facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ปี 1985 ดอกเหมยอย่างเธอได้ผลิบานกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ด้วยลิขิตที่ขีดไว้บน 'รอยแค้น'

ตอนที่ 3 สาบาน / ตอนที่ 4 หวนกลับมา

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 สาบาน / ตอนที่ 4 หวนกลับมา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ต.ค. 2563 17:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 สาบาน / ตอนที่ 4 หวนกลับมา
แบบอักษร

ตอนที่ 3 สาบาน 

เพราะคำให้การจากพ่อแม่ตระกูลอู่และประวัติการเข้าพบจิตแพทย์ของอู่เหมย ตำรวจจึงตัดสินว่าเธอฆ่าตัวตายก่อนจะให้พ่อแม่ของเธอนำศพกลับบ้านไป 

เธอมองร่างตัวเองถูกแผดเผาท่ามกลางกองไฟกองใหญ่ อู่เหมยไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิดเดียว วิญญาณของเธอจางลงเรื่อยๆ เธออยู่ยมโลกมาหกวันแล้ว อีกแค่วันเดียวเธอจะได้ไปในที่ที่ควรไปเสียที 

แต่เธอไม่พอใจ! 

เธอตายด้วยความไม่เป็นธรรม ไม่มีใครทวงคืนความยุติธรรมให้เธอ อีกทั้งคนร้ายยังใช้ชีวิตต่อไปและเป็นคุณนายที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเหมือนเดิม เธอไม่พอใจ ไม่พอใจมากจริงๆ! 

อู่เหมยไปยังเขาเฟิ่งหวงตามเหมยซูหาน ที่นี่เป็นสุสานที่ดีที่สุดของเมืองจิน ว่ากันว่าราคาสุสานขนาดเล็กสามารถซื้อบ้านหลังหนึ่งในเมืองจินได้เลยทีเดียว อู่เหมยอดหัวเราะเสียงเย็นไม่ได้ เล่นละครแนบเนียนดีนี่! 

เหมยซูหาน อู่เยวี่ย พวกเธอเล่นละครมานานเท่าไรแล้ว? 

เหอปี้อวิ๋นเผากระดาษเงินไปพลางพูดเสียงเบา “เหมยเหมย อย่าโทษพี่สาวเลยนะ เธอไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายลูก และอย่าโทษแม่ที่ต้องโกหกตำรวจ ถ้าแม่ไม่บอกแบบนั้นไปพี่สาวของลูกก็จบเห่แน่ ลูกยอมพี่สาวมาตั้งแต่เด็ก ยอมครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายได้มั้ย? ไปผุดไปเกิดใหม่ซะเถอะ นะ!” 

ความเจ็บแล่นริ้วเข้ามาในทรวง อู่เหมยเจ็บจนวิญญาณจางลงกว่าเดิมอีกเล็กน้อยถึงขั้นโปร่งแสง เธอมองไปยังบุพการีเบื้องล่างอย่างปวดใจ ที่แท้พวกท่านก็รู้หมดทุกอย่าง ที่แท้พวกท่านจงใจบอกตำรวจไปอย่างนั้น แล้วพวกท่านรู้เรื่องเหมยซูหานกับอู่เยวี่ยหรือเปล่า? 

อู่เจิ้งซือพูดเสียงต่ำ “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป อู่เยวี่ย ลูกจะไม่ได้เจอกับซูหานอีกต่อไป วันนี้พวกเธอสาบานต่อหน้าหลุมศพของเหมยเหมยซะ!” 

อู่เยวี่ยขานเรียกอย่างไม่พอใจ “พ่อ...” 

เหอปี้อวิ๋นมองเหมยซูหานที่ทำหน้านิ่งตั้งแต่เกิดเรื่องอู่เหมยแวบหนึ่งพาลส่ายหัวถอนหายใจ พูดกล่อมลูกสาวคนโต “เยวี่ยเยวี่ย ฟังพ่อเขาเถอะ ใช้ชีวิตกับหมิงต๋าต่อไป และอย่าเจอซูหานอีกเลยนะ” 

“ไม่เอา หนูทำไม่ได้ หนูไปจากซูหานไม่ได้ พ่อแม่ก็รู้ความสัมพันธ์ของหนูกับซูหานดี ทำไมถึงต้องบังคับหนูอีก?” อู่เยวี่ยร้องไห้กล่าว 

“ในเมื่อลูกชอบซูหานมาตลอดแล้วทำไมตอนนั้นถึงแต่งงานกับเหยียนหมิงต๋า? ทำไมถึงให้ซูหานเข้าใกล้เหมยเหมย? เยวี่ยเยวี่ย เหมยเหมยตายเพราะลูกแล้วแท้ๆ” อู่เจิ้งซือพูดอย่างปวดใจ 

สีหน้าอู่เยวี่ยฉายแววตื่นตระหนก พลันแหวกลับ “หนูไม่ได้ตั้งใจ ใครให้อู่เหมยพุ่งตัวเข้ามากันล่ะ หนูไม่ได้ตั้งใจผลักลงไป หนูไม่ได้ตั้งใจ ซูหานคุณเองก็เห็น คุณรู้ใช่มั้ยว่าฉันไม่ได้ตั้งใจ?” 

อู่เหมยหมดแรงที่จะโกรธอีกต่อไป เธอรับรู้ได้ว่าวิญญาณของเธอค่อยๆ เลือนหายไป ใบหน้างดงามของอู่เยวี่ยในสายตาเธอกลับดูขี้ริ้วขี้เหร่นัก ผู้หญิงหน้าไม่อายคนนี้ ทำไมตนถึงต้องเป็นพี่น้องกับผู้หญิงใจร้ายคนนี้ด้วย? 

แล้วก็เหมยซูหาน กระทั่งตอนนี้เธอถึงรู้ว่าสามีตัวเองเป็นคนรักเก่าของอู่เยวี่ย อีกทั้งเป็นฝีมืออู่เยวี่ยทั้งนั้นที่ทำให้เธอต้องแต่งงานกับเหมยซูหาน ฮ่าๆ... สิ่งที่น่าสลดมากที่สุดคือ พ่อแม่ของเธอเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดด้วย มีเพียงเธอที่ไม่รู้อะไรเลย เป็นหมากตัวเดียวให้ทุกคนปั่นหัวเล่น 

อู่เหมยไม่พอใจยิ่งนัก เธออยากถามพ่อแม่เหลือเกินว่าตัวเธอใช่ลูกสาวแท้ๆ ของพวกท่านหรือเปล่า? 

เหตุใดต้องทำกับเธอถึงขนาดนี้? 

ช่วงล่างของอู่เหมยหายไปแล้ว เหลือเพียงครึ่งท่อนบนที่ยังมองคนในครอบครัวของเธออย่างไม่พอใจ 

เหมยซูหานคล้ายสัมผัสได้รีบเงยหน้ามองไปทางอู่เหมยแวบหนึ่งด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย กล่าว“ผมยอมให้คำสาบานว่าตั้งแต่นี้ไป ผม เหมยซูหานจะไม่เจออู่เยวี่ยอีก หากผิดคำสาบานก็ขอให้ผม เหมยซูหานสิ้นเนื้อประดาตัว อยู่อย่างโดดเดี่ยวไปตลอดชีวิต” 

“ซูหาน คุณ...” อู่เยวี่ยตะโกนเรียกอย่างร้อนใจ เธอไม่อยากเชื่อว่าเหมยซูหานจะสาบานจริงๆ อู่เหมยตายแล้วไม่ยิ่งดีหรือ จะได้ไม่มีใครขัดขวางพวกเธออีกแล้วไงล่ะ! 

“ผมไปก่อนล่ะ!” 

เหมยซูหานให้คำสาบานเสร็จก็เดินออกจากสุสานโดยไม่คิดหันกลับไปอีก ขณะที่ย่ำลงขั้นบันได อยู่ๆ เขาก็แหงนหน้าขึ้นมองมาทางอู่เหมยที่ร่างของเธอตอนนี้เหลือเพียงหน้าผาก 

“เหมยเหมย?” เหมยซูหานตะโกนเรียกอย่างตกใจ 

อู่เหมยไม่ได้ยินสิ่งใดอีกต่อไป เธอหายไปอย่างสิ้นเชิง และจมสู่ความมืดมิดที่ไร้ขอบเขต  

 

ตอนที่ 4 หวนกลับมา 

อู่เหมยมองมือขาวนุ่มของตัวเองนิ่ง แต่เพราะผ่านการทำงานบ้านมาเป็นเวลานาน ผิวพรรณเลยออกจะหยาบไปหน่อยแต่ยังคงเป็นมือที่สวยงามทั้งคู่ นิ้วเรียวยาว ขนาดมือที่เล็กนุ่มนิ่มราวกับไร้กระดูก 

ปลายนิ้วทิ่มแทงลงฝ่ามือให้เล็บยาวที่ไม่ได้ตัดมาแทงเข้าเนื้ออย่างเจ็บปวด อู่เหมยกัดปากตัวเองอย่างแรงอีกครั้ง เจ็บเสียจนเธอแทบร้องเสียงหลงแต่ในใจเธอกลับมีแต่ความยินดี 

เธอกลับมาแล้ว เธอได้กลับมาใช้ชีวิตอีกครั้งแล้ว! 

ชีวิตนี้เธอจะไม่เป็นคนขี้ขลาดให้อู่เยวี่ยรังแก และไม่แต่งงานกับเหมยซูหาน เธอแค่ต้องการแก้แค้นเพื่อเธอและลูกของเธอ อู่เยวี่ย สิ่งที่เธอติดค้างฉันเมื่อชาติก่อน ไว้ค่อยๆ คืนฉันในชาตินี้แล้วกัน! 

“เหมยเหมย เธอยืนนิ่งทำไมล่ะ? ยังไม่รีบกลับบ้านอีกเหรอ?” เสียงอ่อนโยนดังขึ้นข้างหูทำให้อู่เหมยสะดุ้งเฮือก เผลอเงยหน้ามอง ทันใดนั้น กลับเห็นอู่เยวี่ยกำลังยิ้มมองตัวเองอย่างอ่อนโยน แต่หว่างคิ้วกลับดูหงุดหงิดน้อยๆ 

พอเห็นคนที่ฆ่าตัวเอง ดวงตาของอู่เหมยก็ตาแดงก่ำขึ้นมาทันที เหลือแค่เธอจะพุ่งเข้าไปบีบคอระหงของอู่เยวี่ยเท่านั้น 

“เหมยเหมย เป็นอะไร? ไม่สบายตรงไหนเหรอ?” อู่เยวี่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน 

เสียงของอู่เยวี่ยเรียกสติอู่เหมยกลับมา เธอสะดุ้งอีกครั้งก่อนจะพยายามทำใจให้สงบลง ก้มหัวตอบเสียงแผ่ว “เปล่าหรอก เรากลับบ้านกันเถอะ!” 

“ไม่เป็นไรก็ดี เราไปกันเถอะ ถ้ายังไม่กลับอีกพ่อแม่จะเป็นห่วงเอา” อู่เยวี่ยโบกมือลาเพื่อนข้างๆ พลางดึงแขนอู่เหมยให้เดินตาม 

สองพี่น้องเดินขนาบข้างกัน คนหนึ่งตัวสูงคนหนึ่งตัวเล็ก คนตัวสูงคืออู่เยวี่ยที่อยู่ในชุดกระโปรงยาวยิ่งขับให้รูปร่างเธอดูเพรียว ผมยาวดำขลับถูกรวบมัดหางม้าสูงอย่างสดใส ใบหน้าสะอาดนั่นแต้มรอยยิ้มอยู่เสมอ 

ส่วนอู่เหมยกลับอยู่ในชุดกระโปรงยาวตัวเก่า เธอตัวเตี้ยกว่าอู่เยวี่ยมากโข ตั้งแต่เล็กก็ได้ใส่แต่เสื้อที่พี่สาวไม่เอาแล้ว อู่เยวี่ยสูงกว่าเธอเสมอมาและอ้วนกว่าเธอเล็กน้อย ฉะนั้นพอเสื้อมาอยู่บนตัวอู่เหมยจึงไม่พอดีตัวเท่าไร 

อีกทั้งเธอมักปล่อยผมให้สยายบดบังใบหน้าเธอไปกว่าครึ่ง เห็นแล้วช่างหม่นหมองนัก คนหนึ่งใบหน้าสะอาดสดใส อีกคนกลับดูหม่นหมอง พอจะคาดเดาได้แล้วว่าขณะอยู่โรงเรียน สองพี่น้องใครจะเป็นที่ชื่นชอบมากกว่า 

เพื่อนของอู่เยวี่ยคอยมองสองพี่น้องตระกูลอู่ที่เดินห่างออกไปอย่างนึกอิจฉา เพื่อนสาวคนหนึ่งกล่าวว่า “ถ้าฉันมีพี่สาวอย่างอู่เยวี่ยคงจะดี หน้าตาสวย อ่อนโยน การเรียนดีอีกต่างหาก ถ้าฉันเป็นอู่เหมยคงยิ้มได้แม้แต่ตอนฝัน!” 

“น่าแปลกจริงๆ อู่เหมยกับอู่เยวี่ยมีแม่เดียวกันทำไมถึงต่างกันขนาดนี้นะ คนหนึ่งสวยราวกับดอกไม้ ทั้งฉลาดทั้งเก่ง อีกคนหน้าตาอัปลักษณ์ โง่เหมือนหมู ท้องของแม่อู่เยวี่ยแปลกจริงๆ ทำไมถึงคลอดเธอออกมาได้กันนะ!” 

“นั่นสิ สองพี่น้องไม่คล้ายกันสักนิดเลย” 

อู่เหมยย่อมไม่ได้ยินเสียงวิจารณ์ด้านหลัง เธอกำลังก้มหน้าเดินตามเท้าอู่เยวี่ยพร้อมในหัวที่ขบคิดตลอดเวลา เธอต้องรู้ว่าตอนนี้ปีอะไร ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเธอจะไม่ยอมใช้ชีวิตแบบมึนงงอีก 

เดินมาไกลสักพัก อู่เยวี่ยก็ปล่อยมืออู่เหมยก่อนเดินนำไปคนเดียว อู่เหมยไม่คิดเอะใจสักนิดเพราะอู่เยวี่ยเป็นคนเสแสร้งเก่งมาตั้งแต่เด็ก ต่อหน้าผู้คนทำตัวเป็นพี่สาวที่ดีแต่ลับหลังคนเธอกลับเย็นชา ขี้เกียจกระทั่งจะพูดกับเธอด้วยซ้ำ 

ชีวิตนี้เธอจะไม่โง่เขลาเช่นเดิมอีกและไม่ยอมตกเป็นเครื่องมือให้อู่เยวี่ยหลอกใช้ อู่เหมยตัดสินใจแน่วแน่ว่าการที่พระเจ้าสงสารเธอเลยให้เธอเริ่มต้นใหม่ หากเธอยังใช้ชีวิตน่าอดสูเหมือนเดิม ก็คงต้องไปเกิดเป็นสัตว์สี่เท้าซะแล้ว 

ทันใดนั้น กระดาษหนังสือพิมพ์ครึ่งหน้าถูกลมพัดปลิวมาตรงหน้า อู่เหมยตาลุกวาวรีบเก็บขึ้นมา 

‘วันที่ 10 กันยายน ค.ศ. 1985’ 

ความคิดเห็น