facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ปี 1985 ดอกเหมยอย่างเธอได้ผลิบานกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ด้วยลิขิตที่ขีดไว้บน 'รอยแค้น'

ตอนที่ 13 เวรกรรม / ตอนที่ 14 คนไร้ความสามารถ ไม่มีทางประสบความสำเร็จ

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 เวรกรรม / ตอนที่ 14 คนไร้ความสามารถ ไม่มีทางประสบความสำเร็จ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ต.ค. 2563 17:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 เวรกรรม / ตอนที่ 14 คนไร้ความสามารถ ไม่มีทางประสบความสำเร็จ
แบบอักษร

ตอนที่ 13 เวรกรรม 

“โอ้ย!” 

อู่เหมยไม่ทันได้ตั้งตัว เนื้อขาวตรงช่วงแขนถูกเหอปี้อวิ๋นหยิกเป็นรอยหลายที เหอปี้อวิ๋นไม่เคยตบหน้าอู่เหมยเพราะตระกูลอู่เห็นความสำคัญเรื่องมารยาทอย่างมากและเข้มงวดต่อลูกหลานเป็นพิเศษ อย่างมากแค่ทำโทษโดยการใช้ไม้ตีมือ แต่ไม่เคยถึงกับตบตีลงใบหน้า เรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในตระกูลอู่มาก่อน 

ฉะนั้นการทำโทษที่เหอปี้อวิ๋นใช้กับอู่เหมยบ่อยที่สุดก็คือการหยิก นิ้วกลางกับนิ้วชี้จิกเนื้อแล้วหมุนเป็นวง 360 องศา ความจริงไม่น้อยไปกว่าการตบหน้าหรือฟาดลงตัว และแน่นอนว่าไม่มีใครเห็นรอยแผลที่เกิดขึ้นใต้ร่มผ้า  

ตั้งแต่แต่งงานกับเหมยซูหาน อู่เหมยก็ไม่เคยถูกตีอีกเลย พอมาเจอเหอปี้อวิ๋นหยิกทีเธอก็เจ็บจนน้ำตาไหล ใจคิดแต่จะวิ่งหนีออกไป 

เหอปี้อวิ๋นเป็นคนรักษาหน้าตา ยามอยู่ข้างนอกไม่เคยตีเธอมาก่อน ปัจจุบันเธออายุยังน้อยนักอีกทั้งหัวเซี่ยเชิดชูเรื่องกตัญญูที่สุด ไม่มีทางขัดขืนเหอปี้อวิ๋นได้เลย 

คนหัวเซี่ยมักมีประโยคติดปากคือ สิ่งใดที่พ่อแม่ทำ ต่อให้ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง แต่พ่อแม่เป็นคนให้กำเนิดมา แล้วจะต่อต้านพ่อแม่ได้อย่างไร? 

อกตัญญู! 

มีคำว่าอกตัญญูติดสอยห้อยอยู่ ต่อให้เธอมีความสามารถล้นฟ้าก็ไม่อาจทำอะไรได้ น้ำลายจากปากคนทั้งประเทศพอจะกลบเธอจนมิด! 

เหอปี้อวิ๋นเห็นลูกสาวคนเล็กที่เชื่อฟังเสมอมาตลอดคิดจะหลบหนี ไฟโทสะจึงยิ่งพุ่งสูง ออกแรงกระชากให้อู่เหมยที่ไม่ทันตั้งตัวเข้ามาชนอกเหอปี้อวิ๋น สองมือของเหอปี้อวิ๋นฉับไวไล่หยิกอู่เหมยตามตัว 

“ยังมีหน้าวิ่งหนีอีก? แปดคะแนนก็ทำมาได้? เก่งจังเลยนะ พี่สาวของเธอสอบได้ที่หนึ่งของโรงเรียนทุกครั้ง เธอกลับได้ที่โหล่ เทียบพี่สาวของเธอไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้วเท้าด้วยซ้ำ ทำไมฉันถึงคลอดลูกไม่เอาไหนอย่างเธอออกมาได้นะ หา? ถ้ารู้แต่แรกว่าเธอมันโง่แบบนี้ น่าจะบีบคอให้ตายตั้งแต่เกิดก็ดี!” 

เหอปี้อวิ๋นก่นด่าเสียงต่ำ ดวงตาแดงก่ำ เธอไม่อาจชอบลูกสาวคนเล็กที่โง่เขลาคนนี้ได้เลยสักนิด เพราะต้องคลอดเจ้าลูกคนนี้เธอจึงสูญเสียโอกาสมีลูกชายเพิ่มอีกคน 

เธอเสียสละมากขนาดนี้แต่กลับได้สิ่งตอบแทนที่แสนขาดทุน จะไม่ให้เธอเกลียดได้อย่างไร? 

เหอปี้อวิ๋นยิ่งคิดก็ยิ่งเกลียดและหยิกแรงขึ้นเรื่อยๆ อู่เหมยเจ็บจนหายใจไม่ออก น้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาไม่หยุดแต่ไม่กล้าตะโกนเสียงดัง เหอปี้อวิ๋นรักษาหน้าตาตัวเองที่สุด หากเธอตะโกนเสียงดังให้คนข้างบ้านรู้เข้า เกรงว่าเหอปี้อวิ๋นจะทำรุนแรงกว่าเดิม 

อู่เยวี่ยยืนมองอยู่ในห้องอย่างรื่นเริงใจ กระตุกยิ้มมุมปากน้อยๆ อย่างอารมณ์ดี ทุกครั้งที่เห็นคุณแม่สั่งสอนอู่เหมย เธอจะอารมณ์ดีทุกครั้งและเกิดความอยากอาหารมากเป็นพิเศษ 

เธอต่างหากที่เป็นความภาคภูมิใจของครอบครัว และลูกรักของพ่อแม่ เจ้าโง่อู่เหมยมีสิทธิ์อะไรมาเป็นพี่น้องกับเธอ? 

ไม่มีสิทธิ์กระทั่งเป็นคนรับใช้ให้เธอด้วยซ้ำ! 

อู่เหมยยกสองมือกอดหัวหลบหนีการรุกรานจากเหอปี้อวิ๋นไม่หยุด แต่เหอปี้อวิ๋นไวเกินไป ภายในเวลาสั้นๆ ไม่กี่นาทีเธอก็แสบร้อนไปทั้งตัว ความเจ็บจุกเข้าที่อกทำให้น้ำตาเธอไหลไม่หยุด ไม่ต้องดูก็รู้ว่าเธอต้องช้ำไปทั้งตัวแน่ๆ 

เหอปี้อวิ๋นเห็นท่าทางขี้ขลาดไม่กล้าส่งเสียงของอู่เหมย ไม่ใช่แค่ไม่หายโกรธแต่กลับโกรธหนักกว่าเดิม เธอเป็นคนขี้โมโห ไม่ชอบคนประเภทไม่เอาไหนหรือคนขี้ขลาดตาขาว มัวแต่ให้คนอื่นรังแกแล้วยังไม่กล้าตอบโต้ 

อู่เหมยที่มีนิสัยเก็บทุกสิ่งไว้กับตัวเองและเชื่อฟังทุกอย่าง เธอจึงยิ่งไม่ชอบใจ มีตรงไหนที่เหมือนเธอบ้าง? 

หากไม่ใช่เพราะวันนั้นมีแค่เธอคลอดลูกในโรงพยาบาล ก็คงคิดไปแล้วว่าอู่เหมยเป็นเด็กที่เธออุ้มผิดมา เด็กไม่เอาไหนอย่างนี้เหมือนเธอตรงไหนกัน? 

เรียกได้ว่ายามเกลียดใครสักคน ไม่ว่าคนๆ นี้จะทำอะไรก็เป็นความผิดอยู่ดี หากอู่เหมยขัดขืนเหอปี้อวิ๋นจะหาว่าเธอไม่เอาไหน หากอู่เหมยขัดขืนเหอปี้อวิ๋นจะรู้สึกว่าตัวเองเสียหน้า เกรงว่าจะลงมือหนักกว่าเดิม 

อู่เหมยรู้อารมณ์เหอปี้อวิ๋นเป็นอย่างดีเลยยอมทนเงียบๆ ไม่คิดหลบหนีอีกต่อไป รอเหอปี้อวิ๋นระบายอารมณ์เสร็จหรือเหนื่อยแล้ว เหอปี้อวิ๋นจะหยุดเอง อย่างไรเสียก็แค่แผลนอกกาย ไม่ถึงกับตายหรอก  

 

ตอนที่ 14 คนไร้ความสามารถ ไม่มีทางประสบความสำเร็จ  

เป็นอย่างที่อู่เหมยคิด เมื่อเหอปี้อวิ๋นเมื่อยมือจึงเปลี่ยนไปหยิบไม้ขนไก่มาฟาดหลายที ทั้งที่ตัวเองก็หอบจนแทบไม่ไหว เห็นอู่เหมยขุดคู้ตัวสั่นอยู่มุมกำแพง แค่นเสียงใส่อย่างนึกรังเกียจ อยากจะฟาดอีกหลายทีประตูกลับถูกผลักเข้ามา เหอปี้อวิ๋นรีบโยนไม้ขนไก่ใส่หลังตู้ทันที่ 

“เกิดอะไรขึ้น?” 

เสียงน่าเกรงขามของอู่เจิ้งซือดังขึ้น รูปร่างของเขาสูงโปร่ง หน้าตาสะอาดสะอ้าน สวมแว่นตากรอบทองและใต้คางสะอาดหมดจดไร้ตอหนวด ดูท่าทางอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงๆ เสียอีก ดูอ่อนเยาว์กว่าเหอปี้อวิ๋นด้วยซ้ำไปทั้งที่เขาอายุมากกว่าเหอปี้อวิ๋นหลายปี 

อู่เหมยที่เจ็บจนสมองพร่ามัวได้ยินเสียงอู่เจิ้งซือ ตัวสั่นระริก หากเป็นชาติก่อนทุกครั้งที่เธอถูกเหอปี้อวิ๋นตีมักจะวิ่งไปร้องคร่ำครวญกับอู่เจิ้งซือ เทียบกับเหอปี้อวิ๋นแล้วแม้อู่เจิ้งซือจะชื่นชอบอู่เยวี่ยมากกว่าแต่ก็มีความเที่ยงตรงมากกว่า 

หากรู้ว่าเหอปี้อวิ๋นตีอู่เหมย เขาจำต้องตำหนิเหอปี้อวิ๋นให้เธอใช้เหตุผลในการคุยกับลูก แม้การตำหนิด้วยวิธีนี้จะไม่เป็นผลต่อเหอปี้อวิ๋นมากเท่าไร แต่ก็ทำให้อู่เหมยรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง 

หากแต่ตอนนี้อู่เหมยกลับไม่อยากเร่เข้าไปเรียกร้องความเห็นใจหรือคำปลอบโยนที่น้อยนิดจนน่าสงสารจากอู่เจิ้งซือ ความคิดของอู่เจิ้งซือกับเหอปี้อวิ๋นเหมือนกัน เธอเป็นดั่งโคลนชั้นต่ำ อู่เยวี่ยเป็นดั่งเมฆที่อยู่สูง ไม่อาจนำมาเปรียบเทียบได้เลยสักนิด 

เหอปี้อวิ๋นฟ้องด้วยความโกรธ “เจ้าลูกไม่เอาไหน สอบวัดผลวิชาคณิตศาสตร์รอบนี้ได้แปดคะแนน ภาษาอังกฤษสิบแปดคะแนน ภาษาสี่สิบคะแนน ทุกอย่างได้ที่โหล่หมด ทำเราสองคนต้องอับอายขายหน้าหมดแล้ว” 

อู่เจิ้งซือมุ่นคิ้วตวัดมองลูกสาวคนเล็กที่ขุดคู้ตัวเป็นก้อนกลมด้วยความไม่พอใจ แม้จะไม่คาดหวังอะไรกับผลการเรียนของลูกสาวคนเล็กแต่พอได้ยินผลคะแนนนี้ เขาก็ไม่พอใจมากอยู่ดี 

ฉับพลันเขาเข้าใจทันทีว่าเหตุใดภรรยาถึงต้องลงมือทำโทษ คะแนนนี้ไม่ได้ช่วยสร้างหน้าสร้างตาแก่สองสามีภรรยาเลย! 

อู่เยวี่ยเดินเข้ามาหลังจากเห็นอู่เจิ้งซือเข้ามา เก็บรอยยิ้มสะใจเมื่อครู่ก่อนจะเผยยิ้มหวานน่ารักที่เป็นอาวุธประจำกาย กล่าวเสียงอ่อนโยน “คุณพ่อคุณแม่อย่าโกรธไปเลย เหมยเหมยน่าจะลืมความรู้ของเทอมก่อนไปหมดเพราะปิดเทอมไปนาน หนูจะหาเวลาว่างสอนเธอเอง ต้องมีพัฒนาการแน่ๆ” 

อู่เจิ้งซือคลายหัวคิ้วที่ชนกันพลางยิ้มให้ลูกสาวคนโตอย่างรักใคร่ ก่อนหน้านี้คุณครูประจำชั้นของอู่เยวี่ยได้โทรหาเขาว่าครั้งนี้อู่เยวี่ยสอบวัดผลได้อันดับหนึ่งของโรงเรียนและนำอันดับสองอยู่สิบกว่าคะแนน 

โชคดี โชคดี เขายังมีลูกสาวคนโตแสนรู้และช่างเอาใจใส่ พอจะให้เขายืดอกต่อหน้าผู้คน ส่วนลูกสาวคนเล็กไม่เอาไหนนั่น ช่างเถอะ ถือว่าเลี้ยงคนที่ไม่เอาการเอางานคนหนึ่ง พอโตแล้วก็หาผู้ชายธรรมดามาแต่งงานด้วยซะ! 

“สอนทำไม โคลนเน่าๆ จะอุดรูกำแพงได้ยังไง เยวี่ยเยวี่ยลูกเรียนของลูกไป ไม่ต้องสนน้องสาวของลูก จะได้ไม่ส่งผลกระทบต่อการเรียนของลูก พ่อแม่ยังต้องหวังพึ่งให้หนูมาสร้างหน้าสร้างตาให้อยู่นะ!” 

เหอปี้อวิ๋นหันมาตวาดด่าอู่เหมยอย่างโกรธเคืองก่อนถึงหันไปยิ้มกล่าวเสียงอ่อนด้วยความเมตตาต่ออู่เยวี่ย เปลี่ยนสีหน้าเร็วจนน่าตกใจ 

อู่เหมยพอจะมีแรงบ้างแล้ว ได้ยินถ้อยคำของอู่เยวี่ยก็แค่นยิ้มในใจ เป็นคนทำยังกล้าออกมาพูด หากไม่ใช่เพราะเธอฟ้องเหอปี้อวิ๋นแล้วจะมีทางรู้คะแนนสอบของเธอได้อย่างไร? 

พออู่เจิ้งซือกลับมาอู่เยวี่ยกลับเสแสร้งว่าจะสอนการบ้านให้ตัวเองเพื่อรักษาภาพลักษณ์พี่สาวแสนดีในใจของอู่เจิ้งซือ ช่างเล่นละครได้เฉียบคม หน้าไหว้หลังหลอกจริงๆ มิน่าถึงได้ดิบได้ดีในตระกูลเหยียน เพราะหลอกปั่นหัวเหยียนหมิงต๋าจนอยู่หมัดได้ 

ความคิดเห็น