facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ปี 1985 ดอกเหมยอย่างเธอได้ผลิบานกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ด้วยลิขิตที่ขีดไว้บน 'รอยแค้น'

ตอนที่ 5 เด็กเรียนแย่ท่ามกลางลูกหลานของตระกูล / ตอนที่ 6 ปวดท้อง

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 เด็กเรียนแย่ท่ามกลางลูกหลานของตระกูล / ตอนที่ 6 ปวดท้อง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ต.ค. 2563 17:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 เด็กเรียนแย่ท่ามกลางลูกหลานของตระกูล / ตอนที่ 6 ปวดท้อง
แบบอักษร

ตอนที่ 5 เด็กเรียนแย่ท่ามกลางลูกหลานของตระกูล 

อู่เหมยถอนหายใจ ไม่คิดว่าเธอจะมาเกิดใหม่ในวันนี้ เพิ่งกลับมาก็ไม่คิดจะให้เธอได้มีชีวิตสงบสุขเสียแล้ว นับดูตอนนี้เธอน่าจะอายุสิบสองปี ส่วนอู่เยวี่ยสิบสี่ปี 

อู่เยวี่ยเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้นปีหนึ่งแต่เธอกลับเรียนอยู่ชั้นประถมปลายปีสองโรงเรียนเดียวกันกับอู่เยวี่ย อู่เยวี่ยเป็นนักเรียนดีเด่นของโรงเรียน หน้าตาสวยงาม ร้องเพลงได้เต้นรำเก่ง ความสามารถพิเศษเหลือล้น แถมการเรียนก็ดี เป็นนักเรียนที่คุณครูทั้งโรงเรียนชื่นชอบ 

แต่อู่เหมยกลับตรงกันข้าม หากเทียบกับอู่เยวี่ยแบบชัดๆ แล้ว นิสัยไม่ได้เป็นที่รักของใคร คุณครูและนักเรียนไม่เกลียดเธอแต่ก็ไม่ชอบเธอ เป็นบุคคลไร้ตัวตนของที่บ้าน เช่นเดียวกับตอนอยู่โรงเรียนเอง แม้แต่ดอกหญ้าข้างทางยังดูเตะตามากกว่าเธอด้วยซ้ำ 

สาเหตุที่จดจำวันนี้ได้ดีเป็นเพราะว่าวันนี้คือวันพิเศษ สำหรับคนตระกูลอู่แล้ววันนี้เป็นวันครู ครอบครัวอู่เป็นครอบครัวที่ทำอาชีพครูอันสูงส่งน่าเคารพสืบต่อกันมาถึงสามรุ่น 

คุณปู่อู่เป็นศาสตราจารย์มหาวิทยาลัย คุณย่าอู่เป็นคุณครูโรงเรียนมัธยมปลาย คุณลุงอู่เองก็เป็นศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยเช่นกัน คุณป้าเป็นศาตราจารย์มหาวิทยาลัยแห่งเดียวกับคุณลุง คุณอาหญิงอู่เป็นคุณครูชั้นมัธยมปลาย คุณอาเขยเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย 

ส่วนอู่เจิ้งซือเป็นคุณครูประจำวิชาภาษาระดับสูงของโรงเรียนประจำจังหวัดของเมืองจิน เหอปี้อวิ๋นเป็นคุณครูคณิตศาสตร์ชั้นประถม คุณตาคุณยายของอู่เหมยเองล้วนเป็นคุณครูเช่นเดียวกัน แต่ว่าตระกูลเหอไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับตระกูลอู่ คนตระกูลเหอมีเพียงคุณครูชั้นประถมหรือมัธยม ไม่มีอาจารย์ระดับมหาวิทยาลัย 

ในวันนี้ของทุกปีตระกูลอู่จะรวมตัวกันและครื้นเครงยิ่งกว่าวันปีใหม่ แต่สำหรับอู่เหมยแล้ว วันนี้กลับเป็นวันที่เจ็บปวดที่สุดแห่งปีของเธอ 

เนื่องด้วยคนของตระกูลอู่ไม่ว่าผู้ใหญ่หรือเด็กต่างเป็นอัจฉริยะด้านการเรียน สำหรับคนตระกูลอู่แล้วการศึกษาง่ายดายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก คนตระกูลอู่คิดว่าการเรียนควรเป็นความสามารถพื้นฐานที่คนตระกูลอู่ควรมี ขอแค่เป็นเด็กจากตระกูลอู่ยังไงก็ต้องมียีนเด่นในจุดนี้ ไม่มีปัญหาด้านการเรียนอย่างแน่นอน 

แต่ยีนเด่นนี้กลับตกมาไม่ถึงอู่เหมย เธอเป็นจุดด่างพร้อยของรุ่นที่สามแห่งตระกูลอู่ การเรียนของเธอแย่จนเป็นที่อับอายขายหน้าสามรุ่นก่อนของตระกูลอู่ จึงไม่แปลกที่เธอจะได้รับสายตาดูถูกเหยียดหยามจากคนในตระกูล 

การรวมตัวของญาติในปีนี้ที่อู่เหมยจดจำได้ดีเพราะคืนวันนี้จะเกิดเรื่องใหญ่ที่แทบพลิกบ้านตระกูลอู่ อู่เหมยโชคร้ายนักที่เรื่องนี้จะทำให้เธอต้องถูกคนตระกูลอู่เกลียดชังยิ่งกว่าเดิม 

อู่เหมยแค่นหัวเราะเสียงเย็น ชาติก่อนเธอยังรู้สึกผิดต่อคุณอาหญิงเพราะเรื่องนี้ เธอในเมื่อนั้นช่างโง่เขลา คุณอาเขยมีภรรยาน้อยข้างนอกแล้วเกี่ยวอะไรกับเธอ? 

ปีนั้นเธอเป็นแค่เด็กอายุสิบสอง จะรู้เรื่องราวซับซ้อนของผู้ใหญ่ได้อย่างไร แค่ผู้ใหญ่ถามมาเธอเลยตอบไปตามความจริงเท่านั้น เธอผิดอะไร? 

สุดท้ายคุณอาเขยที่ทำผิดมหันต์กลับได้รับการให้อภัยจากตระกูล ส่วนเธอกลับต้องถูกตระกูลทอดทิ้งอย่างโดดเดี่ยว 

อู่เหมยโยนหนังสือพิมพ์ทิ้งรีบสับเท้าเดินตามอู่เยวี่ยให้ทัน กลางคืนจะต้องไปทานข้าวที่บ้านคุณปู่ หากไปช้าไม่วายจะต้องโดนเหอปี้อวิ๋นด่าแน่ 

ตอนนี้เธอยังอายุเพียงสิบสองปี ปีกยังอ่อนนัก ชีวิตต้องอาศัยพ่อแม่ หากหลบเลี่ยงอะไรได้ก็หลบ ทนอะไรได้ก็ทน จนกว่าเธอจะพึ่งตัวเองได้แล้วค่อยว่ากันอีกที 

เดินไปได้ราวสิบนาที ก่อนจะถึงลานกว้างสำหรับครอบครัวของโรงเรียนประจำจังหวัดเมืองจิน อู่เจิ้งซือเป็นคุณครูบุคคลต้นแบบของโรงเรียนประจำจังหวัดเมืองจิน ย่อมได้รับสิทธิพิเศษด้วยอาคารบ้านพักที่เพิ่งสร้างใหม่ได้แบ่งห้องชุดเป็นสองห้องนอนและหนึ่งห้องนั่งเล่น สำหรับอู่เจิ้งซือกับภรรยาหนึ่งห้อง และสองสาวพี่น้องอีกหนึ่งห้อง 

เท้าทั้งสองก้าวเดินไปตามเส้นทางที่มีต้นไม้รายทางในความทรงจำ อู่เหมยเกิดความรู้สึกที่พูดไม่ออก อู่เยวี่ยกลับย้อนมาจูงมืออู่เหมยอีกครั้งแต่กลับถูกอู่เหมยขืนจนหลุด แม้อู่เยวี่ยจะไม่พอใจแต่เธอเป็นพี่สาวที่ดีเสมอยามอยู่นอกบ้านจึงไม่พูดอะไร และเดินขนาบข้างกับอู่เหมยต่อไป  

 

ตอนที่ 6 ปวดท้อง 

ระหว่างทางมีคุณครูประจำโรงเรียนไม่น้อยที่ยิ้มทักทายเมื่อเห็นอู่เยวี่ย “เยวี่ยเยวี่ยเลิกเรียนแล้วเหรอ?” 

“กระโปรงเยวี่ยเยวี่ยสวยมาก แม่หนูช่างมีฝีมือจริงๆ สักวันจะต้องไปเรียนรู้จากแม่หนูให้ได้เลย!” 

“เยวี่ยเยวี่ยยิ่งโตยิ่งสวยนะ เดี๋ยวมาเที่ยวเล่นบ้านน้าบ้างล่ะ!” 

   …… 

ผู้ปกครองและคุณครูต่างทักทายอู่เยวี่ยอย่างกระตือรือร้น เพิกเฉยอู่เหมยที่ตามหลังอู่เยวี่ยมาโดยไม่ได้นัดหมาย บางทีพวกเขาอาจจะไม่เห็น หรือบางทีเห็นแต่ไม่มีอู่เหมยอยู่ในสายตา 

แม้แต่คู่สามีภรรยาอู่เจิ้งซือยังไม่เคยเห็นลูกสาวคนเล็กในสายตาด้วยซ้ำ คนนอกอย่างพวกเขาจะมีความรักล้นเหลือจากไหนไปสนใจเด็กผู้หญิงที่ไม่เป็นที่ชื่นชอบคนนี้ล่ะ! 

อู่เยวี่ยยิ้มหวานหยดและตอบรับทุกคนอย่างมีมารยาท ไม่มีท่าทีเหมือนเด็กอายุสิบสี่เลยสักนิด เมื่อเทียบกันแล้วคงไม่แปลกที่อู่เหมยผู้มีหน้าตาธรรมดาแถมไม่เป็นที่ชื่นชอบคนนี้จะถูกรัศมีของเธอกลบจนมิด 

อู่เหมยไม่สนใจต่อสิ่งเหล่านี้ การที่เธอได้เกิดใหม่คราวนี้มีเพียงสองเรื่องที่เธออยากทำ หนึ่ง คือ มีชีวิตอย่างอิสระเสรี ไม่ต้องสนใจสายตาจากคนภายนอก ไม่ต้องสนใจความรักอันน้อยนิดที่ญาติมิตรมีให้ สอง คือ แก้แค้นสิ่งที่อู่เยวี่ยกับเหมยซูหานติดค้างเธอไว้ เธอจะต้องเอาคืนให้หมดในชาตินี้! 

อู่เหมยเงยหน้าขึ้นน้อยๆ มองอู่เยวี่ยตรงหน้าที่กำลังยิ้มสดใสด้วยใบหน้าเย็นชาผ่านกลุ่มผมที่สยายปรกลงมา พลางเหยียดยิ้มมุมปาก สวยหรือ? เชื่อฟัง? เป็นเด็กดี... 

อู่เยวี่ย ที่เธอได้ดีก็เพราะอาศัยคำชมพวกนี้ไม่ใช่หรือไง? 

ถ้าอย่างนั้นเธอจะค่อยๆ ฉีกคำเหล่านั้นออกจากอู่เยวี่ยเอง คอยดูว่าคนชั้นต่ำคนนี้จะมีชีวิตราบรื่นอย่างไรต่อไปหากไร้คำชมเหล่านี้คอยประดับ 

อู่เยวี่ยพูดคุยกับทุกคนเสร็จก็พาลรู้สึกปวดแก้มหน่อยๆ และรำคาญใจ คนน่าเบื่อพวกนี้มักถามคำถามเดิมๆ อยู่ทุกวัน ไม่สดใหม่เลยสักนิด มีแต่จะเปลืองสีหน้าและน้ำลายของเธอ 

“เหมยเหมย เรารีบเดินกันเถอะ คืนนี้ต้องไปหาคุณปู่ จะสายไม่ได้เชียวล่ะ!” อู่เยวี่ยหน้ากล่าวเสียงอ่อนโยน ท่าทางเหมือนพี่สาวแสนดีคนหนึ่ง 

ทันใดนั้น ก็มีใครบางคนยิ้ม ก่อนจะเอ่ย “เยวี่ยเยวี่ย คืนนี้บ้านคุณปู่ของหนูจะรวมตัวกันฉลองวันครูอีกแล้วเหรอจ๊ะ? ครอบครัวหนูนี่เป็นตระกูลผู้ดีมีการศึกษาที่แท้จริงเลยนะ!” 

อู่เยวี่ยคงรอยยิ้มฉาบหน้าไว้ดังเดิม สายตาที่ตวัดมองมายังอู่เหมยกลับดุดันเล็กน้อย ไม่รู้ว่าวันนี้เจ้าโง่นี่เป็นอะไรถึงบังอาจเอาแต่ใจกับเธอ ไม่ได้ด่ามาสามวันก็เริ่มนิสัยเสียอีกแล้ว เดี๋ยวกลับบ้านต้องไปฟ้องคุณแม่ว่าวันนี้อู่เหมยถูกคุณครูตำหนิที่สอบคณิตศาสตร์ได้แค่แปดคะแนน ได้ที่อันดับสุดท้ายของโรงเรียน 

อู่เหมยเห็นอู่เยวี่ยแสร้งทำท่าทางสง่าก็รู้สึกสะอิดสะเอียน เธอกลอกตาขบคิดพลางใช้สองมือกุมท้องนั่งลง ร้องโอดครวญอย่างเจ็บปวด “พี่คะ หนูปวดท้อง เดินไม่ไหว พี่แบกหนูได้มั้ย?” 

อู่เยวี่ยมองอู่เหมยที่นั่งกึ่งคุกเข่าบนพื้นอย่างไม่เชื่อสายตา ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินเองกับหูว่า น้องสาวคนโง่จะให้ตนแบกเธอ? 

พระเจ้า! เจ้าโง่นี่คงไม่ได้เป็นบ้าไปแล้วหรอกนะ? 

อู่เยวี่ยนึกขุ่นเคืองในใจ แต่ด้วยความที่ยังอยู่ต่อหน้าคนภายนอกเธอจึงต้องเสแสร้งเป็นพี่สาวที่ดี ได้แต่เดินเข้าไปหาอู่เหมยอย่างไม่สบอารมณ์ ถามด้วยความเป็นห่วง “เหมยเหมยเป็นอะไร? เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่เลยไม่ใช่เหรอ?” 

“เริ่มปวดตั้งแต่เลิกเรียนแล้ว แต่พี่ลากหนูเดินเร็วมาก ก็ยิ่งปวดหนักเข้าไปอีก โอ้ย!” เสียงอู่เหมยที่ร้องออกมานั้นหวานหยดย้อย หวานยิ่งกว่าน้ำตาลแดง หวานแทบซึมเข้ากระดูก 

คนรอบข้างที่มุงอยู่ทำหน้าตกใจ ไม่คิดว่าเสียงลูกสาวคนเล็กของตระกูลอู่จะเย้ายวนใจได้ขนาดนี้ แน่นอนว่าแม้เด็กผู้หญิงอายุสิบสองปียังไม่เข้ากับคำว่าเย้ายวน แต่เสียงอู่เหมยกลับเย้ายวนใจอย่างแท้จริง เรียกให้คนฟังรู้สึกคันยิบๆ ที่หัวใจ 

อีกทั้งทุกคนเริ่มมองอู่เยวี่ยด้วยแววตาสงสัย เมื่อก่อนก็เห็นแต่ว่าอู่เยวี่ยเป็นพี่สาวที่รักน้องสาวดี แต่ตอนนี้ดูๆ แล้วก็ไม่เท่าไรนี่นา น้องสาวปวดท้องตั้งแต่เลิกเรียน นอกจากพี่สาวจะไม่ทันสังเกตแล้วยังดึงดันให้น้องสาวเดินไวขนาดนี้ นี่คงไม่ใช่แค่ชะล่าใจเท่านั้นแล้วล่ะ! 

ความคิดเห็น