facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ปี 1985 ดอกเหมยอย่างเธอได้ผลิบานกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ด้วยลิขิตที่ขีดไว้บน 'รอยแค้น'

ตอนที่ 7 เสาหลัก / ตอนที่ 8 พี่ชาย แบกฉันทีได้ไหม

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 เสาหลัก / ตอนที่ 8 พี่ชาย แบกฉันทีได้ไหม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ต.ค. 2563 17:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 เสาหลัก / ตอนที่ 8 พี่ชาย แบกฉันทีได้ไหม
แบบอักษร

ตอนที่ 7 เสาหลัก 

อู่เยวี่ยสัมผัสได้ถึงสายตาที่เปลี่ยนไปของคนรอบข้างจึงแอบก่นด่าอู่เหมยในใจเสียยกใหญ่ ตั้งใจว่าหลังกลับบ้านไปต้องฟ้องเพิ่มอีกกรณีที่เมื่อวานอู่เหมยทดสอบภาษาอังกฤษได้แค่สิบแปดคะแนน ครองอันดับสุดท้ายของโรงเรียนไปเหมือนเดิม คุณแม่จะต้องปิดประตูอบรมสั่งสอนอู่เหมยสักทีแน่ๆ 

นึกถึงภาพอันเลวร้ายที่อู่เหมยต้องกลับไปเจอ อู่เยวี่ยก็อารมณ์ดีขึ้นไม่น้อยรีบย่อตัวนั่งลงและถามอย่างเป็นห่วงว่า “เหมยเหมยทำไมถึงปวดท้องล่ะ? พี่ผิดเองที่ประมาท ได้แต่คิดว่าจะได้ไปหาคุณปู่ไม่สายเลยไม่ทันสังเกตว่าเธอไม่สบาย ขอโทษนะเหมยเหมย พี่จะแบกเธอเอง!” 

ทุกคนได้ยินถ้อยคำนี้สีหน้าก็ผ่อนคลายลง สิ่งที่ชอบดูคือภาพที่พี่น้องรักใคร่กลมเกลียวแบบนี้แหละ น่าอบอุ่นใจจะตาย อู่เยวี่ยช่างเป็นพี่สาวที่อ่อนโยน ไม่ทำให้คุกคนผิดหวังจริงๆ 

อู่เหมยพยายามหักห้ามใจไม่ให้หลีกเลี่ยงมือของอู่เยวี่ย มือคู่นี้นี่เองที่ผลักเธอตกจากตึกชั้นสามสิบสาม ต่อให้เกิดใหม่อีกครั้งเธอก็ไม่อาจลืมสัมผัสเย็นเฉียบที่ดันอยู่ตรงหน้าอกเธอได้ โหดร้ายราวกับงูพิษก็ไม่ปาน 

“ขอบคุณค่ะพี่ หนูพักแป๊บหนึ่งก็เดินต่อได้แล้ว ถ้าคุณแม่เห็นพี่แบกหนู จะต้องด่าหนูแน่ๆ” อู่เหมยพูดเสียงอ่อน 

ทุกคนทำหน้าตกใจอีกครั้ง เรื่องที่สองสามีภรรยาตระกูลเหอลำเอียงต่อลูกสาวคนโตนั้นไม่ใช่ความลับสำหรับอาคารบ้านพักครูนี้แล้ว แน่นอนว่าหากเป็นพวกเขาก็คงมอบความรักให้กับลูกสาวคนโตที่ทั้งสวยทั้งเป็นเด็กดีคนนี้มากกว่าหน่อย แต่พอฟังน้ำเสียงอู่เหมยแล้ว คิดว่าความลำเอียงนี้คงรุนแรงไม่น้อย! 

อู่เยวี่ยสีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย พลันเอะใจกับท่าทีผิดปกติของอู่เหมย วันนี้เจ้าโง่นี่เป็นอะไรกันแน่ เมื่อก่อนเธอคงไม่มีวันพูดอย่างนี้ออกมาแน่นอน หรือว่ามีคนยุยงอู่เหมย? 

อู่เหมยนึกเสียใจ เธอควรควบคุมอารมณ์ให้ดี ตอนนี้เธอยังต้องพึ่งตระกูลอู่จึงไม่ใช่เวลาที่จะมาฉีกหน้ากัน อดทนไว้ก่อน จะทำให้เสียการใหญ่ไม่ได้ 

“โอ๊ย! พี่แบกหนูเถอะ หนูปวดท้อง” อู่เหมยร้องครางเสียงดังกว่าเดิม เสียงอ่อนหวานนั่นเรียกให้คนฟังใจสั่นไหวและยังรู้สึกสงสารจับใจ 

“เยวี่ยเยวี่ยพาน้องไปส่งห้องพยาบาลเถอะ เห็นเธอปวดขนาดนี้ อย่าบอกนะว่าไส้ติ่งอักเสบ?” มีคนเสนอความคิดเห็น 

อู่เหมยสะดุ้งกลัวจนตัวสั่นกึก แย่แล้ว เสแสร้งมากเกินไป คุณย่าหยางประจำห้องพยาบาลตาดีมาก หากเธอไปความต้องแตกแน่ อู่เหมยพูดเสียงเล็กเสียงน้อย “พี่คะ หนูไม่อยากฉีดยา หนูกลับไปนอนพักผ่อนที่บ้านแป๊บหนึ่งก็พอแล้ว” 

อู่เยวี่ยเองก็ไม่อยากไปห้องพยาบาล ห้องพยาบาลอยู่หลังโรงเรียนที่ต้องเดินตั้งหนึ่งกิโลกว่า เธอไม่อยากเสียแรงหรอกนะ! 

“เหมยเหมยอย่ากลัว งั้นเรากลับบ้านกันก่อน ถ้าไม่หายเราค่อยไปห้องพยาบาลกัน” 

อู่เยวี่ยลอบกัดฟันกรอดขณะที่ทิ้งตัวลงอย่างยอมแพ้ ตัดสินใจจะฟ้องเรื่องที่อาทิตย์ก่อนอู่เหมยสอบไม่ผ่านในวิชาภาษาด้วย ยังกล้าให้เธอลดตัวลงไปแบกอีก อยากตายนักใช่ไหม! 

“เยวี่ยเยวี่ย เหมยเหมยเป็นอะไร? เธอจะแบกเหมยเหมยไหวได้ยังไงล่ะ? เดี๋ยวเอวก็บาดเจ็บหรอก ฉันแบกเอง!” 

เสียงที่ดังแว่วมานั้นช่างไม่น่าฟังเอาเสียเลย แม้แต่เสียงเป็ดร้องยังน่าฟังกว่าเสียงเขาเป็นไหนๆ อู่เหมยมองเหยียนหมิงต๋าที่วิ่งมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มด้วยความรู้สึกหลากหลาย พี่เขยในชาติปางก่อนของเธอความจริงเป็นคนดี หากพูดอย่างจริงจังแล้วนั้น เหยียนหมิงต๋าก็นับว่าเป็นผู้เสียหายเช่นกัน ถูกสวมเขาอันใหญ่เชียวล่ะ! 

แต่อู่เหมยรู้ดีว่าเหยียนหมิงต๋ารักอู่เยวี่ยขนาดไหน เกรงว่าต่อให้อู่เยวี่ยจะฆ่าเขาแล้วกลืนลงท้องไป เจ้าโง่นี่ก็ยังรักอู่เยวี่ยไม่เปลี่ยน โง่เขลาจริงๆ 

เพื่อนของศัตรูก็นับว่าเป็นศัตรู ไม่ว่าเหยียนหมิงต๋าจะซื่อสัตย์และเป็นคนดีมากเท่าไร หรือเป็นคนน่าเห็นใจสักแค่ไหน อู่เหมยก็ได้จัดให้เหยียนหมิงต๋าไปอยู่กลุ่มเดียวกับอู่เยวี่ยอย่างแน่วแน่ กลายเป็นคู่ศัตรูที่จะต้องเอาชนะให้ได้ 

ทันทีที่เหยียนหมิงต๋ามา ทำให้อู่เยวี่ยโล่งใจขึ้น และหันไปยิ้มหวานให้เหยียนหมิงต๋าที่ยิ้มร่าจนใจแทบไม่อยู่กับเนื้อกับตัว นั่งยองลงหมายจะแบกอู่เหมยขึ้นหลัง แม้เขาจะอายุเท่าอู่เยวี่ยแต่ด้วยร่างที่สูงใหญ่เลยทำให้อู่เหมยดูกลายเป็นเด็กไปยังไงอย่างนั้น 

อู่เหมยไม่อยากให้ว่าที่สามีของอู่เยวี่ยต้องมาแบกตัวเอง เธอเผลอมองเลยไปด้านหลังก่อนจะเห็นเด็กหนุ่มท่าทางเย็นชาคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น คาดว่าอายุประมาณสิบห้าหรือสิบหกปี มีรูปร่างสูงโปร่ง สวมเสื้อลายขวางสีน้ำเงินตัวเก่า กอดลูกบาสเกตบอลอยู่ในมือ เห็นได้ชัดว่ากำลังเตรียมตัวเพื่อไปเล่นบาสเกตบอล 

“หนูจะให้พี่หมิงซ่วนแบก ไม่ใช่พี่!” อู่เหมยทำใจกล้าพลางมองไปทางเหยียนหมิงซ่วน 

เขาคนนี้เป็นเสาหลักในอนาคตของตระกูลเหยียนเชียว ในวันหน้าที่ตระกูลเหยียนได้ดิบได้ดี ส่งผลให้อู่เยวี่ยได้ใช้ชีวิตที่คนนับหมื่นอิจฉา ทั้งหมดเป็นเพราะเด็กผู้ชายคนนี้ล้วนๆ เพียงแต่ว่าในตอนนี้เสาหลักเสานี้ยังดูน่าสงสารปนโดดเดี่ยวไปบ้าง สถานการณ์ของเขาไม่ได้ดีไปกว่าเธอเท่าไรเลย  

 

ตอนที่ 8 พี่ชาย แบกฉันทีได้ไหม 

เหยียนหมิงซุ่นกับเหยียนหมิงต๋าเป็นพี่น้องพ่อเดียวกันแต่คนละแม่ ตระกูลเหยียนนับว่าเป็นตระกูลที่มีการศึกษาดีเช่นเดียวกัน ปู่ย่าตายายตระกูลเหยียนล้วนทำงานอยู่ในโรงเรียนอี้จง คุณย่าหยางที่ตาดีประจำห้องพยาบาลคนนั้นหมายถึงคุณย่าเหยียนนั่นเอง ส่วนคุณพ่อเหยียน หรือเหยียนโฮ่วเต๋อเป็นถึงหัวหน้าแผนกในทบวงศึกษาธิการ ไม่ใช่ตำแหน่งธรรมดา แต่มีอำนาจควบคุมดูแลคุณครูทั้งเมืองจินเสียด้วย 

แม้ชื่อ ‘เหยียนโฮ่วเต๋อ’ จะมีความหมายว่า ‘คุณธรรมดี’ แต่อู่เหมยกลับคิดว่าบุคคลนี้คุณธรรมไม่ค่อยดีสมชื่อนัก คุณแม่ของเหยียนหมิงซุ่นเป็นหญิงงามจากชนบทแห่งหนึ่ง แต่เหยียนโฮ่วเต๋อไม่ได้รักผู้หญิงคนนี้ ที่แต่งงานกับเธอเพราะเป็นคำสั่งจากบุพการี เนื่องด้วยคุณตาของเหยียนหมิงซุ่นมีบุญคุณต่อท่านผู้เฒ่าเหยียน ท่านผู้เฒ่าต้องการตอบแทนบุญคุณ จึงให้เหยียนโฮ่วเต๋อผู้เป็นลูกชายแต่งงานกับลูกสาวของเขา 

อู่เหมยรู้สึกว่าท่านผู้เฒ่าเหยียนก็ไม่ใช่คนจริงใจ ถ้อยคำจากปากที่หวานยิ่งกว่าน้ำผึ้งได้หลอกล่อจนได้แต่งงานกับลูกสาวเขาและลบล้างบุญคุณที่ติดค้างไว้อย่างง่ายดาย หากคุณทำดีกับลูกสาวเขาก็แล้วไป แต่เหยียนโฮ่วเต๋อกลับไม่ชอบคุณแม่เหยียนหมิงซุ่นเลยสักนิด รังเกียจที่เธอไร้การศึกษา จิตใจคับแคบ 

สาเหตุสำคัญอยู่ที่เหยียนโฮ่วเต๋อนั้นมีคู่หมั้นคู่หมายอยู่แล้ว อีกฝ่ายคือ ‘ถานซูฟาง’ คุณแม่ของเหยียนหมิงต๋า เธอเป็นคุณหมอแผนกกุมารเวชประจำโรงพยาบาลอันดับหนึ่งของเมือง แม้ไม่ได้งดงามมากเท่าแม่ของเหยียนหมิงซุ่นแต่อีกฝ่ายก็ขึ้นชื่อว่าเป็นหญิงที่ได้รับการศึกษาและมีความรู้ตามยุคสมัยใหม่ ดึงดูดใจเหยียนโฮ่วเต๋อได้เป็นอย่างดี 

เพียงแต่เหยียนโฮ่วเต๋อนั้นเชื่อฟังคำสั่งของคุณพ่อมาตลอด แม้จะรักเดียวใจเดียวต่อถานซูฟางแต่ก็แต่งงานกับแม่ของเหยียนหมิงซุ่นอย่างไม่ยิมยอมพร้อมใจนัก จากนั้นชีวิตของผู้หญิงแสนน่าสงสารคนนี้ก็ได้เริ่มต้นขึ้น 

อาจเป็นเพราะโรคซึมเศร้าที่ทำให้คุณแม่เหยียนหมิงซุ่นได้ลาจากโลกนี้ไปหลังคลอดเด็กชายได้ไม่กี่เดือน ฟังจากคนตระกูลเหยียนว่านั้นเป็นอาการหลังคลอด แต่อู่เหมยกลับคิดว่าหัวใจของผู้หญิงคนนี้ได้ตายไปแล้วและความเสียใจที่มีมากกว่านั้น ทำให้ผู้หญิงที่เห็นสามีสำคัญกว่าสิ่งใดต้องตรอมใจตายสินะ! 

หลังแม่เหยียนหมิงซุ่นเสียชีวิตไปไม่ถึงปี เหยียนโฮ่วเต๋อได้แต่งงานกับถานซูฟางและได้ทะเลาะกับคุณพ่อของตนจนความสัมพันธ์สั่นคลอน แต่เมื่อถานซูฟางคลอดเหยียนหมิงต๋าแล้วถึงค่อยๆ กลับมาดีขึ้นเรื่อยๆ 

อย่างไรเสียเลือดย่อมข้นกว่าน้ำ จะเป็นศัตรูกันไปตลอดชีวิตได้หรือ? 

กลับเป็นเหยียนหมิงซุ่นที่ตกที่นั่งลำบาก อู่เหมยเคยมีปฏิสัมพันธ์กับถานซูฟางหลายครั้งเมื่อชาติก่อน รู้สึกว่าไม่ใช่ผู้หญิงใจกว้างอะไร พอมาคิดๆ ดูตอนนี้แล้ว การที่เหยียนหมิงซุ่นอาศัยอยู่กับคุณปู่คุณย่ามาตั้งแต่เด็กต้องเกี่ยวข้องกับถานซูฟางเป็นแน่แท้ 

แต่ต่อให้เหยียนหมิงซุ่นจะไม่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคุณพ่อและแม่เลี้ยง ความสัมพันธ์ของเขากับเหยียนหมิงต๋ากลับดีไม่น้อย ชาติก่อนเหยียนหมิงซุ่นได้ยศตำแหน่งในกองทัพทำให้เขาได้ดูแลน้องชายคนนี้อย่างดี ไม่อย่างนั้นจากประสบการณ์และความสามารถของเหยียนหมิงต๋าแล้ว เส้นทางสายงานราชการจะราบรื่นได้อย่างไร? 

 เริ่มแรกเหยียนหมิงซุ่นเข้ากองทัพเพียงลำพัง ไร้ที่พึ่ง แต่ภายในเวลาอันสั้นเพียงสิบกว่าปีก็ใช้สองมือสร้างอาณาจักรของตัวเองขึ้นมาได้ กลายเป็นแม่ทัพผู้แข็งกล้าที่มีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วอาณาบริเวณ เรียกได้ว่าเหยียนหมิงซุ่นเป็นบุคคลที่มากความสามารถอย่างแท้จริง! 

แต่ปัจจุบันคนนี้ยังเป็นเพียงหอยทากตัวอ่อน เป็นเด็กที่คุณพ่อไม่รัก อู่เหมยมองว่าที่ผู้นำอย่างเคลิบเคลิ้ม ชาติก่อนเธอเสียโอกาสที่จะได้รู้จักกับที่พึ่งสำคัญคนนี้ ชาตินี้เธอจะพลาดไม่ได้อีกเด็ดขาด 

ต่อให้ไม่ได้เป็นมิตรสหายที่สนิทก็ตาม แต่อย่างน้อยต้องให้เหยียนหมิงซุ่นเกลียดอู่เยวี่ย จะให้อู่เยวี่ยมีชีวิตแสนสุขสบายเพราะพี่ชายสามีผู้เก่งกาจคนนี้ไม่ได้! 

เหยียนหมิงซุ่นรอน้องชายอย่างไม่สบอารมณ์และไม่ปรายตามองมาที่อู่เหมยสักนิด เขาได้วางแผนชีวิตตัวเองไว้นานแล้ว เขาจะไม่เสียสายตามองบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องหรือไร้ความสำคัญต่อเขาแม้แต่หางตา 

“พี่หมิงซุ่น พี่ช่วยแบกฉันทีได้มั้ย?” อู่เหมยเรียกขานอีกที น้ำเสียงวิงวอนและอ่อนนุ่มมากขึ้น จู่ๆ เหยียนหมิงซุ่นก็รู้สึกคันยิบๆ ตรงส่วนหู 

ความคิดเห็น