facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ปี 1985 ดอกเหมยอย่างเธอได้ผลิบานกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ด้วยลิขิตที่ขีดไว้บน 'รอยแค้น'

ตอนที่ 17 เด็กที่ร้องไห้สิถึงจะมีนมกิน / ตอนที่ 18 หน้าตาที่ไม่ชวนให้ชอบใจ

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 เด็กที่ร้องไห้สิถึงจะมีนมกิน / ตอนที่ 18 หน้าตาที่ไม่ชวนให้ชอบใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ต.ค. 2563 17:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 เด็กที่ร้องไห้สิถึงจะมีนมกิน / ตอนที่ 18 หน้าตาที่ไม่ชวนให้ชอบใจ
แบบอักษร

ตอนที่ 17เด็กที่ร้องไห้สิถึงจะมีนมกิน 

อู่เยวี่ยเหลือบเห็นยางมัดผมพลางกล่าวอย่างไม่พอใจ “ใครให้เธอใช้ยางมัดผมของฉัน? ทำไมไม่ถามก่อนสักคำ?” 

หากเป็นปกติเฉกเช่นทุกวันหลังอู่เหมยโดนเหอปี้อวิ๋นทำโทษแล้วอู่เยวี่ยจะอารมณ์ดีมาก แค่ยางมัดผมถูกๆ เส้นหนึ่ง เธอจะสนใจหรือ? 

แต่อู่เหมยในวันนี้ให้ความรู้สึกที่แปลกไป ความรู้สึกที่ทำให้อู่เยวี่ยไม่พอใจเปรียบราวกับต้นหญ้าต่ำต้อยที่ปกติไม่อยู่ในสายตาผู้คน เธอมักเหยียบย่ำบนต้นหญ้านั่นทุกวัน กลับมีวันหนึ่งต้นหญ้านั่นไม่อยากให้เธอเหยียบอีกแล้ว เธอจะทนได้อย่างไร? 

อู่เยวี่ยก้าวไปข้างหน้าผลักอู่เหมยแรงๆ อู่เหมยครางฮึมในลำคอเจ็บจนต้องคู้ตัวลง เธอพยายามทนความเจ็บปวดไว้ค่อยๆ ยืดหลังตรง ชีวิตนี้เธอจะไม่ยอมก้มหัวต่อหน้าอู่เยวี่ยอีกเด็ดขาด! 

อู่เหมยไม่อยากสนใจอู่เยวี่ยเลยมุ่งหน้าไปทางประตู ชาตินี้เธอเกิดใหม่ในวัยเยาว์ไร้ความสามารถ ลำพังแค่เธอคนเดียวไม่อาจเอาชนะอู่เยวี่ยกับเหอปี้อวิ๋นได้แน่แท้ หากเธออยากมีชีวิตสบายเสียหน่อยก็ต้องมีคนคอยหนุนหลังเธอ 

แม้การกระทำของอู่เจิ้งซือในชาติก่อนจะทำให้อู่เหมยผิดหวังแต่เธอจำต้องยอมไปก่อนชั่วคราว เทียบกับน้ำมือโหดเหี้ยมของเหอปี้อวิ๋น อู่เจิ้งซือยังพอมีเหตุผลอยู่บ้าง ชาติก่อนผิดที่นิสัยเธอชอบเก็บอะไรไว้คนเดียว ทนความเจ็บไว้ไม่ให้อู่เจิ้งซือรู้สักนิด ปล่อยให้เหอปี้อวิ๋นกับอู่เยวี่ยทำร้ายตัวเอง 

‘เด็กที่รู้จักร้องไห้ถึงจะมีนมกิน’ ประโยคนี้พูดไว้ไม่มีผิด ตอนนี้เธอไม่มีอะไรติดตัว สิ่งเดียวที่พึ่งพาได้มีเพียงความสัมพันธ์พ่อลูกกับอู่เจิ้งซือที่แสนอนาถนั่นล่ะ 

เมื่ออู่เยวี่ยเห็นอู่เหมยเดินออกไปไม่พูดอะไรก็เริ่มลนลาน พลันตวาดกร้าว “อู่เหมย เธอจะทำอะไร?” 

อู่เหมยไม่ตอบ เปิดประตูออก อู่เจิ้งซือกำลังล้างหน้าในห้องน้ำ เขาเป็นบุคคลที่ให้ความสำคัญกับเรื่องภาพลักษณ์อย่างมาก ก่อนออกจากบ้านจะต้องจัดการตัวเองให้อยู่ในสภาพสะอาดสะอ้าน 

“พ่อคะ หนูเจ็บ...” 

อู่เหมยตบตีกับความคิดอยู่พักใหญ่ถึงเปล่งเสียงเรียกขานว่า ‘คุณพ่อ’ ออกมาได้ด้วยใจที่ขมขื่น เธอกอดตัวเองไว้ ความเจ็บแล่นริ้วขึ้นมาจากแผลบนตัวโดยไม่ต้องแสดงละครเลยสักนิด ไม่รู้วันนี้เป็นอะไรเหอปี้อวิ๋นถึงได้โมโหขนาดนั้น ลงไม้ลงมือหนักกว่าปกติเสียอีก 

อู่เจิ้งซือกำลังเช็ดหน้าพอดีก่อนเห็นลูกสาวคนเล็กมองตัวเองด้วยดวงตาปริ่มน้ำ ตัวคู้ลงท่าทางน่าสงสาร 

แน่นอนว่าสิ่งที่สร้างความตกตะลึงแก่เขาคือโฉมหน้าของลูกสาวคนเล็ก ในความทรงจำของเขานั้นอู่เหมยมีภาพลักษณ์ในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง หน้าตาสกปรกเสมอ ตอนเด็กยังน่ารักโดยเฉพาะไฝเสน่ห์สีแดงกลางหน้าผากนั่น ขณะที่ทักษะด้านการเรียนอันน่าสะพรึงของอู่เหมยยังไม่ถูกเปิดเผยให้รับรู้ อู่เจิ้งซือพอจะรักใคร่ลูกสาวคนเล็กอยู่บ้าง อีกทั้งมักพูดเล่นกับเหอปี้อวิ๋นบ่อยครั้งว่าหากลูกสาวคนเล็กของเขามีครบทั้งหน้าตาและความสามารถ ต้องเป็นคนสวยทั้งภายในและภายนอกคนหนึ่ง 

ใครจะรู้ว่าอู่เหมยเพิ่งเข้าเรียนปีแรกก็ทำเอาเขาโกรธจนแทบกระอักเลือด บวกลบเลขหลักสิบยังคิดไม่ได้ วิชาอื่นยิ่งแย่จนต้องถอนหายใจ ความรักที่อู่เจิ้งซือมีต่อลูกสาวคนเล็กนับวันยิ่งลดลงก่อนจะเทไปที่ตัวลูกสาวคนโตที่มีผลการเรียนดีเยี่ยม 

จากนั้นไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรหน้าตาของอู่เหมยในความทรงจำเขาเริ่มพร่ามัวเหลือเพียงสภาพหัวไม่เป็นระเบียบกับหน้าตาสกปรกโสมมจนเขาเองยังไม่อยากชายตามองสักนิด 

ภรรยาเขาบอกว่าลูกสาวคนเล็กนิสัยแปลกประหลาด หลายครั้งให้อู่เหมยมัดผมแต่อู่เหมยไม่ฟัง ยืนยันจะปล่อยผมสยาย ภายหลังอู่เจิ้งซือได้ว่ากล่าวหลายครั้งเช่นกันทว่าอู่เหมยหัวรั้นจะปล่อยผมเหมือนเดิม นานวันเข้าอู่เจิ้งซือจึงมั่นใจว่าอู่เหมยนิสัยแปลกประหลาด ความรักใคร่ที่มีจึงจางลงเรื่อยๆ 

 

ตอนที่ 18 หน้าตาที่ไม่ชวนให้ชอบใจ 

อู่เจิ้งซือมองอู่เหมยด้วยความตะลึง ลูกสาวคนเล็กที่รวบผมขึ้นสูงชวนให้นึกถึงตอนเด็กๆ จุดที่คุ้นตาที่สุดก็คือไฝเสน่ห์สีแดงกึ่งกลางหน้าผากนั่น รูปหน้าอ้วนกลมผอมซูบลงมากจนกลายเป็นรูปทรงไข่ องค์ประกอบอื่นๆ บนหน้ายิ่งเด่นชัดขึ้น 

คิ้วโก่งโค้งสีเข้มเป็นทรง ดวงตาสื่ออารมณ์ที่ชวนให้ชอบใจและไม่ชอบใจ! 

ในหัวของอู่เจิ้งซือมีกลอนสองประโยคโผล่ขึ้นมา ภาพลักษณ์ป่วยๆ ของอู่เหมยในตอนนี้ช่างคล้ายคลึงกับน้องสาวหลินที่ถูกบรรยายจากปลายปากกาของคุณถงเชา ต่างแค่ตรงไฝกลางหน้าผากนั่น 

จากสายตาของผู้ชายแล้วอู่เหมยเป็นคนสวยอย่างไม่ต้องสงสัย อู่เจิ้งซือกลับมุ่นคิ้วน้อยๆ ตระกูลอู่เป็นตระกูลค่อนข้างเข้มงวดและหัวโบราณ ไม่ว่าจะเรื่องเลี้ยงลูกสาวหรือเกณฑ์ในการเลือกลูกสะใภ้ เงื่อนไขสำคัญที่สุดคือความสง่าและความสามารถภายใน เรื่องรูปลักษณ์กลับเป็นเงื่อนไขรอง 

อู่เหมยหน้าตาเย้ายวนขนาดนี้แต่ไม่ได้มีความสง่าเลยสักนิด ที่สำคัญการเรียนย่ำแย่ แค่นึกถึงผลการเรียนที่แย่ยิ่งกว่าสิ่งใดหัวใจที่รู้สึกยินดีในคราแรกของอู่เจิ้งซือก็กลับเย็นยะเยือกลง 

สวยแล้วมีประโยชน์อะไร? 

อีกอย่างผู้หญิงที่หน้าตางดงามแบบนี้มักชีวิตสั้นมาตั้งแต่สมัยโบราณ แม้แต่คนในครอบครัวเธออาจจะเดือดร้อนไปด้วย เขาไม่รักใคร่ในเรื่องเงินทอง เขาแค่อยากใช้ชีวิตอย่างสงบสุข 

“เป็นอะไร?” อู่เจิ้งซือถามเสียงเรียบ 

อู่เหมยยิ่งเสียใจมากกว่าเดิม หากเป็นอู่เยวี่ยที่ร้องบอกเจ็บ อู่เจิ้งซือจะต้องระส่ำระส่ายยิ่งกว่ามดบนกระทะร้อนซะอีก 

“คุณพ่อคะ หนูเจ็บ หนูไม่ไปบ้านคุณปู่ได้มั้ย?” อู่เหมยอ้อนวอน 

อู่เจิ้งซือหน้านิ่ง วันนี้สำคัญกว่าวันปีใหม่ด้วยซ้ำไป ท่านผู้เฒ่ากำหนดไว้แล้วหากไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายห้ามใครขาดเด็ดขาด อู่เหมยจงใจขัดคำสั่งท่านผู้เฒ่าอย่างนั้นหรือ? 

“ปวดท้องเหรอ?” อู่เจิ้งซือถาม 

เหอปี้อวิ๋นเดินออกมาจากห้องเห็นอู่เหมยกำลังมองอู่เจิ้งซือน้ำตาคลอพอดี สิ่งที่ทำให้เธอโกรธมากที่สุดคือเจ้าเด็กนี่กลับรวบผมขึ้น เยวี่ยเยวี่ยบอกว่าแค่เธอเห็นหน้ายายนี่ก็หงุดหงิด ส่วนเธอเห็นก็หงุดหงิดโดยเฉพาะไฝเด่นกลางหน้าผากกระตุ้นให้ไฟโทสะที่ดับมอดไปเมื่อสักครู่พลุ่งพล่านอีกครั้ง 

“ร้องไห้ทำไม? ที่บ้านไม่ให้กินหรือไม่ให้เสื้อผ้าใส่หรือไง?” 

เหอปี้อวิ๋นพุ่งเข้ามาผลักอย่างแรง อู่เหมยตั้งตัวไม่ทันเป็นผลให้ล้มก้นจ้ำเบ้าไปกับพื้นสะเทือนแผลบนตัวให้เจ็บกว่าเดิม น้ำตาที่กักไว้ไม่ไหวอีกต่อไปได้พรั่งพรูลงมา 

“ยังมีหน้ามาร้องไห้? สอบได้คะแนนขายหน้าแบบนั้นยังมีหน้ามาร้องไห้ ฉันจะตีตัวไร้ประโยชน์อย่างแกให้ตายไปเลย!” 

ยิ่งเห็นอู่เหมยทำท่าอ่อนแอน่าสงสาร เหอปี้อวิ๋นก็โกรธหนักกว่าเดิมจนตาแทบลุกเป็นไฟ มองอู่เหมยด้วยสายตาเหมือนมองฆาตกรที่ฆ่าพ่อตัวเองก็ไม่ปาน 

ต่อให้มีชีวิตมาชาติที่สองอู่เหมยก็ยังไม่เข้าใจ ต่อให้เธอแย่ขนาดไหนแต่อย่างน้อยก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเหอปี้อวิ๋นไม่ใช่หรือ? 

เหตุใดเหอปี้อวิ๋นถึงปฏิบัติกับเธอโหดเหี้ยมยิ่งกว่าแม่เลี้ยงเสียอีก? 

หน้าตาของเธอในตอนนี้ดูน่ากลัวยิ่งกว่าเผ่ากินคน! 

“แม่ อย่าตีหนูเลย หนูเจ็บ!” 

อู่เหมยร้องไห้อ้อนวอนแต่ดวงตากลับมองไปที่อู่เจิ้งซือ หวังเพียงสักนิดว่าเขาจะยังสงสารตัวเองแล้วปกป้องเธอสักหน่อย 

อู่เจิ้งซือขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ กล่าวตำหนิ “เหมยเหมย แม่แค่ผลักลูกทีเดียวทำไมถึงเจ็บขนาดนั้น? เป็นเด็กเป็นเล็กห้ามพูดโกหก” 

“ยายเด็กคนนี้เสแสร้งเก่ง อายุแค่นี้ก็มารยายิ่งกว่าผู้ใหญ่ สมองน่ะไม่ใช้ตั้งใจเรียน แต่ใช้มันไปกับสิ่งชั่วร้ายพวกนี้หมดแล้ว” เหอปี้อวิ๋นราดน้ำมันบนกองไฟ 

อู่เหมยนึกโกรธในใจ เพราะเธอไม่รู้จักใช้มารยาต่างหากถึงได้ถูกอู่เยวี่ยวางแผนใส่จนตาย ในใจของเหอปี้อวิ๋นไม่ว่าเธอทำอะไรก็ล้วนผิดไปหมด อู่เยวี่ยตดยังว่าหอมเลย 

“หนูเจ็บจริงๆ นะคะ” 

อู่เหมยกัดฟันดึงชุดกระโปรงตรงลาดไหล่ลง ในเมื่อเธอยังไม่เติบโตเต็มที่อีกอย่างข้างในสวมเสื้อกล้ามตัวเล็กไว้แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรทั้งนั้น! 

ความคิดเห็น