facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ปี 1985 ดอกเหมยอย่างเธอได้ผลิบานกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ด้วยลิขิตที่ขีดไว้บน 'รอยแค้น'

ตอนที่ 29 ปิดไม่ได้อีกต่อไป / ตอนที่ 30 ไม่ใช่คนดีสักคน

ชื่อตอน : ตอนที่ 29 ปิดไม่ได้อีกต่อไป / ตอนที่ 30 ไม่ใช่คนดีสักคน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ต.ค. 2563 17:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 29 ปิดไม่ได้อีกต่อไป / ตอนที่ 30 ไม่ใช่คนดีสักคน
แบบอักษร

ตอนที่ 29 ปิดไม่ได้อีกต่อไป 

คุณย่าหยางเลิกเสื้อกล้ามตัวน้อยของอู่เหมยขึ้นก่อนพบรอยแผลเช่นเดียวกัน ครึ่งท่อนบนแทบไม่มีที่ว่างเหลือแล้วด้วยซ้ำ ไฟโทสะพุ่งพรวดขึ้นมา คุณย่าหยางมองสาวน้อยอย่างนึกสงสารจับใจ 

รอยแผลเป็นรอยยาว แค่เห็นก็รู้ทันทีว่ามาจากไม้เรียว จะเป็นแผลจากการล้มได้อย่างไร? 

เธอไม่คิดเลยว่าเหอปี้อวิ๋นจะกล้าพูดโกหกต่อหน้าคนแก่อย่างเธอ ช่างรู้หน้าไม่รู้ใจเลยจริงๆ ใครจะรู้ล่ะว่าเหอปี้อวิ๋นที่ชื่อเสียงเรียงนามดีมาตลอดเบื้องหลังนั้นกลับมีนิสัยโหดเหี้ยมขนาดนี้ 

“เหมยเหมยบอกคุณย่ามาว่านี่ใช่แผลจากการล้มมั้ย?” คุณย่าหยางถามเสียงเบา 

อู่เหมยตัวสั่นระริก แสร้งมองไปยังประตูอย่างนึกหวั่นใจ เม้มปากคล้ายจะพูดแต่ก็ไม่กล้าเปล่งเสียงออกมาแต่น้อย 

“ไม่ต้องกลัว ที่นี่ไม่มีใครได้ยินหรอก” คุณย่าหยางปลอบเธอ ยิ่งนึกสงสารอู่เหมยมากกว่าเดิม เด็กน่าสงสาร ตกใจกลัวขนาดนี้แล้วเชียว 

อู่เหมยแสดงละครจนหนำใจแล้วถึงส่ายหัวน้อยๆ ตอบกลับเสียงแผ่ว “ไม่ได้ล้มค่ะ หนูสอบได้คะแนนไม่ดี คุณแม่โกรธก็เลยเอาไม้ขนไก่ตีหนู” 

“คุณแม่ไม่ให้หนูบอกคนอื่น คุณย่าหยางคะ คุณย่าอย่าบอกคนอื่นนะ คุณแม่จะโกรธเอาได้” 

อู่เหมยน้ำตารื้นอีกครั้ง มองท่านผู้เฒ่าหยางด้วยท่าทางน่าสงสารจนคนมองนึกเห็นใจ 

“วางใจได้ คุณย่าไม่บอกคนอื่นหรอก มา คุณย่าทายาให้นะ” 

เสียงของคุณย่าหยางอ่อนโยนจนคนฟังเริ่มผ่อนคลายลง อู่เหมยนั่งหันหน้าเข้าพนักเก้าอี้ให้เธอทายาดีๆ คุณย่าทายาอย่างเบามือมาก ยาเย็นเฉียบสัมผัสลงบนผิวให้ความรู้สึกสบาย สีหน้าที่ตึงเครียดของอู่เหมยคลายลงกระทั่งเผลอหลับไป 

สาวน้อยในสภาพหลับสนิทยังยู่ปากเล็ก หางตามีหยดน้ำตาติดอยู่ แค่มองก็รู้สึกถึงความน่าสงสาร เรียกให้คนมองนึกสงสารจากก้นบึ้งของหัวใจ คุณย่าหยางยิ่งเบามือลงและไม่ปลุกอู่เหมยแต่อย่างใด 

เดี๋ยวต้องว่าเหอปี้อวิ๋นสักหน่อย แล้วก็อู่เจิ้งซือ เด็กเรียนไม่ดีต้องสอนด้วยความอดทน จะลงไม้ลงมือโหดเหี้ยมแบบนี้ได้อย่างไร? 

อีกอย่างยังมีหนทางอื่นอีกมาก ล้วนแต่เป็นดาวเด่นได้ หนทางชีวิตไม่ได้มีแค่การเรียนเพียงอย่างเดียว ถ้าเด็กไม่ชอบเรียนจริงๆ ก็ช่างสิ พระเจ้าไม่ใจร้ายขนาดให้ใครหิวตาย เด็กโตมาต้องหาทางเลี้ยงตัวเองได้อยู่แล้ว จะกังวลไปทำไมกัน? 

ทายาเสร็จอู่เหมยยังไม่ตื่น คุณย่าหยางสวมเสื้อให้เธอเสร็จสรรพเลยออกไปเรียกอู่เจิ้งซือเข้ามาอุ้มเด็ก อู่เจิ้งซือไม่ค่อยกล้าสู้หน้าเท่าไรแต่ยังถามต่อ “อาจารย์แม่หยาง เหมยเหมยไม่ได้อาการรุนแรงมากใช่มั้ยครับ?” 

คุณย่าหยางใช้ดวงตาใสมองอู่เจิ้งซือนิ่ง ขณะที่อู่เจิ้งซือใกล้ทนไม่ไหวในที่สุดคุณย่าหยางก็เอ่ยปากพูด “ไม่รุนแรงได้ยังไง? ทั้งตัวแทบไม่มีที่ว่างเลย พื้นของบ้านเธอแข็งยิ่งกว่าเหล็กอีกนะ!” 

ใบหน้าใสสะอาดของอู่เจิ้งซือขึ้นสีเล็กน้อย ยิ้มกล่าวเกร็งๆ “เตียงอาจจะสูงไปหน่อย เดี๋ยวกลับไปทำรั้วรอบเตียงให้เหมยเหมย” 

คุณย่าหยางแค่นเสียงที พูดแฝงความนัย “เสี่ยวอู่ เลี้ยงลูกต้องมีความอดทน เธอเป็นครูประจำชั้นหนึ่งห้องได้ก็ต้องยิ่งมีความอดทนในการเลี้ยงดูลูก สุนัขยังไม่รังเกียจลูกตัวเองเลย เธอว่าอย่างนั้นมั้ยล่ะ?” 

อู่เจิ้งซือยิ้มฝืดๆ แค่ฟังดูก็รู้ว่าคุณย่าหยางรู้ความจริงเข้าแล้ว นั่นสินะ แผลโจ่งแจ้งขนาดนั้นจะรอดสายตาเฉียบขาดของอาจารย์แม่หยางไปได้อย่างไร? 

“ผมเข้าใจแล้ว จะปรับปรุงตัวครับ” อู่เจิ้งซือได้แต่รับปากว่าจะระวังด้วยท่าทางจริงใจ 

คุณย่าหยางไม่ได้มีอคติต่ออู่เจิ้งซือมากนักเพราะผู้ชายทำงานนอกบ้านผู้หญิงดูแลในบ้าน บางทีอู่เจิ้งซืออาจไม่รู้เรื่องที่อู่เหมยโดนตี คู่กรณีที่แท้จริงคือเหอปี้อวิ๋นต่างหาก 

“เสี่ยวเหอก็เหมือนกัน มีอะไรก็คุยดีๆ กับลูก ใจร้อนทำไม? บ้านฉันน่ะไม่มีเด็กผู้หญิง ถ้ามีหลานสาวน่ารักเหมือนเหมยเหมย ฉันไม่กล้าทำร้ายแม้แต่ปลายนิ้วก้อยด้วยซ้ำ!” 

 

ตอนที่ 30 ไม่ใช่คนดีสักคน  

คุณย่าหยางพูดเสียงดังและจริงจัง เหอปี้อวิ๋นทำหน้าไม่ถูกได้แต่ฝืนยิ้มตอบ “อาจารย์แม่หยางพูดถูก เด็กผู้หญิงจะต้องเลี้ยงดูอย่างเอาอกเอาใจ ฉันจะระวังให้มากกว่านี้ค่ะ” 

“อืม เด็กเป็นลูกแท้ๆ ของพวกเธอ ถ้าเป็นอะไรไปสุดท้ายคนที่เสียใจก็พวกเธอไม่ใช่หรือไง?” 

คุณย่าหยางเห็นแก่เหอปี้อวิ๋นเลยไม่ได้พูดเปิดโปงคำโกหกของเธอซึ่งๆ หน้า เหอปี้อวิ๋นถึงได้รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยพลางคิดในใจว่าจะกลับไปสั่งสอนอู่เหมยที่บ้าน 

เด็กผู้หญิงต้องเลี้ยงดูอย่างเอาอกเอาใจ? 

อย่างอู่เหมยต้องตีแรงๆ เจ้าลูกทรพีที่เลี้ยงเสียข้าวสุก เกิดมาเพื่อทวงหนี้ชัดๆ ทำเอาเธอเสียหน้าที่สุด! 

อู่เจิ้งซืออุ้มอู่เหมยก่อนจะขอตัวลากับคนตระกูลเหยียน เหมยซูหานขอตัวกลับไปตั้งแต่อู่เหมยเข้าไปทายาในห้องแล้ว ท้องฟ้าเปลี่ยนสีมืดลงเรื่อยๆ ดวงจันทร์สีนวลเคลื่อนตัวมาอยู่เหนือต้นไม้ราวกับมีผ้าผืนบางปกคลุมบนนั้น 

สองพี่น้องตระกูลเหยียนอาบน้ำเสร็จออกมา เหยียนหมิงต๋าเห็นว่าคนที่แอบชอบกลับไปแล้วเลยถาม “คุณย่า พวกคุณครูอู่กลับไปแล้วเหรอ?” 

“อืม ทายาเสร็จก็ไปแล้ว รีบมาทานข้าวเร็วๆ ฉันไปอุ่นน้ำซุปแตงซี่โครงนี่ก่อน” 

คุณย่าหยางยกถ้วยน้ำซุปถ้วยใหญ่เข้าห้องครัวไปไม่นานก็ออกมา คนทั้งครอบครัวเดินมานั่งล้อมวงทานข้าวรอบโต๊ะ 

เหยียนหมิงต๋าถามด้วยความสงสัย “คุณย่า เหมยเหมยไส้ติ่งอักเสบหรือเปล่า? เธอบอกปวดท้องตั้งแต่หลังเลิกเรียนแล้ว” 

เหยียนหมิงซุ่นที่กำลังแทะเนื้อซี่โครงอย่างเงียบๆ อยู่นั้นชะงักกึก ราวกับมีเสียงอ่อนหวานของเด็กสาวดังขึ้นข้างหู ‘พี่หมิงซุ่น พี่แบกหนูได้มั้ย?’ 

หรือเพราะตอนนั้นเขาไม่ได้แบกอู่เหมยเลยเป็นเหตุให้อาการปวดท้องทวีความรุนแรงมากขึ้น? 

ฮูหยินผู้เฒ่าหยางแค่นเสียง “ปวดท้องอะไรกันล่ะ ยายเด็กคนนั้นถูกแม่เธอตี เหอปี้อวิ๋นนี่ใจดำจริงๆ บนตัวยายนั่นไม่มีที่ว่างเหลือเลย บวมฉึ่งแล้วยังไม่ทายาให้ลูกอีก แม่เลี้ยงยังไม่ใจร้ายเท่าเธอเลย!” เธอจิปาก พร้อมพูดไปด้วย 

“พรวด!” 

เหยียนหมิงต๋าพ่นข้าวในปากออกมาแต่โชคดีที่มีถ้วยรองรับอยู่ ท่านผู้เฒ่าถลึงตามองเขาอย่างไม่พอใจแต่เหยียนหมิงต๋าไม่รู้ตัวสักนิด ร้องเสียงหลงด้วยความตกตะลึง “คุณน้าเหอตีเหมยเหมย? เป็นไปได้ยังไง? คุณน้าเหออ่อนโยนขนาดนั้น เยวี่ยเยวี่ยบอกว่าคุณแม่เธอไม่เคยพูดแรงๆ กับเยวี่ยเยวี่ยด้วยซ้ำ!” 

เหยียนหมิงซุ่นสับสนหน่อยๆ ที่แท้ก็ไม่ได้ปวดท้องแต่ถูกตี? 

ได้ยินถ้อยคำของน้องชายเขาก็เกิดหงุดหงิดอย่างประหลาด ผู้หญิงอ่อนโยนจะตีคนไม่เป็นหรือ? 

ผู้หญิงบางคนเสแสร้งเก่งเป็นทุนเดิมอยู่แล้วอย่างเช่นแม่เลี้ยงของเขา ตอนเด็กตีเขาลับหลังผู้คนมาไม่น้อยเลยเชียว 

“สิ่งที่เห็นกับตาเป็นเรื่องจริงแต่ที่ได้ยินน่ะไม่จริง แกไม่เคยใช้ชีวิตที่บ้านตระกูลอู่มาก่อนแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าคุณน้าเหอเป็นคนแบบไหน?” เหยียนหมิงซุ่นอดเถียงกลับไปไม่ได้ 

“เยวี่ยเยวี่ยเป็นคนบอก เยวี่ยเยวี่ยบอกว่า...” 

เหยียนหมิงซุ่นหัวเราะเสียงเย็น “อู่เยวี่ยพูดอะไรแกก็เชื่อหมดนั่นแหละ ก่อนหน้าอู่เยวี่ยบอกว่าน้องสาวของเธอไม่สวย ยังให้แกเป็นแพะรับบาปแทนอีก” 

“เกิดอะไรขึ้น? แพะรับบาปอะไร?” คุณย่าหยางถาม 

เหยียนหมิงซุ่นเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้สั้นๆ คุณย่าหยางสีหน้าไม่ดีเท่าไรพลางกล่าวต่อหลานชาย “จากนี้ไปอยู่กับอู่เยวี่ยให้น้อย ยายเด็กคนนี้จิตใจไม่ซื่อตรงแถมวาจายังเชื่อถือไม่ได้” 

“คุณย่า เยวี่ยเยวี่ยทั้งอ่อนโยนทั้งใจดี ไม่ดีตรงไหนล่ะ?” เหยียนหมิงต๋าโวยวายอย่างไม่พอใจ 

ท่านผู้เฒ่าพูดเสียงนิ่ง “ไม่ใช่แค่อู่เยวี่ยจิตใจไม่ซื่อตรง ฉันว่าอู่เหมยก็ไม่เบา สองพี่น้องคู่นี้ไม่ใช่คนดีสักคน ต่อจากนี้อย่าไปเข้าใกล้ให้มาก” 

แผนเล็กน้อยของอู่เหมยปิดท่านผู้เฒ่าไม่พ้น แค่มองปราดเดียวก็รู้ทันทะลุปรุโปร่ง แม้จะเห็นใจกับสิ่งที่อู่เหมยได้ประสบพบเจอแต่ท่านผู้เฒ่าเป็นคนไม่ชอบเด็กที่เจ้าแผนการอยู่แล้ว ย่อมรู้สึกไม่ดีต่ออู่เหมยเช่นกัน 

ความคิดเห็น