ปากกานางไม้ / ดอกเอื้องเมืองเหนือ
facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

76.แหวนญาติอยู่กับใคร หัวใจอยู่กับคนนั้น (ตอนพิเศษ 7) (18+ เนื่องจากมีเนื้อหารุนแรง)

ชื่อตอน : 76.แหวนญาติอยู่กับใคร หัวใจอยู่กับคนนั้น (ตอนพิเศษ 7) (18+ เนื่องจากมีเนื้อหารุนแรง)

คำค้น : ทหารเรือ, ทหาร, นรข, นปข, ตำรวจ, ยาเสพติด, ครู, ดนตรี, หน่วยซีล, รีคอน, นาวิกโยธิน, ตำรวจน้ำ, แม่น้ำโขง, ฝั่งไทย, ฝั่งลาว, ความรัก

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.5k

ความคิดเห็น : 103

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ต.ค. 2563 14:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
76.แหวนญาติอยู่กับใคร หัวใจอยู่กับคนนั้น (ตอนพิเศษ 7) (18+ เนื่องจากมีเนื้อหารุนแรง)
แบบอักษร

 คำเตือน : ตอนนี้มีฉากที่แสดงออกถึงความรุนแรง โปรดเตรียมใจก่อนอ่าน หรืออ่านข้ามฉากที่มีความรุนแรงได้นะคะ 

********************************************** 

 

76.แหวนญาติอยู่กับใคร หัวใจอยู่กับคนนั้น 

  

               ผู้กองสายชลพยายามจะติดต่อหามะปราง พยายามไปหาเธอถึงบ้านแต่มะปรางก็ไม่รับสาย ไม่ออกมาพบเขาเลยทำให้เขายิ่งร้อนใจด้วยอยากรู้ว่าสิ่งที่เธอพูดในวันนั้นเธอหมายความว่ายังไงกันแน่ ถ้าเธอท้องจริงๆ เขามันก็ลูกผู้ชายพออยู่แล้ว เขาแค่อยากได้คำยืนยันจากเธอจริงๆ ว่าเธอท้องไม่ใช่มาพูดทิ้งระเบิดเอาไว้แล้วก็หายไปแบบนี้ แล้วเธอก็ไม่ได้หายไปเฉยๆ แต่เธอยังชอบโพสต์แต่ภาพเด็กตัวเล็กๆ ขึ้นไอจี โพสต์ภาพชุดคลุมท้องแบบสวยๆ อีกแล้วแบบนี้จะให้เขาคิดยังไง เธอกำลังทำให้เขาเครียดจนจะเป็นบ้าได้อยู่แล้ว 

               “หลบหน้าอีกแล้วหรอ” หัวหน้าคเชนทร์ถามเมื่อเห็นเขาขับรถเข้ามาที่ใต้ถุนบ้านแทนการไปที่สถานีเรือ ซึ่งหลายวันมานี้เมื่อว่างจากงานผู้กองสายชลก็จะไปหามะปรางตลอดเพื่อพูดกันเรื่องลูกให้เข้าใจ แต่มะปรางก็คอยหลบหน้าเขา 

               “ผมจะเป็นบ้าตายอยู่แล้วพี่” เขาหยิบถุงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงมาจากรถด้วย “พี่ดื่มเป็นเพื่อนผมหน่อยนะ” 

               “ก็อยากดื่มเป็นเพื่อนอยู่หรอกแต่ว่า...เจ้างูน้อยสามตัวบนบ้านดันไปได้ยีนแพ้แอลกอฮอล์มาจากแม่ป่านจอมป่วงแล้วก็จากคำแสน ถ้าฉันดื่มเดี๋ยวกลิ่นมันจะติดตัว เดี๋ยวเด็กๆ จะเป็นอันตรายเอา” 

               “เวอร์ไปแล้วพี่ แค่กลิ่นเองนะ” 

               “ไม่ได้ๆ หมอบอกว่าเด็กๆ น่ะจะมีภูมิคุ้มกันต่ำกว่าผู้ใหญ่ ฉันไม่อยากทำอะไรที่มันเสี่ยงต่อลูก วัยนี้เป็นวัยกำลังซนกำลังน่ารัก ฉันไม่อยากให้ลูกเป็นอันตราย” ความรักลูก เห่อลูกมาแบบจัดเต็มแบบนี้ผู้กองสายชลก็ถึงกับต้องทำหน้าเซ็ง จะไปชวนเพื่อนๆ แก๊งสี่ยอดกุมารดื่มก็ไม่ได้เพราะทุกคนเข้าเวรกันอยู่ 

               “งั้นพี่นั่งกินกับแกล้มเป็นเพื่อนผมก็แล้วกัน” 

               “เออแบบนี้ได้ กำลังอยากกินลาบอยู่พอดี” หัวหน้าคเชนทร์ชี้ไปที่ถุงลาบในมือคนอยากเมาก่อนจะเดินนำผู้กองสายชลขึ้นไปบนบ้านของเขา แต่แล้ว... 

               “กรี๊ด!!!” เสียงกรี๊ดของปานมณฑาก็ดังขึ้นลั่นบ้านจนพวกเขาต้องรีบวิ่งขึ้นไปหาด้วยความเป็นห่วง ไม่รู้ว่าเธอเป็นอะไร จะทำไฟไหม้บ้านอีกรึเปล่าก็ไม่รู้ 

               “ป่าน! เป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น” หัวหน้าคเชนทร์ก็รีบวิ่งเข้าไปหาเธอด้วยความเป็นห่วงและตกอกตกใจแต่ปานมณฑากลับกระโดดเหยงๆ อย่างดีใจอยู่กับเจ้าเอยสองคนหน้าจอคอมพิวเตอร์ 

               “พี่เชนทร์คะ แบบนี้ต้องฉลองค่ะ” ฉลอง...ฉลองอะไร แล้วที่เธอกรี๊ดเมื่อกี้นี้เธอไม่ได้เป็นอะไรใช่มั้ย ครัวของเขายังปกติอยู่ ลูกๆ ก็กำลังนั่งแทะของเล่นกัน 

               “ดูนี่สิคะพี่เชนทร์ เจ้าเอยได้รับทุนไปเรียนต่อที่ออสเตรียค่ะ เจ้าเอยจะได้ไปเรียนที่ University of Music and Performing Arts Vienna มหาวิทยาลัยดนตรีและศิลปะการแสดง ที่นี่เป็นสถาบันด้านดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรีย ทั้งเก่าแก่ และดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดดเด่นด้านดนตรีคลาสสิกเหมาะกับนักดนตรีเครื่องสายอย่างเจ้าเอยที่สุดเลยค่ะ ป่านเองก็เคยใฝ่ฝันอยากไปเรียนที่นี่เหมือนกัน ดีใจกับเจ้าเอยหน่อยสิคะ มหาวิทยาลัยดีๆ แบบนี้ใช่ว่าจะเข้าไปเรียนง่ายๆ ทุกคนนะ” ปานมณฑาดูตื่นเต้นมากกว่าเจ้าเอยเสียอีก หัวหน้าคเชนทร์ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก กรี๊ดซะลั่นบ้านก็นึกว่าจะเป็นอะไรไปซะอีกยัยงูยักษ์เอ๋อเอ้ย! 

               “กรี๊ดซะอย่างกับเป็นคนจะได้ไปเรียนเอง” เขาว่าเธอแล้วดึงเธอมาโอบไหล่เอาไว้ แต่ถึงเขาจะว่าเธอแต่เขาก็เข้าใจดีว่าปานมณฑานั้นตื่นเต้นมากเพราะเธอก็คงอยากจะไปเรียนต่อที่นี่เหมือนกัน ฝีมือทางด้านดนตรีของเธอนับวันมีแต่จะพัฒนาขึ้น คนมีความสามารถอย่างเธอสมควรไปสู้เวทีระดับโลกแต่เธอก็ไม่ยอมไปเพียงเพราะเธออยากอยู่กับเขาและลูก เธอทิ้งอนาคตของการเป็นนักดนตรีที่มีชื่อเสียงระดับโลก ทิ้งความฝันของตัวเองก็เพื่อเขาด้วยเหตุนี้เขาจึงต้องสนับสนุนงานทางด้านดนตรีของเธอเพื่อชดเชยให้กับเธอทุกอย่าง 

               “ก็ป่านดีใจกับเจ้าเอยนี่คะ แบบนี้ต้องเร่งฝึกภาษาเยอรมันกันอย่างหนักแล้วเจ้าเอย ที่นั่นเขาใช้ภาษาเยอรมันในการเรียนการสอนเป็นหลัก” 

               “เรื่องภาษาไม่มีปัญหาหรอกพี่ป่าน อย่าลืมสิว่าเอยเคยไปเรียนที่ออสเตรียมาแล้ว เอยคุ้ยเคยกับที่นั่นดี” 

               “จริงด้วย! อ๊ายยยย พี่ดีใจด้วย ดีใจจริงๆ เลย แล้วนี่จะไปวันไหน มีตั๋วเครื่องบินรึยังเดี๋ยวพี่ป่านจัดการให้ เสื้อผ้าหน้าผมก็ต้องพร้อมนะเดี๋ยวพี่ไปซื้อให้ใหม่ยกชุดเลย พี่จะเปย์น้องเองผัวพี่รวย ฮ่าๆๆ” 

               เอาเถอะ อยากจะทำอะไรก็ทำ หัวหน้าคเชนทร์ได้แต่คิดและดีใจไปกับเจ้าเอยด้วย เขาเองก็ไม่ค่อยมีความรู้ทางด้านดนตรีหรอก แต่ถ้าเห็นว่าเธอกำลังจะไปมีอนาคตที่ดีแบบนี้เขาก็ยินดีด้วย 

               “พี่ดีใจด้วยนะเจ้าเอย เก่งมากเลยนะเนี่ยได้ทุนไปเรียนต่อ ไปสานฝันแทนพี่ป่านเขาด้วยนะรายนี้เขาติดผัวจนไม่สนเรื่องเรียนต่อแล้ว” 

               “พูดแบบนี้เดี๋ยวป่านก็หนีไปเรียนกับเจ้าเอยซะหรอก” คนติดผัวจนไม่สนเรื่องเรียนหันมาเท้าสะเอวว่าเขา หัวหน้าคเชนทร์ก็เลยก้มลงมาพูดหยอกเธอ 

               “กล้าไปรึเปล่าล่ะ ถ้าไปแล้วอดเล่นกับลูกงูน้อยทั้งสามตัวนี่นะ” เขาเอาหัวใจดวงน้อยๆ ทั้งสามดวงมาขู่เธอ จะขู่อะไรเธอก็ไม่เคยขู่ได้ แต่ถ้าเอาเรื่องลูกมาขู่เท่านั้นล่ะปานมณฑาแพ้ราบคาบเพราะติดลูกมากกว่าติดผัวเสียอีกตอนนี้ ลูกของเธออยู่ในวัยกำลังน่ารักแล้วเธอจะไปไหนรอด 

               “เฮ้อ! พวกเราแม่ลูกคงไปได้ไกลสุดแค่ไปเยี่ยมคุณยายที่ฝั่งลาวเท่านั้นล่ะเนาะลูกเนาะ” คนติดลูกไปปรับทุกข์กับลูกๆ อย่างน่าเอ็นดู เจ้าเอยจึงหันมาทางใครอีกคนด้วยอยากจะได้ยินเขาแสดงความยินดีกับเธอ แต่เขาก็ไม่พูดอะไรนอกจากได้แต่ยืนนิ่งอยู่กับที่พร้อมกับถุงเหล้าเบียร์และกับแกล้ม 

               “ว้า วันนี้ทุกคนเข้าเวรกันหมดเลยไม่มีคนอยู่ฉลองด้วย เอาแบบนี้ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่จะพาไปเลี้ยงแสดงความยินดีกับเจ้าเอยนะ พรุ่งนี้ทุกคนน่าจะว่างพร้อมกันหมดเจ้าเอยอยากกินอะไรบอกพี่ป่านเลย” หัวหน้าคเชนทร์บอกกับเจ้าเอยอีกแต่เจ้าเอยกลับส่ายหน้าตอบเขา 

               “อย่าเพิ่งเลี้ยงเลยค่ะ เอยยังไม่มั่นใจว่าจะไปหรือจะสละสิทธิ์ดี ขอเวลาเอยคิดก่อนนะคะ ยังไงเอยก็ยังมีเวลาตัดสินใจอีกหลายอาทิตย์” 

               “ทำไมล่ะ ทำไมต้องคิดนี่เป็นโอกาสแล้วนะ” ปานมณฑาได้ยินแบบนี้ก็รีบเข้ามาถามเจ้าเอยทันที “พี่อยากไปเรียนที่นี่ใจแทบขาดแต่ก็ไปไม่ได้ แต่เอยไปได้เอยก็ควรจะไป โอกาสแบบนี้มันไม่ได้มีให้เราทุกคนนะแล้วทุนนี้ใครๆ เขาก็อยากได้ ถ้าเอยติดปัญหาเรื่องอะไรเอยบอกพี่เดี๋ยวพี่จะช่วยเอยเอง พี่จะไปขอคุณพ่อคุณแม่เอยให้หรือค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากที่ทุนให้น่ะถ้าไม่พอก็บอกพี่ พี่อยากให้เอยได้ไปเรียนต่อจริงๆ นะ” 

               “ขอบคุณนะคะพี่ป่าน พี่เชนทร์ที่สนับสนุนเอย แต่ว่า...” ไปเรียนนานตั้งสองปีกว่าๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอก็คงจะดีใจที่ได้ทุนจนกระโดดกรี๊ดเหยงๆ เหมือนกับปานมณฑา แต่ว่าทำไมตอนนี้เธอถึงรู้สึกไม่อยากจะไปไหนเลย ไม่ใช่แค่ออสเตรียเท่านั้นแม้ว่าจะเป็นการกลับไปที่กรุงเทพฯ เธอก็ไม่อยากจะไป 

               “มีอะไรรึเปล่า” ปานมณฑาเอียงคอถามเมื่อเห็นเจ้าเอยเอาแต่มองไปทางผู้กองสายชลด้วยสีหน้าแววตาเศร้าๆ หัวหน้าคเชนทร์ที่สังเกตท่าทีแปลกๆ ของเจ้าเอยได้เหมือนกันก็ขยับเข้าไปนั่งกระซิบกับปานมณฑา 

               “ท่าทางจะมีคนอยากเป็นสะใภ้ทหารเรืออีกคนแล้วป่าน” 

               “ยังไงหรอคะ” ปานมณฑากระซิบกลับ 

               “อ้าว ดูตาน้องรหัสป่านสิ ตาแบบนี้ สีหน้าแบบนี้เหมือนตอนที่ป่านร้องไห้หาพี่บนเวทีคอนเสิร์ตแล้วสละสิทธิ์ไม่ไปเวทีระดับโลกเลย” 

               “ป่านไม่ได้ร้องไห้หาพี่เชนทร์ซักหน่อย” ปานมณฑาจำได้ว่าไม่ได้ร้องไห้หาเขา เธอร้องไห้หาลูกต่างหาก 

               “ป่านร้องไห้หาพี่พี่จำได้ ป่านรักพี่ ป่านไม่อยากจากพี่ไป” 

               “ป่านร้องไห้หาลูกต่างหาก” เธอเถียงกลับแล้วรับเอาลูกๆ ที่เดินเข้ามาหามากอด คนเป็นพ่อของลูกขี้เกียจจะเถียงแล้วก็เลยเอื้อมแขนมาโอบทั้งแม่ทั้งลูกๆ เอาไว้แทน ตั้งแต่มีลูกมาเนี่ยเขายอมศิโรราบให้กับเมียเด็กคนนี้ทุกอย่างเลย ขนาดเธอเป็นฝ่ายผิดเขาก็ยังต้องเป็นฝ่ายขอโทษ เพราะรักมากนี่แหละเขาถึงต้องยอม 

               “ไอ้ชล ดีใจกับน้องเขาหน่อยสิ” เพราะเห็นว่าคนทั้งคู่ยืนนิ่งอยู่กับที่หัวหน้าคเชนทร์เลยต้องออกตัวเสียหน่อยผู้กองสายชลถึงจะเริ่มมีสติขึ้นมาได้อีกครั้ง 

               เขาใจหายถึงกับพูดอะไรไม่ออกเมื่อได้รู้ข่าวว่าเจ้าเอยได้ทุนไปเรียนต่อที่ออสเตรีย เธอกำลังจะไปมีอนาคตที่ดีในขณะที่เขาต้องอยู่รับผิดชอบปัญหาที่เขาเป็นคนก่อ เวรกรรมมีจริงจนเขาต้องเชื่อในเรื่องบาปบุญอย่างไม่มีข้อกังขา ในเมื่อเขาไม่เคยรักใครจริงเขาก็เลยไม่สมหวังในความรัก คนที่เขารักกำลังจะจากเขาไปและเขาก็ต้องไปอยู่กับคนที่เขาไม่ได้รัก นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน ใจเขาอยากจะเข้าไปกอดเจ้าเอยแล้วบอกเธอว่าอย่าไปเลยได้มั้ย อยู่ที่เมืองไทยกับเขานี่แหละ แต่ว่า...เขาก็เห็นแก่ตัวมามากพอแล้วเขาไม่อยากจะเห็นแก่ตัวแล้วทำลายชีวิตของใครอีก เขาควรจะปล่อยเธอไปเพราะถึงเธอยังอยู่เขาก็รักกันกับเธอไม่ได้ ถ้ามะปรางท้องเขาก็ต้องกลับไปหามะปราง 

               “...ผม...ผมดีใจด้วยนะ ตั้งใจเรียนแล้วก็เป็นนักดนตรีที่มีชื่อเสียงล่ะ” เขาพูดเสียงไม่เต็มปาก ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าสบตาเจ้าเอยเลยด้วยซ้ำ สองสามีภรรยาที่นั่งลุ้นอยู่ก็เลยต้องยื่นมือเข้ามาช่วยอีก 

               “อ้อจริงสิ! เจ้าเอย ร้านขายเครื่องดนตรีเขาโทรมาบอกพี่ว่าวิโอล่าที่สั่งซื้อน่ะได้แล้วนะ พรุ่งนี้ให้เข้าไปเอาได้เลยที่ร้าน ผู้กองเขาซื้อให้แทนตัวเก่าที่พังไปน่ะ” 

               “งั้นแกก็พาเจ้าเอยไปแล้วกันนะชล พอดีเลยฉันมีหนังสือต้องส่งไปให้ทางสถานีเรือหนองคาย ช่วยถือหนังสือไปให้หน่อยแล้วค่อยพาเจ้าเอยแวะท่าเสด็จไปเอาเครื่องดนตรี” แล้วสองสามีภรรยาก็แอบจับมือกันกับแผนการนี้ ถ้าเจ้าเอยจะต้องไปเรียนต่อที่ต่างประเทศและผู้กองสายชลต้องไปรับผิดชอบมะปรางงั้นพวกเขาสองคนก็ควรได้ใช้เวลาด้วยกันเป็นครั้งสุดท้าย 

  

 

 

               เพราะหัวหน้าคเชนทร์ใช้ให้ถือหนังสือราชการไปส่งให้กับทางสถานีเรือหนองคายที่อยู่ในตัวเมืองหนองคายและเจ้าเอยก็ต้องไปรับเครื่องดนตรีเจ้าเอยกับผู้กองสายชลจึงต้องเดินทางมาด้วยกัน แต่ตลอดเวลาที่อยู่ในรถต่างคนต่างก็เงียบด้วยไม่กล้าพูดคุยกัน ผู้กองสายชลละอายใจจนเกินกว่าจะพูดอะไรออกมาในขณะที่เจ้าเอยอยากพูดกับเขาแทบตายก็ไม่กล้าเพราะคิดว่าเขาคงไม่อยากพูดกับเธอ จนเมื่อเขามาติดต่อราชการที่สถานีเรือหนองคายเสร็จเขาก็ยังไม่ได้พูดอะไรกับเธอจนเจ้าเอยเริ่มน้อยใจ ความกะล่อนชอบหยอดมุขจีบเธอตอนนี้ไม่ได้มีให้เห็นอีกแล้ว รอยยิ้มทะเล้นๆ ก็ไม่มีให้ได้เห็น เขาดูเคร่งเครียดอยู่ตลอดเวลาและสีหน้าก็อมทุกข์มาก มากจนเธออดเป็นห่วงไม่ได้ 

               “...ผู้กองไม่สบายรึเปล่า ผู้กองดูเครียดๆ มาหลายวันแล้วนะ” เธอตัดสินใจถามขึ้นเมื่อเขาขับรถพาเธอมาถึงท่าเสด็จแล้วแต่เธอก็ยังไม่ยอมลงไปเพราะอยากคุยกับเขาก่อน “หรือว่าเรื่องที่แฟนเก่าผู้กองมาแกล้งฉันมันจะทำให้ผู้กองไม่สบายใจ ถ้ามันจะทำให้ผู้กองเครียดขนาดนี้งั้นฉันจะไม่เอาเรื่องเขาหรอกนะ ข้อมูลงานของฉันก็ยังอยู่ วิโอล่าก็ได้ตัวใหม่แล้วฉันจะถือว่าเป็นอุบัติเหตุก็ได้” 

               “...ข้อมูลที่หามายังจะใช้อยู่อีกหรอ ก็ได้ทุนไปเรียนต่อที่เมืองนอกแล้วนี่” 

               “ฉันมาคิดๆ ดูแล้วฉันว่าจะไม่ไปแล้วล่ะ เรียนที่เมืองไทยก็ได้เพราะมหาวิทยาลัยที่ฉันเรียนตอนนี้ก็ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงทางด้านการดนตรีเหมือนกัน ยิ่งตอนนี้มีนักดนตรีชื่อดังอย่างพี่ป่านเป็นศิษย์เก่าด้วยชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยก็ยิ่งดังมากขึ้นฉันเลยตัดสินใจที่จะสละสิทธิ์ทุน ไม่ดีหรอผู้กองฉันจะได้มาหาข้อมูลทำงานส่งอาจารย์ที่หนองคายบ่อยๆ ผู้กองยังติดค้างฉันเรื่องหนึ่งนะ ผู้กองยังไม่ได้พาฉันไปดูหนองหารตามตำนานผาแดงกับนางไอ่เลย...” พอเจ้าเอยพูดมาถึงตรงนี้ผู้กองสายชลก็ถึงกับน้ำตาคลอ การได้ไปเที่ยวกับเจ้าเอยมันคือสิ่งที่เขาปรารถนา แต่ความปรารถนาของเขาคงไม่อาจเป็นจริงได้แล้ว... 

               ติ๊ง! 

               ข้อความไลน์ของเขาดังขึ้น พอรู้ว่าคนที่ส่งมาคือมะปรางเขาก็รีบเปิดดูด้วยมือที่สั่นเทา แล้วก็ปากคอแห้งผากไปหมดเมื่อสิ่งที่มะปรางส่งมาคือภาพชุดตรวจการตั้งครรภ์ที่แสดงผลเป็นขีดแดงๆ จำนวนสองขีด 

               ‘ได้ฤกษ์แต่งงานแล้วยัง มะปรางไม่อยากอุ้มท้องโตๆ เข้าพิธีหรอกนะ ถ้าภายในเจ็ดวันนี้มะปรางยังไม่ได้ฤกษ์แต่งงานมะปรางจะเอาเด็กคนนี้ออก’ 

               ข้อความของมะปรางเป็นเสมือนคมมีดที่กรีดแทงลงมาบนหัวใจของเขา ผู้กองสายชลไม่รู้จะตอบเธอไปอย่างไรดี เขาตอบอะไรไม่ได้จนต้องกดปิดเครื่องโทรศัพท์ไปแล้วหันมากอดเจ้าเอยเอาไว้แทน หยดน้ำตาของเขาร่วงออกมาในเมื่อมะปรางส่งหลักฐานมาขนาดนี้เขาก็คงไม่ต้องสงสัยอะไรอีกแล้ว เขาต้องไปรับผิดชอบเธอ ถึงเขาจะไม่ได้รักมะปรางแต่ยังไงซะตอนนี้เธอก็ท้องลูกของเขา ถ้าเขาเป็นสามีที่ดีไม่ได้เขาก็จะเป็นพ่อที่ดีแทนและเขาก็ต้องปล่อยมือจากเจ้าเอยไปจริงๆ ทำไมกัน ทำไมเธอถึงไม่มาให้เร็วกว่านี้ ทำไมเขาถึงไม่เจอเธอก่อนมะปราง 

               “ผู้กอง...เกิดอะไรขึ้นหรอคะ” เจ้าเอยนึกว่าเขาจะหาเรื่องแต๊ะอั๋งเธอเลยทำท่าจะผลักเขาออก แต่พอเห็นว่าเขาร้องไห้เธอก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน ใครส่งอะไรมาให้เขาทำไมเขาถึงเป็นแบบนี้ 

               “ไปซะ ไปออสเตรียอย่าอยู่ที่นี่” ผู้กองสายชลปาดน้ำตาออกแล้วบอกกับเธอ เขาอยากให้เธอไปจากที่นี่ เขาไม่อยากให้เธอได้รับรู้ถึงเรื่องระยำตำบอนของเขา เขายังอยากมีความดีให้เธอจดจำอยู่บ้างไม่ใช่คนที่เอาไม่เลือกจนสุดท้ายก็เกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นใหญ่โตแบบนี้ ให้เขาได้เป็นแค่ตาแก่หัวงูก็พอ อย่าถึงขั้นให้เขาต้องเป็นคนเลวสำหรับเธอไปมากกว่านี้เลย 

               “ครูป่านบอกว่ามหาวิทยาลัยที่ออสเตรียมันดีมากแล้วก็มีนักดนตรีที่มีชื่อเสียงเรียนจบจากที่นั่นหลายคน เจ้าเอยไปเรียนต่อที่ออสเตรียนะ อนาคตของเจ้าเอยต้องไปได้ไกลมากกว่านี้ ไปเป็นนักดนตรีให้แฟนคลับอย่างพี่ได้ติดตามผลงานเพลง” 

               “ผู้กอง ทำไมถึง...” 

               “เรียกพี่ว่าพี่สายชลได้มั้ย เรียกพี่ว่าพี่ แค่วันนี้วันเดียวก็ยังดีก่อนที่เราจะไม่ได้เจอกันอีก” เขาผละเธอออกแล้วมองหน้าเธออีกครั้ง วันนี้คงเป็นวันสุดท้ายที่เขาจะได้อยู่กับเธอแบบนี้แล้วพรุ่งนี้เขาจะไปหามะปรางก่อนที่เธอจะทำอะไรบ้าๆ กับลูกของเขา เขาคงไม่มีหน้ามาพบกับเจ้าเอยอีกแล้ว 

               “วันนี้พี่ขอเป็นพี่สายชลของเจ้าเอยได้มั้ย แค่วันนี้วันเดียวแล้วพี่จะไม่มากวนใจเจ้าเอยอีก” 

               “จะหลอกอะไรฉันรึเปล่า ถ้าหลอกฉันโกรธจริงๆ ด้วยนะ” 

               “ไม่หลอกแล้ว” เขาส่ายหน้าตอบและยิ้มเศร้าๆ “พี่หลอกผู้หญิงมาเยอะแล้ว ต่อไปพี่จะไม่หลอกใครอีก ถ้าพี่หลอกเจ้าเอย...เจ้าเอยก็เกลียดพี่ได้เลยนะ” 

               “ก็ได้” เจ้าเอยพยักหน้าตอบเมื่อเห็นสีหน้าและแววตาแสนเศร้าของเขา เธอไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไรเพราะไม่มีใครบอกอะไรกับเธอเลยแต่เธอก็พอจะเดาออกว่ามันคงเป็นปัญหาที่ใหญ่หลวงและเขาก็คงต้องการกำลังใจดังนั้นเธอจึงจะยอมเรียกเขาตามที่เขาขอ “งั้นพี่สายชลก็เช็ดน้ำตาซะนะเราจะได้ไปเอาวิโอล่าที่ร้านกัน จากนั้นก็ไปชอปปิ้งเพราะแฟนเก่าของพี่สายชลทำชุดเสื้อผ้าของเอยเสียหายหมดแล้ว ทุกวันนี้ต้องยืมเสื้อผ้าพี่ป่านมาใส่เกรงใจจะแย่ แม่คุณมีแต่ชุดอ่อยผัว” 

               “ชุดเอยก็อ่อยพี่เหมือนกัน” เขายิ้มตอบแล้วรับผ้าเช็ดหน้าจากเธอมาซับน้ำตา ผ้าเช็ดหน้าสีฟ้าผืนนุ่มๆ หอมๆ “ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ขอพี่เก็บเอาไว้ได้มั้ย เดี๋ยวพี่จะซื้อผืนใหม่คืนให้” 

               “แล้วทำไมไม่ซื้อผืนใหม่ให้ตัวเองล่ะ” 

               “พี่อยากได้ผืนนี้...เป็นที่ระลึกถึงเอยไงเผื่อวันหน้าเป็นนักดนตรีชื่อดังแล้วจะหยิ่ง” 

               “งั้นก็ขอลายเซ็นเอาไว้เลยมั้ยเพราะถ้าดังแล้วเอยจะหยิ่งมากๆ” เจ้าเอยหยิบปากกาออกมาจากกระเป๋าของตัวเองแล้วเขียนลงไปบนผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยว่า เจ้าเอยมอบผ้าเช็ดหน้านี้ให้พี่สายชล พร้อมกับลงวันที่กำกับ ถ้ามันจะทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นแค่ผ้าเช็ดหน้าผืนเดียวเธอยกให้ได้อยู่แล้ว ซึ่งผู้กองสายชลก็รีบเก็บผ้าเช็ดหน้าของเธอเอาไว้กับกระเป๋าอกเสื้อเครื่องแบบทหารของเขา 

               “ทำไมพี่สายชลถึงคิดว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีกล่ะ ป่วยเป็นมะเร็งใกล้ตายอย่างในซีรีย์เกาหลีหรอ” สิ่งที่เธออยากถามจริงๆ ก็คือ...เขาจะไม่จีบเธอต่อแล้วจริงๆ หรอ เขาจะปล่อยมือจากเธอไปจริงๆ ใช่มั้ย แล้วถ้าใช่ทำไมเขาถึงทำแบบนี้ 

               “เจ้าเอยก็จะไปเรียนต่อเมืองนอกไง อาจได้แฟนเป็นหนุ่มฝรั่งที่นั่นก็ได้” 

               “เอยเคยไปเรียนที่ออสเตรีย ถ้าจะมีแฟนซักคนก็คงมีไปนานแล้วล่ะ อยู่ที่นู่นเวลาส่วนใหญ่ก็มีแต่ฝึกซ้อมเวลาจะกินจะนอนก็แทบไม่มีแล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปมีแฟน อีกอย่าง...เอยชอบหนุ่มไทยมากกว่าหนุ่มต่างชาติ แต่...ถ้าหนุ่มไทยเจ้าชู้มากๆ ก็ไม่น่ารักเหมือนกันนะคะ” 

               “...งั้นพี่คงไม่ใช่สเปกเจ้าเอยจริงๆ นั่นแหละ...พี่มันเจ้าชู้ เอยไม่ได้ชอบพี่ก็ดีแล้วนะ ปะ! ไปกันเถอะเดี๋ยวพี่จะพาไปเอาวิโอล่าแล้วก็ไปซื้อของต่อ” เขาเดินลงไปจากรถก่อนจึงไม่ทันเห็นแววตาเศร้าของเจ้าเอย เธอยิ้มให้ตัวเองแล้วขำออกมาเบาๆ 

               “เวลาเขารักเขาจีบล่ะทำเล่นตัว แต่พอเขาไม่รักแล้วกลับอยากให้เขากลับมา...สมควรไม่มีแฟนไปตลอดชีวิตแล้วล่ะเจ้าเอยเอ้ย” เธอว่าให้ตัวเองแล้วจึงลงจากรถตาม ซึ่งพอเธอเดินเข้าไปหาเขาผู้กองสายชลก็รีบยื่นมือมาจับมือของเธอเอาไว้ทันทีเพราะว่าเขาจะมีเวลาอยู่กับเธอได้แค่วันนี้วันเดียวเท่านั้น 

               ตลอดทั้งวันหลังจากที่ไปรับเอาวิโอล่าเครื่องใหม่มาแล้วผู้กองสายชลก็พาเจ้าเอยเดินชอปปิ้งไปทั่วตลาดท่าเสด็จ ไม่ว่าเจ้าเอยจะอยากได้หรืออยากกินอะไรเขาก็ซื้อหาให้เธอ ตามใจเธอทุกอย่าง อะไรก็ตามที่ทำแล้วได้เห็นรอยยิ้มของเธอเขาจะรีบทำในทันทีโดยทั้งวันนี้เขาไม่ได้พูดจากับเธออย่างชายเจ้าชู้ เขาไม่หยอดมุขจีบเธอ ไม่ล่วงเกินเธอไปมากกว่าการจับมือแต่ถึงจะทำได้แค่จับมือเขาก็จับมือของเธอเอาไว้แน่นอย่างมั่นคง จับมือของเธอเป็นวันสุดท้ายก่อนที่จะต้องปล่อยจริงๆ โดยที่เขาไม่รู้เลยแม้แต่น้อยว่าทุกๆ การกระทำของเขามันอยู่ในสายตาของมะปรางทั้งหมด เธอส่งลูกน้องของผู้เป็นพ่อแอบสะกดรอยตามผู้กองสายชลกับเจ้าเอยไปทุกๆ ที่ตั้งแต่ร้านขายเครื่องดนตรี ตลาดท่าเสด็จ ร้านอาหารที่ทั้งสองคนเข้าไปหรือแม้แต่ที่วัดโพธิ์ชัยที่ผู้กองสายชลพาเจ้าเอยเข้าไปไหว้พระขอพรจนกระทั่งกลับไปที่รัตนวาปี ความสนิทสนมของคนทั้งคู่ทำให้มะปรางรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก ทั้งๆ ที่เธอเพิ่งส่งภาพชุดตรวจการตั้งครรภ์ไปให้เขาแต่เขากลับทำเป็นไม่สนใจแล้วยังมีหน้าไปควงเจ้าเอยเที่ยวทั่วหนองคายอีก มะปรางคิดว่าถ้าตราบใดยังคงมีเจ้าเอยอยู่เธอคงไม่อาจแย่งชิงผู้กองสายชลคืนมาได้แน่ๆ เพราะเขารักเจ้าเอย ไม่ใช่เธอ 

               “หาทางเอานังนี่ไปจัดการ” เธอส่งภาพของเจ้าเอยไปให้ลูกน้องของผู้เป็นพ่อ ซึ่งพอเห็นภาพเหยื่อเหล่านักเลงร่างโตก็ถึงกับตาลุกด้วยความตื่นเต้นกับเหยื่อที่เป็นสาวสวย สวยกว่าคุณหนูมะปรางเสียอีก 

               “จัดการยังไงดีครับคุณหนูมะปราง” 

               “อยากจัดการยังไงก็เรื่องของพวกแก ขอแค่อย่าให้มันกลับเข้ามาในชีวิตของพี่สายชลอีกก็พอ อ้อ! แล้วก็เก็บเป็นความลับด้วยล่ะ อย่าให้คุณพ่อรู้เด็ดขาด” ถึงพ่อของเธอจะรักเธอ ตามใจเธอมากแค่ไหนแต่พ่อของเธอก็ไม่เคยสนับสนุนให้เธอทำอะไรที่ไม่เหมาะไม่ควร ที่เลี้ยงนักเลงเอาไว้มากๆ ก็แค่เสริมบารมีเท่านั้นไม่ได้คิดจะรุกรานใคร ดังนั้นเรื่องนี้เธอจึงจะให้กำนันศรรู้ไม่ได้เด็ดขาด 

  

 

 

               กว่าจะกลับมาถึงสถานีเรือก็เย็นมากแล้วเพราะผู้กองสายชลพาเจ้าเอยแวะกินมื้อเย็นด้วยกันก่อนกลับ จากที่ว่าวันนี้หัวหน้าคเชนทร์กับปานมณฑาจะพาเจ้าเอยไปเลี้ยงฉลองที่ได้ทุนไปเรียนต่อที่เมืองนอก แผนการทุกอย่างกลับต้องพับเอาไว้ก่อนเพราะว่าพุดตานที่เดินทางข้ามจากฝั่งลาวมาซื้อตัวไหมที่ขอนแก่นได้แวะมาเยี่ยมหลานๆ ที่น่ารักทั้งสาม ปานมณฑาที่ไม่ได้เจอแม่นานก็เลยอยากอยู่อ้อนแม่แข่งกันกับลูกๆ ด้วย 

               “คุณแม่พุดตานมาหรอคะ ดีจังเลยไม่ได้เจอคุณแม่ตั้งนานแน่ะ” เจ้าเอยว่าขึ้นเมื่อผู้กองสายชลมาส่งเธอที่บ้านของปานมณฑา แม้ว่าตอนนี้เจ้าเอยจะกลับไปพักที่บ้านพักรับรองตามเดิมแล้วโดยที่หัวหน้าคเชนทร์ได้ให้ลูกน้องมาคอยดูแลความปลอดภัยให้เธอเป็นอย่างดีและปานมณฑาก็ได้ขอให้บรรดาพี่งูของเธอมาช่วยดูแลเจ้าเอยด้วย แต่พอรู้ว่าพุดตานมาเจ้าเอยจึงอยากจะมาหาพุดตานตามประสาคนคุ้นเคยกันและพุดตานก็เอ็นดูเธอมากด้วย 

               “สนิทกับแม่ครูป่านขนาดนั้นเลยหรอ” 

               “เอยเป็นลูกสาวคนเล็กของคุณแม่เลยล่ะค่ะ ปะ ไปหาคุณแม่ด้วยกัน” เจ้าเอยเตรียมจะวิ่งขึ้นไปบนบ้านของปานมณฑา แต่พอหันกลับมาเห็นผู้กองสายชลยังคงยืนอยู่ที่ข้างตัวรถเหมือนเดิมเธอจึงได้เดินกลับมาหาเขาแล้วมองเขาอย่างงงๆ 

               “ไม่ขึ้นไปบนบ้านด้วยกันหรอคะ” 

               “ไม่ล่ะ” เขายังคงยิ้มเศร้าๆ เวลาแบบนี้เขาไม่มีอารมณ์จะไปต้อนรับใครทั้งนั้นแหละ เวลาของเขากับเธอกำลังจะหมดลงแล้ว เขากำลังจะจากกับเธอ พอผ่านคืนนี้ไปเขากับเธอก็จะมาสนิทสนมกันแบบนี้ไม่ได้อีก 

               “เจ้าเอย พี่มีของจะให้” ผู้กองสายชลบอกเธอเมื่อนึกอะไรขึ้นได้ก่อนจะปลดสร้อยคอที่ร้อยแหวนวงหนึ่งเอาไว้ แหวนสามสมอที่ทำจากทองและฝังเพชรหนึ่งเม็ดตรงกลางตัวแหวน แหวนญาติวงจริงๆ ของเขาที่เขาเก็บเอาไว้ไม่เคยให้ใครมาก่อน 

               “นี่เขาเรียกว่าแหวนสามสมอ เป็นแหวนญาติของทหารเรือ” 

               “อ๋อ แบบที่พี่ป่านกับพี่ระรินใส่หรอคะ” 

               “ใช่ ทหาร ตำรวจเขาจะมีแหวนรุ่นและแหวนญาติ แหวนญาติจะใช้มอบให้คนที่สำคัญที่สุดสำหรับเขา มีความหมายว่า...แหวนญาติอยู่กับใครหัวใจก็อยู่กับคนนั้น พี่ให้เจ้าเอยนะ” เขาวางแหวนญาติลงในมือของเธอแทนการสวมให้ที่นิ้วนางข้างซ้าย ที่เขาไม่สวมแหวนให้เธอก็เพราะว่าเขาไม่อยากผูกมัดเธอเอาไว้ เธอควรไปมีอนาคตที่ดีและควรมีผู้ชายคนอื่นที่ดีกว่าเขาคอยดูแล ในเมื่อรักแต่ไม่อาจครองรักได้สิ่งที่เขาจะมอบให้เธอได้ก็คงมีเพียงแค่แหวนญาติวงนี้เท่านั้น 

               “เก็บเอาไว้ให้ดี จะใส่หรือไม่ใส่ก็ตามใจเจ้าเอยพี่ขอแค่เจ้าเอยเก็บเอาไว้ก็พอ” เขาเดินเข้ามาหาเธอแล้วกอดเธอเอาไว้อีกเพราะคิดว่านี่คงจะเป็นกอดสุดท้ายแล้ว ความเสียใจนี้เขาขอโทษตัวเอง เพราะเขาทำตัวเองเขาถึงต้องเจ็บเองแบบนี้ 

               “ไปเรียนที่ออสเตรียนะ ไปจากที่นี่ ไปมีอนาคตที่สดใสถึงเราจะไม่ได้เจอกันแล้วแต่พี่ก็จะคอยติดตามข่าวคราวของเจ้าเอยตลอดไป พี่...พี่...” พี่รักเจ้าเอย เขาอยากจะพูดคำนี้ออกมาใจแทบขาดแต่ก็พูดไม่ได้ ยิ่งเขาพูดก็เท่ากับว่าเขาผูกใจเอาไว้กับเจ้าเอยและมันจะทำให้เธอเจ็บหรือรู้สึกไม่ดีต่อเขา 

               “พี่ไปแล้วนะ” 

               เจ้าเอยรู้สึกใจหายขึ้นมาในทันที วันนี้เขาทำตัวแปลกมากๆ เขาชอบพูดเหมือนกับว่าจะลาจากเธอไปไหนและเธอก็เคยถามหัวหน้าคเชนทร์แล้วว่าเขาได้ย้ายผู้กองสายชลไปอยู่ที่อื่นรึเปล่า ซึ่งหัวหน้าคเชนทร์ก็ตอบว่าไม่ได้ย้าย ผู้กองสายชลยังจะทำงานที่นี่ต่อตามปกติ แล้วหากไม่ใช่เรื่องงานเขาจะมาลาเธอด้วยเรื่องอะไร หลังจากที่เอาข้าวของที่ซื้อมาวางไว้บนโซฟาไม้ใต้ถุนบ้านให้กับเธอแล้วเขาก็ขับรถกลับไปที่สถานีเรือทันที เจ้าเอยก้มลงมามองแหวนในมือตัวเองอีกครั้ง แหวนญาติวงสวยที่มีความหมายว่าแหวนอยู่ที่ใครหัวใจก็อยู่ที่คนนั้น ถ้าเขาจะไม่รักเธอแล้วแล้วทำไมถึงเอาหัวใจมาฝากไว้ที่เธอกันล่ะ 

               “เจ้าเอย” ปานมณฑาเดินลงมาจากบ้านแล้วร้องเรียกเพราะเธอได้ยินเสียงรถของผู้กองสายชลขับเข้ามาจอดตั้งนานแล้วแต่ก็ยังไม่เห็นมีใครเดินขึ้นไปบนบ้านสักทีจึงเดินลงมาดู 

               “เจ้าเอย มาแล้วทำไมยังไม่ขึ้นบ้าน แล้ว...” ปานมณฑาหยุดถามทันทีเมื่อเห็นเจ้าเอยหันหน้ามาหาโดยที่มีน้ำตาอาบอยู่เต็มแก้ม 

               “พี่ป่าน” เจ้าเอยรีบวิ่งเข้าไปหาปานมณฑาแล้วกอดปานมณฑาแน่น การที่ผู้กองสายชลทำแบบนี้มันไม่ต่างอะไรกับหักอกแล้วทิ้งเธอไปเลย แต่จะว่าเขาทิ้งเธอก็คงว่าไม่ได้เพราะเธอกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันเลยด้วยซ้ำ เขาแค่มาจีบเธอแต่เธอก็ไม่เล่นด้วย แล้วพอเขาปล่อยมือจากเธอเธอก็รู้สึกใจหาย มันใจคอไม่ดีไปหมด ถึงเขาจะดูเป็นคนเจ้าชู้ยังไงแต่เธอก็อุ่นใจเวลาที่ได้อยู่กับเขา เธออยากให้เขากลับมาจีบเธออีกไม่ใช่พูดเหมือนคำลาแล้วก็จากเธอไปแบบนี้ 

  

 

 

ฝ่ายผู้กองสายชลเมื่อขับรถกลับมาถึงสถานีเรือแล้วเขาก็หยิบโหลแก้วใบหนึ่งลงมาจากรถด้วย ในโหลแก้วเต็มไปด้วยแหวนญาติทหารเรือจำนวนหลายสิบวงได้ มันเป็นเพียงแค่แหวนราคาถูกที่เขาสั่งทำขึ้นเพื่อหวังหลอกมัดใจสาวต่างจากแหวนญาติวงจริงที่เขาให้เจ้าเอยไป ตอนนี้เขารู้สึกว่าเขาเกลียดแหวนญาติทุกวงที่อยู่ในโหลแก้วใบนี้มาก เกลียดเพราะมันเป็นตัวสนับสนุนความเจ้าชู้ของเขา และเขาเกลียดตัวเองที่มีนิสัยเจ้าชู้แบบนี้จนเขาต้องสูญเสียสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดไปจริงๆ 

               “อ้าวผู้กอง กลับมาแล้วหรอครับ” จ่ามารุตทักขึ้นเมื่อเห็นเขาเดินลงไปที่แพ ได้ข่าวว่าวันนี้ออกไปทำธุระข้างนอกกับเจ้าเอยมา ได้ไปเดทกับสาวในดวงใจกลับมาแล้วทำไมถึงทำหน้าอมทุกข์แบบนี้ 

               “ไอ้ชล กินข้าวมาแล้วยัง แม่ครูป่านซื้อของกินมาฝากเยอะแยะเลยมากินด้วยกันสิ” ผู้กองพสุธาที่ยังนั่งกินมื้อเย็นอยู่กับครูระรินหันมาเรียกก่อนจะหันไปกินปั้นข้าวเหนียวที่เมียยื่นมาป้อน เห็นแล้วผู้กองสายชลก็ต้องเบือนหน้าหนีไม่อยากจะมองก่อนจะเดินไปนั่งหย่อนขาลงข้างๆ แพแล้วหยิบแหวนในโหลแก้วออกมาปาทิ้งลงน้ำทีละวง การกระทำและท่าทีหงอยๆ ของเขาทำให้ทั้งผู้กองพสุธา จ่ามารุตและจ่าอนลรีบพากันเข้ามานั่งลงข้างๆ ก็ไหนว่าไปเที่ยวกับเจ้าเอยไง หรือทะเลาะอะไรกันมาอีก 

               “เกิดอะไรขึ้น ไปกับเจ้าเอยมาไม่ใช่หรอ” วินาทีนี้ผู้กองสายชลพูดอะไรไม่ออกทั้งนั้น เขาได้แต่หยิบโทรศัพท์ออกมาเปิดข้อความไลน์ที่มะปรางส่งหาเขาเมื่อเช้านี้ให้ทุกคนได้ดูแทนคำตอบ 

               “เวรแล้วไง!!!” ทั้งสามคนอุทานออกมาโดยไม่ต้องนัดหมายจนครูระรินต้องรีบเข้ามาดูด้วยอีกคนจึงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทุกคนพากันเงียบไม่ได้มีคำต่อว่าหรือสมน้ำหน้าในความผิดพลาดนี้ของเขา ผู้กองพสุธายื่นแขนมากอดคอของเขาเอาไว้อย่างให้กำลังใจเพื่อน 

               “ไม่เป็นไรเพื่อน มองไงแง่ดีเข้าไว้อย่างน้อยแกก็มีลูกก่อนฉัน ขนาดฉันแต่งงานแล้วยังไม่มีลูกซักคนเลย” 

               “พี่ดิน ได้ข่าวว่าเราเพิ่งแต่งงานกันไม่ใช่หรอคะ” เสียงครูระรินว่าอย่างดุๆ แต่ผู้กองพสุธาก็ยังคงกอดคอให้กำลังใจเพื่อนต่อ เช่นเดียวกับจ่ามารุตและจ่าอนล ครูระรินจึงถอยออกมาเงียบๆ ให้เพื่อนฝูงเขาได้ปรับทุกข์กันตามประสาผู้ชาย แม้ว่าเธอเองจะอดหดหู่กับเรื่องนี้ไม่ได้ก็ตาม 

               “อ้าว ทางนี้ก็อาการหนักเหมือนกันหรอ” หัวหน้าคเชนทร์ที่เพิ่งเดินลงมาที่แพว่าขึ้น ในอ้อมแขนเขาอุ้มเอาข้ามโขงมาด้วย ซึ่งหนุ่มน้อยก็ได้แต่กอดรอบคอพ่อเชนทร์ด้วยท่าทางอารมณ์ดี  

               “หมายความว่ายังไงหรอคะหัวหน้า” ครูระรินหันมาถามเขา เขาก็เลยพยักหน้าไปทางบ้านของตัวเอง 

               “เจ้าเอยเอาแต่กอดป่านร้องไห้ไม่หยุด บรรยากาศในบ้านตอนนี้ดูหดหู่มากผมก็เลยต้องพาข้ามโขงออกมาปล่อยให้สาวๆ กับคุณแม่เขาปลอบใจกัน ดีนะครับที่สองแฝดหลับกันแล้วไม่งั้นคงได้กระเตงมาทั้งสามคนเลย” ว่าแล้วก็ลูบหลังข้ามโขงเบาๆ อย่างรักเอ็นดู ครูระรินเห็นแล้วก็พลอยรู้สึกดีใจแทนข้ามโขงด้วย ตอนนี้หัวหน้าคเชนทร์ไม่ใช่พ่อเลี้ยงของข้ามโขงอีกต่อไปแล้ว แต่เขาคือพ่อบังเกิดเกล้าของข้ามโขง แม้จะไม่ใช่พ่อโดยสายเลือดแต่เขาก็เป็นพ่อทางความรักความผูกพันจนไม่มีกำแพงใดๆ มาขวางกั้นความรักระหว่างสองคนพ่อลูกได้อีก 

               “แล้วว่าแต่ว่าทางนี้เขาเป็นอะไรหรอครับครูระริน” หัวหน้าคเชนทร์พยักหน้าไปทางผู้กองสายชลอีกครูระรินก็เลยได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ ให้ 

               “หัวหน้าไปดูเอาเองเถอะค่ะ รินก็ไม่รู้จะตอบยังไงแล้วเหมือนกัน” 

               หัวหน้าคเชนทร์อุ้มข้ามโขงเดินเข้ามาหาลูกน้องทุกคนแล้วก็นั่งลงที่ริมแพบ้าง ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยปากถามอะไรจ่าอนลก็ส่งโทรศัพท์ของผู้กองสายชลมาให้เขาได้อ่านข้อความไลน์ ซึ่งพออ่านจบแล้วเขาก็ต้องถอนหายใจออกมาอีกคนจนทุกคนต้องหันมามองทางเขา 

               “หัวหน้าพอจะช่วยอะไรได้บ้างมั้ยครับ ผู้กองแย่แน่แบบนี้” 

               “ช่วยหาผู้ใหญ่ไปสู่ขอมะปรางกับช่วยจัดงานแต่งให้ได้” 

               “โห่!!!” แล้วทุกคนก็พากันโห่หัวหน้ากันใหญ่ แต่พอหัวหน้าคเชนทร์ทำหน้าดุใส่ก็แทบจะพากันยกมือขึ้นไหว้ขอโทษไม่ทัน ไอ้พวกนี้ เห็นว่าสนิทกันแล้วทำลามปาม 

               “โห่” แล้วเสียงใสๆ ก็โห่เลียนแบบเหล่าคุณอาขึ้นมาบ้าง ข้ามโขงไม่รู้เรื่องเลยสักนิดว่าทุกคนโห่อะไรกัน แต่เด็กวัยนี้กำลังหัดเรียนรู้แล้วก็จดจำก็เลยลองทำตามบ้างจนผู้เป็นพ่อต้องหันมามอง 

               “มาโห่พ่อทำไมเล่า ข้ามโขงกับพ่อเป็นพวกเดียวกันนะข้ามโขงต้องเชียร์พ่อสิครับ” 

               “แย้วๆๆๆ แหะๆๆ” พอถูกดุก็รีบกอดรอบคออ้อนประจบพ่ออย่างน่ารักจนหัวหน้าคเชนทร์ต้องกอดข้ามโขงเอาไว้แนบอกตัวเองก่อนจะหันมามองทางเหล่าลูกน้องอีก 

               “ไม่ต้องมาโห่ผม ก็ไปทำผู้หญิงท้องแล้วจะให้ผมไปช่วยยังไงเล่า คนมันท้องไปแล้วนี่เป็นลูกผู้ชายทำอะไรเอาไว้ก็ต้องรับผิดชอบ เว้นแต่ว่า...” 

               “เว้นแต่อะไรครับ” ทุกคนหันมามองทางเขาอีกอย่างมีความหวังโดยเฉพาะผู้กองสายชล “เว้นแต่ว่ามะปรางจะไม่ได้ท้องจริงๆ แต่ว่า...ดูจากหลักฐานที่ส่งมาก็เหมือนผมกำลังจะได้หลานนะ” หัวหน้าคเชนทร์ไม่สามารถช่วยอะไรได้ การจะไปบอกว่ามะปรางไม่ได้ท้องก็ดูจะเป็นการปรักปรำเธอ เกิดเธอท้องจริงๆ เขานี่เสียผู้ใหญ่เลยนะ แต่ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้วผู้กองสายชลก็ควรรับผิดชอบ บางทีนี่อาจจะเป็นบทเรียนสำหรับผู้ชายเจ้าชู้อย่างเขาก็เป็นได้ 

               “โธ่เว้ย!!!” 

               ตูม!!!  

               ด้วยความอัดอั้นตันใจกับปัญหาที่เขากำลังเผชิญ ผู้กองสายชลจึงปาโหลแก้วใส่แหวนญาติทิ้งลงไปทางท้ายแพจนทุกคนต้องคอยปลอบให้กำลังใจก่อนจะรีบลากเขากลับขึ้นไปกลางแพเพราะกลัวว่าความเครียดนี้จะทำให้เขาคิดอะไรบ้าๆ ก็เป็นได้ 

               ขวดโหลแก้วที่ถูกปาทิ้งนั้นค่อยๆ ลอยไปกับสายน้ำก่อนจะจมลงต่อหน้าต่อตาใครคนหนึ่งที่แอบซ่อนกายอยู่ในน้ำอย่างเงียบเชียบ เขาไม่ได้สนใจที่จะมองโหลแก้วนี้แต่สายตาคมแสนดุกลับจ้องมองไปยังเด็กน้อยในอ้อมแขนของหัวหน้าคเชนทร์ ยามที่ได้ยินเด็กน้อยส่งเสียงร้องตามเหล่าคุณอาเขาก็เผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวและน้ำตาซึม นับวันยิ่งโตข้ามโขงก็ยิ่งเหมือนเขาโดยเฉพาะหน้าตาและดวงตาที่คมจนดูดุ แต่แววตาภายใต้ดวงตาคมแสนดุของข้ามโขงกลับดูใสซื่อไร้เดียงสา เขายิ้มแย้มง่ายอย่างเด็กอารมณ์ดี สองแขนเล็กๆ กอดรอบคอพ่อเชนทร์ไม่ยอมปล่อยบ่งบอกให้คนที่แอบซ่อนตัวอยู่ในน้ำได้รู้ว่าข้ามโขงรักพ่อเชนทร์มากแค่ไหน และจากที่เขาแอบมองข้ามโขงมานานแสนนานเขาก็รู้ว่าพ่อเชนทร์ก็รักข้ามโขงมากเหมือนกัน หัวหน้าคเชนทร์รักข้ามโขงและดูแลข้ามโขงเป็นอย่างดีเหมือนกับที่เคยสัญญาเอาไว้ 

  

 

 

               ผู้กองสายชลหายเงียบไปเลยหลังจากวันที่พาเจ้าเอยไปซื้อของที่ตลาดท่าเสด็จและไปรับเอาวิโอล่ามา เจ้าเอยเห็นว่าเขายังมาทำงานตามปกติเพียงแต่...เขาพยายามหลบหน้าเธอแล้วพอออกเวรก็ไปที่บึงกาฬ เธอไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไรหรือหายไปไหน เพราะถามใครก็ไม่มีใครบอกอะไรเลยสักคนแม้แต่กับปานมณฑา หัวหน้าคเชนทร์คือคนที่ผู้กองสายชลมาพูดคุยและปรึกษาเรื่องราวต่างๆ ด้วยมากที่สุดเพราะฉะนั้นเขาก็ต้องรู้เรื่องของผู้กองสายชลทุกอย่าง ส่วนปานมณฑา...มีหรอที่ผัวรู้แล้วเมียจะไม่รู้ หัวหน้าคเชนทร์รักเมีย ยอมเมียมากแค่ไหนเจ้าเอยรู้ดียังไงเขาก็ต้องเล่าให้ปานมณฑาฟังบ้างแหละเพียงแต่ปานมณฑาไม่ยอมเล่าอะไรให้เธอฟังต่อ ซ้ำยังทำไม่รู้ไม่ชี้ขลุกอยู่แต่กับลูกกับแม่ของตัวเองแบบนั้นแล้วยังเกลี้ยกล่อมให้เธอไปเรียนต่อที่ออสเตรียทุกวันอีก ดูก็รู้แหละว่ามีเรื่องอะไรบางอย่างไม่อยากจะบอกเธอ 

               “อ้าวเอื้อย สิกลับบ่บ้านน่ะ คันกลับก็ฟ่าวมา” เสียงโชกุนร้องเรียกเธอมาแต่ไกลก่อนจะตบเบาะรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าของตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกเจ้าเอยไปขึ้นรถกับเขา เนื่องจากเมื่อตอนกลางวันเจ้าเอยตามครูระรินมาดูการซ้อมวงดนตรีของเด็กๆ ที่โรงเรียน แต่พอซ้อมเสร็จครูระรินมีคุยงานต่อกับผอ.อรสาและอาจจะกลับค่ำมากดังนั้นครูระรินจึงวานให้โชกุนไปส่งเธอที่บ้าน เจ้าเอยก็เพิ่งจะรู้นี่แหละว่าโชกุนเป็นสมุนเอกของปานมณฑาและชื่นชมปานมณฑาเป็นอย่างมาก อะไรที่ทำเพื่อครูป่านได้โชกุนจะรีบทำทุกอย่างรวมทั้งการไปส่งเธอในฐานะที่เธอเป็นรุ่นน้องคนสนิทของปานมณฑา 

               “แหม แค่นี้ทำมาเป็นเร่ง” 

               “ฮ่วย กะผมฟ่าวเนาะนัดผู้สาวเอาไว้ มาๆ เอื้อยเดี๋ยวสิพาซิ่ง” แน่ะ ตัวแค่นี้มีแฟนแล้วซะด้วย เจ้าเอยแอบทำหน้าหมั่นไส้ใส่ก่อนจะเดินกอดกระเป๋าวิโอล่าไปขึ้นรถซ้อนท้ายโชกุนพร้อมกับเกาะเอวเด็กหนุ่มเอาไว้ ซึ่งพอเธอเกาะเอวโชกุนก็หันมามองหน้าเธออย่างไม่ชอบใจ 

               “บ่แม่นผู้สาวกะอย่ามาจับเอว เอวของบักโชกุนมีไว้ให้ผู้สาวเกาะเท่านั้น” 

               “แล้วพี่ไม่ใช่ผู้สาวหรอ” 

               “บ่ เป็นน้องครูป่านกะคือสิป่วงคือกัน ป่วงๆ แบบนี้บ่ถือว่าเป็นผู้สาวเพราะฉะนั้นอย่ามาซูนคีง” ไม่ว่าเปล่าแต่เจ้าเด็กนี่ยังปัดมือของเธอออกจากเอวตัวเองอย่างขยะแขยงเธอด้วย หนอย....เจ้าเด็กบ้านี่เดี๋ยวแม่ก็ทุบด้วยวิโอล่าซะหรอก 

               แม้จะกวนประสาทไปหน่อยแต่โชกุนก็ขับรถไปส่งเธอแต่โดยดีแล้วตลอดทางก็นินทาปานมณฑาให้เธอฟังด้วยเจ้าเอยจึงได้รู้ว่าโชกุนรักครูป่านของตัวเองมากแค่ไหน พอออกจากตัวอำเภอมาก็เป็นวิวทุ่งนาทั้งสองข้างทาง บรรยากาศเริ่มมืดเข้าไปทุกขณะแต่เจ้าเอยก็ไม่ได้นึกกลัวอะไรเพราะมีโชกุนมาด้วย 

               “ฮ่วย! รถผีบ้าอีหยังขับนำอยู่นั่นล่ะ สิแซงกะบ่แซง” จากที่นินทาปานมณฑาอยู่ดีๆ โชกุนก็ชักสีหน้าหงุดหงิดออกมาเมื่อมีรถตู้คันหนึ่งขับตามมาและไม่ยอมแซงไปข้างหน้าเสียทีทั้งๆ ที่เขาพยายามหลบให้แล้ว 

               “งั้นก็รีบๆ เร่งเครื่องเถอะเขาจะได้ขับตามไม่ทัน” 

               “เอ๋าเอื้อยอันนี่ บอกให้ฟ่าวๆ ขับกะบ่เบิ่งสภาพรถผมเลยเนาะ เก่าปานนี้กะขับได้เร็วสุดส่ำนี่ล่ะ” 

               เอี๊ยดดดด 

               โชกุนรีบเบรกกระทันหันเมื่อจู่ๆ รถตู้คันที่ว่าก็ขับแซงขึ้นมาปาดหน้า แค่นั้นยังไม่พอยังมีชายฉกรรจ์ร่างใหญ่เดินลงมาจากรถตู้ด้วยแล้วก็ถีบเข้าที่โชกุนอย่างจังจนเด็กหนุ่มทรงตัวไม่อยู่ล้มลงไปข้างทางพร้อมๆ กับรถ เจ้าเอยก็เลยพลอยล้มลงไปด้วย แต่ถึงอย่างนั้นโชกุนก็รีบลุกขึ้นแล้วหันมาช่วยประคองเจ้าเอย 

               “เอื้อยเป็นหยังบ่” 

               “พี่ไม่เป็นไร อย่านะ!!!” เธอร้องออกมาสุดเสียงเมื่อโชกุนประคองเธอลุกขึ้นยืนได้แล้วเขาก็ถูกชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นถีบอีกอย่างแรงจนเซล้มลงไปกับพื้น 

               “อย่าทำเขานะ พี่อย่าทำร้ายเด็ก!” เจ้าเอยรีบวิ่งเข้าไปจะช่วยโชกุนเพราะเด็กหนุ่มก็ใจสู้อยู่ไม่ใช่น้อย ถึงจะตัวคนเดียวแต่เขาก็ฮึดสู้ขึ้นมาจนถูกชายฉกกรรจ์สามคนรุมกระทืบ 

               “อย่าทำร้ายเด็กนะ!!!” เธอร้องห้ามด้วยความสงสารโชกุนที่ตอนนี้ทรุดลงไปกับพื้นแล้วด้วยไม่อาจสู้แรงนักเลงร่างใหญ่ทั้งสามได้ เจ้าเอยจะไปช่วยก็ช่วยไม่ได้เมื่อมีชายร่างใหญ่อีกสองคนเข้ามาฉุดเธอพยายามจะลากเธอขึ้นไปบนรถตู้ เธอพยายามต่อสู้ด้วยวิชาหมัดมวยเท่าที่มีแต่เพียงแค่กำปั้นของใครคนหนึ่งในชายกลุ่มนี้ฮุกเข้าที่ท้องของเธอเต็มๆ แรงเธอก็หมดจนทรุดล้มลงไปกับพื้นอีกคนก่อนจะถูกลากขึ้นไปบนรถตู้อย่างง่ายดาย 

               “...เอื้อย...” โชกุนร้องเสียงแผ่วเมื่อรถตู้คันนั้นขับออกไป สิ่งเดียวที่โชกุนทำได้ก็คือรีบถ่ายรูปรถคันนั้นพร้อมกับป้ายทะเบียนเอาไว้แล้วโทรหาปานมณฑาทันที 

               โชกุนต่อสายหาปานมณฑาหลายรอบมากกว่าจะมีคนรับ แต่คนที่รับสายของเขากลับเป็นหัวหน้าคเชนทร์ ซึ่งหัวหน้าคเชนทร์นี่แหละคือคนที่โชกุนกำลังอยากคุยด้วยมากที่สุด 

               (“โชกุนหรอ ตอนนี้ครูป่านกำลังอาบน้ำให้น้องๆ อยู่นะเลยมารับสายไม่ได้ มีอะไรพูดกับลุงก่อน...”) 

               “ลุงทหาร...ซอยผมแหน่...” 

               (“มีอีหยัง เป็นหยังเสียงคือเป็นจั่งซั่น”) หัวหน้าคเชนทร์รีบถามกลับเป็นภาษาอีสานเมื่อน้ำเสียงของโชกุนฟังดูอ่อนแรงเหมือนกับกำลังได้รับบาดเจ็บอยู่ ขับมอเตอร์ไซค์ล้มหรือไปเปรี้ยวจนถูกยำมากันล่ะเนี่ย 

               “ผมถืกตีอยู่ข้างทาง เอื้อยเอยถืกฉุดไปแล้วหาคนไปซอยเอื้อยเอยแหน่” 

               (“อีหยังนะ!!! เจ้าเอยถืกฉุดตี้โชกุน! ถืกฉุดอยู่ไสบอกลุงมา”) 

               เสียงร้องถามของหัวหน้าคเชนทร์ดังไปถึงห้องน้ำจนปานมณฑากับพุดตานที่ช่วยกันอาบน้ำให้ลูกงูน้อยทั้งสามอยู่ต้องหันมามองหน้ากันก่อนจะรีบอุ้มลูกงูน้อยทั้งสามออกมาหาเขาด้วยความตื่นตกใจ ซึ่งพอออกมาก็เห็นหัวหน้าคเชนทร์วิ่งไปเอาปืนพกสั้นในห้องนอนออกมาพร้อมกับกุญแจรถ 

               “พี่เชนทร์ เกิดอะไรขึ้นหรอคะป่านได้ยินว่าเจ้าเอย...” 

               “โชกุนโทรมาบอกว่าเจ้าเอยถูกคนร้ายจับตัวไป ป่านรอพี่อยู่ที่บ้านกับลูก กับคุณแม่นะเดี๋ยวพี่จะรีบตามทุกคนที่สถานีเรือไปช่วยเจ้าเอย” 

               “ป่านไปด้วยพี่เชนทร์ ป่านเป็นห่วงเจ้าเอย” ปานมณฑาบอกเขาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ถึงว่าสินี่ก็เย็นมากแล้วเธอยังไม่เห็นเจ้าเอยมาหาเลยทั้งๆ ที่เจ้าเอยบอกว่าพอกลับจากโรงเรียนแล้วจะรีบมาหาเธอ “ 

               “มันอันตรายนะป่าน” 

               “แต่ป่านอยากไป เจ้าเอยเป็นน้องรหัสของป่าน ป่านเป็นห่วงน้อง” 

               “โอ๊ยนี่! นี่มันไม่ใช่เวลามาเถียงกันแล้วนะรีบๆ ไปช่วยเจ้าเอยได้แล้วลูก เร็วๆ เข้าไม่ต้องห่วงเจ้างูน้อยสามตัวนี่หรอกเดี๋ยวแม่ดูให้เอง” พุดตานเองก็ร้อนใจไม่ต่างกันแล้วไล่ให้ลูกเขยรีบไปช่วยเจ้าเอย หัวหน้าคเชนทร์จึงยอมให้ปานมณฑาไปกับเขาด้วย 

  

 

 

               ผู้กองสายชลถึงกับหัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อหัวหน้าคเชนทร์โทรไปแจ้งทุกคนว่าเจ้าเอยถูกจับตัวไป ตอนนี้เบาะแสทุกอย่างอยู่ที่โชกุนทุกคนเลยรีบพากันตามหาเด็กหนุ่มก่อนจะไปเจอโชกุนนอนฟุบอยู่ที่ริมถนนข้างมอเตอร์ไซค์ของเขา เด็กหนุ่มดีใจมากจนแทบจะร้องไห้เมื่อเห็นหัวหน้าคเชนทร์กับลูกน้องของเขามาช่วย แต่คนที่รีบวิ่งเข้ามาหาโชกุนก่อนใครเพื่อนก็คือผู้กองสายชล 

               “เจ้าเอยล่ะ เจ้าเอยอยู่ไหนโชกุน” 

               “พวกมันจับเอื้อยเอยไปแล้ว ฟ่าวไปเร็วลุง ฟ่าวไปซอยเอื้อยเอย” 

               “ใคร! ใครเป็นคนจับเจ้าเอยไป” ผู้กองสายชายถามย้ำอีก ร้อนใจจนแทบจะบ้าตายอยู่แล้วแต่โชกุนก็ส่ายหน้าตอบทั้งน้ำตา 

               “ผมบ่ฮู้ ผมบ่ฮู้จักพวกมัน ฮู้แต่ว่ามีแต่ผู้ชายโตใหญ่ๆ พวกมันขับรถมาปาดหน้ารถผมแล้วก็ตีผม เอื้อยเอยสิมาซอยผมพวกมันกะตีท้องเอื้อยเอยแล้วก็ลากเอื้อยเอยขึ้นรถไป ผมถ่ายทะเบียนรถพวกมันเอาไว้นำ” พอโชกุนยื่นโทรศัพท์ให้ผู้กองสายชลก็ปล่อยเด็กหนุ่มแล้วรับเอาโทรศัพท์ไปดูจนโชกุนเซถลา ปานมณฑาก็เลยรีบเข้าไปช่วยประคองโชกุนเอาไว้แล้วส่งเขาให้จ่าหมอที่ตามมาช่วยดูแล 

               พอเห็นภาพถ่ายทะเบียนรถผู้กองสายชลก็ยิ่งทั้งแค้นและเจ็บใจเมื่อเขารู้ดีว่านี่เป็นรถของใคร เขาเคยเห็นรถตู้คันนี้จอดอยู่ที่โรงรถบ้านของกำนันศรตอนที่ไปหามะปราง มะปราง...ต้องเป็นมะปรางแน่ๆ ที่ทำแบบนี้เพราะที่ผ่านมาเวลาที่เขาไปสนิทกับผู้หญิงคนไหนมากเป็นพิเศษมะปรางก็จะส่งคนไปข่มขู่สาวๆ เหล่านั้นตลอด วันก่อนเขาก็ไปหาเธอแล้วนี่ เขาก็บอกกับเธอแล้วว่าเขาจะรับผิดชอบเธอแล้วทำไมเธอถึงยังไม่เลิกยุ่งกับเจ้าเอยอีก เป็นเพราะเขา...เป็นเพราะเขาอีกแล้ว นับตั้งแต่วันที่เขาบอกลาเจ้าเอยวันนั้นเขาก็หลบหน้าเธอแล้วไม่ไปเจอเธออีก เขาคิดว่าพอเขาไปรับผิดชอบมะปรางแล้วเธอจะปลอดภัยเขาเลยไม่ได้ตามดูแลความปลอดภัยให้เจ้าเอยอีก ถ้าเขาอยู่กับเจ้าเอย ถ้าเขาคอยดูแลเธอไปรับเธอมาจากโรงเรียนวันนี้เรื่องบ้าๆ แบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น 

               “โธ่เว้ย!!!” เขาเกลียดตัวเอง เขาเกลียดตัวเองนัก ถ้าเจ้าเอยเป็นอะไรไปต่อให้เขาชดใช้ให้เธอทั้งชีวิตเขาก็ชดใช้ไม่หมด เขาไม่เคยรู้สึกเกลียดตัวเองแบบนี้มาก่อนเลย 

               “ผู้กองรู้ใช่มั้ยว่านี่เป็นรถใคร” หัวหน้าคเชนทร์เดินเข้ามาดูภาพในโทรศัพท์ของโชกุน ซึ่งป้ายทะเบียนเป็นป้ายทะเบียนบึงกาฬ ดูแค่นี้เขาก็พอจะรู้ตัวการแล้ว 

               “ผมคิดว่าผมรู้ครับว่าเจ้าเอยน่าจะถูกจับไปที่ไหน” 

               “งั้นก็เอากำลังคนไปช่วยเจ้าเอย เดี๋ยวผมกับผู้กองดินจะไปหากำนันศรเอง” หัวหน้าคเชนทร์มอบหมายหน้าที่โดยให้ผู้กองสายชลนำกำลังไปช่วยเจ้าเอย ส่วนเขากับผู้กองพสุธาจะไปหากำนันศรที่บ้านเองเพื่อรายงานพฤติกรรมของมะปรางให้กำนันศรได้รู้เพราะเขาคิดว่าเรื่องนี้กำนันศรไม่น่าจะเป็นคนทำ ถึงจะเป็นกำนันมีอำนาจมากแค่ไหนแต่ประวัติก็ยังขาวสะอาดอยู่ เรื่องแบบนี้น่าจะเป็นเรื่องหึงหวงของมะปรางคนเดียวมากกว่า 

  

 

 

               เจ้าเอยถูกพามายังโรงสีเก่าของกำนันศรซึ่งอยู่ท้ายทุ่งนาริมแม่น้ำโขง เธอถูกมัดมือไขว้หลังเอาไว้ตั้งแต่ขึ้นรถมาแล้ว ด้วยตอนนี้เป็นเวลาค่ำและเธอก็เป็นคนต่างถิ่นทำให้ไม่รู้เลยว่าตัวเองอยู่ที่ไหนและกำลังจะถูกพาไปที่ใดจนเมื่อมาถึงโรงสีเก่าแห่งนี้ สายตาของเหล่าชายฉกรรจ์เหล่านี้มันดูไม่น่าไว้ใจเลยแม้แต่น้อย พวกมันมองเธออย่างแทะโลมหยาบคายจนเธอกลัว ยิ่งเห็นว่าเธอใส่กระโปรงทรงเอสั้นกับเสื้อยืดเอวลอยเข้ารูปพวกมันก็ยิ่งมองเธออย่างหื่นกระหาย เธอถูกกระชากลากถูเข้ามาจนถึงใจกลางโรงสีที่เปิดไฟเพียงแค่สลัวๆ ที่นี่ยังมีผู้ชายตัวใหญ่อยู่อีกนับสิบคน ทุกคนมองเธออย่างมุ่งร้ายทำให้เธอยิ่งกลัวจนตัวสั่น คนพวกนี้เป็นใครกันทำไมถึงจับตัวเธอมา ถ้าจะเป็นการฉุดเธอมาทำมิดีมิร้ายมันจะถึงขั้นลงทุนนั่งรถตู้คันหรูมาฉุดเลยหรอ 

               “จับฉันมาทำไม ปล่อยฉันไปเถอะนะ” เธอกลัวแสนกลัวแต่ก็ไม่มีใครคิดจะเมตตาสงสาร ทุกคนยังคงมองเธออย่างหื่นกระหายเธอจึงต้องรีบถอยหนีไปจนหลังชนกับเสาต้นหนึ่งกลางโรงสี แล้วในระหว่างที่เธอตื่นกลัวอยู่นั้นก็ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งปรากฎตัวขึ้น ผู้หญิงคนนี้มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอและเธอจำหน้าผู้หญิงคนนี้ได้ ในคืนที่ไปดูหมอลำกับผู้กองสายชลเธอเห็นผู้หญิงคนนี้เอาแต่มองเธอด้วยสายตาดุดัน  

               “คุณ คุณคะช่วยฉันด้วย” เมื่อเห็นว่ามีผู้หญิงด้วยกันอยู่ด้วยเจ้าเอยก็ค่อยโล่งใจขึ้นมา แต่แล้วก็เหมือนเธอจะคิดผิดเมื่อมะปรางแสยะยิ้มใส่เธออย่างเย้ยหยัน 

               “แกรู้มั้ยว่าฉันให้คนจับแกมาทำไม” 

               เจ้าเอยได้แต่ส่ายหน้าตอบช้าๆ ไม่เข้าใจว่าตัวเองไปทำอะไรให้ผู้หญิงคนนี้โกรธ เธอไม่เคยมีเรื่องกับใครทั้งนั้น คนที่มาหาเรื่องเธอ แกล้งเธอก็มีแค่... เจ้าเอยกลืนน้ำลายลงอย่างฝืดคอขณะมองหน้ามะปรางอีกครั้ง 

               “คุณ...เป็นแฟนเก่าของผู้กอง...” 

               “เป็นเมียไม่ใช่แฟนเก่า แล้วก็กำลังจะแต่งงานกันเร็วๆ นี้ด้วย เขาไม่ได้บอกแกหรอ” 

               อะไรนะ...ตะ...แต่งงาน เธอได้ยินไม่ผิดใช่มั้ย เจ้าเอยลองนึกย้อนกลับไปวันสุดท้ายที่เธอได้อยู่กับผู้กองสายชล ตอนนั้นเขามีท่าทีแปลกๆ เขาพูดเหมือนกับจะบอกลาเธออยู่หลายครั้ง เขาบอกให้เธอไปเรียนที่ออสเตรีย พี่ป่านกับพี่เชนทร์ก็แนะนำให้เธอไปเรียนต่อที่ออสเตรียเหมือนกัน เรื่องท่าทีแปลกๆ ของเขาความจริงแล้วก็เพราะแบบนี้น่ะหรอ เพราะเขากำลังจะแต่งงานเขาก็เลยมาบอกลาเธอ มาไล่ให้เธอไปออสเตรียเพื่อไม่ให้เธอรู้ว่าเขากำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น ทำไมกันล่ะ ถ้าจะแต่งงานกับคนอื่นแล้วมาจีบเธอทำไม มาบอกรัก มาทำให้เธอรู้สึกดีแล้วก็ให้แหวนวงนั้นมา ทำไมถึงทำกับเธอแบบนี้ เธอก็ว่าเธอระวังตัวเองระดับหนึ่งแล้วนะแต่ทำไมถึงยังถูกเขาหลอกเอาได้ ทำไมถึงยังไปตกหลุมพรางคนเจ้าชู้นั่นอีก เจ้าเอยร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจและเจ็บใจเมื่อเข้าใจผิดคิดว่าที่ผ่านมาเธอถูกผู้กองสายชลหลอกมาโดยตลอดเหมือนกับผู้หญิงคนอื่นๆ ของเขา เขาเป็นผู้ชายที่ใจร้ายมาก เขาหลอกเธอ ใช้ความน่าสงสาร บีบน้ำตาทำให้เธอไว้ใจแล้วก็มาทิ้งเธอไปแบบนี้ 

               “แล้วคุณจับฉันมาทำไม ฉันก็ไม่ได้ไปยุ่งกับสามีของคุณนี่” 

               “ไม่ได้ยุ่งอย่างนั้นหรอ” 

               เพี๊ยะ!!! 

               เจ้าเอยถึงกับหน้าหันเมื่อถูกมะปรางตบอย่างแรงจนเลือดซึมออกมาจากมุมปาก เพราะถูกมัดมือเอาไว้ทำให้เธอตอบโต้อะไรแทบไม่ได้จนถูกมะปรางจิกผมขึ้นมาอีก 

               “ไม่ได้ยุ่งแล้วนี่ล่ะคืออะไร!” มะปรางยื่นโทรศัพท์มาให้เธอดูซึ่งมันเป็นภาพที่แอบถ่ายมาทั้งภาพตอนที่เธอนั่งซบไหล่ผู้กองสายชลดูหมอลำ ภาพตอนที่เขาเดินจูงมือเธอ ตอนที่เขากอดเธอในรถที่ตัวเมืองหนองคายวันก่อนนั้นแล้วก็อีกหลายๆ ภาพที่เป็นภาพของเธอกับเขา เจ้าเอยเห็นแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าปฏิเสธ 

               “เข้าใจผิดแล้ว ฉันกับผู้กองเราไม่ได้เป็นอะไรกันนะ ฉันไม่ได้...” 

               “อีตอแหล!!! แกควงผัวฉันขนาดนี้แล้วยังจะมีหน้ามาปฏิเสธอีกหรอหลักฐานก็เห็นอยู่ทนโท่ หรือจะให้ฉันเอารูปบนเตียงของแกกับเขาออกมาแฉแกถึงจะยอมรับ” 

               “ก็ฉันบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรกับเขายังไงล่ะ!” 

               เพี๊ยะ!!! 

               คราวนี้เจ้าเอยถึงกับล้มลงไปกับพื้นเมื่อถูกมะปรางตบอีก มะปรางดูเคียดแค้นเธอมากและเหมือนกับอยากจะฆ่าเธอให้ตาย แววตาไม่ได้มีความปรานีให้เธอเลยแม้แต่น้อย 

               “ปากแข็งนักใช่มั้ย หึ! ไม่เป็นไร ถ้าแกไม่ยอมรับดีๆ ล่ะก็ฉันก็จะไม่บังคับแกแล้ว คิดว่าสวยมากแล้วพี่ชลเขาจะสนใจแกหรอ ไหนดูซิว่าถ้าแกผ่านคืนนี้ไปได้พี่ชลเขาจะยังเอาแกลงอยู่มั้ย” แล้วมะปรางก็ถอยห่างออกจากเธอก่อนจะพยักหน้าให้ชายเหล่านั้นเดินเข้ามาหาเธอแทนจนเจ้าเอยต้องถอยหนีไปอีกทั้งๆ ที่ยังนั่งอยู่กับพื้น สิ่งที่เธอเห็นก็คือมะปรางกำลังใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปของเธอ ไม่นะ... 

               “ช่วยด้วย!!! ใครก็ได้ช่วยด้วย อย่าเข้ามานะ อย่าเข้ามา!!!” เจ้าเอยพยายามที่จะคลานหนีแต่ชายร่างใหญ่ทั้งสิบกว่าคนก็พากันเข้ามารุมล้อมเธอแล้วจับเธอเอาไว้ทำให้เจ้าเอยต้องกรีดร้องออกมาอย่างหวาดกลัวท่ามกลางเสียงหัวเราะสะใจของมะปรางที่กำลังถ่ายคลิปอยู่ 

               “ออกไปนะอย่ามายุ่งกับฉัน ออกไป!!!” 

               แคว่ก!!! 

               ไม่รู้ว่ามือของใครเป็นมือของใครฉีกทึ้งเสื้อของเธอจนขาดวิ่น เจ้าเอยได้แต่กอดอกตัวเองเอาไว้แล้วพยายามจะดิ้นหนีแต่ตัวเธอคนเดียวหรือจะไปสู้แรงผู้ชายนับสิบกว่าคนได้ เธอได้แต่กรีดร้องออกมาเพราะหวาดกลัว พยายามปกป้องตัวเองให้ได้มากที่สุดแต่สุดท้ายก็ถูกจับลงไปนอนขึงอยู่กับพื้นสกปรกๆ ของโรงสี แขนทั้งสองข้างของเธอถูกจับตรึงเอาไว้แน่นรวมทั้งขาทั้งสองข้างจนกระทั่งมีชายคนหนึ่งขึ้นมานั่งคร่อมทับกลางลำตัวของเธอเอาไว้ มันกระชากเศษเสื้อที่เหลือติดกายของเธออกอย่างรุนแรงจนเธอเหลือเพียงแค่เสื้อชั้นในเท่านั้น 

               “กรี๊ดดดด” เจ้าเอยยิ่งกรีดร้องออกมาเสียงดังเมื่อมันก้มลงมาซุกไซ้ที่ซอกคอของเธอและมือของพวกมันทุกคนก็สัมผัสลูบไล้ที่ตัวเธออย่างหื่นกระหาย เธอพยายามจะดิ้นหนีแต่ก็ดิ้นไม่ได้ ความหวาดกลัวเข้ามาเกาะกุมหัวใจ เธอกรี๊ดเสียงร้องจนเสียงแหบแห้งอย่างหวาดกลัวสุดขีดเมื่อคิดว่าเธอคงหนีไม่พ้นเงื้อมือคนชั่วพวกนี้แล้ว 

               “พี่ป่านเชื่อว่าพญานาคมีจริงมั้ย” เธอกลับตาลงทั้งน้ำตา ยังพยายามดิ้นหนีเท่าที่แรงของเธอจะยังพอมีจนจู่ๆ ก็นึกถึงสิ่งที่เคยถามปานมณฑา 

               “มีสิ พี่เชื่อว่ามีนะ” ปานมณฑาตอบเธอด้วยรอยยิ้ม 

           “ทำไมพี่ป่านถึงเชื่อว่าพญานาคมีจริง พี่ป่านเคยเห็นหรอ” 

           “พี่กับลูกเคยรอดตายก็เพราะพญานาคมาช่วยตั้งหลายครั้ง” 

           “จริงหรอพี่ป่าน” 

           “เจ้าเอยยังไม่ต้องเชื่อพี่ตอนนี้ก็ได้ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เจ้าเอยมีภัย เจ้าเอยก็ลองขอให้พญานาคมาช่วยดูนะ” 

               คำนี้ของปานมณฑามันยังคงก้องอยู่ในหูเธอ เธอเองก็ไม่รู้ว่าพญานาคจะมีจริงรึเปล่าหรือพี่ป่านจะเพียงแค่อำเธอเล่นเท่านั้น แต่ถ้าหากพญานาคมีจริงอย่างที่พี่ป่านเคยบอกถ้าอย่างนั้น...ก็ขอให้เธอรอดพ้นจากมือคนชั่วเหล่านี้ด้วยเถอะ 

               “กรี๊ด!!!” เจ้าเอยยังคงกรีดร้องออกมาอย่างหวาดกลัว เธอขยะแขยงในทุกๆ สัมผัสของพวกมันจนกระทั่งมีมือของใครคนหนึ่งกำลังสอดเข้ามาในกระโปรงของเธอเธอก็ยิ่งกรีดเสียงร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว 

               “ช่วยด้วย...ปล่อยฉันนะอย่าทำฉัน กรี๊ดดดด” 

               ฟ่อ!!! 

               “โอ๊ย!!!” แล้วชายคนที่คร่อมและซุกไซ้เจ้าเอยอยู่จู่ๆ ก็ร้องออกมาลั่นเพราะความเจ็บปวดจนทำให้คนที่สอดมือเข้ามาในกระโปรงของเจ้าเอยพลอยชะงักไปด้วย 

               “อะไรกัดกูวะ!” 

               ผลัวะ!!! 

               ยังไม่ทันจะมีใครตอบ ไอ้คนที่ร้องถามว่าอะไรกัดตนก็ล้มจนหน้าทิ่มเมื่อถูกเท้าของใครถีบเข้าให้อย่างจัง แล้วทันทีที่มันล้มลงไปทุกคนที่กำลังรุมล้อมเจ้าเอยอยู่ก็แทบจะถอยหนีไม่ทันเมื่อเห็นตัวอะไรบางอย่างกำลังเลื้อยขึ้นมาบนตัวเธอ และทุกคนก็ตกใจกลัวเจ้าสิ่งนี้มากกว่าใครอีกคนที่เพิ่งถีบเพื่อนของพวกตนจนล้มหน้าทิ่มด้วย 

เช่นเดียวกับที่เจ้าเอยก็ถึงกับเบิกตากว้างเมื่อจู่ๆ ก็มีงูตัวใหญ่สีดำอมเขียวเกล็ดเป็นมันวาวดวงตาสีแดงก่ำเลื้อยขึ้นมาบนตัวเธอพร้อมกับชูคอแผ่แม่เบี้ยอย่างดุร้าย เจ้าเอยกลัวแสนกลัวแต่ก็ไม่กล้าขยับตัวไปไหน หากจะต้องถูกพวกคนชั่วนี้ย่ำยีเธอขอถูกงูกัดตายเสียยังจะดีกว่า เธอร้องไห้จนน้ำตาแทบจะเป็นสายเลือด ดวงตาของเธอพร่ามัวจนมองไม่เห็นว่าใครกำลังยืนอยู่ตรงหน้า แล้วจากสภาพของเธอที่เขาเห็นก็ทำให้ผู้กองสายชลที่เพิ่งจะกระโดดถีบไอ้ชาติชั่วคนนั้นถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาแล้วรีบถอดเสื้อเครื่องแบบของเขาออกเพื่อเอาไปห่อตัวเธอเอาไว้อย่างไม่นึกกลัวงูตัวใหญ่ที่ยังคงเลื้อยอยู่ใกล้ๆ ตัวเธอ 

“ไม่! ปล่อยฉันนะ กรี๊ดดดด ปล่อยฉันนะอย่าทำฉัน ปล่อยฉัน ปล่อย!!!” เจ้าเอยพยายามดิ้นหนีเมื่อยังเข้าใจว่าเขาเป็นคนร้ายอยู่ แต่ยิ่งเธอกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวและพยายามจะดิ้นหนีผู้กองสายชลก็ยิ่งเจ็บไปทั้งใจ 

               “พี่เอง เจ้าเอยนี่พี่เองพี่สายชล พี่มาช่วยเจ้าเอยแล้ว” ผู้กองสายชลเอาเสื้อห่อตัวเธอจนมิดชิดแล้วกอดเธอเอาไว้แนบอกทำให้เธอได้แต่กรีดร้องอยู่ในอ้อมกอดของเขา และเพราะความตกใจกลัวกับเรื่องร้ายๆ ที่เกิดขึ้นทำให้เจ้าเอยกรีดร้องออกมาไม่หยุด 

               “เจ้าเอยปลอดภัยแล้วนะ เจ้าเอยปลอยภัยแล้วไม่ต้องกลัว” ผู้กองสายชลไม่ยอมคลายกอดจากเธอง่ายๆ แม้ว่าเธอจะยังกรีดร้องไม่หยุด สภาพของเธอในตอนนี้มันทำให้เขาเจ็บจนแทบจะกระอักเลือด เขาเจ็บที่หัวใจจนแทบจะลืมหายใจเมื่อเข้ามาที่โรงสีแห่งนี้แล้วเห็นเธอกำลังถูกไอ้ชาติชั่วพวกนั้นรุมทำร้าย เสียงกรีดร้องอย่างหวาดกลัวของเธอแทบจะฆ่าเขาให้ตายได้ในตอนนี้ 

               “ไม่ต้องกลัวคนดี ไม่ต้องกลัวพี่มาช่วยเจ้าเอยแล้ว” เจ้าเอยยังคงผวาหวาดกลัวไม่หาย แม้ว่าตอนนี้เหล่าทหารหน่วย นรข. ที่มากับผู้กองสายชลจะเข้ามารุมล้อมจับคนร้ายแล้วก็ตาม แต่ตอนที่ทุกคนเข้ามาช่วยเธอนั้นทุกคนได้เห็นเจ้าเอยกำลังถูกทำร้ายอยู่พอดีก็เลยเกิดโทสะเพราะไม่มีใครรับได้กับสิ่งที่พวกมันทำกับเธอจึงไม่เพียงแค่จับกุมเท่านั้นหากแต่ยังกระทืบซ้ำอีกด้วย 

               “อั่ก อั่ก...อ๊อก!!!”  

               “กรี๊ด!” แล้วมะปรางที่ยืนหลบมุมอยู่เป็นฝ่ายที่ต้องกรีดร้องออกมาบ้างเมื่อชายคนที่คร่อมเจ้าเอยอยู่เมื่อก่อนหน้านี้ลงไปนอนชักอยู่กับพื้นตรงหน้าเธอ ที่แขนข้างหนึ่งมีร่องรอยถูกงูกัดจนแขนไหม้เนื้อตายอย่างราวเร็วและขาดใจตายในที่สุด และไม่เพียงแค่นี้ ในขณะที่ทหารหน่วย นรข.กำลังกระทืบพวกมันอยู่ก็ได้มีงูพิษเลื้อยเข้ามาในที่เกิดเหตุอีกหลายตัว แล้วงูพวกนี้ก็ทำท่าจะเข้าไปฉกกัดไอ้พวกสารเลวนี่ด้วย 

               “กัดพวกมันให้ตายไปเลย!!!” ผู้กองสายชลหันมาบอกกับงูตัวใหญ่ตาสีแดงก่ำที่ชูคอแผ่แม่เบี้ยอยู่ข้างๆ เขา ด้วยความแค้นที่เจ้าเอยถูกทำร้ายทำให้เขาอยากจะให้พวกมันตายอย่างทรมานที่สุด ไอ้พวกชั่ว ไอ้พวกเลว... 

               “ฆ่ามันสิ!!! ไอ้สารเลวพวกนั้นน่ะ ฆ่ามัน!!!” ผู้กองสายชลตะโกนบอกพี่งูตัวใหญ่ของปานมณฑา แล้วทันทีที่สิ้นเสียงของเขาเหล่างูพิษน้อยใหญ่ก็พากันเข้าไปฉกกลุ่มคนร้ายในทันทีทำให้ทหารทุกคนแทบจะพากันวิ่งหนีไม่ทัน ในขณะที่งูใหญ่ที่ชูคอแผ่แม่เบี้ยอยู่ข้างๆ เจ้าเอยนั้นได้เลื้อยเข้าไปหามะปรางอย่างช้าๆ ทำให้เธอต้องถอยหนีด้วยความหวาดกลัวแล้วทำโทรศัพท์มือถือหล่น ผู้กองพสุธาที่ไปหากำนันศรกับหัวหน้าคเชนทร์เพิ่งจะมาถึงที่เกิดเหตุพอดีจึงเก็บโทรศัพท์ของมะปรางได้ ซึ่งคลิปที่มะปรางถ่ายไว้นั้นถือว่าเป็นหลักฐานชั้นดีในการเอาผิดเธอ 

               “พี่งูอย่านะ!!!” เสียงของปานมณฑาร้องห้ามเมื่อเธอเพิ่งจะวิ่งเข้ามาในโรงสีพร้อมกับหัวหน้าคเชนทร์ กำนันศรและลูกน้องของกำนันศรอีกส่วนหนึ่ง แล้วเธอก็มาห้ามก่อนที่พี่งูของเธอจะทันได้ฉกมะปรางพอดีด้วย 

               “พี่งูพอแล้ว ไป ไปซะ!” พอเธอสั่งแบบนี้ เหล่างูน้อยใหญ่ที่อยู่ในโรงสีต่างก็พากันเลื้อยหนีและหายลับไปราวกับไม่เคยมีอสรพิษเข้ามายังที่แห่งนี้มาก่อน ในขณะที่กลุ่มชายที่พากันรุมทำร้ายเจ้าเอยกำลังพากันชักเมื่อถูกพิษงูเล่นงาน พวกมันพากันร้องออกมาอย่างเจ็บปวดและลงไปชักอยู่ที่พื้น ดิ้นทุรนทุรายอย่างทรมานสุดๆ แล้วก็ค่อยๆ ขาดใจตายไปทีละคน หัวหน้าคเชนทร์จึงกอดเอาตัวบังปานมณฑาเอาไว้เพื่อไม่ให้เธอเห็นภาพที่สยดสยองแบบนี้ เช่นเดียวกับที่ผู้กองสายชลรีบอุ้มพาเจ้าเอยเข้ามาหาปานมณฑาเพราะคิดว่าปานมณฑาน่าจะทำให้เจ้าเอยที่กำลังหวาดกลัวคลายความกลัวลงได้ 

               “เจ้าเอย...” ปานมณฑารีบผละออกจากสามีมาหาเจ้าเอยทันที พอเห็นสภาพของน้องสาวปานมณฑาก็น้ำตาร่วงออกมาอีกคนแล้วรีบกอดเจ้าเอยเอาไว้ด้วยความสงสาร แค่เรื่องหึงหวงทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ด้วย 

               “เจ้าเอย...เจ้าเอยนี่พี่ป่านนะ พี่ป่านเอง” น้ำเสียงที่อ่อนโยนของปานมณฑาทำให้เจ้าเอยเริ่มจะได้สติขึ้นมาทีละน้อย พอได้ยินเสียงของปานมณฑาเธอก็ผวากอดปานมณฑาเอาไว้ทันที 

               “พี่ป่าน พี่ป่านช่วยเอยด้วยเอยกลัว ช่วยเอยด้วย ช่วยเอยด้วย” 

               “เจ้าเอย โธ่...” ปานมณฑาสงสารเจ้าเอยนักจนไม่รู้ว่าจะทำยังไงแล้ว ทำไมกัน ทำไมต้องทำกันขนาดนี้พวกคนใจร้าย เจ้าเอยไม่เคยทำร้ายใครนะแล้วทำไมต้องทำเธอแบบนี้ด้วย “พี่อยู่นี่แล้ว เจ้าเอยปลอดภัยแล้วนะพี่มาพาเจ้าเอยกลับบ้าน ขวัญมานะเจ้าเอยขวัญมา” 

               เมื่อมีปานมณฑาคอยกอดปลอบขวัญเจ้าเอยก็มีอาการสงบขึ้นแต่ก็ยังหวาดผวาอยู่ ผู้กองสายชลหันไปมองทางมะปรางทันทีเมื่อเห็นว่าตอนนี้เธอเข้าไปกอดผู้เป็นพ่อของตัวเองอย่างหาที่พึ่งและเขาก็ไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปกระชากแขนเธอมาหาแล้วง้างฝ่ามือขึ้น 

               “ผู้หญิงสารเลว!!!” 

               “มึงอย่าแตะลูกกูนะ!” กำนันศรรีบผลักผู้กองสายชลออกจากมะปรางในทันทีและทำท่าจะให้ลูกน้องของตัวเองมารุมทำร้ายเขา หัวหน้าคเชนทร์กับผู้กองพสุธาก็เลยรีบเข้ามาขวางเอาไว้เสียก่อน 

               “ใจเย็นๆ สิ อย่าเพิ่งวู่วาม” เขาหันมาว่าผู้กองสายชลแล้วจึงหันมาทางกำนันศรบ้าง “กำนัน ผมว่าเรื่องนี้เราต้องคุยกันยาวแล้วนะ นี่ขนาดนี้แล้วกำนันยังไม่เชื่อผมอีกหรอว่ามะปรางใช้ให้ลูกน้องของกำนันฉุดน้องสาวของผมมาทำร้ายที่นี่” หัวหน้าคเชนทร์อ้างว่าเจ้าเอยเป็นน้องสาวของเขาเพื่อให้กำนันศรได้รู้ว่าเจ้าเอยไม่ใช่ลูกตาสีตาสาที่ไหน แต่เธอเป็นถึงน้องสาวของหัวหน้าสถานีเรืออย่างเขา กำนันศรจะได้เกรงใจเขาบ้างแล้วแสดงความรับผิดชอบกับสิ่งที่มะปรางทำ 

               “อะไรกันหัวหน้า แค่ลูกสาวของผมมาอยู่ในที่เกิดเหตุหัวหน้าก็ปรักปรำว่าลูกสาวของผมเป็นคนบงการแล้วอย่างนั้นหรอ แบบนี้มันจะเกินไปแล้วนะผมจะรายงานเรื่องนี้ให้ผู้ใหญ่ของหัวหน้ารู้” 

               “ก็เอาสิ” หัวหน้าคเชนทร์รับเอาโทรศัพท์มือถือของมะปรางมาจากผู้กองพสุธาก่อนจะเปิดคลิปที่มะปรางถ่ายตอนที่เจ้าเอยถูกทำร้ายให้กำนันศรดู แต่เขาก็เปิดเพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้นเพราะเหตุการณ์ในคลิปมันทำให้เจ้าเอยที่ดูสงบลงแล้วหวาดผวาขึ้นมาอีกและมันก็ยิ่งเป็นการเพิ่มไฟแค้นให้กับผู้กองสายชลด้วย 

               ภาพของเจ้าเอยขณะที่ถูกเหล่าลูกน้องของตนรุมทำร้ายและพยายามจะขืนใจทำให้กำนันศรเริ่มพูดไม่ออก แล้วก็ต้องอึ้งหนักเข้าไปอีกเมื่อได้ยินเสียงมะปรางเป็นคนสั่งให้ชายเหล่านั้นทำร้ายเจ้าเอยแล้วก็เสียงหัวเราะอย่างสะใจของเธออีก หลักฐานที่อยู่ในคลิปทำให้มะปรางหน้าเสียรีบก้าวถอยออกจากผู้เป็นพ่อด้วยความกลัว แล้วยิ่งทุกสายตาหันมามองทางเธอราวกับเธอเป็นนางมารปิศาจร้ายเธอก็ยิ่งรับไม่ได้ แล้วใครมองเธออย่างรังเกียจชิงชังเธอก็ไม่สนใจหรอก แต่ที่เธอเจ็บปวดใจที่สุดก็คือสายตาที่ผู้กองสายชลมองมาทางเธอ มันไม่ได้มีความรักความเมตตาสงสารให้กับเธออีกแม้แต่น้อย ต่อให้เขาไม่พูดออกมาแววตาของเขามันก็ทำให้เธอรู้ว่าเขาเกลียดเธอมากแค่ไหนตอนนี้ 

               “นี่แกทำแบบนี้จริงๆ หรอมะปราง!” กำนันศรไม่กล้าดูคลิปต่อ เจ้าเอยกับมะปรางอายุใกล้เคียงกัน ไม่มีพ่อแม่ที่ไหนจะทนเห็นภาพอันน่าหดหู่แบบนี้ได้ ถ้ามะปรางต้องถูกทำร้ายแบบนี้บ้างเขาคงหัวใจสลายและเขาก็อดสงสารเจ้าเอยไม่ได้ด้วย กำนันอย่างเขาถึงจะมีอำนาจและผู้คนเกรงกลัวมากแค่ไหนแต่ก็ยังมีความเป็นคนอยู่ เขาเลี้ยงนักเลงเอาไว้เสริมบารมีก็จริงแต่ก็ไม่คิดที่จะไปทำร้ายใครอย่างไม่มีเหตุผลแบบนี้ 

               “นี่แกทำบ้าอะไรลงไปนังลูกไม่รักดี!!!” 

               เพี๊ยะ!!! 

               มะปรางทรุดล้มลงไปกับพื้นทันทีที่ถูกผู้เป็นพ่อตบ ที่ผ่านมากำนันศรตามใจเธอมาก เพราะเธอเป็นลูกสาวคนเดียวที่พ่อทั้งรักและตามใจ เธอไม่คิดมาก่อนว่าพ่อจะกล้าตบหน้าเธอแล้วยังเป็นการตบต่อหน้าทุกๆ คนอีก เธอมองเลยไปทางเจ้าเอยด้วยความแค้นไม่จางหาย น่าเสียดายที่เจ้าเอยรอดพ้นเงื้อมือลูกน้องของพ่อเธอมาได้ ความจริงผู้กองสายชลน่าจะได้มาเห็นตอนที่เจ้าเอยกำลังตกนรกทั้งเป็นอยู่ เพราะไอ้พวกงูบ้านั่นแท้ๆ ที่เข้ามาขัดขวาง 

               “ก็ใครใช้ให้มันมาแย่งพี่ชลไปจากมะปรางล่ะ ใครจะยอมให้มันมาแย่งผัว!!!” 

               “ก็แค่ผู้ชายคนเดียวมันถึงกับทำให้แกยอมทำลายชีวิตแล้วก็อนาคตของตัวเองเลยรึไง แกก้าวขาเข้าไปอยู่ในคุกข้างหนึ่งแล้วนะรู้ตัวมั้ย” 

               “ก็มะปรางท้องนี่คะ!!! มะปรางท้องลูกของพี่ชลมะปรางก็ต้องกำจัดมันสิ ถ้ามะปรางไม่ทำแบบนี้ลูกของมะปรางก็ไม่มีพ่อ ใครจะไปยอมท้องไม่มีพ่อกัน!!!” 

               เกิดความเงียบขึ้นมาในทันที จากที่ทุกคนมองมะปรางอยู่ตอนนี้ทุกสายตาก็จ้องมาที่ผู้กองสายชลด้วย การที่มะปรางพูดออกมาจากปากแบบนี้มันคงไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแล้วล่ะ เธอท้องจริงๆ แล้วเธอก็ทำไปเพราะกลัวว่าพ่อของลูกในท้องจะทิ้งเธอไปหาคนอื่น 

               “มะปรางก็แค่อยากได้พี่ชลคืน พี่ชลมาทำมะปรางท้องแล้วจะทิ้งมะปรางไปหาคนอื่นไม่ได้ มะปรางไม่ยอม!!!” 

               “...อะไรนะ นี่มันเรื่องจริงหรอ” กำนันศรยิ่งแทบไม่อยากจะเชื่อไปใหญ่ เรื่องที่มะปรางทำร้ายเจ้าเอยก็ส่วนหนึ่ง แต่เรื่องที่ผู้กองสายชลมาทำลูกสาวของเขาท้องนี่มัน 

               “ไอ้สารเลว!!!” 

               ผลัวะ!!! 

               กำนันศรชกผู้กองสายชลทันทีเมื่อเขาก้มหน้านิ่งไม่ปฏิเสธสิ่งที่มะปรางพุด แต่ยังไม่ทันจะเล่นงานผู้กองสายชลให้หายแค้นเลยเหล่าทหารหน่วย นรข. ก็รีบเข้ามาจับทั้งสองคนแยกออกจากกันก่อนจนดูวุ่นวายไปหมด 

               และความจริงอีกอย่างที่เจ้าเอยได้ยินมันก็ยิ่งตอกย้ำความเจ็บปวดของเธอมากขึ้น เขามาจีบเธอ หลอกให้เธอรักทั้งๆ ที่เขามีลูกมีเมียแล้ว เขาหลอกเธอ หลอกเธอจนเธอตายใจ หลอกเธอจนเธอถูกจับมาทำร้าย จนเธอเกือบถูกทำลายชีวิต เขาเลือดเย็นยิ่งกว่ามะปรางเสียอีก มะปรางทำไปก็เพราะไม่อยากท้องไม่มีพ่อ มะปรางแค่ต้องการเรียกร้องสิทธิ์ของตัวเองกับลูกแต่เขานี่สิ เขาหลอกเธอเพียงแค่ให้เธอตายใจ ทำทุกอย่างก็เพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเองเขามันเลวที่สุด เลวอย่างไม่น่าให้อภัยเลย ผู้ชายอย่างเขามันทั้งเลือดเย็นแล้วก็เลวที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมา 

  

************************************************** 

เจ้าเอย อย่าเพิ่งเข้าใจพี่ชลลี่ผิดนะ พี่ชลลี่ไม่ได้หลอกเธอ…. 

…ว่าแต่ อินังมะปรางเล่นท้องแบบนี้แล้วเรื่องทุกอย่างมันจะจบยังไงกันล่ะเนี่ย… 

ตอนหน้าเป็นบทสรุปความรักของคู่นี้แล้วนะคะ เรื่องราวจะออกมายังไงโปรดติดตามโชมมมมมม 

**************************** 

ปล.เอ็นดูคนมุดน้ำมาแอบดูลูกชายเนาะ เกือบถูกโหลแก้วปาหัวแล้วมั้ย 

ปล.2 ตอนแรกว่าตอนนี้จะเป็นตอนจบของคู่นี้แล้ว…ขอต่ออีกตอนนะคะ แหะๆๆ 

ความคิดเห็น