facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ปี 1985 ดอกเหมยอย่างเธอได้ผลิบานกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ด้วยลิขิตที่ขีดไว้บน 'รอยแค้น'

ตอนที่ 1 กระโดดตึก / ตอนที่ 2 ฆ่าตัวตาย

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 กระโดดตึก / ตอนที่ 2 ฆ่าตัวตาย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ต.ค. 2563 17:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 กระโดดตึก / ตอนที่ 2 ฆ่าตัวตาย
แบบอักษร

ตอนที่ 1 กระโดดตึก 

อู่เหมยลอยอยู่กลางอากาศ เธอรู้สึกแค่ว่าตัวเองเบาหวิว ล่องลอยอยู่กลางอากาศราวกับลูกโป่ง ยิ่งลอยยิ่งสูง แต่ไม่ว่าจะลอยไปที่ไหนเธอก็เห็น ‘ตัวเธอ’ ที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นอย่างชัดเจน 

ร่างกายสะอาดไร้ร่องรอยบาดเจ็บ มีเพียงรูปร่างที่เปลี่ยนทรงไปบ้างจนอู่เหมยคิดว่ากระดูกข้างในตัวเธอต้องแหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแน่นอน ขณะเดียวกันก็สงสัยว่าตกลงมาจากชั้นสามสิบสามทำไมยังไม่แตกหักเป็นชิ้นๆ กระทั่งหยดเลือดเพียงนิดก็ไม่มี! 

ไม่นานอู่เหมยที่ล่องลอยอยู่กลางอากาศก็รู้สึกเจ็บแปลบตรงส่วนหน้าท้อง แปลกจังเลย วิญญาณก็รู้สึกถึงความเจ็บได้หรือ? 

ในขณะเดียวกัน อู่เหมยที่อยู่บนพื้นมีเลือดสีสดไหลออกมาจากร่างกายส่วนล่างมากขึ้นเรื่อยๆ จนอาบไปทั่วพื้นรอบด้านคล้ายดอกกุหลาบสีแดงสดอย่างรวดเร็ว “เวรกรรมจริง ท้องอยู่ด้วยนะ!” มีคุณยายคนหนึ่งกล่าวด้วยความเห็นใจ 

“นี่มันคุณนายเหมยชั้นบนสุดไม่ใช่เหรอ? ทำไมเธอถึงตกลงมาได้ล่ะ? ประธานเหมยล่ะ? รีบแจ้งประธานเหมยสิ” มีคนจำอู่เหมยได้จึงรีบตะโกนอย่างร้อนใจ 

“โทรหา 120 ก่อน ดูว่ายังช่วยทันหรือเปล่า?” 

“โทรหา 110 ดีกว่า ตกลงมาจากที่สูงขนาดนี้ ถึงจะทำด้วยเหล็กก็ไม่ไหวหรอก ผู้หญิงคนนี้ไม่รอดแล้วแหงๆ เฮ้อ น่าเสียดายจริง ผู้หญิงสวยขนาดนี้ทำไมถึงได้คิดสั้นนัก” 

“นั่นสิ สามีทั้งรวยทั้งดีกับเธอขนาดนั้นทำไมถึงคิดสั้นฆ่าตัวตายได้นะ?” 

อู่เหมยที่ลอยอยู่เหนือศีรษะโต้เสียงดังกลับ “ฉันไม่ได้คิดสั้น ฉันเพิ่งมีลูก ฉันอยากใช้ชีวิตต่อไปดีๆ อู่เยวี่ยต่างหาก เธอเป็นคนผลักฉันลงมา!” 

อู่เหมยตะโกนเสียงดังแต่กลับไม่มีเสียงออกมา แม้แต่เธอก็ยังไม่ได้ยินเสียงตัวเอง กระทั่งตอนนี้เธอถึงรู้ตัวว่าเธอตายไปแล้ว ตอนนี้เป็นเพียงวิญญาณตนหนึ่งเท่านั้น 

“เหมยเหมย!” 

เหมยซูหานในชุดไม่เรียบร้อยพุ่งลงมาจากชั้นบน ทุกคนกำลังถูกอู่เหมยบนพื้นดึงดูดความสนใจไปจึงไม่ทันคิดหาสาเหตุว่าทำไมเหมยซูหานถึงได้แต่งตัวไม่เรียบร้อย อู่เยวี่ยรีบวิ่งตามหลังมาในชุดที่เรียบร้อยผิดคาดและดูสง่าเหมือนปกติ 

เมื่อเห็นฆาตกรที่ทำร้ายตัวเองอู่เหมยก็โถมเข้าใส่อย่างแค้นเคือง แต่ร่างของเธอกลับทะลุตัวอู่เยวี่ยไปอย่างง่ายดาย ไม่สามารถทำอะไรอู่เยวี่ยได้แม้แต่ปลายเส้นผมด้วยซ้ำ อู่เหมยโถมเข้าใส่อีกรอบอย่างไม่ยอมแพ้แต่สุดท้ายก็เหมือนเดิม อู่เยวี่ยไม่ได้รับผลกระทบแม้แต่น้อย เธอเดินเข้าหาเหมยซูหานด้วยใบหน้าเศร้าโศก 

“เหมยเหมย ทำไมถึงคิดสั้นแบบนี้? เป็นความผิดของพี่เอง ทำไมฉันถึงไม่ดูเธอให้ดี ฮึก!” 

อู่เยวี่ยถลาเข้าหาตัวอู่เหมยแล้วปล่อยโฮ เหมยซูหานที่อยู่ข้างๆ กลับมีสีหน้าแข็งทื่อ มองอู่เหมยที่นอนอยู่บนพื้นอย่างไม่ขยับสักนิด ไฝจุดแดงตรงหว่างคิ้วแดงยิ่งกว่าเลือดที่อยู่ใต้ร่าง ดวงหน้าขาวซีดทว่ากลับยังคงสวยงามดังเดิม 

จนถึงบัดนี้เหมยซูหานถึงเพิ่งรู้ว่าภรรยาที่ใช้ชีวิตร่วมกับเขามานับสิบปีกลับงดงามเช่นนี้ นี่ยังเป็นครั้งแรกที่เขาใช้สายตากวาดมองอู่เหมยอย่างจริงจัง และเป็นครั้งแรกที่ทิ้งสายตาไว้นานขนาดนี้ แต่อู่เหมยกลับรับรู้ไม่ได้อีกแล้ว 

“เหมยเหมย ขอโทษนะ!” เหมยซูหานลูบไล้ใบหน้าของอู่เหมยด้วยสีหน้าเศร้าเสียใจสุดขีด ภาพตรงหน้าทิ่มแทงใจอู่เหมยที่ลอยอยู่กลางอากาศนัก เธอแยกไม่ออกแล้วว่าใบหน้าเศร้าใจของเหมยซูหานในตอนนี้มาจากใจจริงหรือแค่เสแสร้งเท่านั้น 

เธอกระทั่งไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิบปีที่อยู่กับเหมยซูหานมามีความหมายอย่างไร คนนอกล้วนบอกว่าเธอโชคดีมากที่ได้แต่งงานกับสามีมากความสามารถและรักเธอ เมื่อก่อนเธอเองก็คิดเช่นนั้น แต่หนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้เธอเพิ่งรู้ว่าตัวเธอกลายเป็นตัวตลกที่น่าขันที่สุดในโลก โง่เขลาโดยสิ้นเชิง 

 

ตอนที่ 2 ฆ่าตัวตาย? 

รถตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุในเวลาไม่ช้า รถพยาบาลเองก็เช่นกัน คุณหมอแค่ดูดวงตาของอู่เหมยปราดเดียวก็ส่ายหัว “สายไปแล้ว!” 

ทุกคนไม่ได้แปลกใจกับคำพูดของคุณหมอ ตกจากที่สูงร้อยเมตร เกรงว่าชั่ววินาทีที่สัมผัสพื้นก็สิ้นลมหายใจแล้วกระมัง! 

คุณหมอถอยออกไปก่อนจะให้ตำรวจเข้ามาดูแทน ทุกอย่างถูกจัดการไปตามขั้นตอน แต่บางทีพวกเขาคงมีข้อสรุปอยู่เบื้องต้นแล้ว กระนั้นก็ต้องดำเนินไปตามขั้นตอนอยู่ดี อู่เหมยก้มมองร่างตัวเองบนพื้นด้วยสายตาเย็นชารวมถึงอู่เยวี่ยที่กำลังซบหน้าร้องไห้หนักหน่วงบนตัวเธอ และเหมยซูหานที่นั่งคุกเข่านิ่งบนพื้น เธออยากบอกตำรวจมากเหลือเกินว่าผู้หญิงจอมเสแสร้งคนนี้แหละคือฆาตกร 

แต่ไม่ว่าเธอจะผ่านทะลุร่างตำรวจไปหลายครั้ง ทั้งตะโกนเรียกเสียงดังก็แล้ว กลับไม่มีใครสนใจเธอ และไม่มีใครรู้เรื่องที่ไร้ความยุติธรรมของเธอ ทุกคนต่างคิดว่าเธอฆ่าตัวตาย แม้แต่ตำรวจเองยังสรุปคดีอย่างนี้ 

“ความผิดฉันเอง สุขภาพน้องสาวฉันไม่ค่อยดี อารมณ์ก็ไม่ปกติ ที่ผ่านมาหลายปีต้องพึ่งยาระงับอารมณ์ตลอด ลูกของเธอคนนี้มากะทันหันเกินไป น้องเขยเลยให้ฉันกล่อมน้องสาวให้เธอไปทำแท้ง แต่น้องสาวฉันไม่ยอม เธอยืนยันจะคลอดลูกให้ได้ ทั้งร้องไห้ทั้งโวยวายจนในที่สุดก็สงบลงสักที ฉันกับน้องเขยไปปรึกษาเรื่องลูกที่อีกห้อง แต่ใครจะคิดว่า… แค่แป๊บเดียว น้องสาวฉันก็… เป็นความผิดฉันเอง ถ้ารู้ว่าจะเป็นอย่างนี้ตั้งแต่แรก ต่อให้เธอคลอดลูกที่อาจจะผิดปกติคนนี้ แล้วยังไงล่ะ!” 

อู่เยวี่ยเล่าอย่างเศร้าโศก หลายครั้งเธอออกอาการเสียใจเกินไปทำให้ไม่สามารถเล่าต่อได้ คนรอบข้างต่างปลอบใจเธอบอกว่านี่เป็นเพราะอู่เหมยคิดสั้นเอง ไม่เกี่ยวข้องกับเธอ 

แต่ไม่มีใครทันสังเกตเห็นสีหน้าผิดแปลกของเหมยซูหาน สายตาที่เขามองมาที่อู่เยวี่ยเองก็แปลกนัก คล้ายอยากพูดอะไรแต่สุดท้ายก็ไม่พูด หลับตาลงอย่างเจ็บปวดและกล่าวเสียงแผ่ว “ขอโทษ เหมยเหมย!” 

“ไม่เอา ฉันไม่ต้องการคำขอโทษจากคุณ คุณตำรวจ อู่เยวี่ยกำลังโกหกอยู่ ฉันไม่ได้เป็นโรคประสาท สุขภาพฉันเองก็ดีมาก ลูกของฉันไม่มีปัญหาอะไร ฉันไม่ได้ทานยาพวกนั้นตั้งนานแล้ว อู่เยวี่ยต่างหากที่ทำร้ายฉัน เธอเป็นคนผลักฉันลงมา เฮ้! พวกคุณได้ยินที่ฉันพูดบ้างหรือเปล่า? 

เหมยซูหาน คุณลุกขึ้นพูดสักคำสิ คุณรีบบอกตำรวจไปสิว่าอู่เยวี่ยเป็นคนฆ่าฉัน เหมยซูหาน ทำไมคุณต้องทำกับฉันแบบนี้?” 

อู่เหมยพุ่งตัวมาตรงหน้าเหมยซูหานอย่างโกรธเกรี้ยว ทั้งที่รู้ผลลัพธ์ของมันดีแต่เธอก็กระโจนเข้าหาครั้งแล้วครั้งเล่ากระทั่งหมดสิ้นเรี่ยวแรง เรือนร่างค่อยๆ จางลง 

ไม่นานตำรวจได้นำศพของอู่เหมยไปที่ห้องเย็น รอปิดคดีทุกอย่างได้เมื่อไร ญาติจึงจะสามารถนำร่างของเธอกลับบ้านได้ ต่อมาบุพการีตระกูลอู่ก็ถูกเรียกมาที่สถานีตำรวจ 

อู่เหมยโถมเข้าหาพวกเขาอย่างตื่นเต้น เธอไม่ได้เจอพ่อแม่มานานเหลือเกิน แต่พ่อแม่กลับมองไม่เห็นเธอสักนิด พวกท่านกำลังตอบคำถามตำรวจอยู่ 

“ใช่แล้ว ลูกสาวคนเล็กฉันสติไม่ค่อยดีตั้งแต่เด็ก ชอบอารมณ์ฉุนเฉียวอย่างไร้เหตุผล ลูกสาวคนโตฉันยอมน้องสาวเสมอ ดูแลเธออย่างดี แต่นิสัยของลูกสาวคนเล็กฉันแปลกจริงๆ กับพ่อแม่แท้ๆ อย่างเราเองก็ไม่สนิทสนมด้วย เฮ้อ ใครจะรู้…” 

คุณแม่อู่ เหอปี้อวิ๋นดึงกระดาษทิชชู่มาซับน้ำตาเรียกให้อู่เยวี่ยโผเข้ากอดกับเธอตัวกลม สองแม่ลูกเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย คุณพ่ออู่ทำหน้าเศร้าหมองเช่นเดียวกันอยู่ข้างๆ เพียงแต่ไม่เอ่ยอะไรสักคำ พอตำรวจถามเขาก็แค่พยักหน้าหรือส่ายหน้าเท่านั้น 

อู่เหมยมองพ่อแม่ของตนอย่างเหลือเชื่อ ตอนเด็กสติเธอเคยผิดปกติตั้งแต่เมื่อไรกันและไม่เคยฉุนเฉียวอย่างไร้เหตุผลมาก่อน อู่เยวี่ยเป็นลูกรักของพ่อแม่ แล้วตัวเธอจะกล้าอารมณ์เสียต่อหน้าอู่เยวี่ยได้อย่างไร? 

เหตุใดคุณพ่อคุณแม่ต้องโกหก? 

หรือว่าในใจพวกท่านมีลูกสาวแค่อู่เยวี่ยคนเดียว? 

หรือว่าต่อให้เธอตายก็ตาม จะไม่ได้รับความสงสารจากคุณพ่อคุณแม่สักนิดเลยหรือ? 

ความคิดเห็น