให้อู่เหมยได้อย่างไร 

อู่เหมยปอกเปลือกไข่เคี้ยวสองสามคำจนหมดลูก ไข่ไก่ของสมัยนี้ล้วนมาจากไก่เลี้ยงต่างจังหวัดจึงให้รสชาติที่ดี ต่อให้เป็นเพียงไข่ต้มน้ำเปล่าธรรมดาอู่เหมยก็ชอบทาน 

ทานไข่ไก่ไปสามฟองรวดอู่เหมยถึงยอมหยุดตักข้าวต้มมาถ้วยหนึ่ง นี่เป็นช่วงที่เธอกำลังเจริญเติบโตย่อมต้องทานอาหารมีประโยชน์มาบำรุงร่างกายให้มาก ชาตินี้เธออยากจะสูงขึ้นอีกตั้งหลายเซนติเมตรแหนะ! 

“คุณพ่อคะ หนูก็อยากดื่มนม” อู่เหมยร้องขอ 

เด็กที่รู้จักส่งเสียงร้องไห้ถึงจะมีนมกิน เมื่อวานหลังเธออาละวาดไปยกใหญ่ถึงได้โคมไฟกับพัดลมมา จากนี้จะค่อยๆ เรียกร้องความสุขใส่ตัวเอง ไม่เป็นที่ชอบใจไม่เป็นไร ขอแค่ได้ในสิ่งที่ควรได้ก็พอ 

เหอปี้อวิ๋นก่นด่า “ยังคิดจะดื่มนม? ดื่มแล้วสอบได้คะแนนดีหรือไง?” 

“งั้นแม่ก็ไม่ต้องให้หนูกินข้าวหรอก ให้หนูหิวตายไปนั่นแหละ!” อู่เหมยตอกกลับเสียงเย็น 

“แก...” 

เหอปี้อวิ๋นโกรธจนตัวสั่น เจ้าลูกไม่รักดี ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ก็น่าจะบีบคอให้ตายไปซะ จะได้ไม่มาทำให้เธอโมโหตอนนี้! 

“เหมยเหมย นมนี้ให้เธอ” 

อู่เยวี่ยเห็นสถานการณ์ไม่ดีรีบตั้งสติเลื่อนแก้วน้ำนมของตัวเองมาไว้ตรงหน้าอู่เหมย อู่เจิ้งซือสีหน้าย่ำแย่ตั้งแต่เมื่อคืนจนบัดนี้ยังไม่ดีขึ้น จะให้เจ้าโง่นี่อาละวาดไม่ได้อีกเด็ดขาด รอคุณพ่ออารมณ์ดีแล้วค่อยจัดการเจ้าโง่นี่แล้วกัน 

อู่เหมยไม่ปรายตามองนมสักนิด พูดประชด “เอาของเหลือตัวเองมาให้ฉัน พี่เห็นฉันเป็นขอทานเหรอ?” 

อู่เยวี่ยถูกโต้กลับจนหน้าซีด หากไม่ใช่เพราะกลัวว่าอู่เจิ้งซือจะโกรธเข้า ถึงจะให้เธอเทใส่ชักโครกก็ไม่มีวันให้เจ้าโง่อย่างอู่เหมย นี่ยังได้ใจอยู่อีกหรือ? 

อู่เจิ้งซือรู้สึกปวดขมับตุบๆ ตอนนี้เขาเริ่มคิดถึงอู่เหมยคนเก่าเสียแล้ว คนที่เป็นดั่งอากาศ เพิกเฉยเธอไปเลยก็ได้ พอตอนนี้มาเอะอะเสียงดัง มันน่าปวดหัวเสียจริง 

“คราวหลังสั่งนมมาสองที่” อู่เจิ้งซือพูดสั่ง 

เหอปี้อวิ๋นปวดใจจนแน่นอกไปหมด วันนี้ต้องไปซื้อโคมไฟดวงเล็กกับพัดลมแล้วยังต้องสั่งจองนมเพิ่มอีก ค่าใช้จ่ายไม่ใช่น้อยๆ เลยนะ นี่มันลูกหนี้ชัดๆ! 

เมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการอู่เหมยก็เหยียดยิ้มมุมปาก คว้าซาลาเปาลูกกลมกัดคำโต ซาลาเปาทรงกลมล้วนทำจากไส้เนื้อ ส่วนซาลาเปาทรงสามเหลี่ยมทำจากไส้ผักเค็ม เมื่อก่อนเธอโง่ถึงได้ทานแต่ไส้ผักเค็ม ตั้งแต่นี้ไปเธอจะไม่เป็นคนโง่อีกแล้ว 

ซาลาเปาไส้เนื้อในจานเหลือเพียงสี่ลูกนอกนั้นเป็นไส้ผักเค็มทั้งหมด อู่เหมยที่เกิดหิวขึ้นมาก็จัดการซาลาเปาไส้เนื้อไปทีเดียวสามลูกก่อนจะตามด้วยข้าวต้มหนึ่งถ้วย หน้าท้องตึงจนเผลอสะอึกหลายที 

“หนูไปโรงเรียนแล้วนะคะ” 

อู่เหมยไม่รออู่เยวี่ย สะพายกระเป๋ามุ่งไปที่ประตู อู่เยวี่ยเห็นว่าบนจานเหลือซาลาเปาไส้เนื้อเพียงลูกเดียวจำใจต้องหยิบซาลาเปาไส้ผักเค็มมาทานอย่างฝืนใจลูกหนึ่งแล้วค่อยดื่มนมจนหมดแก้ว สะพายกระเป๋าเดินออกมาเช่นกัน 

ความคิดเห็น