email-icon facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่5 : แค่ผ่านมาเห็น

ชื่อตอน : ตอนที่5 : แค่ผ่านมาเห็น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.6k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ย. 2563 13:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่5 : แค่ผ่านมาเห็น
แบบอักษร

ตอนที่5 : แค่ผ่านมาเห็น

 

 

 

รถสปอร์ตขาวขับเคลื่อนเข้ามาจอดในโรงพยาบาลใหญ่ เป็นเวลาเดียวกับที่หลงเว่ยขับรถออกจากโรงพยาบาลพอดี จึงทำให้ทั้งสองคลาดกันแบบฉิวเฉียด ธันวาเปิดประตูลงจากรถแล้วรีบเดินเข้าไปข้างในโรงพยาบาลทันที แต่เพราะเขาไม่รู้ว่าหมอไป๋พักอยู่ห้องไหน จึงเข้าไปสอบถามจากพยาบาลคนหนึ่งที่นั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์

"เอ่อ...ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าหมอไป๋พักอยู่ห้องไหนครับ" คนหล่อเอ่ยถามด้วยเสียงร้อนรน พยาบาลสาวที่ได้เห็นธันวาใกล้ๆถึงกับตกตะลึงไปชั่วขณะ เพราะความหล่อและความออร่าของเขามันฟุ้งกระจายจนเธอถึงกับสตั้น ผู้คนแถวนั้นถึงกับตาค้างและมองมาที่เขาเป็นตาเดียวกัน ไม่เพียงความสูงที่ดูโดดเด่นเท่านั้น แต่ความหล่อระดับเทพบุตรนี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เขากลายเป็นเป้าสายตาได้ไม่ยาก ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างจ้องมองเขาจนตาค้างกันเป็นแถบๆ

 

"เอ่อ คุณพยาบาลครับ ไม่ทราบว่าหมอไป๋พักอยู่ห้องไหนครับ" เมื่อเห็นหญิงสาวไม่ยอมตอบ ธันวาจึงต้องเอ่ยถามเธออีกรอบ และเหมือนเธอจะได้สติและสะดุ้งเล็กน้อย เพราะเพิ่งรู้สึกตัวว่าจ้องอีกฝ่ายนานเกินไป

"อะ...เอ่อ..ไม่ทราบว่าคุณเป็นอะไรกับคุณหมอคะ" หญิงสาวเอ่ยถามด้วยใบหน้าเขินอาย เธอไม่กล้าแม้แต่สบตาคนหล่อเลยด้วยซ้ำ

"ผมเป็นพี่ชายของเวลครับ และเป็นเพื่อนกับคุณหมอด้วย"

"ออค่ะ พี่ชายคุณเวลนี่เอง คุณหมอพักอยู่ห้องพักพิเศษ B504ค่ะ ให้ดิฉันโทรแจ้งคุณหมอให้มั้ยคะว่ามีคุณมาหา" เธอถามกลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

"ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณคุณมาก" พูดจบธันวาก็รีบสาวเท้าก้าวไปทางห้องที่ว่านั้นทันที ปล่อยให้พวกพยาบาลสาวมองตามเขาไปอย่างเคลิบเคลิ้ม ถึงวันนี้เขาจะใส่แค่เสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นธรรมดา แต่ความหล่อและดูดีของเขาก็ไม่ได้ลดลงไปเลยจริงๆ

 

 

"หล่อมากเลยอ่ะแก พวกแกเห็นหน้าเขาปะ โคตรหล่อ นี่มันคนหรือเทพบุตรอ่ะ โอ้ยยย" พยาบาลสาวที่ถูกถามเอ่ยชมคนหล่อพร้อมทำหน้าเพ้อฝันออกมาอย่างไม่อาย

"ใช่ ฉันว่าหมอไป๋กับคุณหยางหล่อมากแล้วนะ แต่พอเจอผู้ชายคนเมื่อกี้เข้าไปคือสตั้นเลยอ่ะ หล่อมากกก โคตรของโคตรหล่ออ่ะพ่อคุณเอ้ย!" พยาบาลสาวอีกคนแสดงความคิดเห็น แล้วทำหน้าตาเคลิบเคลิ้มตามเพื่อนของเธอ

"คุณธันวา! ใช่ๆ พวกแก เขาคือคุณธันวา อภิพงษ์สกุล นักธุรกิจหนุ่มที่มาแรงที่สุดในตอนนี้ กรี๊ดดด! ไม่คิดว่าจะได้เจอตัวเป็นๆ หล่อมากกก โอ้ยยย จะเป็นลม"

"ใช่ๆ ฉันเคยเห็นเขาในข่าวบันเทิงอ่ะ โคตรฮอตเลยแล้วก็โคตรรวยด้วย นี่มันผู้ชายในฝันชัดๆ อร๊ายยย!" พยาบาลสาวที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างเดินเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วย และตามด้วยพยาบาลอีกหลายคนที่ต่างเห็นพ้องตรงกัน

พวกเธอต่างแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเม้ามอยเรื่องนี้กันอย่างเมามัน และทุกคนเหมือนจะหลงไหลและชื่นชมความหล่อเกินมนุษย์มนาของธันวากันทั้งนั้น แต่ละคนแสดงความคิดเห็นและหวีดไปในทิศทางเดียวกัน จนคุณหมอที่ตรวจคนไข้อยู่ในห้องต้องออกมากล่าวตักเตือน ทำให้พวกเธอแตกกลุ่มและแยกย้ายกันกลับไปทำงานเหมือนเดิม

 

 

ส่วนร่างสูงของธันวาเดินมาหยุดอยู่ที่ห้องๆหนึ่ง ป้ายหน้าห้องบ่งบอกชัดเจนว่าคนในห้องนั้นเป็นใคร แต่เพราะกลัวว่าถ้าเข้าไปแล้วจะโดนอีกฝ่ายไล่ตะเพิดออกมา ร่างสูงจึงเลือกที่จะแอบมองอีกฝ่ายผ่านกระจกใสสี่เหลี่ยมขนาดเล็กตรงประตูแทน

ธันวาจ้องมองร่างโปร่งที่นอนอยู่บนเตียง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้เป็นอะไรมากเขาก็รู้สึกสบายใจขึ้น เขายืนมองอีกฝ่ายอยู่สักพัก ก่อนทำท่าจะเดินออกไปเมื่อแอบมองจนพอใจแล้ว แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ก้าวไปไหน คนป่วยก็ค่อยๆลุกลงจากเตียง ทำให้ธันวาชะงักเท้าและหันกลับมาส่องคนในห้องอีกครั้ง หมอหนุ่มก้าวเดินไปยังห้องน้ำช้าๆ เพราะรู้สึกปวดหัวอยู่ไม่น้อย แต่ก้าวไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็หยุดลง และเหมือนร่างโปร่งกำลังเอนเอียงคล้ายกำลังจะล้ม

 

"เฮ้ย!!" ธันวาหลุดอุทานออกมาด้วยความตกใจเมื่อเห็นแบบนั้น เขารีบดึงประตูแล้ววิ่งเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว

 

พรึ่บ!

ร่างสูงพุ่งตัวไปรับคนที่กำลังจะล้มด้วยความไวแสง เพราะถ้าขืนเขาช้ากว่านี้อีกก้าวเดียว มีหวังร่างโปร่งของหมอไป๋ได้ล้มลงไปกระแทกพื้นแล้วแน่ๆ

 

"ระวังหน่อยสิ เกือบได้ล้มหัวทิ่มแล้วมั้ยล่ะ" ธันวาว่าให้หมอไป๋ดุๆ มือแกร่งก็โอบรอบเอวของหมอหนุ่มไว้แน่น ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะร่วงลงไปอย่างไงอย่างงั้น ใบหน้าหวานกระแทกกับอกแกร่งเล็กน้อย ทำให้หมอหนุ่มมองไม่เห็นใบหน้าของคนที่เข้ามาช่วยตนไว้

 

"ขะ...ขอบคุณครับ" หมอหนุ่มเอ่ยขอบคุณอีกฝ่ายเบาๆก่อนจะค่อยๆเงยหน้าขึ้นเพื่อมองเจ้าของอ้อมกอดให้ชัดๆ

"..."

"ไม่เป็นไรใช่มั้ย"

ธันวาเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา พร้อมกับใช้สายตาจ้องมองอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน หมอหนุ่มที่ได้เห็นหน้าหล่อถึงกับชะงักค้าง เพราะไม่คิดว่าจะเป็นธันวาที่โผล่มาช่วยตนไว้ได้ทันเวลาพอดี

 

"มะ...ไม่เป็นไร ปล่อยกูได้แล้ว" แต่เพียงครู่เดียวหมอหนุ่มก็ได้สติ เขารีบผละตัวออกจากอ้อมกอดแกร่งของอรกฝ่ายอย่างรวดเร็ว แต่เพราะไม่ทันระวังจึงทำให้ร่างโปร่งไปชนกับเสาน้ำเกลือที่ตั้งอยู่ข้างหลังจนมันล้มลงไปกับพื้น

 

เพล้ง!

"โอ้ย!!" หมอไป๋ร้องออกมาด้วยความเจ็บ เพราะเข็มน้ำเกลือที่เจาะอยู่บนหลังมือโดนแรงกระชากจากเสาน้ำเกลือที่ล้มลงไปอย่างแรง จนทำให้หลังมือขาวมีเลือดชิบออกมา ธันวาเองก็ตกใจไม่น้อย เขารีบเข้าไปจับมืออีกฝ่ายมาดูด้วยความเป็นห่วง

 

"เป็นไงล่ะ อวดเก่งดีนัก" ธันวาว่าเสียงแข็งพร้อมกับใช้สายตามองอีกฝ่ายดุๆ

"ไม่ต้องมายุ่ง! ปล่อยกู" หมอหนุ่มเองก็ไม่ยอมให้อีกฝ่ายจับ พยายามดึงมือออกจากมือแกร่ง

"อยู่เฉยๆ เป็นหมอภาษาอะไรปล่อยให้ตัวเองเจ็บแบบนี้ โง่จริงๆ" ธันวาขึ้นเสียงใส่หมอหนุ่ม พร้อมกับยึดข้อมือเล็กไว้แน่น แล้วหันไปดึงทิชชู่บนโต๊ะมาเช็ดเลือดให้เบาๆ

 

"มึง!"

"ทำไม! หรือจะเถียงว่าไม่จริงห้ะ ถ้าเมื่อกี้กูมาไม่ทันมึงจะเป็นยังไงคิดดูสิ ดูแลคนอื่นได้ทำไมไม่รู้จักดูแลตัวเองวะ" หมอหนุ่มที่ทำท่าจะเถียงถึงกับชะงักค้างไปทันที เขารู้สึกเถียงไม่ออกเพราะสิ่งที่อีกฝ่ายพูดมันถูกทุกอย่าง

 

"หึ ทำไมไม่เถียงล่ะ คราวหลังก็หัดระวังซะบ้าง อ่าเสร็จละ... แล้วเมื่อกี้จะเดินไปไหน" ธันวายังคงบ่นหมอไป๋ไม่หยุด เขารู้สึกไม่ชอบใจที่อีกฝ่ายไม่ดูแลตัวเองเลย

"ไม่ใช่เรื่องของมึง" หมอหนุ่มตอบเสียงแข็งก่อนจะหันหลังเดินลากเสาน้ำเกลือไปทางห้องน้ำ แต่ยังเดินไปไม่ถึงไหนก็ถูกร่างสูงอุ้มซะแล้ว

 

"เห้ยย!! ทำอะไรของมึงอ่ะ ปล่อยนะเว้ย" หมอหนุ่มตกใจร้องโวยวายออกมาเสียงดัง ก่อนจะพยายามออกแรงดิ้นเพื่อให้อีกคนปล่อย

"อยู่นิ่งๆ ไม่งั้นกูโยนมึงลงพื้นจริงๆด้วย" ธันวาพูดขู่ ก่อนจะกระชับแขนอุ้มอีกฝ่ายให้ถนัดขึ้น แต่มีหรือที่คนอย่างไป๋เซียนจะกลัวคำขู่ของผู้ชายคนนี้ เขาไม่เพียงแต่ไม่ฟังเท่านั้นแต่ยังออกแรงดิ้นมากกว่าเดิมไปอีก แถมไม่พอยังมีการพูดท้าทายชายหนุ่มด้วย

"เอาสิ! ถ้ามึงกล้า"

"ได้!!" ธันวาตอบรับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเหวี่ยงแขนที่อุ้มร่างโปร่งไปข้างๆแรงๆ เพื่อบ่งบอกว่าเขากำลังจะโยนอีกฝ่ายลงพื้นจริงๆ

"เอ้ย! อย่าาา!!"

หมอหนุ่มตกใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำแบบนั้น เขาร้องร้องออกมาเสียงหลง ก่อนจะหลับตาปี๋พร้อมกับใช้แขนโอบรัดคอของธันวาไว้แน่น ส่วนคนขี้แกล้งก็แอบยิ้มขำกับอาการสั่นเทาของคนในอ้อมแขน เพราะไม่คิดว่าคนปากดีอย่างหมอไป๋จะกลัวกับสิ่งที่เขาทำ

แล้วตอนนี้หมอไป๋เองก็กำลังกอดรัดเขาไว้แน่น นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เขายิ้มไม่หุบแบบนี้ การมาวันนี้ถือว่าคุ้มค่ามากจริงๆ ธันวาคิดในใจ

และตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องแสร้งพูดสุภาพกับอีกฝ่ายแล้ว เพราะพวกเขาไม่ได้กำลังคุยเรื่องธุรกิจเหมือนที่ผ่านมา

 

 

"หึๆ จำไว้ทีหลังอย่ามาปากดีกับกู" ชายหนุ่มแสยะยิ้มแล้วบอกอีกฝ่ายอย่างผู้ชนะ ร่างสูงอุ้มหมอไป๋เดินตรงไปยังห้องน้ำ และไม่ลืมลากเสาน้ำเกลือตามไปด้วย ส่วนหมอหนุ่มก็ได้แต่กัดฟันกรอดด้วยความโมโห เพราะตอนนี้ตัวเองตอบโต้อะไรอีกฝ่ายไม่ได้เลย ขื่นด่าไปแล้วอีกฝ่ายโยนเขาลงพื้นจริงๆก็แย่น่ะสิ เขาจึงเลือกที่จะเงียบแล้วปล่อยให้ธันวาอุ้มไปส่งในห้องน้ำแต่โดยดี

 

"เสร็จแล้วเรียกนะ กูจะรออยู่หน้าห้อง" ธันวาบอกหลังจากวางให้หมอไป๋ได้ยืนเอง ส่วนคนหน้าหล่อก็กลับมาทำหน้านิ่งเหมือนที่เคยชอบทำ เขาทำราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้ยิ้มหน้าระรื่นยังไงอย่างงั้น

"ไม่จำเป็น มึงกลับไปได้ละ" หมอไป๋บอกกลับอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะผลักให้ร่างสูงออกจากไปห้องน้ำทันที จากนั้นก็ปิดประตูใส่หน้าคนหล่อเสียงดังปั้ง

 

"นี่ชาตินี้กูจะหนีมึงไม่พ้นจริงๆเหรอวะ โอ้ย! หงุดหงิดโว้ย!" หมอหนุ่มสบถออกมาอย่างหัวเสีย ในหัวก็คิดไปต่างๆนาๆเกี่ยวกับเรื่องของผู้ชายที่ชื่อธันวา ทั้งที่คิดว่าไม่ต้องเจอผู้ชายคนนี้อีกแล้วแท้ๆ แต่เหมือนสวรรค์จะชอบกลั่นแกล้งให้ต้องมาเจออยู่เรื่อย นี่มันเวรกรรมอะไรของกูวะเนี่ย หมอไป๋โอดครวญในใจ

 

 

"คนอะไรวะ น่าฟัดชะมัด" ธันวาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ใบหน้าหล่อกำลังยิ้มเมื่อนึกถึงใบหน้าหวานที่แดงเพราะอารมณ์โกรธ มันทั้งดูน่ารักและน่าจับฟัดให้จมเขี้ยวมากสำหรับเขา

ธันวารู้สึกอารมณ์ดีทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้หมอไป๋ ถึงแม้ทุกครั้งที่เจอเขามักจะชอบแก้วให้อีกฝ่ายโมโหก็ตาม แต่ไม่รู้ทำไมยิ่งเห็นอีกฝ่ายโกรธเขาก็ยิ่งอยากแกล้ง จนบางทีเขาก็แอบคิดว่าตัวเองเป็นโรคจิตไปแล้วรึเปล่า แต่ก็นั่นแหละ ใครใช้ให้หมอไป๋เกิดมาน่าแกล้งเองล่ะ ธันวาคิด และตอนนี้ใบหน้าหล่อกำลังเต็มไปด้วยรอยยิ้ม มันเป็นรอยยิ้มที่ไม่มีใครได้เห็นง่ายๆ เพราะชายหนุ่มมักจะชอบทำหน้านิ่งเวลาอยู่ต่อหน้าผู้คนเสมอ

 

แอ๊ดดดด...

"ทำไมมึงยังไม่กลับอีก" หมอหนุ่มถามเมื่อเปิดประตูออกมาแล้วยังเห็นว่าธันวายังอยู่ในห้อง ทั้งที่เขาคิดว่าอีกฝ่ายกลับไปแล้วแท้ๆ

"เมื่อกี้กูบอกว่าไง ทำไมไม่เรียกกู" นักธุรกิจหนุ่มไม่ตอบ แต่กลับถามอีกฝ่ายแทน

"เป็นพ่อกูรึไง มีสิทธิ์อะไรมาสั่ง" หมอหนุ่มตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะค่อยๆเดินกลับไปที่เตียง

"มึงนี่มันดื้อจริงๆ" ธันวาบ่นพร้อมกับเดินไปเข้าหาหมอหนุ่ม เพื่อหวังว่าจะอุ้มร่างโปร่งอีกครั้ง

 

"หยุด!! มึงหยุดอยู่ตรงนั้นเลย ไสหัวกลับไปได้แล้ว กูจะพักผ่อน" เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไร หมอหนุ่มจึงรีบพูดดักขึ้นมาทันที ทำให้คนที่หวังจะแต๊ะอั๋งอีกฝ่ายหยุดเท้าที่กำลังเดิน ธันวารู้สึกเสียดายไม่น้อย กะจะเนียนๆแล้วนะเนี้ย

"นี่มึงพูดกับคนที่ช่วยมึงแบบนี้เหรอ แย่ว่ะ ไม่ขอบคุณแล้วยังมาไล่อีก" คนหล่อแสร้งทำเสียงเศร้า แต่ใบหน้าหล่อกลับไม่ได้ดูเศร้าเหมือนน้ำเสียงเลยสักนิด มันกลับดูร้ายกาจจนคนมองรู้สึกหมั่นไส้

 

"กูไม่ได้ขอให้มึงมาช่วยสักหน่อย ออ..แล้วคราวหลังก็ไม่ต้องมาเยี่ยมกูนะ เห็นหน้ามึงแล้วอาการยิ่งแย่" หมอไป๋บอกกลับอย่างไม่แคร์ ก่อนจะเดินกลับขึ้นไปนอนบนเตียงเหมือนเดิม

"ใครว่ากูมาเยี่ยมมึง กูแค่มาทำธุระแล้วเดินผ่านมาเห็นหรอก อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย" ธันวารีบพูดแก้ตัวทันที เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้ว่าตัวเองมาเยี่ยมจริงๆ

"เหรอ? งั้นก็ดีเลย เชิญมึงไปทำธุระของมึงเลย กูจะนอนแล้ว" หมอหนุ่มออกปากไล่ชายหนุ่มอีกครั้ง พร้อมกับผายมือขาวไปทางประตู

"เออ ไปก็ได้ เห็นว่าป่วยอยู่หรอกนะถึงยอมให้น่ะ" เมื่อเห็นอีกฝ่ายหน้าซีดๆ ธันวาจึงยอมแต่โดยดี เพราะตอนนี้ดูเหมือนหมอหนุ่มจะอ่อนเพลียจริงๆ รอให้หายดีแล้วค่อยมาป่วนอีกก็คงไม่สาย เมื่อคิดได้แบบนั้น ร่างสูงจึงยอมเดินออกไปจากห้อง

 

"หายเร็วๆนะ ไอ้ตี๋" ธันวาพึมพำกับตัวเองเบาๆเมื่อออกมาจากห้องแล้ว ร่างสูงก้าวเดินออกไปจากโรงพยาบาลอย่างอารมณ์ดี ตลอดทางก็มีคนสนใจเขามากมายไม่ต่างจากตอนมา แต่เจ้าตัวกลับไม่สนใจใครเลยสักนิด เพราะกำลังอารมณ์ดีที่ได้เจอหมอไป๋สักที หลังจากที่ได้แต่แอบดูอีกฝ่ายมาเกือบสองอาทิตย์

ใช่แล้วครับ ตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมา ธันวาแอบมาจองรถดูหมอหนุ่มที่หน้าโรงพยาบาลทุกคืน เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายมักจะมาหาอะไรกินหน้าโรงพยาบาลก่อนกลับบ้านทุกวัน แค่ได้เห็นใบหน้าหวานสักนิดเขาก็รู้สึกดีแล้ว แต่ก็มีสิ่งที่ขัดใจเขาอยู่เช่นกัน เพราะไม่ว่าหมอหนุ่มจะไปไหน มักจะมีบอดี้การ์ดหน้านิ่งตามไปด้วยทุกที่ แต่วันนี้ถือว่าเป็นวันโชคดีของเขาที่บอดี้การ์ดคนนั้นไม่อยู่ ไม่งั้นเขาคงไม่มีโอกาสได้เข้าใกล้หมอไป๋มากขนาดนี้

และแล้วร่างสูงก็เดินมาถึงลานจอดรถ เขาปลดล็อครถแล้วขึ้นรถอย่างสบายใจ ก่อนจะสตาร์ทรถแล้วขับสู่ถนนใหญ่ของเมืองกรุงเทพอีกครั้ง

 

 

 

"โอ้ย!! ไอ้เถื่อนเอ้ย! มึงจะตามหลอกหลอนกูไปถึงไหนวะ" เมื่อร่างสูงออกไปจากห้องแล้ว หมอหนุ่มก็ระเบิดอารมณ์ออกมาทันที คิดว่าทำไมต้องมาเจอกับผู้ชายคนนี้อีก ยิ่งหนีก็ยิ่งได้เจอ เหมือนสวรรค์กำลังเล่นตลกกับชีวิตเขาชัดๆ

 

"หยาง ใช่ หยางต้องรู้เรื่องนี้แน่ๆ" แล้วอยู่ๆหมอหนุ่มก็นึกอะไรออก เขากำลังสงสัยว่าทำไมธันวาถึงมากรุงเทพอีก ทั้งที่เรื่องของเวลกับหยางก็ไม่มีอะไรแล้ว หรือมีเรื่องอะไรที่ทำให้ไอ้เถื่อนนี่มากรุงเทพอีกนะ เมื่อคิดได้แบบนั้นหมอหนุ่มจึงไม่รอช้า เขารีบกดเบอร์โทรหาเฟยหยางทันที และรอสายไม่นานอีกฝ่ายก็รับ

 

 

"ฮัลโหล ว่าไงครับเฮีย" ปลายสายเอ่ยทักทายอย่างสุภาพ

"หยาง ไอ้ธันมันมากรุงเทพตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วมันมาทำอะไรที่นี่ มันไม่ได้มาหาเรื่องแกอีกใช่มั้ย" หมอไป๋ไม่รอช้ารีบถามคำถามที่ตัวเองอยากรู้กับอีกฝ่ายทันที

"ออ..เฮียรู้แล้วเหรอ ผมว่าจะหาโอกาสบอกเฮียอยู่เหมือนกัน คือ... พี่ธันมากรุงเทพได้สองอาทิตย์แล้วเฮีย พี่เขามาบริหารงานที่บริษัทสาขากรุงเทพน่ะ ส่วนเรื่องผมเฮียไม่ต้องเป็นห่วงนะ พี่เขาไม่ได้มายุ่งวุ่นวายเรื่องของผมกับเวลแล้ว" มาเฟียหนุ่มตอบตามความจริง เพราะธันวาไม่ได้มายุ่งกับพวกเขาตามที่อีกฝ่ายเคยรับปากไว้จริงๆ

"อะไรนะ!! มาได้สองอาทิตย์แล้ว ทำไมเฮียไม่เห็นรู้เรื่องเลยอ่ะ แล้วเมื่อกี้แกว่าไงนะ มันจะมาบริหารงานที่กรุงเทพงั้นเหรอ" หมอหนุ่มถึงกับอุทานออกมาเสียงดังเมื่อได้ยินคำตอบจากปากเฟยหยาง เขากำลังมึนงงและสงสัยกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เพราะตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมาเขามัวแต่ทำงานจนไม่ได้สนใจอะไรเลย

 

"ใช่ครับ พี่เขาย้ายมาบริหารงานที่นี่แล้ว แล้วที่ผมไม่ได้บอกเฮีย เพราะผมเห็นว่าเฮียทำงานหนักไง" มาเฟียหนุ่มพูดอธิบายให้อีกฝ่ายฟังตามความจริง

 

"..."

หมอหนุ่มเงียบเมื่อได้รับคำยืนยันจากปากน้องชาย

"เอ่อ...แล้วเฮียรู้เรื่องได้ไงอ่ะ เห็นในข่าวเหรอ หรือเฮียได้เจอพี่เขาแล้ว"มาเฟียหนุ่มถามกลับด้วยความอยากรู้

"ก็เอ่อน่ะสิ เฮียเพิ่งไล่มันกลับไปเมื่อกี้นี่เอง คนอะไรไม่รู้กวนประสาทชะมัด" หมอหนุ่มตอบแบบไม่สบอารมณ์นัก เพราะยังหงุดหงิดกับการกระทำของอีกฝ่ายไม่หาย

"อ้าว พี่ธันไปเยี่ยมเฮียเหรอ"

"เปล่าหรอก เห็นมันบอกมาทำธุระอะไรไม่รู้ของมัน"

"ธุระเหรอ พี่ธันมีธุระอะไรต้องไปโรงพยาบาลงั้นเหรอ" มาเฟียหนุ่มพึมพำถามตัวเอง เพราะกำลังสงสัยว่าพี่ชายของคนรักไปทำอะไรที่โรงพยาบาล ป่วยเหรอ? ก็ไม่น่าใช่ แล้วไปทำอะไรของเขานะ มาเฟียหนุ่มครุ่นคิดด้วยความสงสัย เพราะคิดไม่ออกจริงๆว่าอีกฝ่ายมีธุระอะไรที่โรงพยาบาล นอกจากจะไปเยี่ยมพี่ชายของเขาที่กำลังป่วย

 

"ธุระอะไรก็ช่างมันเถอะ พรุ่งนี้บอกให้หลงเว่ยมารับเฮียด้วยนะ เช้าๆเลย เฮียอยากกลับไปพักผ่อนที่บ้านแล้ว" หมอหนุ่มพูดตัดบทแล้วเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นแทน เพราะไม่อยากได้ยินเรื่องของผู้ชายคนนั้นอีก

 

"อ่าว...เฮียดีขึ้นแล้วเหรอ นอนดูอาการที่โรงพยาบาลอีกสักคืนสองคืนดีกว่ามั้ย เผื่อเป็นอะไรขึ้นมาอีกจะได้มีคนคอยดูแลไง" มาเฟียหนุ่มถามกลับด้วยความเป็นห่วง เขายังไม่อยากให้พี่ชายรีบกลับบ้าน เพราะกลัวอีกฝ่ายจะเป็นอะไรไปอีก

"ดีขึ้นแล้ว เฮียแค่เป็นลมเองนะ ไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย ให้เฮียกลับเถอะ นอนอยู่เฉยๆเบื่อจะแย่" หมอหนุ่มบอกกลับ

"ครับๆ งั้นพรุ่งผมให้หลงเว่ยไปรับสักเก้าโมงนะครับ โอเคมั้ย" เมื่ออีกฝ่ายยืนยันแบบนั้น น้องชายอย่างเขาจึงทำอะไรไม่ได้ นอกจากยอมให้พี่ชายกลับมานอนรักษาตัวที่บ้านตามที่อีกฝ่ายต้องการ

"อืม โอเค งั้นแค่นี้นะ ไว้เจอกัน" พูดจบหมอหนุ่มก็กดวางสาย พลางนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ผ่านมาเห็นงั้นเหรอ? โรงพยาบาลของเขากว้างใหญ่ขนาดนี้ เป็นไปได้เหรอที่ธันวาจะผ่านมาเห็นเขาตอนจะล้มพอดี หมอหนุ่มครุ่นคิด

 

"เห้อ ช่างเถอะ มันคงไม่ได้ตั้งใจมาเยี่ยมเราจริงๆนั่นแหละ" หมอหนุ่มถอนหายใจออกมายาวๆ ก่อนจะสะบัดหัวไล่ความคิดเรื่องธันวาทิ้ง ร่างโปร่งเอนตัวลงบนหมอนอีกครั้ง ก่อนจะพยายามข่มตานอน และไม่นานหมอหนุ่มก็หลับไปในที่สุด เพราะความอ่อนเพลียที่สะสมมาหลายต่อหลายวัน

 

 

 

To be continued....

มาแล้วๆ พี่ธันร้ายอ่ะ แอบแต๊ะอั๋งเขาด้วย เป็นห่วงเขามากอ่ะน้อ แต่ก็ยังปากแข็งชิบหาย ถ้านกขึ้นมาแล้วจะสมน้ำหน้าให้นะคะ 55555

***มาแล้ว เป็นตอนก่อนสอบปลายภาคน้อ หวังว่ารีดที่น่ารักยังไม่ลืมกันน้อ วันที่1 จะสอบปลายแล้ว ขอให้ทุกคนอดใจรอกันนิดนึ่งน้า หลังสอบเสร็จเค้าจะมาลงให้อาทิตย์ละ 3 ตอนเลย ขอบคุณที่ยังไม่ทิ้งกันไปไหนนะค้าบ รักทุกคน จุ๊ปๆ 😍😘🙏

 

 

 

 

ความคิดเห็น