facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ปี 1985 ดอกเหมยอย่างเธอได้ผลิบานกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ด้วยลิขิตที่ขีดไว้บน 'รอยแค้น'

ตอนที่ 43 เปิดโปง / ตอนที่ 44 นมผงผสมข้าวบาร์เลย์

ชื่อตอน : ตอนที่ 43 เปิดโปง / ตอนที่ 44 นมผงผสมข้าวบาร์เลย์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ต.ค. 2563 17:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 43 เปิดโปง / ตอนที่ 44 นมผงผสมข้าวบาร์เลย์
แบบอักษร

ตอนที่ 43 เปิดโปง 

เหอปี้อวิ๋นยื่นหน้าออกมาจากห้องน้ำ “เหล่าอู่ คุณได้ยินแล้วสินะ? ยายเด็กนี่เกิดมาเพื่อต่อกรกับฉัน!” 

อู่เหมยดึงคอเสื้อลง ชี้รอยเป็นจ้ำๆ ที่เป็นแผลบวมช้ำพูดเสียงเย็น “นี่หรือคะที่ทำดีกับหนู? มีแม่ที่ไหนตีลูกสาวตัวเองอย่างนี้บ้าง? แม่เคยเห็นหนูเป็นลูกสาวบ้างมั้ย? ห้ามไม่ให้หนูมัดผม ใส่ร้ายว่ามีตุ่มขึ้นหน้าแล้วยังแอบต้มน้ำซุปไก่น้ำซุปเป็ดให้อู่เยวี่ยลับหลัง ตั้งแต่เล็กจนโตหนูได้ใส่แต่เสื้อผ้าที่อู่เยวี่ยไม่เอา 

จะกินอะไรก็กินแต่ของเหลือจากอู่เยวี่ย กลางคืนร้อนแค่ไหนหนูก็ไม่มีพัดลมเพราะพัดลมอยู่ข้างเตียงอู่เยวี่ยเสมอ แสงไฟฝั่งหนูไม่ดีเลยขอแม่ซื้อโคมไฟเล็กๆ มาหลายครั้งแต่แม่ไม่เคยสนใจหนู ไปโกรธอะไรที่ทำงานมากลับมาก็มาระบายมันกับหนู... นี่คือทำดีกับหนูเหรอ? 

ก็เพราะคะแนนสอบหนูไม่ดีไม่ใช่หรือไง? หนูอยากคะแนนไม่ดีเองเหรอ? ในเมื่อรังเกียจหนูขนาดนี้แล้วทำไมต้องคลอดหนูออกมา? ตอนนั้นพ่อแม่น่าจะบีบคอหนูให้ตาย จะไม่ได้ไม่ต้องมาทำให้พ่อแม่อับอายขายหน้า!” 

นึกถึงความเจ็บปวดของชาติก่อนอู่เหมยได้แต่ร้องไห้น้ำตานองหน้า ปวดใจจนแทบหายใจไม่ออก เอามือกุมหน้าวิ่งเข้าห้องก่อนล็อกประตู ตอนนี้เธอแค่อยากร้องไห้หนักๆ ไม่อยากสนใจใครทั้งนั้น 

อู่เจิ้งซือหน้าถมึงทึง การโต้เถียงของอู่เหมยทำให้เขาโกรธอย่างมากแต่สิ่งที่อู่เหมยกล่าวออกมาก็สร้างความตกตะลึงให้เขามากเช่นกัน เหอปี้อวิ๋นปฏิบัติต่อลูกสาวสองคนต่างกันขนาดนั้นเลยหรือ? 

อู่เยวี่ยที่อยู่ในห้องอาบน้ำนึกหวั่นใจพลางมองไปยังเหอปี้อวิ๋นด้วยความกังวล เจ้าโง่นี่พูดเปิดโปงทุกอย่างออกมาแล้ว คุณพ่อจะโกรธเธอหรือเปล่า? 

เหอปี้อวิ๋นเองก็รู้สึกหวิวๆ ในใจแต่รีบตบบ่าลูกสาวเป็นเชิงปลอบก่อน เช็ดตัวลวกๆ เปิดประตูออกไป 

 “เหล่าอู่อย่าไปฟังยายนี่พูดบ้าๆ ตัวเองผลการเรียนแย่แล้วชอบหาข้ออ้าง” เหอปี้อวิ๋นฝืนยิ้มอธิบาย 

อู่เจิ้งซือมองเธอด้วยสายตาเย็นชาพักใหญ่โดยไม่ตอบกลับอีกฝ่าย เดินมุ่งหน้าไปยังห้องนอนของอู่เหมย พบว่าประตูถูกล็อกจากด้านในอู่เจิ้งซือถึงตะโกนเรียกเสียงต่ำ “เหมยเหมยเปิดประตู!” 

อู่เหมยที่นอนคว่ำปล่อยโฮบนเตียงใช้ปลอกหมอนเช็ดหน้าลวกๆ เดินไปเปิดประตูโดยไม่คิดมองหน้าอู่เจิ้งซือ เหอปี้อวิ๋นที่เดินตามเข้ามาเกือบจะหลุดคำด่าออกมาแต่พอเหลือบเห็นสีหน้าบูดบึ้งของอู่เจิ้งซือก็ได้แต่กลั้นไว้ในที่สุด 

ภายในห้องมืดมาก อู่เจิ้งซือดึงสายเปิดไฟตรงประตูทีก่อนความสว่างจะเข้ามาแทนที่ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเข้าห้องนอนของลูกสาว 

หน้าต่างอยู่ฝั่งซ้ายมือหลังจากเดินเข้าประตูเข้ามา ใต้หน้าต่างมีโต๊ะหนังสือแล้วก็เตียง บนหัวเตียงมีพัดลมตั้งพื้นเครื่องหนึ่ง ตรงกลางห้องมีตู้เสื้อผ้าสองตู้ที่เป็นการแบ่งห้องออกเป็นสองฝั่ง ซึ่งอีกด้านเองก็มีเตียงและโต๊ะหนังสือเช่นกัน 

ไฟของห้องถูกติดตั้งอยู่ฝั่งหน้าต่าง เช่นนี้แล้วไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืนอีกฟากของห้องจะอยู่ภายในความมืดสลัวตลอดเวลา เช่นเดียวกับตอนนี้ที่ฝั่งหนึ่งของห้องร้อนอบอ้าวไร้กระแสลม อู่เจิ้งซือแค่ยืนอยู่ครู่เดียวก็รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง 

อู่เจิ้งซืออดขมวดคิ้วไม่ได้ การปฏิบัติที่แตกต่างเด่นชัดขนาดนี้ เหอปี้อวิ๋นมัวทำบ้าอะไรอยู่? 

โชคดีที่ไม่มีคนนอกเห็นเข้า ไม่อย่างนั้นจะให้เขามีหน้าอยู่ในโรงเรียนได้อย่างไรอีก? 

เจ้างั่ง! 

อู่เจิ้งซือหันมาถลึงตาดุดันใส่เหอปี้อวิ๋นข้างๆ และกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ห้ามปฏิเสธ “พรุ่งนี้ไปซื้อโคมไฟแล้วก็พัดลมด้วย” 

“รู้แล้ว” 

เหอปี้อวิ๋นตอบตกลงอย่างไม่พอใจ รู้สึกปวดใจแปลบๆ พัดลมเครื่องหนึ่งต้องใช้เงินตั้งร้อยกว่าเหรียญ บ้านใครบ้างที่สิ้นเปลืองฟุ่มเฟือยเหมือนบ้านเธอที่ต้องใช้พัดลมถึงสามเครื่อง? 

เพราะยายบ้านี้คนเดียว วันที่ร้อนระอุไม่เคยได้ยินเธอบ่นร้อน แต่พอฤดูใบไม้ร่วงกลับทนไม่ได้เสียแล้ว? 

การเรียนแย่ขนาดนี้แต่รู้จักความสุขสบายมากกว่าใครเชียว? 

ยังคิดจะกินไก่กินเป็ด? 

ฝันไปเถอะ เยวี่ยเยวี่ยได้กินแล้วช่วยสร้างหน้าสร้างตาให้เธอ แต่ยายนี่นอกจากกินแล้วทำอะไรเป็นบ้าง? 

 

ตอนที่ 44 นมผงผสมข้าวบาร์เลย์ 

อู่เหมยได้ยินที่อู่เจิ้งซือพูดกลับไม่รู้สึกขอบคุณสักนิด เธอก่อเรื่องขนาดนี้เพราะถูกตีอย่างโหดร้ายมานักต่อนักถึงแลกกับความสงสารอันน้อยนิดจากอู่เจิ้งซือได้ ไม่สิ จะบอกว่าสงสารไม่ได้ น่าจะเป็นเพราะอู่เจิ้งซือกลัวขายหน้ามากกว่าสินะ? 

คนอย่างเขาเห็นแก่หน้าตัวเองที่สุด อาจจะกลัวเธอไปก่อเรื่องจนทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงกระมัง! 

อู่เยวี่ยในห้องน้ำรีบอาบน้ำอย่างเร็วสวมชุดนอนวิ่งออกมาในสภาพหัวเปียกปอน ไม่รู้ว่าเจ้าโง่นั่นจะทำอะไรอีก? เธอต้องจับตาดูให้ดี 

“รีบเข้านอนซะ พรุ่งนี้ยังต้องไปโรงเรียน” 

อู่เจิ้งซือมองอู่เยวี่ยแวบหนึ่งแล้วพูดเสียงราบเรียบ ไขว้มือเดินกลับห้องนอนตัวเอง 

เหอปี้อวิ๋นถลึงตาใส่อู่เหมยอีกที เห็นอู่เยวี่ยที่ใส่ชุดเปียกโชกก็ตื่นตูม บอกว่าใส่เสื้อตัวเปียกจะทำให้ร่างกายเย็นลง รีบลากอู่เยวี่ยเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที 

อู่เหมยคร้านจะสนใจสองแม่ลูกที่รักใคร่กลมเกลียวคู่นี้ พลางหยิบชุดนอนเข้าไปในห้องน้ำ ทายาตามตัวโดยไม่คิดจะชะล้างความไม่สบายตัวแต่อย่างใด 

กาต้มน้ำไม่มีน้ำร้อนแล้ว อู่เจิ้งซือไม่เคยใช้น้ำร้อนหากไม่ถึงฤดูหนาวจึงชัดเจนว่าถูกเหอปี้อวิ๋นกับอู่เยวี่ยใช้จนหมดเกลี้ยง นี่ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไร ในความทรงจำอู่เหมยได้ใช้น้ำร้อนอาบน้ำไม่กี่ครั้งเท่านั้น 

มิน่าชาติก่อนเธอถึงปวดท้องน้อยทุกครั้งที่ประจำเดือนมา ภายหลังไปหาคุณหมอแพทย์แผนจีนบอกว่าเพราะเธอไม่รักษาสุขภาพตั้งแต่เด็ก ปล่อยให้ความเย็นเข้าสู่ร่างกายมากเกินไป อู่เหมยกัดฟันตัดสินใจเปิดประตูก่อนจะเปิดเตาถ่าน 

คนที่เคยใช้เตาถ่านรู้ดีว่าหากตกดึกไม่ต้องการใช้ไฟแล้วจะต้องทำการปิดเตาให้เรียบร้อย ถึงแม้ตลอดคืนนั้นถ่านจะมีสีดำแต่ไฟข้างในยังคงอยู่ เช้ามาเพียงแค่เปิดเตาให้ลมเข้าไปข้างใน ไม่นานไฟก็จะลุกโชนเหมือนเดิม  

อู่เหมยหยิบกามาเติมน้ำให้เต็ม รอถ่านเผาไหม้เกิดสีเพลิงค่อยวางเตาลงไปต้ม เหอปี้อวิ๋นที่เปลี่ยนเสื้อผ้าให้อู่เยวี่ยเสร็จสรรพได้ยินเสียงกุกกักจากข้างนอกรีบเดินออกมา อดตะคอกเสียงดังไม่ได้ 

“ไอ้คนไร้ประโยชน์ ต้มน้ำทำอะไร? ปีนี้ถ่านราคาขึ้นสูงอีกแล้วรู้มั้ย?” 

“ไม่มีน้ำร้อนเลยต้มน้ำเอาไปอาบน้ำ” อู่เหมยตอบกลับด้วยสีหน้าราบเรียบ 

“อากาศร้อนขนาดนี้ไม่อาบน้ำเย็น? ฉันว่าแกจงใจดื้อกับฉันใช่มั้ย!” 

เหอปี้อวิ๋นเห็นตรงทางเดินไร้เงาคนก็เริ่มใจกล้า พุ่งตัวเข้ามาจะตีคน อู่เหมยมองเธอด้วยสายตาเย็นชาพลางกล่าวเสียงเรียบ “ในเมื่ออากาศร้อนขนาดนี้ แล้วทำไมแม่กับอู่เยวี่ยอาบน้ำร้อนล่ะ? ทำไมหนูต้องอาบน้ำเย็นด้วย?” 

“แอ๊ด” 

อาจารย์แม่จางเดินออกมาจากตัวบ้าน เหอปี้อวิ๋นรีบชักมือกลับยิ้มให้อาจารย์แม่จาง “อาจารย์แม่จางยังไม่นอนหรือคะ!” 

“มาดูว่าปิดเตาหรือยังน่ะ คุณครูเหอกับเหมยเหมยยังไม่นอนเหมือนกันหรือคะ!” 

อาจารย์แม่จางมองกาต้มน้ำด้วยสายตายากจะคาดเดา เมื่อกี้เธอได้ยินบทสนทนาของอู่เหมยกับเหอปี้อวิ๋นหมดแล้ว เพราะทนฟังต่อไม่ไหวถึงเดินออกมา เมื่อก่อนไม่รู้ว่ายามต่อหน้าและลับหลังเหอปี้อวิ๋นจะปฏิบัติกับอู่เหมยแตกต่างกันขนาดนี้ แทบไม่อยากจะเชื่อ 

อาจารย์แม่จางมองอู่เหมยที่ทำหน้าเรียบเฉยแวบหนึ่ง พลันถอนหายใจ เจ้าหนูช่างน่าสงสารที่มีคุณแม่ลำเอียงอย่างเหอปี้อวิ๋น! 

“เหมยเหมยต้มน้ำให้ร้อนหน่อยนะ เด็กผู้หญิงจะอาบน้ำเย็นไม่ได้เชียว โตมาจะลำบากเอา” 

อาจารย์แม่พูดเตือนอย่างหวังดี อู่เหมยยิ้มให้เธอน้อยๆ อย่างนึกขอบคุณ เหอปี้อวิ๋นสีหน้าแย่กว่าเดิม มองเตาถ่านอย่างเจ็บใจแวบหนึ่งก่อนจะเดินเข้าบ้านไปไม่อยากสนใจลูกหนี้ที่ยืนอยู่ข้างนอกคนนั้นอีก 

อู่เหมยไม่ได้รีบที่จะอาบน้ำ เลยยืนรอต้มน้ำจนเดือด กลับเจอผงนมผสมข้าวบาร์เลย์สำหรับอู่เยวี่ยโดยเฉพาะในตู้ หยิบมาชงให้เข้มข้นแก้วหนึ่งปล่อยให้กลิ่นหอมเย้ายวนใจตลบอบอวลในอากาศ อู่เหมยอดสูดจมูกดมไม่ได้ รีบปิดฝานมผงผสมข้าวบาร์เลย์ที่ชงเสร็จให้แน่นถึงเข้าไปอาบน้ำ 

                   

ความคิดเห็น