facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ปี 1985 ดอกเหมยอย่างเธอได้ผลิบานกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ด้วยลิขิตที่ขีดไว้บน 'รอยแค้น'

ตอนที่ 37 อู่เยวี่ยคนใจแคบ / ตอนที่ 38 เหมือนชาติปางก่อน

ชื่อตอน : ตอนที่ 37 อู่เยวี่ยคนใจแคบ / ตอนที่ 38 เหมือนชาติปางก่อน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ต.ค. 2563 17:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 37 อู่เยวี่ยคนใจแคบ / ตอนที่ 38 เหมือนชาติปางก่อน
แบบอักษร

ตอนที่ 37 อู่เยวี่ยคนใจแคบ  

เดิมทีท่านผู้เฒ่าอู่อยากจะตำหนิอีกสักหน่อยแต่เห็นอู่เหมยยังก้มหน้าเชื่อฟังก็อารมณ์ดีขึ้นไม่น้อย ความเกลียดชังที่มีต่ออู่เหมยลดลงตามลำดับ แม้เขาจะเป็นคนหัวโบราณแต่สุดท้ายก็เป็นผู้ชายอยู่ดี 

ธรรมชาติของผู้ชายมักชื่นชอบความสวยความงามมาตั้งแต่โบราณกาล ผู้ชายส่วนมากเลยเห็นความสำคัญของภาพลักษณ์ภายนอกของผู้หญิงมากกกว่าภายใน แต่แน่นอนว่าไม่ใช่กับอู่ชิงหาง ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่แต่งงานกับภรรยาตัวเตี้ยแบบนี้หรอก 

แต่หลานสาวคนเล็กที่ไม่เป็นงานเป็นการคนนี้ถือว่าหน้าตาใช้ได้ ต่อให้ไม่มีความสามารถอะไรแต่คงไม่ต้องกังวลว่าจะไม่ได้แต่งงาน ถึงหน้าตาอู่เหมยจะทำให้ท่านผู้เฒ่าสบายใจขึ้นเล็กน้อย แต่อู่ชิงหางนึกถึงคะแนนสอบของอู่เหมยความเกลียดชังก็ถาโถมเข้ามาอีกครั้ง ทำสีหน้าไม่ดีใส่อู่เหมยไปโดยปริยาย 

“ทานข้าวๆ กับข้าวเย็นหมดแล้วเพราะมัวแต่รอพวกแก ถ้าปีหน้ายังสายอีก ครอบครัวเจ้าสองไม่ต้องมาแล้ว!” 

ท่านผู้เฒ่าหน้าบูดบึ้ง อู่เจิ้งซือกับเหอปี้อวิ๋นรับคำเสียงอ่อนไม่กล้าโต้กลับไปแม้แต่ประโยคเดียว 

ทั้งครอบครัวนั่งลงล้อมรอบโต๊ะใหญ่โต๊ะหนึ่งโต๊ะเล็กโต๊ะหนึ่ง โดยผู้ใหญ่นั่งโต๊ะใหญ่ เด็กๆ นั่งโต๊ะเล็ก อาหารอุดมสมบูรณ์อย่างมาก ตี๋ชิวเยวี่ยกับเหอปี้อวิ๋นไปอุ่นกับข้าวด้วยกัน จี้เจี้ยนโปเทเหล้าให้ทุกคน บรรยากาศครึกครื้นกันถ้วนหน้า 

อู่เหมยนั่งเงียบๆ ในจุดที่ไม่สะดุดตามากที่สุด พี่น้องในตระกูลไม่มีคนใดชื่นชอบเธอ เธอไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวเอง อีกอย่างเธอไม่ชอบลูกพี่ลูกน้องแสนเย็นชาเหล่านั้น 

อู่เยวี่ยยังถูกฮูหยินผู้เฒ่ากอดไว้ไม่ปล่อย เธอเป็นหลานสุดรักสุดหวงของฮูหยินผู้เฒ่า เพราะมีระยะหนึ่งไม่ได้เจอหลานสาวสุดรักทำให้ไม่อยากปล่อยมือ พลางให้อู่เยวี่ยนั่งทานข้าวใกล้ๆ เธอ 

“คุณย่า หนูแกะปูให้นะคะ” 

อู่เยวี่ยชำเลืองสายตาได้ใจมาทางโต๊ะที่อู่เหมยนั่งอยู่ ยิ้มหวานก่อนจะเริ่มแกะปู เผยให้เห็นไข่ปูสีเหลืองอร่าม เธอใช้ช้อนควักมันออกมาอย่างระมัดระวัง จิ้มซอสนิดๆ แล้วป้อนให้ฮูหยินผู้เฒ่า 

ฮูหยินผู้เฒ่าชอบใจจนยิ้มตาหยี อ้าปากรับเนื้อปูหอมฉุย พูดชมไม่ขาดปาก “เยวี่ยเยวี่ยกตัญญูจริงๆ ไม่เสียดายที่ฉันรักมากขนาดนี้!” 

“คุณย่าเป็นคุณย่าของหนู หนูไม่กตัญญูต่อคุณย่าแล้วจะไปกตัญญูกับใครล่ะคะ? คุณย่าทานอีกสักคำนะคะ!” 

อู่เยวี่ยป้อนไข่ปูอีกคำหนึ่ง เอาใจเสียจนฮูหยินผู้เฒ่ายิ้มหน้าบาน ขณะเดียวกันก็ไม่ลืมที่จะเอาใจท่านผู้เฒ่าข้างๆ แกะก้ามปูขนาดใหญ่ยื่นให้ท่านผู้เฒ่า ความสามารถในเรื่องเอาอกเอาใจผู้อื่นก็อยู่เหนือกว่าใครตั้งแต่อายุเพียงเท่านี้ 

อู่เจิ้งหงไม่ชอบอู่เยวี่ยเพราะอู่เยวี่ยสวยกว่าลูกสาวของเธอเลยได้ใจของฮูหยินผู้เฒ่ามากกว่าลูกสาวเธอ อู่เจิ้งหงไม่พอใจแทนลูกสาวอย่างมาก 

ตอนนี้เมื่อเห็นอู่เยวี่ยเอาใจคนแก่ทั้งสองซะขนาดนั้น อู่เจิ้งหงก็เริ่มอิจฉา รู้สึกไม่สบอารมณ์เหลือเกิน 

“พ่อคะแม่คะ ปูเป็นของเย็น พ่อแม่ทานน้อยๆ หน่อยจะดีกว่า แม่คะ แม่ชอบหัวเป็ดไม่ใช่เหรอ? หัวเป็ดอยู่นี่ค่ะ” 

อู่เจิ้งหงคีบหัวเป็ดใส่ถ้วยฮูหยินผู้เฒ่าเรียกให้อู่เยวี่ยหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ คุณอาคนนี้เหมือนลูกสาวของเธอไม่มีผิด หน้าตาขี้เหร่แล้วยังมาแย่งความรักจากเธออีก น่ารำคาญเสียยิ่งกว่าเจ้าโง่นั่น 

“คุณปู่คุณย่าคะ หนูไม่รู้ว่าทานปูเยอะไม่ดี ขอโทษค่ะ” อู่เยวี่ยตีหน้าเศร้า พูดอย่างไม่สบายใจ 

ฮูหยินผู้เฒ่าถลึงตาใส่อู่เจิ้งหงอย่างไม่พอใจแวบหนึ่ง คีบหัวเป็ดใส่ถ้วยอู่เยวี่ยพลางกล่าวอย่างรักใคร่ “เยวี่ยเยวี่ยรีบทานหัวเป็ดนี่เร็ว ย่ารู้ว่าหนูชอบเลยทำเมนูเป็ดนี้ขึ้นมาโดยเฉพาะเลย” 

“ขอบคุณค่ะคุณย่า หนูจะทานกับคุณย่านะคะ” 

อู่เยวี่ยชำเลืองสายตาใส่อู่เจิ้งหงที่กำลังจ้องมองด้วยสายตาไม่พอใจ ก่อนปรายตามองจี้เจี้ยนโปข้างๆ เธอแวบหนึ่ง ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา ชวนให้น่าหัวเราะอยู่ในใจ เอ่ยออกเสียงอย่างใสซื่อ “คุณอาเขย เดือนก่อนหนูเห็นคุณอาที่ถนนหนันสุ่ยล่ะ หนูเรียกคุณอาแล้วแต่คุณอาไม่สนใจหนู!” 

 

ตอนที่ 38 เหมือนชาติปางก่อน  

มือที่แกะปูช้าๆ ของอู่เหมยสั่นระริกให้เนื้อปูที่เพิ่งแกะได้แทบร่วงใส่จาน หัวใจเต้นรัว มาแล้ว เหตุการณ์เหมือนชาติก่อนเลย 

ชาติก่อนเหตุการณ์เริ่มต้นโดยอู่เยวี่ยเช่นกันแต่อู่เยวี่ยเจ้าเล่ห์นัก บอกแค่ว่าไปเจอคุณอาเขยระหว่างเดินตลาดกับอู่เหมย รอให้อู่เจิ้งหงถามอู่เหมย และแล้วอู่เหมยกลับเล่าไปตามความจริงทุกอย่างถึงผู้หญิงข้างกายจี้เจี้ยนโป ยังบอกว่าจี้เจี้ยนโปกับผู้หญิงคนนั้นเดินจูงมือกันอยู่ 

ตอนนั้นอู่เหมยไม่รู้จริงๆ ว่าการที่ผู้ชายกับผู้หญิงสองคนจับมือกันมันสื่อความหมายอะไร โดยเฉพาะกับผู้ชายที่แต่งงานแล้ว คนที่จูงมืออยู่ไม่ใช่ภรรยาตัวเองเสียด้วย 

ถ้อยคำของเธอได้สร้างคลื่นพายุภายในบ้านตระกูลอู่ทันที อู่เจิ้งหงพลิกโต๊ะอาหารทันที จานอาหารแตกกระจายบนพื้นก่อนทะเลาะกับจี้เจี้ยนโปยกใหญ่ สถานการณ์รุนแรงเสียจนเพื่อนข้างบ้านต้องวิ่งกรูมาห้ามทัพ 

อาหารมื้อเย็นดีๆ จบฉากลงด้วยสภาพนี้ ยังทานไปได้ไม่กี่คำด้วยซ้ำ สุดท้ายแล้วอู่เยวี่ยกลับผิดคำพูดบอกว่าเธอไม่เห็นว่าข้างจี้เจี้ยนโปมีผู้หญิง บอกว่าอู่เหมยดูผิดต่างหาก 

จี้เจี้ยนโปรู้สึกขอบคุณอู่เยวี่ยอย่างมาก ทวีความเกลียดชังต่ออู่เหมยมากขึ้น คลื่นพายุเกี่ยวกับมือที่สามในครั้งนี้จึงสงบลงโดยดี อู่เจิ้งหงเข้มงวดมากยิ่งขึ้นขณะเดียวกันจี้เจี้ยนโปก็เชื่อฟังคำสั่งมากกว่าเดิม อู่เยวี่ยได้รับความรักจากคนในตระกูลเพิ่มขึ้นเท่าตัว 

มีเพียงอู่เหมย-- 

กลายเป็นที่รังเกียจของคนทั้งตระกูลโดยเฉพาะสองพี่น้องจี้เหวินเฟิงกับจี้เหวินฮุ่ยที่หาโอกาสพูดเหยียดหยามเธอเป็นบางเวลา เพราะเธอเกือบทำให้พ่อแม่ของพวกเขาต้องหย่ากันเลยมีความผิดติดตัวร้ายแรง 

อู่เหมยสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่พลางก้มแทะเนื้อปูต่อไป ปูก้ามขนเป็นของฝากจากนักเรียนที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหารทะเลคนหนึ่งของท่านผู้เฒ่าอู่ ได้มันมาจากทะเลสาบหยางเฉิงแท้ๆ  ทุกตัวล้วนหนักเกินกว่าสองร้อยกรัม เนื้อปูอวบอิ่ม ปกติไม่ได้ทานเนื้อปูก้ามขนอย่างดีแบบนี้หรอกนะ 

คนที่เริ่มกังวลเช่นเดียวกันยังมีจี้เจี้ยนโปอีกคน ช่วงเวลาก่อนเขาเคยไปเดินเที่ยวที่ถนนหนันสุ่ย ไปกับคนๆ นั้น เขาถึงจงใจเลือกถนนหนันสุ่ยที่มันค่อนข้างปลอดผู้คน ทำไมถึงบังเอิญให้อู่เยวี่ยเห็นเข้าได้นะ? 

“เยวี่ยเยวี่ยดูผิดไปหรือเปล่า? ถนนหนันสุ่ยไกลขนาดนั้นอาจะไปเดินที่นั่นได้ยังไง? อีกอย่างถ้าหนูเรียกอาจริงๆ อาไม่มีทางไม่สนใจหนูสิ!” 

จี้เจี้ยนโปยิ้มตาหยีกล่าวพลางลอบก่นด่าอู่เยวี่ยในใจ เริ่มหวั่นใจกลัวเรื่องจะแตก 

อู่เยวี่ยแสร้งทำท่าครุ่นคิด พูดเสียงยืนยัน “หนูจำคุณอาไม่ผิดหรอก เหมือนว่ามีคนอยู่ข้างคุณอาด้วยนะคะ เหมยเหมย วันนั้นเธอก็อยู่นี่นา พี่ชี้ให้เธอดูด้วย เธอจำได้มั้ย?” 

รอยยิ้มบนหน้าของจี้เจี้ยนโปฝืดลงเรื่อยๆ พออู่เจิ้งหงได้ยินว่ามีคนอยู่ข้างๆ ก็ตวัดสายตาปนระแวงมาทางจี้เจี้ยนโปทันที ยิ่งมองยิ่งสงสัย รอยยิ้มที่น่าเกลียดยิ่งกว่าตอนร้องไห้นั่นบ่งบอกว่ากำลังมีเรื่องให้กังวลใจชัดๆ 

“เยวี่ยเยวี่ย ข้างๆ คุณอาหนูคือใคร? ผู้หญิงหรือผู้ชาย?” อู่เจิ้งหงถามอย่างร้อนใจ 

อู่เยวี่ยได้ใจ แต่กลับทำหน้าลำบากใจ “เพราะอยู่ห่างเกินไปหนูเห็นไม่ชัดหรอกค่ะ จำได้แค่คุณอาเขย คุณอาก็รู้นี่คะว่าสายตาหนูไม่ดี” 

เหอปี้อวิ๋นรีบเสริมทัพ “เยวี่ยเยวี่ยปกติเรียนหนักเกินไป กลางคืนดึกดื่นยังมัวแต่อ่านหนังสือ ว่ายังไงเธอก็ไม่ฟังจนเสียสายตาไปหมดแล้ว” 

ท่านผู้เฒ่ายิ้มอย่างชื่นชม ฮูหยินผู้เฒ่าทั้งปลื้มใจทั้งปวดใจ ให้เหอปี้อวิ๋นต้มน้ำซุปบำรุงสุขภาพให้อู่เยวี่ยมากๆ เหอปี้อวิ๋นยิ้มตอบ “คุณแม่สบายใจเถอะค่ะ ทุกๆ สามวันก็จะต้มให้อยู่แล้ว ไม่มีทางให้หลานสาวของแม่ลำบากแน่นอน!” 

“งั้นก็ดี ต้องต้มสิ่งที่ช่วยเรื่องสายตาให้มากๆ พวกน้ำซุปจากลำไยหรือตับหมู จะให้หลานสาวฉันสายตาสั้นไม่ได้นะ!” 

“ค่ะ!” 

อู่เจิ้งหงกลับไม่มีอารมณ์จะมาฟังคำพูดไร้ประโยชน์พวกนี้ เธออยากให้อู่เยวี่ยย้อนคิดดีๆ ว่าใครคือคนข้างกายจี้เจี้ยนโป! 

อู่เยวี่ยเห็นท่าทางร้อนใจของเธอแล้วนึกได้ใจ เธอชอบความรู้สึกที่ทุกอย่างอยู่ในกำมือเธอแบบนี้ ไม่ชอบใครก็ไม่ให้คนๆ นั้นได้อยู่สบาย แค่ประโยคลอยๆ กลับกระตุ้นให้เกิดคลื่นใหญ่ได้ง่ายๆ 

“คุณอา หนูเห็นไม่ชัด แต่เหมยเหมยน่าจะเห็นชัด สายตาเธอดีกว่าหนู” 

อู่เยวี่ยลอบมองอู่เหมยที่ก้มหน้าทานเนื้อปูด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ 

ความคิดเห็น