facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ปี 1985 ดอกเหมยอย่างเธอได้ผลิบานกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ด้วยลิขิตที่ขีดไว้บน 'รอยแค้น'

ตอนที่ 21 การโต้กลับเล็กๆ น้อยๆ / ตอนที่ 22 เทพบุตรทั้งสอง

ชื่อตอน : ตอนที่ 21 การโต้กลับเล็กๆ น้อยๆ / ตอนที่ 22 เทพบุตรทั้งสอง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ต.ค. 2563 17:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 21 การโต้กลับเล็กๆ น้อยๆ / ตอนที่ 22 เทพบุตรทั้งสอง
แบบอักษร

ตอนที่ 21 การโต้กลับเล็กๆ น้อยๆ 

ทันทีที่อู่เยวี่ยเข้าห้องก็สะบัดมืออู่เหมยทิ้ง กล่าวเสียงเย็น “อู่เหมยเธอเก่งขึ้นแล้วนี่ กล้าไปฟ้องพ่อด้วย ถ้าฉันสอบได้คะแนนอันน้อยนิดเหมือนเธอ คงไม่มีหน้ากลับมาบ้านหรอก” 

“พี่เลยไม่ใช่ฉันไง อีกอย่างฉันไม่ได้ฟ้อง ฉันแค่พูดความจริง อู่เยวี่ย พี่เร็วหน่อย คุณพ่อรอเราอยู่ข้างนอกแหนะ!” อู่เหมยพูดเสียงเรียบ ในเมื่ออู่เยวี่ยไม่คิดจะเสแสร้งต่อไป เธอก็ไม่อยากเสแสร้งอีก 

ใบหน้าอู่เยวี่ยบิดเบี้ยว เธอยอมรับอู่เหมยที่เปลี่ยนเป็นคนละคนนี้ไม่ได้ เธอคิดไม่ตกจริงๆ ว่านิสัยยอมคนตอนเช้าทำไมถึงหายไปตั้งแต่เลิกเรียน? 

“เยวี่ยเยวี่ย เหมยเหมย เร็วหน่อย!” อู่เจิ้งซือตะโกนจากข้างนอก 

“ใกล้เสร็จแล้วค่ะคุณพ่อ!” 

อู่เยวี่ยรีบตอบกลับ ดึงกระโปรงลายขวางสีแดงจากตู้เสื้อผ้าออกมาอย่างจำใจ ขว้างใส่หน้าอู่เหมย อู่เหมยไม่สนใจหยิบกระโปรงไปหน้าตู้เสื้อผ้า ถอดกระโปรงที่ไม่เข้ากับตัวออกเผยให้เห็นรอยแผลช้ำตามตัว อู่เยวี่ยอารมณ์ดีขึ้นไม่น้อยเมื่อเห็นรอยแผลพวกนี้ ต่อให้อู่เหมยจะซนยังไงก็หนีเงื้อมมือของคุณแม่ไม่พ้น 

อู่เหมยไม่คิดจะสนใจแผลบนตัวสักนิด ผิวของเธอบอบบางแค่กระแทกเบาๆ ก็ช้ำได้ เห็นแล้วน่าตกใจเช่นกันแต่นั่นเป็นเพียงแผลนอกกาย สิบวันหรือครึ่งเดือนก็หายแล้ว 

กระโปรงลายขวางสีแดงบนตัวเธอออกจะกว้างไปหน่อย จากกระโปรงสั้นกลายเป็นกระโปรงยาวแต่สวมแล้วดูดีเมื่อเทียบกับกระโปรงที่ไม่เข้ากับรูปร่างพวกนั้น อู่เหมยพยักหน้าอย่างพึงพอใจพลางลูบผมหางม้าที่ถูกรวบขึ้น รู้สึกไม่พึงพอใจกับความโล่งเปล่าบนนั้น 

ไหนๆ ก็ฉีกหน้ากับอู่เยวี่ยแล้ว เอาเพิ่มอีกสักนิดแล้วกัน! 

อู่เหมยหันหน้ามายิ้มหวานใส่อู่เยวี่ย “พี่สาว ฉันไม่มีดอกไม้ประดับผม พี่เอาให้ฉันหน่อยก็แล้วกัน!” 

“อู่เหมย เธออย่ามาทำได้คืบจะเอาศอกนะ!” อู่เยวี่ยคำรามเสียงต่ำ 

“เมื่อกี้พี่เพิ่งบอกไปไม่ใช่หรือว่าเราเป็นพี่น้องที่รักกันดีน่ะ นี่แค่ดอกไม้ประดับผมราคาถูกเองนะ หรือว่าพี่ไม่อยากให้?” 

อู่เหมยพูดไปพลางเหลือบมองไปทางประตูอย่างไม่จงใจ อู่เยวี่ยนึกแค้นในใจเพราะกลัวอู่เหมยจะเร่ไปฟ้องอู่เจิ้งซืออีก จำต้องหยิบดอกไม้ประดับอันเก่าในลิ้นชักโยนให้อู่เหมยไป 

“ฉันไม่ชอบดอกนี้ ฉันจะเลือกเอง” 

อู่เหมยไม่ได้รับดอกไม้ประดับอันเก่ามา เดินสับเท้าตรงไปที่หน้ากล่องเก็บเครื่องประดับผม เลือกอันที่เข้าตาที่สุดซึ่งเป็นของสุดรักสุดหวงของอู่เยวี่ย 

“เธอจะหยิบไปเยอะขนาดนั้นทำไม? วางสองอันนั้นลง” อู่เยวี่ยโกรธจนแทบจะเข้าไปแย่งดอกไม้ประดับผม 

อู่เหมยหลบอย่างไว นัยน์ตาเยือกเย็น พูดกลั้วหัวเราะ “พี่ชอบฟ้องขนาดนี้ ทำให้ฉันต้องโดนตี เอาดอกไม้ประดับผมให้ฉันไม่กี่อันก็สมควรอยู่หรอก!” 

สิ้นคำเธอก็เลือกดอกไม้ประดับผมที่มีสีเข้ากับกระโปรงตัวเองมัดผมเพื่อเพิ่มสีสันโดยไม่สนใจอู่เยวี่ยอีก 

อู่เยวี่ยถลึงตามองแผ่นหลังของอู่เหมยด้วยใบหน้าเยือกเย็น เจ้าโง่นี่เกิดมาหน้าตาดี เพียงแค่ประดับนิดหน่อยก็ดึงดูดสายตาผู้คนได้ วันนี้เจ้าโง่ผิดปกติไปมาก ต้องหาสาเหตุให้ได้ว่าเพราะอะไร จะต้องทำให้เจ้าโง่นี่กลับไปมีสภาพเดิมให้ได้ 

อู่เหมยจัดการตัวเองเสร็จสรรพจึงเดินออกจากห้องไปเอง ไหนๆ งานรวมญาติในวันนี้เธอก็หนีไม่พ้นแล้ว ถึงตอนนั้นถ้าถูกถามเธอค่อยแกล้งไม่รู้ ก้มหน้าทานข้าวไม่พูดอะไร น่าจะไม่มีปัญหามาถึงตัวเอง 

อู่เจิ้งซือเห็นลูกสาวคนเล็กที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมก็อดยกยิ้มมุมปากไม่ได้ ไม่ว่าเมื่อไรหรือที่ไหน สิ่งสวยงามมักสร้างความรื่นรมย์แก่ผู้คน อย่างน้อยลูกสาวคนเล็กก็มีข้อดีอยู่ล่ะนะ! 

ท่านผู้เฒ่าอู่เป็นศาตราจารย์ที่เกษียณไปแล้วของเมืองจิน ส่วนฮูหยินผู้เฒ่าอู่กลับเป็นคุณครูของโรงเรียนอี้จงที่เกษียณไปแล้ว ถือได้ว่าทั้งคู่เป็นคนหัวโบราณที่ให้ความสำคัญกับกฎระเบียบอย่างมากจริงๆ 

ทั้งสองคนอาศัยอยู่ที่จินจ้าซึ่งห่างจากโรงเรียนอี้จงของเมืองจินไม่ไกล เดินเพียงสิบนาทีก็ถึง สองสามีภรรยาอู่เจิ้งซือเดินนำตรงหน้าปล่อยให้อู่เยวี่ยกับอู่เหมยเดินรั้งท้าย ดูเป็นครอบครัวที่รักใคร่กลมเกลียวเหลือเกิน 

 

ตอนที่ 22 เทพบุตรทั้งสอง  

หากจะออกจากประตูโรงเรียนก็ต้องเดินผ่านสนามบาสเกตบอลของโรงเรียนที่ตอนนี้มีนักเรียนทั้งชายและหญิงจำนวนไม่น้อยยืนอยู่ตรงอัฒจรรย์ แต่ละคนโบกมือตะโกนเชียร์กันอย่างขันแข็ง บรรยากาศครึกครื้นอย่างมาก 

“เหยียนหมิงซุ่น สู้ๆ!” 

“เหมยซูหาน สู้ๆ!” 

“ลูกสามแต้ม ว้าว! เหยียนหมิงซุ่นเก่งจังเลย!” 

“เหมยซูหานก็เก่ง เมื่อกี้เขาโยนลูกเข้าตั้งสองลูกแหนะ!” 

“แค่ลูกหนึ่งแต้มสองลูกเอง เหยียนหมิงซุ่นลูกเดียวได้ตั้งสามแต้ม เชอะ!” 

……หญิงสาววัยกำลังเติบโตฮอร์โมนกำลังพลุกพล่าน เริ่มมีปากเสียงเพื่อไอดอลของตัวเองจนดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งเห็นว่าทั้งสองฝ่ายใกล้ลงมือเต็มที 

“ถ้าเสียงดังกันอีกก็เชิญออกไป!” เสียงเย็นชาดังขึ้น แม้ไม่ดังนักแต่กลับได้ผลอย่างดี เรียกให้หญิงสาวทั้งหลายเงียบกริบในพริบตาเดียว ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเสียงดัง 

“ดูเงียบๆ ได้มั้ย? ฉันเชื่อว่าพวกเธอทุกคนทำได้แน่!” เสียงอ่อนโยนที่ติดระอาหน่อยๆ ดังตามหลังมา 

“ขอโทษ เราจะไม่เสียงดังแล้ว!” หญิงสาวทั้งหลายรีบกล่าวขอโทษตามๆ กันโดยแต่ละคนทำหน้าเขินอาย ใช้สายตาที่เคลิบเคลิ้มมองเทพบุตรสองคนประจำโรงเรียน 

อู่เหมยสังเกตเห็นดาวเด่นประจำโรงเรียนที่ยืนอยู่สนามบาสเกตบอลตั้งนานแล้ว เหยียนหมิงซุ่นกับเหมยซูหาน 

เธอเพิ่งนึกออกว่าเหยียนหมิงซุ่นกับเหมยซูหานเป็นเพื่อนร่วมห้อง ทั้งคู่เป็นนักเรียนชั้นมัธยมปลายปีสองห้องสามและเป็นบุคคลมีชื่อเสียงของโรงเรียน 

เหยียนหมิงซุ่นเป็นคนเก่งด้านกีฬา หน้าตาคมเข้มติดเย็นชามักทำสีหน้าที่บอกเป็นนัยว่าไม่ให้คนนอกเข้าใกล้ แม้ผลการเรียนจะสู้เหมยซูหานไม่ได้แต่ก็ไม่ได้แย่ นักเรียนหญิงที่แอบชอบเขามีนับไม่ถ้วน ไม่ได้น้อยไปกว่าเหมยซูหานเลย 

เหมยซูหานมีรูปร่างผอมกว่า สุภาพบุรุษเรียบร้อย สถานะทางบ้านค่อนไปทางลำบากเลยมักใส่เสื้อตัวเก่าที่มีรอยซ่อมแซม เรียกให้คนรู้สึกสงสารปนเสียดาย อีกทั้งเขายังเป็นคนที่ได้อันดับหนึ่งที่ได้รับทุนการศึกษาเข้ามาในศึกษาต่อโรงเรียนอี้จง ผลการเรียนอันดับหนึ่งทุกเทอม ไม่มีใครสามารถเอาชนะได้จนถึงทุกวันนี้ 

นอกจากความมุ่งมั่นเข้มแข็งนี้ สิ่งที่ทำให้หญิงสาวทั้งหลายหวั่นไหวมากที่สุดคือถึงฐานะทางบ้านไม่ได้ดีนัก แต่เขาไม่เคยกล่าวโทษใคร ใบหน้ามีรอยยิ้มเสมอและชอบช่วยเหลือผู้อื่น มักให้ความช่วยเหลือนักเรียนที่ผลการเรียนแย่ จนเหล่าหญิงสาวต่างถูกรอยยิ้มอบอุ่นของเขาดึงดูดให้ตกหลุมพราง 

เหยียนหมิงซุ่น หรือ เหมยซูหาน 

นิสัยทั้งคู่ คนหนึ่งเย็นชาอีกคนอบอุ่น แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงแต่กลับมีอออร่าที่ไม่เหมือนกัน ล้วนเป็นเป้าหมายในการแอบชอบของหญิงสาวประจำโรงเรียนอี้จง บางคนชอบทั้งสองคนก็มี 

ใครใช้ให้ผู้ชายสองคนนี้มีเสน่ห์เกินไปกันล่ะ! 

คนหนึ่งเป็นประเภทดุดัน อีกคนประเภทอบอุ่น ไม่ว่าใครล้วนทำเอาพวกเธอใจสั่นเป็นแถว! 

เหยียนหมิงซุ่นเหลือบมองเหมยซูหานแวบหนึ่งถาม “เล่นต่อมั้ย?” 

เหมยซูหานส่ายหัวยิ้มๆ “ไม่ล่ะ ฉันต้องกลับไปทำกับข้าว ไว้นัดคราวหน้าแล้วกัน” 

เหยียนหมิงซุ่นตอบรับก่อนจะกอดลูกบาสเกตบอลตะโกนเรียกเหยียนหมิงต๋ากลับบ้าน นักเรียนที่ยืนล้อมดูเห็นว่าเลิกเล่นกันแล้วจึงสลายตัว มีเพียงกลุ่มนักเรียนหญิงที่ยังติดอยู่ในห้วงอารมณ์คอยมองจากอัฒจรรย์ มองเจ้าชายขี่ม้าขาวในใจพวกเธอจากที่ไกลๆ แค่นี้ก็สุขใจแล้ว! 

“เยวี่ยเยวี่ย เราชนะพวกเอ้อร์ปิ่งแล้ว!” 

เหยียนหมิงต๋าตาไวเห็นอู่เยวี่ยที่กำลังเดินอยู่ตรงถนนอย่างรวดเร็ว วิ่งเข้าไปหาด้วยความดีใจพร้อมทั้งฉีกยิ้มกว้าง 

อู่เยวี่ยย่นจมูกน้อยๆ เพราะมีกลิ่นเหงื่อจากตัวชายหนุ่มหลังเล่นกีฬาโชยมาเตะจมูกเธอ 

“พี่หมิงต๋าเก่งจังเลย เสียดายที่ฉันไม่ได้ดู” อู่เยวี่ยยิ้มหวาน 

“อีกสองวันเราจะแข่งกับซันจงล่ะ เยวี่ยเยวี่ยมาดูได้นะ” 

เหยียนหมิงต๋าเข้าไปใกล้อีกนิดทำให้อู่เยวี่ยต้องรีบถอยห่างสองก้าว แกล้งทำเป็นไอก่อนจะยกมือปิดจมูกถึงรู้สึกหายใจสะดวกหน่อย 

เหมยซูหานกับเหยียนหมิงซุ่นเดินเข้ามาทักทายอย่างมีมารยาท “สวัสดีครับอาจารย์อู่ สวัสดีครับอาจารย์แม่” 

ความคิดเห็น