facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ปี 1985 ดอกเหมยอย่างเธอได้ผลิบานกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ด้วยลิขิตที่ขีดไว้บน 'รอยแค้น'

ตอนที่ 9 ไฝสีแดงกลางหน้าผาก / ตอนที่ 10 ไม่สวย?

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 ไฝสีแดงกลางหน้าผาก / ตอนที่ 10 ไม่สวย?

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ต.ค. 2563 17:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 ไฝสีแดงกลางหน้าผาก / ตอนที่ 10 ไม่สวย?
แบบอักษร

ตอนที่ 9 ไฝสีแดงกลางหน้าผาก 

เหยียนหมิงซุ่นแคะหูพลางหันมองไปทางต้นเสียงพบว่าเป็นเด็กผู้หญิงปล่อยผมสยายและที่นั่งอยู่ข้างๆ คือน้องชายของเขาเอง รวมถึงเด็กผู้หญิงหน้าตาโดดเด่นตัวโตกว่าหน่อย เขาจำได้ลางๆ ว่าเธอชื่ออู่เยวี่ย 

พี่น้องที่มีภาพลักษณ์แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงคู่นี้เหยียนหมิงซุ่นยังพอจดจำได้บ้าง ความจำของเขาดีเยี่ยม แค่มองแวบเดียวหรือเคยฟังครั้งเดียวก็สามารถจดจำคนคนนั้นฝังหัวได้หลายสิบปีก็ไม่ลืม 

พี่น้องตระกูลอู่พักอยู่อาคารเดียวกับเขา เขาย่อมรู้จักดีเป็นทุนเดิมอีกทั้งยังรู้เรื่องราวของครอบครัวนี้ไม่น้อย อย่างเช่นคุณพ่อคุณแม่อู่ลำเอียง ความสัมพันธ์ที่ดีเพียงฉาบหน้าของอู่เยวี่ยกับอู่เหมย ชีวิตอันน่าเศร้ายิ่งกว่าหนอนตัวหนึ่งของอู่เหมย เขารู้ดีทุกอย่างเพียงแต่เขาไม่ได้ให้ความสนใจ 

คนที่ไม่สำคัญเท่านั้นเอง เกี่ยวอะไรกับเขาล่ะ? 

แต่เสียงของน้องสาวคนนี้กลับน่าฟังไม่น้อย เหยียนหมิงซุ่นแคะหูอีกทีและคงท่าทีนิ่งเฉย เสียงที่ไพเราะน่าฟังสักแค่ไหนก็ทำอะไรเขาไม่ได้ นั่นเป็นแค่คนที่ไม่สำคัญอะไรกับเขา! 

อู่เหมยใจหม่นลง เธอลืมได้อย่างไรว่าเหยียนหมิงซุ่นเป็นคนไร้หัวใจ ระหว่างเธอกับเขาไม่นับว่าเป็นคนรู้จักด้วยซ้ำ เขาจะมาแบกเธอทำไมกัน? 

เฮ้อ! หยุดเล่นละครต่อดีกว่า เดินกลับไปเองเถอะ ยังไงซะเธอก็ไม่มีทางยอมรับความช่วยเหลือจากเหยียนหมิงต๋าแน่นอน แค่คิดก็รู้สึกไม่ดีแล้ว 

“ฉันหายดีหน่อยแล้ว ขอบคุณนะพี่หมิงต๋า ฉันเดินกลับไปเองดีกว่า” อู่เหมยค่อยๆ ลุกขึ้นยืนขณะที่ก้าวเดินไปข้างหน้าโดยใช้มือกุมท้องไว้ แสดงละครก็ต้องแสดงให้ถึงที่สุด อย่าเผยไต๋ออกมาเด็ดขาด 

เธอในชาติก่อนไม่รู้จักแสดงละครถึงได้โดนคนอื่นรังแกจนตาย ชีวิตนี้เธอจะต้องแสดงละครชุดใหญ่ เอาให้ตายไปข้างเลย! 

เหยียนหมิงต๋าเป็นคนซื่อตรง ไม่ทันครุ่นคิดอะไรหลงคิดว่าอู่เหมยหายเป็นปกติแล้วจริงๆ จึงลุกขึ้นยิ้มซื่อๆ ให้อู่เยวี่ย “เยวี่ยเยวี่ย จะมาดูพวกเราเล่นบาสมั้ย?” 

อู่เยวี่ยปิดปากยิ้มเขิน “ไม่ล่ะ คืนนี้ฉันต้องไปหาคุณปู่ จะสายไม่ได้ พี่หมิงต๋าต้องสู้ๆ นะ!” 

“เยวี่ยเยวี่ยไว้ใจได้เลย ฉันจะเอาขนะพวกเอ้อร์ปิ่งให้ได้!” เหยียนหมิงต๋าได้กำลังใจจากคนที่ชอบ ยิ้มจนปากแทบฉีกและดูซื่อเหมือนหมีโคอาล่า ไม่ได้ดูดีเหมือนพี่ชายของเขาเลย 

“หมิงต๋าอย่ามัวแต่ชักช้า!” 

เหยียนหมิงซุ่นเร่งเร้าอย่างไม่สบอารมณ์และกำลังมุ่งหน้าเดินไปทางสนามบาสแล้ว เสียงของเขาเย็นชาเหมือนใบหน้าของเขา เย็นยะเยือกราวกับเกล็ดน้ำแข็ง อู่เหมยเผลอมองไปทางเขาพลางสบตาเข้าพอดี เธอสะดุ้งรีบก้มหน้าลงก่อนจะเงยหน้าสบตาเหยียนหมิงซุ่นด้วยความใจกล้าอย่างรวดเร็ว 

หากไม่มีแม้แต่ความกล้าที่จะสบตาเหยียนหมิงซุ่น ในอนาคตจะเป็นเพื่อนกับเขาได้อย่างไร? 

อู่เหมยฮึดสู้ กล้ามองแค่ตรงใต้คางอีกฝ่าย แม้แต่เช่นนี้แล้วเธอยังมองจนลำคอแห้งผากเพราะความตกใจเป็นสาเหตุหลัก อีกอย่างเป็นเพราะลูกกระเดือกของเหยียนหมิงซุ่นดูเซ็กซี่เกินไป บอกได้ว่าสมบูรณ์แบบมาก อู่เหมยตั้งรับกับลูกกระเดือกนี้ไม่ไหว ที่เลือดกำเดาไม่ไหลเพราะร่างกายยังวัยเยาว์นัก ประจำเดือนก็ยังไม่ทันมาด้วยซ้ำแล้วจะมีเลือดกำเดาเพราะเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร! 

ทันทีที่รู้ตัวว่าสภาพตัวเองไม่ค่อยมีมารยาทเท่าไร อู่เหมยรีบยกแขนทัดผมข้างหนึ่งเพื่อเปิดใบหน้าครึ่งหนึ่ง เรียกกำลังใจก่อนจะยิ้มมุมปากถือเป็นการทักทายที่พึ่งคนนี้ 

เหยียนหมิงซุ่นเห็นทุกอิริยาบถของอู่เหมย ทแม้เธอจะขี้กลัวเหมือนหนูที่กลัวเขาแทบตาย แต่ไม่รู้ใจกล้ามาจากไหนถึงมาท้าทายตัวเขา แต่ท่าทางเหมือนสุนัขพันธุ์ปั๊กตัวน้อยๆ นั้นช่างดูน่าสนใจเสียจริง และแล้วเธอก็ดึงดูดความสนใจจากเหยียนหมิงซุ่นได้สำเร็จ 

อู่เหมยสางผมยาวให้เปิดใบหน้าใสชัดเจน ผิวขาวซีดเพราะไม่ได้สัมผัสแดดเป็นเวลานานและดูมีน้ำมีนวล ขาวใสจนเห็นเส้นเลือดใต้ผิวหนัง แม้ดูเหมือนคนป่วยแต่ก็ดูสวยไปอีกแบบ 

รวมถึงไฝสีแดงเลือดเม็ดเล็กขนาดถั่วเขียวกึ่งกลางหน้าผาก ทำให้ใบหน้าที่อ่อนเยาว์สมกับวัยกลับดูยั่วยวนเล็กน้อยเพราะไฝเสน่ห์เม็ดนี้ 

นึกไม่ถึงว่าลูกสาวคนเล็กของตระกูลอู่ไม่ได้ขี้เหร่เหมือนที่ลือกัน แถมยังเป็นคนสวยที่แท้จริงอีกต่างหาก! 

น่าสนใจจริงๆ! 

เหยียนหมิงซุ่นแย้มมุมปากน้อยๆ อย่างผิดปกติ รู้ตัวอีกทีเหยียนหมิงซุ่นก็หงุดหงิดที่เขาไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ ไม่ควรเอาเสียเลย 

 

ตอนที่ 10 ไม่สวย? 

เมื่ออู่เหมยได้รับการตอบรับจากเหยียนหมิงซุ่น อารมณ์ที่เศร้าโศกพลันสดใสขึ้นมาทันตา เจ้าหมอนี่ยิ้มให้เธอล่ะ บ่งบอกว่าเขาน่าจะไม่ได้เกลียดเธอสินะ? 

“บ๊ายบายพี่หมิงซุ่น!” อู่เหมยปล่อยผมลงมาอีกครั้งพลางโบกมือลาเหยียนหมิงซุ่นก่อนจะเดินไปที่อาคารบ้านพัก 

วันแรกของการเกิดใหม่เธอก็ได้เจอบุคคลเก่งกาจแบบนี้แถมยังมีปฏิสัมพันธ์ที่ค่อนข้างดี บิงโก! อนาคตต้องดียิ่งๆ ขึ้นไปอีกแน่ๆ สู้! 

เหยียนหมิงซุ่นได้ยินเสียงหวานราวกับขนมบัวลอยจากดอกกุ้ยฮวาของสาวน้อย ก็อดยิ้มมุมปากไม่ได้ เหยียนหมิงต๋าที่ยืนข้างๆ กลับทำหน้าสงสัย “พี่ พี่สนิทกับเหมยเหมยตั้งแต่เมื่อไหร่? เมื่อก่อนเหมยเหมยเห็นพี่เหมือนหนูเห็นแมวอ่ะ!” 

เหยียนหมิงซุ่นไม่ชอบการเปรียบเปรยนี้เท่าไร จึงถลึงตาใส่เหยียนหมิงต๋าอย่างไม่พอใจไปหนึ่งที เหยียนหมิงต๋าหัวเราะคิกคัก “ผมไม่ได้พูดผิดสักหน่อย เยวี่ยเยวี่ยบอกว่าน้องสาวเธอไม่ค่อยกล้าเจอคนแปลกหน้าเพราะไม่สวย นิสัยแปลกประหลาดเลยชอบประมาณตัวเองต่ำ” 

“อู่เหมยไม่สวยเหรอ?” เหยียนหมิงซุ่นถามย้อน 

“ใช่สิ เยวี่ยเยวี่ยเป็นคนบอกเอง ผมว่าก็น่าจะใช่ ถ้าสวยจริงทำไมอู่เหมยถึงต้องปล่อยผมสยายทุกวัน ทำเอาเด็กผู้หญิงดีๆ คนหนึ่งเหมือนผีไปเลย” เหยียนหมิงต๋าพูดถึงเยวี่ยเยวี่ยแทบทุกประโยคทำเอาเหยียนหมิงซุ่นอดมุ่นคิ้วไม่ได้ 

ทั้งที่อู่เหมยสวยกว่าอู่เยวี่ยหลายสิบเท่า ทำไมอู่เยวี่ยถึงว่าน้องสาวตัวเองอย่างนั้นล่ะ? 

อีกอย่างดูจากการกระทำของอู่เหมยเมื่อสักครู่ ก็ไม่เห็นว่านิสัยแปลกประหลาดตรงไหน แต่เรื่องขี้กลัวนี่ท่าจะจริง แต่จุดนี้ไม่ได้แปลกสักหน่อย ปล่อยให้ผมยาวสยายปรกใบหน้านานนับปีและไม่มีทีท่าว่าจะใจกล้าขึ้นมา สามีภรรยาอู่เจิ่งซือเหมือนจะไม่ชอบใจต่อลูกสาวคนเล็กคนนี้จริงๆ ด้วย! 

“แกชอบอู่เยวี่ยเหรอ?” จู่ๆ เหยียนหมิงซุ่นก็ถามขึ้น 

ใบหน้าของเหยียนหมิงต๋าแดงปลั่งราวกับลูกตำลึงก็ไม่ปาน แม้จะเป็นเพียงเด็กชายอายุสิบสี่ปีแต่ก็เข้าใจเรื่องระหว่างชายหญิงพอสมควรจึงไม่คุ้นชินกับคำถามตรงไปตรงมาของเหยียนหมิงซุ่น 

“อู่เยวี่ยไม่เหมาะกับแก ทางที่ดีอย่าไปชอบเลย” เหยียนหมิงซุ่นกล่าวอีกประโยค เหยียนหมิงต๋าแย้งทันที 

“พี่ไม่รู้จริงก็อย่าพูดมั่ว ผมกับเยวี่ยเยวี่ยโตมาด้วยกัน ทำไมถึงไม่เหมาะ?” 

“เป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็กต้องเหมาะสมกันเหรอ? งั้นแกก็เหมาะสมกับอาฮวาที่คุณปู่เลี้ยงมามากกว่าน่ะสิ อาฮวาเป็นเพื่อนกับแกตั้งแปดปี ตระกูลอู่เพิ่งย้ายมาไม่กี่ปีนี้เอง” เหยียนหมิงซุ่นตอบกลับอย่างใจเย็น 

เหยียนหมิงต๋าโกรธจนทำแก้มพองลม คำรามเสียงต่ำ “พี่พูดบ้าอะไรเนี่ย อาฮวาเป็นแมว ผมเป็นคน คนกับแมวอยู่ด้วยกันได้เหรอ? ผมชอบเยวี่ยเยวี่ย และต้องแต่งงานกับเธอเท่านั้น” 

“แล้วแต่ การแต่งงานของแกไม่ได้เกี่ยวกับฉัน” 

เหยียนหมิงซุ่นไม่ได้สนใจจะพูดคุยถกเถียงเรื่องความรักของน้องชายนัก อีกอย่างเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องให้เขากังวล ถานซูฟางระแวงเขายิ่งกว่าโจร คิดแต่อยากจะให้ลูกชายตัวเองได้ดิบได้ดี อู่เยวี่ยเป็นลูกสาวของคุณครูธรรมดาคนหนึ่ง ไม่มีทางเข้าตาถานซูฟางอยู่แล้ว 

อู่เยวี่ยรีบเดินตามอู่เหมยให้ทัน เธอรู้สึกว่าวันนี้น้องสาวตัวเองแปลกไปอย่างมากเหมือนมีตรงไหนที่ไม่เหมือนเดิม แต่จะให้บอกว่าแปลกไปตรงไหนเธอก็อธิบายไม่ถูก “เหมยเหมย ยังปวดท้องอยู่หรือเปล่า?” อู่เยวี่ยถามด้วยเสียงอ่อนโยน 

“ดีขึ้นเยอะแล้ว” อู่เหมยก้มหน้าตอบเสียงนิ่ง 

“ไม่ปวดก็ดีแล้ว” 

อู่เยวี่ยเห็นว่ารอบข้างไร้ผู้คนเลยหุบรอยยิ้มเดินไปเองเพียงลำพังโดยไม่คิดจะสนใจน้องสาวด้านหลังอีก ตระกูลอู่พักอยู่ชั้นสองห้องขวาสุด ระเบียงยาวเต็มไปด้วยโต๊ะเรียนเรียงเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ บนโต๊ะเรียนมีทั้งเตาและเขียง เนื่องด้วยกลิ่นควันจากกระทะที่เผาไหม้รุนแรงเกินไป ทุกคนจึงต่างย้ายห้องครัวไปที่ระเบียงกันโดยมิได้นัดหมายเพราะทั้งสะอาดทั้งประหยัดพื้นที่ 

ความคิดเห็น