facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ปี 1985 ดอกเหมยอย่างเธอได้ผลิบานกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ด้วยลิขิตที่ขีดไว้บน 'รอยแค้น'

ตอนที่ 33 สาย / ตอนที่ 34 คุณป้าที่เป็นมิตร

ชื่อตอน : ตอนที่ 33 สาย / ตอนที่ 34 คุณป้าที่เป็นมิตร

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ต.ค. 2563 17:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 33 สาย / ตอนที่ 34 คุณป้าที่เป็นมิตร
แบบอักษร

ตอนที่ 33 สาย  

อู่เหมยเดินตามหลังสองสามีภรรยาช้าๆ ยาของคุณย่าหยางใช้ได้ผลดีมากเพราะไม่ค่อยรู้สึกเจ็บตรงแผลสักเท่าไรแล้ว อู่เหมยก้มหน้าน้อยๆ มองเงาที่ทอดอยู่บนถนนใหญ่กระทั่งใจเริ่มสงบลง 

กลับมาเกิดใหม่ตอนเย็นสี่โมงครึ่งจนถึงตอนนี้เพิ่งผ่านไปไม่ถึงสามชั่วโมงเท่านั้น แต่เธอกลับรู้สึกเหมือนวันเวลาผ่านไปได้หลายสิบปีแล้ว มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากเกินไป 

เป็นครั้งแรกที่เป็นปฏิปักษ์กับคุณพ่อคุณแม่ เป็นครั้งแรกที่แสดงละครต่อหน้าคนภายนอก และเป็นครั้งแรกที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับอู่เยวี่ย... 

หากเป็นเธอในชาติก่อนคงไม่กล้าแม้แต่จะคิดถึงเรื่องเหล่านี้ เลยได้แต่ใช้ชีวิตอยู่ใต้เงาอู่เยวี่ยอย่างต่ำต้อยมาตลอด การด่าทอตบตีจากคุณพ่อคุณแม่กับแววตาดูถูกดูแคลนปนเสียงหัวเราะเยาะของคนอื่น คือสิ่งที่อู่เหมยในวัยเด็กและในช่วงวัยรุ่นต้องเจอ 

อู่เหมยเหยียดยิ้มมุมปากมองสองสามีภรรยาที่มีสีหน้าย่ำแย่ตรงหน้าแวบหนึ่ง ความรู้สึกสะใจผุดขึ้นมาในใจ มองอู่เยวี่ยข้างๆ ที่ไม่เปล่งเสียงใดๆ ก็ยิ่งรู้สึกได้ใจ 

อู่เยวี่ยที่สมบูรณ์แบบและเก่งกาจไปเสียทุกๆ ด้านในชาติก่อน บัดนี้ไม่มีตัวประกอบอย่างเธอ ที่แท้ก็แค่เด็กผู้หญิงคนธรรมดาเท่านั้นเอง! 

ขี้ประชดประชัน ใจเหี้ยม จิตใจคับแคบ และจอมเสแสร้ง... 

ข้อดีเพียงหนึ่งเดียวอาจจะเป็นผลการเรียนที่อยู่ในระดับดีเยี่ยมนั่นล่ะ! 

พอนึกถึงผลการเรียนที่คะแนนเละเทะยิ่งกว่าเต้าหู้อ่อน อารมณ์อู่เหมยก็วูบดิ่งทันที เธอไม่มีความสามารถด้านการเรียนมาตั้งแต่เกิด เธออย่าคิดจะเอาชนะอู่เยวี่ยในเรื่องการเรียนไปตลอดชีวิตเลยเถอะ 

พอนึกไปถึงเรื่องทำร้ายจิตใจที่จะต้องเจอในบ้านท่านผู้เฒ่าอู่ในอีกประเดี๋ยว อารมณ์ที่ดำดิ่งของอู่เหมยยิ่งหม่นหมองยิ่งกว่าเดิม เดี๋ยวพอถึงเวลานั้น เธอก็แค่ก้มหน้าทานข้าวไม่เปล่งเสียง อย่างมากแค่ถูกค่อนแคะด้วยสายตาและถ้อยคำประชดประชันหน่อยๆ ไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไร 

ไม่นานก็มาถึงบ้านท่านผู้เฒ่าอู่ มหาวิทยาลัยจินเป็นมหาวิทยาลัยที่มีประวัติยาวนาน ภายในมหาวิทยาลัยมีสิ่งก่อสร้างที่ถูกสร้างขึ้นในยุคปฏิวัติประเทศเป็นประเทศสาธารณรัฐ บ้านที่สองสามีภรรยาท่านผู้เฒ่าอู่อาศัยอยู่นั้นเป็นบ้านสไตล์ยุโรปขนาดสองชั้นที่สร้างขึ้นในยุคเข้าสู่สาธารณรัฐจีน มีสวนดอกไม้เล็กๆ ทั้งหน้าและหลังบ้าน เป็นทิวทัศน์ไม่เลวทีเดียว 

ขณะนี้ครอบครัวอู่มาถึงครบแล้ว ท่านผู้เฒ่าอู่สีหน้าถมึงทึงพลางกล่าวต่อลูกชายคนโตของตระกูลอู่อย่างอู่เจิ้งต้าว“แกไปส่องดูที่ประตูสิ ครอบครัวเจ้าสองทำไมยังไม่มา? ยิ่งอยู่ยิ่งใช้ไม่ได้!” 

อู่เจิ้งต้าวหน้าตาคับคล้ายคับคลากับอู่เจิ้งซือและล้วนเหมือนท่านผู้เฒ่าอู่ทั้งคู่ แต่อู่เจิ้งต้าวดูสุขุมกว่าหน่อย เขาประจำตำแหน่งอาจารย์ในมหาวิทยาลัยจินเช่นกัน ได้รับตำแหน่งรองศาสตราจารย์ตั้งแต่อายุไม่ถึงสี่สิบปี มีทั้งความสามารถและหน้าตา อนาคตปูด้วยกลีบดอกไม้ 

ตี๋ชิงเยวี่ย ภรรยาของเขารูปร่างอวบอิ่ม ส่วนสูงไม่มากนัก ให้ความรู้สึกว่ามาจากตระกูลร่ำรวย แม้เรื่องหน้าตาจะสู้เหอปี้อวิ๋นไม่ได้ แต่อีกฝ่ายกลับมีตำแหน่งดีกว่านัก ด้วยเป็นรองศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยครูของเมืองจิน สองสามีภรรยาตระกูลอู่ชอบลูกสะใภ้คนนี้อย่างมาก 

ใครให้คนตระกูลอู่ไม่สนเรื่องเงินทอง ไม่สนเรื่องหน้าตาแต่สนเรื่องความสามารถล่ะ! 

ตี๋ชิวเยวี่ยหัวเราะกล่าว “คุณพ่อคุณแม่ พวกเจ้าสองน่าจะติดธุระเลยมาช้า ฉันกับเจิ้งต้าวจะไปดูสักหน่อย” 

ว่าแล้วก็ดึงแขนอู่เจิ้งต้าวเดินออกจากประตูใหญ่เพราะในบ้านเสียงดังเอะอะ เธอที่รู้สึกรำคาญ อยากออกมาสูดอากาศหายใจตั้งนานแล้ว 

เพิ่งออกจากประตูก็เจอครอบครัวอู่เจิ้งซือพอดี ตี๋ชิวเยวี่ยเอ่ยพร้อมยิ้มจางๆ “พวกเธอมาสักทีนะ เหลือแค่ครอบครัวพวกเธอเลย!” 

อู่เจิ้งซือยิ้มอย่างรู้สึกผิด “มีเรื่องนิดหน่อยเลยมาช้าน่ะ” 

“ฉันบอกแล้วว่าเจ้าสองต้องมีเรื่องด่วนอะไรถึงมาช้าไง ไม่งั้นครอบครัวเจ้าสองต้องมาเป็นอันดับแรกแน่ๆ” ตี๋ชิวเยวี่ยยิ้มตาหยีพูด เสมองไปทางเหอปี้อวิ๋นที่สีหน้าไม่สู้ดีหน่อยๆ ก่อนจะกวาดตาผ่านอู่เยวี่ยจนจรดที่อู่เหมยในมุมมืด เบิกตากว้างอย่างตกใจ 

“ยายเด็กหน้าตาดีคนนี้มาจากไหน... โอ้! คงไม่ใช่เหมยเหมยหรอกนะ?” 

ตี๋ชิวเยวี่ยตกใจอย่างจริงจัง เดินไปประคองใบหน้าอู่เหมยแล้วประเมินหน้าทางซ้ายและขวา หยิกแก้มเป็นบางครั้งเหมือนเลือกซื้อมะเขือเทศอย่างไรอย่างนั้น ดูสิว่าอันไหนจะนุ่มกว่ากัน 

 

ตอนที่ 34 คุณป้าที่เป็นมิตร  

ตี๋ชิวเยวี่ยรูปร่างแข็งแรงกำยำ แรงข้อมือก็หนักไม่เบา ใบหน้าบอบบางอันน่าสงสารของอู่เหมยถูกเธอหยิกจนเกิดรอยนิ้วแดงเป็นริ้วๆ เหมือนได้แต่งเติมสีสันให้กับใบหน้าขาวซีด 

คุณป้าคนนี้ถือได้ว่าเป็นคนของตระกูลอู่เพียงหนึ่งเดียวที่เป็นมิตรกับเธอ ชาติก่อนแม้อู่เหมยจะไม่เป็นที่ชื่นชอบของใครแต่ตี๋ชิวเยวี่ยก็ปฏิบัติตัวกับเธอไม่แย่นัก แม้ตอนที่อู่เหมยสอบมัธยมปลายไม่ได้ เหอปี้อวิ๋นหวังอยากให้เธอไปร่ำเรียนสายอาชีพเพื่อทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวซึ่งอู่เจิ้งซือเห็นด้วย กลับเป็นตี๋ชิวเยวี่ยที่เกลี้ยกล่อมลูกชายคนที่สองของตระกูลอู่ ทั้งยังสั่งอู่เจิ้งต้าวหาทางให้อู่เหมยเข้าเรียนโรงเรียนมัธยมปลายธรรมดาๆ สักแห่งหนึ่ง 

อย่างน้อยในชาติก่อนการที่อู่เหมยได้ใบวุฒิจบการศึกษาสายวิชาชีพมาได้นั้น คุณงามความดีกว่าครึ่งย่อมเป็นของตี๋ชิวเยวี่ย ด้วยเหตุนี้อู่เหมยจึงขอบคุณเธออย่างใจจริง แต่ความสัมพันธ์ของเหอปี้อวิ๋นกับตี๋ชิวเยวี่ยไม่ดีเท่าไร ภายใต้การควบคุมของเหอปี้อวิ๋นทำให้อู่เหมยไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับตี๋ชิวเยวี่ยมากเท่าที่ควร ภายหลังพอแต่งงานก็ยิ่งขาดการติดต่อ เจอกันเป็นบางโอกาสในวันเทศกาล ถึงอย่างนั้นก็ไม่พูดคุยกัน 

“คุณลุงสวัสดีค่ะ คุณป้าสวัสดีค่ะ” 

อู่เหมยขานเรียกอย่างหวั่นใจด้วยดวงตาที่ปริ่มด้วยน้ำใส คุณป้าของเธอคนนี้แรงเยอะไม่เหมือนคนมีการศึกษาเลย! 

มิน่าถึงได้ศึกษาเกี่ยวกับพลังงาน พลังล้นเหลือเสียจริง! 

อู่เจิ้งต้าวเองก็ตกใจ หลานสาวที่เป็นลูกเป็ดขี้เหร่ในความทรงจำกลับกลายร่างเป็นหงส์งาม หัวใจที่แข็งแรงของเขายังตั้งรับไม่ไหวเลย 

“เจ้าสอง แน่ใจนะว่านี่คือเหมยเหมย? แล้วเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้?” อู่เจิ้งต้าวกล่าวเสียงเข้ม 

พี่ใหญ่เป็นดั่งบิดา อู่เจิ้งซือจึงมีท่าทีอ่อนน้อมมีมารยาทต่อพี่ใหญ่เสมอ ตอบกลับอย่างมีมารยาท “เหมยเหมยเอง เมื่อก่อนหน้าของเธอขึ้นตุ่มใส กลัวเพื่อนหัวเราะเยาะเลยปล่อยผมตลอด ตอนนี้ตุ่มหายไปแล้วก็เลยมัดผมขึ้น” 

อู่เหมยหัวเราะในใจ ช่างเป็นคุณพ่อที่แสนดีของเธอจริงๆ ทำให้เธอได้รู้จักตัวตนของคุณพ่อคนนี้ใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่าทั้งทำลายความรักที่เธอมีต่ออู่เจิ้งซือไปทีละนิดๆ 

หมวกใบหนึ่งถูกสวมลงมา เธอไม่อยากสวมก็จำเป็นต้องสวมต่อไป ไม่อย่างนั้นจะถูกนับว่าเนรคุณ จะถูกผู้คนมองด้วยสายตารังเกียจ 

“พี่สาวบอกว่าหนูหน้าตาน่าเกลียดเลยให้หนูปล่อยผมต่างหาก” อู่เหมยโยนความผิดให้อู่เยวี่ยอย่างไม่ถอดใจ ในเมื่อกลับบ้านจะต้องถูกทำโทษอยู่แล้ว ก็ขอเอาอีกหน่อยแล้วกัน 

อู่เยวี่ยอึดอัดใจจนเจ็บแปลบไปหมด ตั้งแต่ออกจากบ้านจนถึงตอนนี้ ยายโง่นี่ก็ได้เอามีดแทงเธอซ้ำไปซ้ำมา แม้แต่คุณแม่ก็ยังไม่พ้น เจ้าโง่นี่ถูกใครพูดยุยงมากันแน่? 

“เยวี่ยเยวี่ยเข้าใจพี่ผิดไปหมดแล้วนะ ตอนนั้นเธอร้องไห้บอกไม่อยากไปโรงเรียนเพราะกลัวเพื่อนๆ หัวเราะเยาะ พี่กับแม่ต้องกล่อมเธอตั้งนาน สุดท้ายหาวิธีที่ดีที่สุดคือปล่อยผมให้บังตุ่มบนหน้าไว้ เธอถึงยอมไปโรงเรียนแหนะ!” 

เหอปี้อวิ๋นว่าตาม “แหงล่ะ พี่ไม่รู้ต่างหากว่าลูกสาวคนเล็กของฉันไม่ชอบเรียนหนังสือ วันๆ ได้แต่คิดหาวิธีไม่ไปโรงเรียน โชคดีที่ตอนนั้นเยวี่ยเยวี่ยหาทางได้ ไม่อย่างนั้นฉันกับเจิ้งซือต้องลากเธอไปโรงเรียนแทนแล้ว ถึงตอนนั้นคงอับอายขายหน้าหนักกว่าเดิมอีก!” 

สองแม่ลูกพูดคล้อยตามกันไปมาโดยไม่ให้โอกาสเธอได้แย้งสักนิด เธอมองอู่เจิ้งซือที่เงียบไม่ปริปากอยู่ข้างๆ ก็รู้สึกหนาวไปทั้งหัวใจ นี่คือครอบครัวของเธอ พี่สาวกับคุณแม่ร่วมมือใส่ร้ายเธอ คุณพ่อคอยมองอย่างเย็นชา ไม่คิดสนใจเธอที่อายุเพียงสิบสองว่าจะทนรับคำใส่ร้ายป้ายสีนี้ไหวหรือไม่? 

มิน่าชาติก่อนเธอถึงมีโรคกังวลกับการสร้างสังคม ถูกคนในครอบครัวใส่ร้ายขนาดนี้แล้วยังมีชีวิตต่ออย่างเข้มแข็งได้ ถือว่าจิตใจแกร่งกล้ามากพอแล้ว! 

อู่เจิ้งต้าวได้ยินอู่เหมยไม่อยากไปโรงเรียนก็หน้านิ่งทันที พูดเสียงเรียบ “คนเราต้องแก่ลงทุกวัน มีแค่ความรู้ที่จะอยู่ได้ตราบนานเท่านาน อายุแค่นี้คิดแต่เรื่องเหลวไหล เจ้าสอง สงสัยวันหลังต้องสอนเหมยเหมยดีๆ แล้วล่ะนะ” 

“พี่ใหญ่พูดไม่ผิด ผมจะปรับปรุงเธอเอง” อู่เจิ้งซืออดพยักหน้าไม่ได้ 

“รีบเข้าไปกันเถอะ คุณพ่อถามหลายครั้งแล้ว แกอธิบายเรื่องที่มาสายให้คุณพ่อเองแล้วกัน!” 

อู่เจิ้งต้าวเดินนำหน้าสุดพลางไขว้มือไว้ด้านหลัง อู่เจิ้งซือเดินตามก่อนจะเป็นเหอปี้อวิ๋นกับอู่เยวี่ย อู่เหมยมองประตูบานใหญ่เป็นรูดำๆ อย่างลังเลใจ ความหวาดกลัวถาโถมเข้ามา 

ความคิดเห็น