facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

37.พี่อยากได้เพียงแค่น้องชาย

ชื่อตอน : 37.พี่อยากได้เพียงแค่น้องชาย

คำค้น : ตำรวจพลร่ม, ตำรวจ, อรินทราช, ตชด., ค่ายนเรศวร, นเรศวร 261, หน่วยรบพิเศษ, แพทย์ตำรวจ, ทหารพราน, ทหาร, ชายแดนภาคใต้

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 39.5k

ความคิดเห็น : 103

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ต.ค. 2563 04:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
37.พี่อยากได้เพียงแค่น้องชาย
แบบอักษร

37.พี่อยากได้เพียงแค่น้องชาย 

  

               แก้วเจ้าจอมกับผู้กองพนาไม่รู้เรื่องอะไรเลยแม้แต่น้อยเมื่อตื่นขึ้นเพราะกิจกรรมรักเมื่อคืนมันทำให้ทั้งสองคนเพลียมากจนหลับสนิท จนเมื่อแก้วเจ้าจอมลุกขึ้นไปดูประตูห้องนอนที่เปิดแง้มอยู่หน่อยๆ นั่นแหละเธอถึงได้รู้ว่าประตูไม่ได้ใส่กลอนเอาไว้ นี่ก็เช้าแล้วไม่รู้ว่าอรินจะเปิดเข้ามาเห็นเธอนอนกอดอยู่กับสามีรึเปล่า 

               “เอ๊ะ!” ระหว่างที่ยืนงงกับบานประตูอยู่นั้น แก้วเจ้าจอมที่นุ่งผ้าขนหนูกระโจมอกก็ก้มลงมาหยิบช่อดอกคัตเตอร์ที่วางอยู่หน้าประตูห้องนอนของเธอขึ้น ดอกคัตเตอร์ช่อน้อยๆ มีการ์ดอวยพรวันเกิดแต่ไม่ได้ลงชื่อของคนที่ส่งมาให้ ตอนแรกเธอคิดว่าอาจจะเป็นอรินส่งมาให้แต่ถ้าจำไม่ผิดเมื่อคืนนี้ดอกไม้ที่อรินเตรียมเอาไว้มีแค่ดอกกุหลาบนี่นา แล้วใครกันที่เป็นคนส่งดอกคัตเตอร์มาให้เธอ 

               “มีอะไรรึเปล่า” ผู้กองพนาเดินเข้ามาเกี่ยวเอวเธอกลับเข้าไปในห้องนอน สีหน้ายังดูอ่อนเพลียเพราะเสียพลังงานไปเยอะแต่ดวงตาของเขาก็ยังสดใสเป็นประกาย จมูกเรียวทั้งจูบทั้งหอมดอมดมแก้วเจ้าจอมอย่างหลงใหล 

               “มีคนเอาดอกคัตเตอร์มาวางเอาไว้ที่หน้าห้องค่ะ ไม่รู้ว่าเป็นใครมีแค่การ์ดอวยพรวันเกิดเฉยๆ” เธอยื่นช่อดอกคัตเตอร์ให้ผู้กองพนาดู 

               “อรินรึเปล่า” 

               “ไม่ค่ะ อรินไม่เคยให้ดอกไม้อย่างอื่นกับไนเปอร์ อรินจะให้แต่ดอกกุหลาบตลอด” เธอว่า “น้องมารีนเคยบอกว่าดอกคัตเตอร์มันมีความหมายอยู่นะคะ มันเป็นดอกไม้ที่สื่อถึงการแอบรักใครซักคน” 

               “อ้อ! นี่นอกจากอรินแล้วในฐานนี้ยังมีคนแอบรักเมียพี่อยู่อีกหรอ” ผู้กองพนาเริ่มไม่สบอารมณ์แก้วเจ้าจอมก็เลยทำเชิดหน้าใส่ 

               “มีเมียสวย น่ารักก็แบบนี้แหละ” มือของเธอทำท่าสะบัดผมเห็นแล้วผู้กองพนาก็หมั่นไส้นักจึงดึงเอาเธอเข้ามากอดแล้วซุกไซ้ให้หนักขึ้นจนช่อดอกคัตเตอร์ในมือหล่นลงพื้นและแก้วเจ้าจอมก็ไม่ได้สนใจช่อดอกไม้น้อยอีกเพราะมัวแต่คอยปัดป้องหลบอาการหื่นของสามีทั้งเสียงหัวเราะ 

               “ไม่เอาค่ะพี่พนา พอแล้วเดี๋ยวอรินมาเห็น” 

               “ป่านนี้คงนอนหมอบคาโรงครัวยังไม่ตื่นมั้ง พี่เห็นดื่มสาโทกัน” 

               “สาโท...พูดแล้วก็เปรี้ยวปากขึ้นมาเลย” 

               “ขี้เมา” เขาว่าเธอเข้าให้ “ไปๆๆ ไปอาบน้ำแต่งตัวทำงานได้แล้ว ถ้าไปเข้าเวรสายเดี๋ยวจะโดน ผบ.กองร้อยสั่งลงโทษ” 

               “ลงโทษแบบเมื่อคืนนี้รึเปล่าคะ แบบ...ตีก้นแรงๆ” แก้วเจ้าจอมทำหน้าทะเล้นใส่เขา “ถ้าจะลงโทษแบบเมื่อคืนนี้อีกไนเปอร์จะไปนอนต่อ จะตื่นสายๆ จะไปทำงานสายๆ ค่ะ ไนเปอร์อยากถูกลงโทษ” 

               “ยัยเด็กหื่น” เขาล่ะยอมใจกับเธอจริงๆ แล้วดูท่าเธอคลานขึ้นไปนอนบนเตียงสิ จะเปลี่ยนอาชีพจากหมอมาเป็นนางยั่วรึยังไงกัน เดี๋ยวก็ซ้ำแบบเมื่อคืนอีกซักรอบสองรอบหรอก ผู้กองพนาคิดก่อนจะเข้ามาจัดการอุ้มแก้วเจ้าจอมขึ้นเพื่อพาไปอาบน้ำแต่งตัวที่บ้านพักของเขา ดูจากนาฬิกาแล้วเวลาน่าจะยังพอมีขอซ้ำอีกซักรอบตอนอาบน้ำจะดีมั้ยน้ายัยโหดจะได้หายซ่า 

  

 

 

               แก้วเจ้าจอมเดินตามผู้กองพนามาที่ฐานหลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้ว ระหว่างที่เดินมาเธอก็ยกมือขึ้นมามองแหวนญาติที่นิ้วตลอด รู้สึกดีที่ได้สวมมันและภูมิใจกับแหวนญาติวงนี้เสมอ วันนี้เธอตั้งใจจะพูดกับอรินให้รู้เรื่องอรินจะได้ยอมรับเธอกับผู้กองพนาเสียที 

               “พี่พนา เมื่อคืนนี้พี่พนาได้ล็อกประตูก่อนนอนรึเปล่าคะ ทำไมเมื่อเช้านี้ไนเปอร์เห็นประตูไม่ได้ลงกลอนเอาไว้” เธอรีบเดินตามเขามาแล้วถามในสิ่งที่ยังสงสัยอยู่ 

               “ไม่รู้เหมือนกัน เมื่อคืนมัวแต่รีบร้อนจะแกะห่อของขวัญพี่ก็เลยไม่ได้สนใจอะไร” ก็แหม...อ่อยเขาซะขนาดนั้นต่อให้มีคนร้ายมาแอบซุ่มจะรอฆ่าเขา เขาก็ไม่รู้ตัวหรอก แค่ได้กลิ่นตัวหอมๆ ของเธอเขาก็หลงเพ้อจนลืมทุกๆ อย่างบนโลกใบนี้ไปแล้ว 

               “กลัวอรินมาเห็นจัง” 

               “เห็นก็เห็นสิ วันนี้เราก็ตั้งใจจะพูดเรื่องนี้กับเขาไม่ใช่หรอ ไนเปอร์จะคุยเช้านี้หรือจะคุยตอนเย็นดีล่ะ” 

               “ใจมันแป้วๆ แปลกๆ ค่ะ สงสารน้อง” 

               “สงสารน้องแล้วก็อย่าลืมสงสารผัวบ้างนะ” เขาประชด ห่วงเหลือเกินนะไอ้น้องชายนอกไส้เนี่ย เขาล่ะอยากจะรู้นักว่าถ้าเขาเดินเข้าไปบอกอรินถึงความสัมพันธ์ของเขากับเธออรินจะเป็นยังไง 

               “ผู้กองครับ” เมื่อเดินมาจนถึงฐานแล้วผู้หมวดเผ่าเทพก็วิ่งเข้ามาหาเขาด้วยสีหน้าเครียดๆ อย่างไม่รู้ว่าจะบอกยังไงดี ผู้กองพนาที่ยังไม่รู้อะไรก็เข้าใจไปว่ามีเหตุฉุกเฉินร้ายแรงเกิดขึ้น 

               “เกิดเหตุอะไรรึเปล่า” 

               “คือว่า...หมออรินครับ...” 

               เมื่อได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างจากผู้หมวดเผ่าเทพแล้วแก้วเจ้าจอมก็รีบวิ่งไปที่ห้องพยาบาลทันทีด้วยความเป็นห่วงน้องชาย หยาดน้ำตาเอ่อคลอออกมาเพราะผู้หมวดเผ่าเทพบอกว่าเมื่อตอนเช้ามืดอรินกลับบ้านมาหาเธอแล้วเห็นเธอนอนกอดอยู่กับผู้กองพนา อรินโกรธมากจนแทบจะฆ่าผู้กองพนาทิ้งผู้หมวดเผ่าเทพเลยต้องทำให้เขาหมดสติ ตอนนี้เธอไม่ได้ห่วงตัวเองแล้วแต่เธอห่วงความรู้สึกของอรินที่สุด เธอคิดอยู่แล้วว่าจะต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นสักวันแต่เธอก็ไม่เคยเตรียมใจได้สักที 

               “อริน...” เธอเดินเข้ามาในห้องพยาบาลอย่างช้าๆ ก็เห็นว่าอรินกำลังนอนอยู่บนเตียง ที่มือข้างขวาถูกใส่กุญแจมือยึดกับเตียงคนไข้เอาไว้ 

               “อริน...” เธอนั่งลงที่ข้างเตียงคนไข้ของเขาแล้วรีบสำรวจอาการด้วยความเป็นห่วง “อรินได้ยินพี่มั้ย” 

               เสียงเรียกของแก้วเจ้าจอมทำให้อรินค่อยๆ ลืมตาขึ้น แม้จะรู้สึกเจ็บที่ถูกผู้หมวดเผ่าเทพทำร้ายแต่สิ่งที่ทำให้เขาเจ็บยิ่งกว่าก็คือความจริงที่ได้รับรู้ เขามองแก้วเจ้าจอมอย่างไม่อยากจะเชื่อว่ามันคือความจริง เขาไม่อยากจะเชื่อว่าจะเห็นเธอนอนเปลือยกายกอดผู้กองพนาอยู่บนเตียง จากสภาพต่อให้ไม่บอกเขาก็รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมกัน...เพราะแบบนี้ใช่มั้ยเขาถึงเห็นเธอสนิทสนมกับผู้กองพนา เพราะแบบนี้ใช่มั้ยเธอถึงไม่เคยมองเขาในฐานะอื่นเลย 

               “เป็นยังไงบ้าง อรินเจ็บตรงไหนมั้ยเดี๋ยวพี่ดูอาการให้” แก้วเจ้าจอมรีบเข้ามาประคองอรินลุกขึ้นนั่งก่อนจะหันมาทางผู้หมวดเผ่าเทพที่ยืนอยู่ตรงปลายเตียงของอริน ส่วนผู้กองพนายืนรออยู่ที่ประตูห้องพยาบาลเพราะเขาไม่อยากให้อรินคลุ้งคลั่งเมื่อต้องเห็นหน้าเขา 

               “หมวดคะ ปล่อยอรินเถอะ” เธอหมายถึงจะให้ผู้หมวดเผ่าเทพปลดกุญแจมืออรินออก แม้ว่าผู้หมวดเผ่าเทพจะไม่ค่อยเห็นด้วยก็ตามเพราะกลัวว่าเขาจะลุกขึ้นมาโวยใส่ผู้กองพนาอีกแต่เขาก็ยอมทำตามที่แก้วเจ้าจอมขอ 

               “อรินเจ็บตรงไหนอรินบอกพี่...” 

               “อย่ามายุ่ง!” เมื่อมือเป็นอิสระแล้วอรินก็ผลักแก้วเจ้าจอมออกห่างทันทีแต่ก็ไม่ได้แรงมากมาย แก้วเจ้าจอมนั่งอึ้งอยู่กับที่และน้ำตาคลอ อรินไม่เคยทำแบบนี้กับเธอ เขาไม่เคยมองเธออย่างเคียดแค้นแบบนี้ ดวงตาของเขาแดงก่ำน้ำตาคลอ เขาทำเหมือนเธอไม่ใช่พี่ไนเปอร์ของเขาอีกแล้ว 

               “...อรินอยากกลับบ้านพักมั้ยเดี๋ยวพี่พากลับ แต่ก่อนกลับให้พี่ดูอาการก่อนนะ” 

               “ก็บอกว่าอย่ามายุ่งไง!!!” อรินตวาทใส่เธอเสียงดังแล้วก็ปัดมือของเธอออกจากตัวเขาอีก “อย่าเอามือสกปรกๆ ของพี่มาจับผม ผมเกลียดพี่เกลียดผู้หญิงอย่างพี่ ที่พี่ย้ายมาที่นี่ก็เพราะว่าพี่จะย้ายกลับมาหามันใช่มั้ย พี่รักมัน!!! พี่รักมันมาตั้งแต่แรกแล้วพี่ก็แกล้งความจำเสื่อม แกล้งว่าจำมันไม่ได้ทั้งๆ ที่ตอนที่พี่หายตัวไปพี่กับมัน...” 

               “พี่เสียใจอริน พี่เสียใจที่หลอกอรินมาตลอด” แก้วเจ้าจอมน้ำตาร่วงด้วยเสียใจกับเรื่องเหล่านี้จริงๆ “พี่ผิดเองที่ไม่ได้บอกความจริงกับอรินตั้งแต่แรก พี่เองก็ไม่คิดว่าอรินจะย้ายตามพี่มาที่นี่...ความจริงแล้วพี่กับผู้กองพนาเรารักกัน เราเป็นสามีภรรยากันมาตั้งแต่ตอนที่พี่หายตัวมาอยู่ที่นี่แล้ว พี่แกล้งทำเป็นลืมทุกอย่างตามที่อรินว่านั่นแหละเพราะพี่ไม่อยากทำให้ทุกคนที่บ้านผิดหวังแต่พี่ก็ไม่อาจทิ้งผู้กองไปได้จนสุดท้ายพี่ก็ต้องย้ายมาหาเขาที่นี่ พี่ขอโทษนะที่ไม่เคยบอกเรื่องนี้กับอริน พี่รู้มาตลอดว่าอรินรู้สึกยังไงกับพี่แต่ว่า...อรินเป็นน้องของพี่ เป็นน้องชายที่พี่รักมากที่สุดพี่ไม่อยากเสียน้องชายที่น่ารักของพี่ไป” 

               “น้องชายอย่างนั้นหรอ แค่น้องชายเท่านั้นใช่มั้ย...ใครเขาจะอยากเป็นแค่น้องชายไปตลอดชีวิตเล่า!!!” คราวนี้อรินผลักแก้วเจ้าจอมอย่างแรงจนเธอไม่ทันระวังตัวเซล้มลงไปกับพื้น ผู้หมวดเผ่าเทพที่อยู่ใกล้เธอที่สุดต้องรีบมารับเธอเอาไว้ก่อนที่ผู้กองพนาจะรีบเข้ามากอดประคองเธอเอาไว้เองแล้วมองหน้าอรินอย่างไม่พอใจเมื่อเขาทำร้ายเธอแบบนี้ 

               “มันจะมากไปแล้วนะหมอ! กล้าดียังไงมาทำร้ายพี่สาวแบบนี้” ผู้กองพนาว่าขึ้น แล้วยิ่งเขาปรากฎตัวและกอดประคองแก้วเจ้าจอมเอาไว้อย่างนี้อรินก็ยิ่งไม่พอใจจนอดนึกถึงสิ่งที่เขาเห็นเมื่อตอนเช้ามืดนี้ไม่ได้ เมื่อเช้านี้แก้วเจ้าจอมเป็นคนนอนซบอกมัน กอดมัน...ไอ้สารเลว 

               “มาแล้วอย่างนั้นหรอผู้กอง หึ!” เขาแค่นยิ้มใส่ มองแก้วเจ้าจอมกับผู้กองพนาไม่ละสายตา “ชายโฉดกับหญิงชั่ว ก็เหมาะกันดี...” 

               ผลัวะ!!! 

               อรินที่ลุกขึ้นยืนจากเตียงถึงกับล้มฟุบลงไปเมื่อถูกผู้กองพนาชกเข้าให้ ผู้กองพนาพยายามออมแรงเพราะเข้าใจดีว่าอรินกำลังอยู่ในอารมณ์เสียใจจึงพลั้งปากพูดแบบนี้ออกมา หากเขาชกอรินเต็มหมัดอรินได้น็อกไปแล้ว 

               “หมอ!” 

               “พี่พนาอย่า!” แก้วเจ้าจอมรีบลุกขึ้นมาดึงผู้กองพนาเอาไว้เมื่อคิดว่าเขาจะทำร้ายอรินซ้ำ “พอเถอะนะ อย่าทำน้องของไนเปอร์ อย่าทำอรินเลยนะพี่พนา” เธอกอดมือของเขาเอาไว้ ผู้กองพนาที่กระชากคอเสื้ออรินขึ้นมาจึงยอมปล่อยตามที่เธอขอ แต่เขาก็ยังหันมาทางอรินอยู่ด้วยความไม่พอใจ 

               “ถ้าหมอจะโกรธก็ว่าผม ด่าผมคนเดียวพอแต่อย่ามาด่าว่าพี่สาวของหมอเด็ดขาด รู้มั้ยว่าพี่สาวของหมอเขารักหมอ ห่วงหมอมากแค่ไหน เคยมีซักครั้งมั้ยที่เขาจะไม่รักไม่ห่วงหมอเลย ไปตลาดเจอขนมอร่อยก็เก็บเอามาฝากหมอตลอด เวลาหมอออกไปทำภารกิจข้างนอกเขาก็เอาแต่เป็นห่วงหมอแล้วนี่หมอยังมีหน้าจะมาด่าเขาอีกหรอ!” 

               “มึงก็พูดได้สิ ก็มึงเป็นคนชนะได้ผู้หญิงคนนี้ไป ก็แอบได้กันเป็นผัวเมียกันมาตั้งนานแล้วนี่!!!” 

               ผลัวะ!!! 

               “พี่พนาอย่า!!!” แก้วเจ้าจอมรีบเข้ามาดึงเขาเมื่อเขาชกอรินอีกด้วยความโมโหและเริ่มจะโกรธจริงๆ แล้ว ไอ้เด็กเวรปากพล่อยนี่ 

               “อย่ามาดูถูกพี่สาวตัวเองแบบนี้อีกนะหมอ ผมบอกแล้วไงว่าถ้าโกรธก็ให้มาลงที่ผมแต่อย่ามาว่าพี่สาวอีก ขอโทษพี่สาวของหมอเดี๋ยวนี้เลยนะ ขอโทษผู้หญิงคนนี้เดี๋ยวนี้!!!” 

               อรินมองมาทางแก้วเจ้าจอมด้วยความเจ็บปวดจนคราวนี้เขาเองที่ต้องเป็นฝ่ายน้ำตาร่วง ถึงเขาจะด่าว่าเธอแต่เขาก็เกลียดเธอไม่ลงอยู่ดี ยิ่งมองหน้าเธอภาพในวันวานก็ยิ่งฉายชัดขึ้นตั้งแต่ตอนเด็กๆ ที่เขาชอบเดินตามเธอ ตื้อเธออยากให้เธอมาเล่นด้วย เอาขนมเอาของเล่นมาให้เธอตลอด พอโตขึ้นเขาก็ขอพ่อกับแม่มาเรียนกับเธอ อยู่กับเธอในทุกๆ ช่วงชีวิต รู้ใจเธอที่สุด รักเธอที่สุดแต่เธอก็ทำให้เขาต้องเจ็บที่สุดเหมือนกัน 

               “ทำไมพี่ทำกับผมแบบนี้...พี่ไม่เคยเห็นค่าความรักของผมเลยใช่มั้ย ถ้าพี่รู้มาตลอดว่าผมคิดยังไงกับพี่แล้วทำไมพี่ถึงทำกับผมได้ลงคอพี่ไนเปอร์ แค่ผมเกิดช้ากว่าพี่ผมก็ไม่มีสิทธิ์รักพี่แบบคนรักเลยหรอ ทำไมพี่ถึงเห็นคนที่เพิ่งเจอได้ไม่นานดีกว่าผมที่อยู่เคียงข้างพี่มาทั้งชีวิต” 

               “พี่ไม่เคยเห็นใครดีกว่าอรินเลยนะ” แก้วเจ้าจอมบอกเขาทั้งน้ำตา “อรินสำคัญกับพี่ที่สุด พี่รักพี่ห่วงอรินเสมอ รักมากจนพี่ยอมเจ็บยอมตายแทนอรินได้...” 

               “ผมไม่ได้อยากให้พี่มาตายแทนผม ผมแค่อยากได้หัวใจของพี่เท่านั้นพี่ให้ผมได้มั้ย” 

               “อริน...” แก้วเจ้าจอมส่ายหน้าตอบเขา เธอให้ความรักเช่นพี่สาวมีต่อน้องชายกับเขาได้แต่เธอให้หัวใจทั้งดวงของเธอกับเขาไม่ได้ “พี่ขอโทษ...พี่ไม่อยากเสียน้องชายของพี่ไป อรินจะเป็นน้องชายที่พี่ไนเปอร์รักมากที่สุดไปตลอดชีวิต เป็นคนสำคัญที่พี่จะนึกถึง...” 

               “ผมไม่ได้อยากได้แบบนี้!!! เพราะมันใช่มั้ย” อรินถามแล้วชี้หน้าผู้กองพนาอย่างไม่เกรงกลัวว่าเขาจะเป็นผู้บังคับบัญชาของตัวเอง “เพราะมันใช่มั้ยพี่ถึงรักผมไม่ได้ ถ้าไม่มีมันพี่จะกลับมารักผมมั้ย ถ้าไม่มีมันแล้วพี่รักผมผมจะฆ่ามันตอนนี้!” 

               “ถ้าอรินฆ่าเขาอรินก็ต้องฆ่าพี่ด้วย!” แก้วเจ้าจอมเข้ามาขวางไม่ให้เขาเข้าใกล้ผู้กองพนา “...เขาเป็นสามีของพี่ เป็นคนรักของพี่ ไม่มีเขาพี่อยู่ไม่ได้ถ้าเขาตายพี่ก็จะตายกับเขา...พอเถอะนะอรินพี่ขอร้อง อรินเป็นคนน่ารัก อรินใจดีแล้วก็เป็นคนเก่ง พี่เชื่อว่าในอนาคตอรินจะต้องได้เจอใครซักคนที่อรินรักเขามากกว่าพี่” 

               “มันไม่มีวันนั้นหรอ” อรินเจ็บแทบกระอักเลือกตอนที่เธอบอกว่าผู้กองพนาเป็นสามีและคนรักของเธอ ทำไมกัน ไอ้ผู้กองนี่มันมีอะไรดีนักหนา เธอเพิ่งเจอมันได้ไม่นานก็รักมันจนถึงขั้นจะยอมตายไปกันเลยเชียวหรอ 

               “...ให้ผมตาย ผมก็ไม่มีวันเลิกรักผู้หญิงใจร้ายอย่างพี่” เขาหลับตาลงเพื่อไล่หยดน้ำตาก่อนจะเดินออกไปจากห้องพยาบาลอย่างคนหัวใจสลาย สวนทางกับผู้หมวดศิวะที่เพิ่งเดินเข้ามาอย่างงงๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาพลาดเรื่องอะไรไปรึเปล่าผู้หมวดเผ่าเทพจึงต้องดึงเขาออกมาจากห้องพยาบาลอีกคนเพื่ออธิบายเรื่องราวทุกอย่างให้ฟัง 

               แก้วเจ้าจอมล้มพับลงไปกับพื้นอย่างคนอ่อนแรง เธอเสียใจที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เสียใจที่ไม่อาจเปลี่ยนความคิดของอรินได้และเธอเสียใจที่ทำให้น้องชายต้องเจ็บปวดแบบนี้ เธอหันมากอดผู้กองพนาแน่นอย่างขอที่พึ่ง เวลานี้เธอไม่กลัวอะไรอีกแล้ว ต่อให้อรินจะเอาเรื่องนี้ไปบอกพ่อของเธอเธอก็ไม่กลัว เธอยอมให้ทุกคนด่าว่าทุบตี เธอยอมรับผิดทุกอย่างแต่มีเพียงอย่างเดียวที่เธอจะไม่ยอมนั่นก็คือการปล่อยมือจากผู้กองพนา ในเมื่อเธอได้ปักใจรักเขาจนมอบให้หมดทั้งตัว หัวใจและชีวิตเธอจะไม่ทรยศแล้วก็ทิ้งเขาไปไหน 

               “พี่พนา...ที่อรินทำตัวไม่น่ารักเมื่อกี้นี้พี่พนาอย่าถือโทษอรินเลยนะคะ อย่าถืออรินเลยนะไนเปอร์ขอร้อง อรินกำลังโกรธ อรินกำลังเสียใจ พี่พนาอย่าลงโทษอรินซ้ำเลยนะคะ” 

               “พี่ไม่สั่งลงโทษใครด้วยเรื่องแบบนี้หรอก อำนาจของพี่ไม่ได้มีไว้รังแกใครพี่เข้าใจอรินดีเพราะถ้าเป็นพี่ พี่ก็คงเป็นเหมือนเขา” ผู้กองพนาได้แต่ส่ายหน้าให้กับเธอเพราะจนแล้วจนรอดเธอก็ยังห่วงใยอรินเสมอ แต่อรินสิที่โง่มองไม่เห็นความห่วงใยนี้ของเธอ ไอ้เด็กเวร 

  

 

 

               บรรยากาศทุกอย่างดูตึงเครียดไปหมดหลังจากที่เกิดเรื่อง แก้วเจ้าจอมไม่รู้ว่าจะทำยังไงแล้วเมื่ออรินไม่ยอมออกมาเจอเธอเลย พอออกเวรแล้วก็ขังตัวเองอยู่แต่ในบ้านพัก ไม่ยอมออกไปกินข้าวกินปลาดาบดำรงก็เลยเป็นคนเอาข้าวปลามาส่งเพราะทั้งฐานนี้อรินสนิทกับดาบดำรงมากที่สุดแก้วเจ้าจอมจึงขอให้ดาบดำรงช่วยพูดกับอรินให้เพื่อให้อรินใจเย็นลงมากกว่านี้ 

               “ดอกไม้ที่ไหนครับคุณแก้ว สวยจังเลย” ดาบดำรงทักเมื่อเห็นเธอถือช่อดอกคัตเตอร์ออกมาจากห้องพักของตัวเองขณะที่เขากำลังมามื้อเที่ยงมาให้อรินที่บ้านพัก 

               “ดอกคัตเตอร์ค่ะดาบ ไนเปอร์จะเอาไปคืนเจ้าของ ส่วนทางนี้...รบกวนดาบช่วยดูอรินให้ไนเปอร์ด้วยนะคะ ไนเปอร์...” 

               “ไม่ต้องห่วงหรอกครับคุณหมอ เดี๋ยวผมช่วยพูดให้” ดาบดำรงยิ้มบอกอย่างใจดีแก้วเจ้าจอมจึงยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณก่อนจะรีบลงจากบ้านพักไปซ่อนตัวเพื่อไม่ให้อรินเห็น ถ้าอรินเห็นเธอคงไม่ยอมรับมื้อเที่ยงจากดาบดำรงไปกินแน่ๆ เธอแอบดูจนเห็นว่าอรินยอมเปิดประตูห้องนอนให้ดาบดำรงก่อนจะเดินออกมาคุยกับดาบดำรงอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน แก้วเจ้าจอมได้แต่หวังว่าดาบดำรงจะช่วยพูดเตือนสติอรินได้แล้วจากนั้นเธอจึงเดินออกมาจากจุดที่ซ่อนตัวแล้วตรงไปที่แปลงปลูกผักด้านหลังโรงครัวซึ่งติดกับเล้าเลี้ยงไก่อีกที เหตุที่เธอมาที่นี่ก็เพราะว่ามีของต้องเอามาคืนใครคนหนึ่งด้วยเธอรู้ในจุดประสงค์และความรู้สึกนี้ของเขาดีจึงไม่อาจรับของขวัญของเขาเอาไว้ได้ 

               เมื่อมาถึงเธอก็เห็นว่าผู้หมวดเผ่าเทพกำลังเก็บไข่ไก่ใส่ตะกร้าอยู่ในเล้า ถึงแม้เสบียงอาหารของฐานจะมีการหาซื้อมาจากตลาดบ้างแต่ก็มีเสบียงบางอย่างเช่นผัก ไข่ไก่ที่ทางฐานจะปลูกและเลี้ยงเอาไว้เอง เลี้ยงไก่เอาไว้กินไข่และกินเนื้อ ปลูกผักสวนครัวเอาไว้หลายๆ ชนิดแล้วก็มีบ่อเลี้ยงปลาด้วย 

               “เป็นเด็กเลี้ยงไก่แล้วหรอคะหมวด” เธอถามขึ้นเมื่อผู้หมวดเผ่าเทพเดินถือตะกร้าไข่ไก่ออกมาจากเล้า เขาตกใจแทบแย่ตอนที่เห็นเธอเข้ามาทักแบบนี้ 

               “คุณแก้วจะมาเก็บไข่ไก่หรอครับ ผมเพิ่งเก็บเสร็จพอดี” เขายื่นตะกร้าไข่ไก่มาให้เธอ แต่เธอก็ส่ายหน้าปฏิเสธ แก้วเจ้าจอมมองหน้าเขาอย่างเสียใจ ความจริงเรื่องนี้เธอก็รู้สึกมาตั้งแต่ตอนที่ความจำเสื่อมเป็นแก้วเจ้าจอมแล้ว เธอรู้สึกว่าผู้หมวดเผ่าเทพชอบแอบมองเธอ เหมือน...เขาคิดอะไรกับเธอเพียงแต่เธอก็ไม่กล้าฟันธงแล้วก็ไม่อยากจะคิดมากเพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็นลูกน้องคนสนิทที่ผู้กองพนาไว้ใจมาก เธอพยายามจะไม่คิดเรื่องของเขาอีกจนกระทั่งเธอได้ช่อดอกคัตเตอร์เป็นของขวัญวันเกิด แม้ว่าตอนแรกเธอจะไม่รู้ว่าคนที่ให้ช่อดอกคัตเตอร์กับเธอเป็นใครแต่ตอนนี้เธอคิดว่าเธอรู้แล้ว 

               “ฉันเอาของมาคืนหมวดค่ะ” เธอยื่นช่อดอกคัตเตอร์ไปให้เขา งานนี้ทำเอาผู้หมวดเผ่าเทพตกใจไม่น้อย เธอรู้ได้ยังไงกันว่าเป็นเขา... 

               “ตอนที่อรินผลักฉันล้มแล้วหมวดมาช่วยรับฉันเอาไว้ ฉันเห็นดอกคัตเตอร์มันหล่นออกมาจากกระเป๋าเสื้อของหมวดค่ะ” ดอกคัตเตอร์น้อยที่เขาทำหล่นอย่างไม่ได้ตั้งใจถูกส่งมาให้เขาอีก ผู้หมวดเผ่าเทพแทบพูดอะไรไม่ออก 

               “เออ...ผมเห็นว่ามันสวยดีน่ะครับก็เลยเอามาให้เป็นของขวัญวันเกิดเฉยๆ ขอโทษด้วยนะครับที่ผมไม่ได้ให้ด้วยตัวเอง” 

               “ฉันรู้ความหมายของดอกคัตเตอร์ค่ะ” แก้วเจ้าจอมว่าขึ้นมาอีก “ดอกคัตเตอร์เป็นดอกไม้ที่ไม่ได้โดดเด่นอะไรมากมาย ส่วนมากมักถูกเอาไปจัดรวมช่อกับดอกไม้อื่นเพื่อทำให้ดอกไม้อื่นดูมีความโดดเด่น เป็นดอกไม้ที่มีเอาไว้เพื่อทำให้คนอื่นดูเด่น ดูดี เสมือนดอกไม้แห่งการเสียสละจึงนับว่าเป็นดอกไม้ที่มีความหมายถึงการแอบรักข้างเดียวโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน ที่ฉันพูดมาถูกต้องมั้ยคะ” 

               “คุณแก้วรู้จักความหมายของดอกคัตเตอร์ด้วยหรอครับ” 

               “พอดีว่าน้องสาวของฉันคนหนึ่งเขาชอบดอกไม้มากๆ น่ะค่ะเขาก็เลยเล่าให้ฉันฟัง...ขอบคุณมากนะคะสำหรับดอกไม้ช่อนี้แต่ว่า...ฉันรับเอาไว้ไม่ได้ค่ะ” เธอวางช่อดอกคัตเตอร์ไว้ในตะกร้าไข่ไก่เมื่อเห็นว่าเขายังไม่ยื่นมือออกมารับช่อดอกไม้ไป 

               “ฉันไม่อยากได้ดอกไม้ที่มีความหมายถึงการแอบรัก ฉันอยากได้ดอกไม้ที่มีความหมายถึงความเป็นเพื่อนพี่น้องที่ดีต่อกัน ไม่ทราบว่าหมวดจะหามาให้ฉันได้รึเปล่าคะ” 

               สิ่งที่เธออยากได้ผู้หมวดเผ่าเทพรู้ดีว่าคงไม่ใช่ดอกไม้หรอก แต่สิ่งที่เธออยากได้จริงๆ ก็คือมิตรภาพเช่นเพื่อนพี่น้องจากเขามากกว่า แล้วถึงเขาจะให้ดอกคัตเตอร์กับเธอไปเขาก็ไม่ได้หวังว่าจะให้เธอมารู้สึกอะไรกับเขาตอบ สำหรับเขา ไม่ว่าหัวใจของเธอจะอยู่ที่ใคร เขาขอแค่ให้เธอมีความสุขเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว 

               “ได้สิครับ” เขายิ้มตอบ “งั้นของขวัญวันเกิดคุณแก้วผมขอติดเอาไว้ก่อนนะ ไว้ผมจะเอาดอกไม้ของเพื่อนแท้ที่มีเพียงแค่ความปรารถนาดีต่อกันมาให้ใหม่” 

               “ขอบคุณค่ะ ฉันจะรอนะคะ” แก้วเจ้าจอมยิ้มให้เขาก่อนจะเดินจากมาพร้อมกับถอนหายใจโล่งอก ดีใจที่ผู้หมวดเผ่าเทพเข้าใจอะไรง่ายดีเธอจะได้ไม่ต้องรู้สึกลำบากใจไปมากกว่านี้ 

               แต่แก้วเจ้าจอมก็ไม่รู้เลยแม้แต่น้อยว่าพอคล้อยหลังเธอไปแล้วผู้หมวดเผ่าเทพแทบจะยิ้มไม่ออกเลย เขาได้แต่มองช่อดอกคัตเตอร์ด้วยความเศร้า ความรักที่รู้อยู่แก่ใจว่าเป็นไปไม่ได้ก็ยังจะดันทุลังอีก อีกอย่าง...ต่อให้เขาจะรักเธอมากแค่ไหนเขาก็จะไม่มีวันทรยศผู้กองพนาเด็ดขาด 

  

 

 

               ถึงแม้ว่าแก้วเจ้าจอมจะเข้าเวรตอนกลางวันแต่วันนี้เธอก็ทำงานต่อจนดึกดื่นค่ำมืดเพราะในวันพรุ่งนี้จะมีกิจกรรมพิเศษไปมอบอุปกรณ์การเรียนให้กับเด็กๆ ที่โรงเรียน ตชด. ที่ผู้หมวดมาริษาสอนอยู่และมีการตรวจสุขภาพเด็กนักเรียนรวมถึงกิจกรรมสันทนาการอื่นๆ ด้วย คืนนี้แก้วเจ้าจอมเลยต้องอยู่เตรียมเครื่องมือทางการแพทย์กับอริน ซึ่งจนถึงตอนนี้แล้วเขาก็ยังไม่ยอมพูดอะไรกับเธอ เขาพยายามหลบหน้าเธอมาตลอดและเพราะเรื่องงานนี่แหละที่ทำให้เขาหลบหน้าเธอไม่ได้ วันก่อนเขาไปหาผู้กองพนาเพื่อให้ผู้กองพนาสั่งลงโทษเขาเรื่องที่เขาก้าวร้าวต่อผู้บังคับบัญชา แต่ผู้กองพนาก็ไม่ได้ลงโทษใดๆ นอกจากบอกให้เขามาขอโทษเธอเพียงเท่านั้น แต่จนแล้วจนรอดอรินก็ยังไม่ยอมขอโทษ แก้วเจ้าจอมเองก็ไม่ได้คาดหวังอะไรขนาดนั้น สำหรับเธอขอแค่อรินยิ้มให้เธอบ้างเธอก็ดีใจแล้ว 

               “อรินไปไหนล่ะ ทำไมไม่มาช่วย” ผู้กองพนาเดินเข้ามาหาเธอในห้องพยาบาลขณะที่แก้วเจ้าจอมกำลังจัดห่อวิตามินซีเด็กอยู่กับพื้นห้องพยาบาลเพื่อที่จะเอาไปแจกเด็กๆ ในวันพรุ่งนี้ 

               “ไปช่วยหมวดศิวะเตรียมขนมให้เด็กๆ ค่ะ เฮ้อ!” พูดแล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาเพราะพออรินเห็นเธอเดินเข้ามาในห้องพยาบาลเขาก็เดินออกไปเฉยเลย อรินไม่ยอมพูดกับเธอเลยตั้งแต่เกิดเรื่อง แก้วเจ้าจอมคิดว่าเขาคงจะโกรธเธอหนักขึ้นด้วยเมื่อรู้ว่าทุกวันนี้เธอไม่ได้นอนที่บ้านพักของตัวเองแล้ว แต่เธอไปนอนที่บ้านพักของผู้กองพนาตลอด 

               “เอาน่า ให้เวลาเขาหน่อย” ผู้กองพนายื่นมือมาลูบศีรษะของเธออย่างเข้าใจและเอ็นดูแก้วเจ้าจอมจึงขยับเข้าไปนั่งกอดเขาเพื่อขอกำลังใจ นับตั้งแต่วันที่อรินรู้เรื่องของเธอกับเขาเธอก็ไม่ต้องหลบซ่อนอะไรอีกแต่เธอก็ยังอดห่วงความรู้สึกของอรินไม่ได้อยู่ดีแต่จะให้เธอห่วงอรินคนเดียวมันก็คงจะไม่ได้เพราะเธอก็ต้องให้ความสำคัญกับสามีของเธอด้วยเช่นกัน ถึงเธอจะรักอรินมากและมองว่าเขาสำคัญกับเธอที่สุด แต่ถ้าต้องเลือกเธอก็จะเลือกจับมือผู้กองพนาเอาไว้ด้วยหัวใจทั้งดวง 

               “เหลือเตรียมอะไรบ้างเดี๋ยวพี่ช่วยจะได้รีบกลับบ้านไปพักผ่อน พรุ่งนี้ต้องรีบไปที่โรงเรียนแต่เช้าตรู่ ทีมลาซูของหมวดชัยเดชก็จะไปกันด้วย” 

               “ท่าทางพรุ่งนี้คงคึกคักน่าดูนะคะ หมวดศิวะบอกว่าจะมีสันทนาการ อาจแข่งกีฬากันนิดหน่อยๆ ทั้งเด็กๆ ชาวบ้านแล้วก็เจ้าหน้าที่ มีเตะฟุตบอลด้วย ดีเลยเดี๋ยวไนเปอร์จะลงแข่ง” 

               “เล่นอะไรให้มันเหมือนผู้หญิงหน่อย นับวันพี่เริ่มคิดว่าตัวเองมีเมียเป็นผู้ชายแล้วนะเนี่ย” 

               “ถ้าไนเปอร์เป็นผู้ชายก็คงจะหล่อมากเหมือนคุณพ่อ แม่แก้มบอกว่าไนเปอร์ได้ยีนคุณพ่อมาเยอะ” 

               “พี่เชื่อว่าจริง” เขาว่าแล้วก็หัวเราะออกมากับเธอ ดูงานอดิเรกของเธอแต่ละอย่างสิ ยิงปืน ขับมอเตอร์ไซค์วิบาก วิชาหมัดมวย ปีนต้นไม้ กิจกรรมของผู้ชายทั้งนั้นแล้วทุกๆ วันเธอก็จะมาร่วมออกกำลังกายกับเขาที่ลานฝึกด้วย 

               “ไม่ได้เจอหมวดริษานานเลยนะคะ ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างเรื่องที่พี่พนาให้หมวดศิวะไปสืบ” เขาไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้เธอฟังอีกและเธอก็ไม่ได้ถามเพราะคิดว่าหากมันเป็นเรื่องที่เขาคิดว่าเธอควรจะรู้เขาก็คงจะบอกเอง เรื่องแบบนี้มันก็ค่อนข้างละเอียดอ่อน 

               “ก็เป็นไปตามที่พี่สันนิษฐานเอาไว้แหละ เหมือนครอบครัวของหมวดริษาเขาจะเป็นสายให้กลุ่มของชารีฟจริงๆ แต่เป็นการบังคับข่มขู่มากกว่า พ่อของหมวดริษาเขาเป็นผู้ใหญ่บ้านที่ดี ห่วงใยชาวบ้านคนร้ายขู่จะทำร้ายชาวบ้านแบบนี้ผู้ใหญ่ก็คงไม่มีทางเลือก จะบอกเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้เพราะทุกครั้งที่เรื่องจะถึงหูเจ้าหน้าที่ทีไรพวกมันจะฆ่าคนในหมู่บ้านขู่ตลอด ครอบครัวของหมวดริษาเขาก็เลยอยู่กันอย่างหวาดกลัว จะว่าไปแล้วก็น่าสงสารนะ พี่ห่วงกลัวว่าพวกชารีฟจะทำอะไรที่ไม่ดีกับครอบครัวของหมวดเขาเพราะตอนนี้ผู้ใหญ่ไม่มีข่าวคราวของพี่ไปบอกพวกมันเลย หมวดริษาเองก็ไม่ได้ติดต่อมาที่นี่อีก มีแค่หมวดศิวะเท่านั้นที่ไปตามสืบดูแลอยู่เงียบๆ” 

               “คงอึดอัดน่าดูนะคะ” แก้วเจ้าจอมฟังแล้วก็อดเป็นห่วงตามไม่ได้ขณะที่ผู้กองพนายกกล่องวิตามินซีที่จัดเสร็จแล้วไปวางรวมเอาไว้กับเครื่องมือแพทย์และยาที่เตรียมจะเอาไปใช้ในงานวันพรุ่งนี้ 

               “ใช่ ก็อยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก น่าเป็นห่วงมากจริงๆ” 

               “ถ้าพี่พนาเป็นห่วงหมวดริษาขนาดนั้น...จะออกไปเฝ้า ไปคอยดูแลก็ได้นะคะ” น้ำเสียงของเธอฟังดูใจดีใจกว้าง แต่รอยยิ้มนั้นผู้กองพนาเห็นแล้วก็ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ ตอบ “ไม่เจอกันตั้งนาน พรุ่งนี้จะได้เจอกันแล้วดีใจมั้ย...อุ๊บ!” แก้วเจ้าจอมแค่ประชดเล่นๆ แต่เขากลับเอาจริงเมื่อเธอยังพูดไม่ทันจะจบเขาก็เดินเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็วก่อนจะก้มลงมาจูบแล้วล็อกต้นคอของเธอเอาไว้ ตอนแรงเขาประกบปิดปากเธออย่างแรงเพื่อไม่ให้เธอพูด สักพักก็ค่อยๆ คลายจูบนี้ออกแล้วเปลี่ยนมาเป็นกดจูบลงมาเบาๆ ดูดริมฝีปากของเธออย่างอ้อยอิ่งจนแก้วเจ้าจอมหลงเคลิ้ม 

               “อยากพูดอะไรก็พูด” เขาว่าชิดริมฝีปากของเธอ สองมือหยาบๆ จับประคองแก้มของเธอเอาไว้ทั้งสองข้าง ใบหน้าของเขาแนบชิดกับเธอจนขนตาของเธอระอยู่กับสันจมูกของเขา “จะพูดอะไร จะว่าอะไรก็ได้ทั้งนั้นแต่อย่ามาดูถูกความรักของพี่ ชาตินี้พี่จะมีไนเปอร์เป็นเมียแค่คนเดียว พี่รักของพี่มากนะ อย่าพูดเหมือนกับว่าพี่ไม่รักไนเปอร์แล้วไปแบ่งความรักให้คนอื่นอีก ชีวิตของพี่มีเพียงแค่ไนเปอร์คนเดียวแค่นี้ พี่ต้องการแค่นี้ ต้องการแค่ผู้หญิงคนนี้คนเดียว” เขาแนบหน้าผากลงมาแตะกับหน้าผากของเธอ หลับตาลงแล้วคลอเคลียจมูกกับเธอด้วยรักหมดทั้งใจ สองมือแสนอบอุ่นยังคงจับประคองแก้มของเธอเอาไว้ให้แก้มเจ้าจอมต้องยกมือขึ้นมากุมมือของเขา รู้สึกผิดที่ประชดเขาเล่นๆ แล้วเขากลับจริงจังมากแบบนี้ 

               “พี่จ๋า...ไนเปอร์ขอโทษ ไนเปอร์แค่หยอกเล่นไม่รู้ว่าพี่จะจริงจัง” เขายิ้มตอบเธอพลางส่ายหน้าโดยที่ยังแตะหน้าผากคลอเคลียกับเธออยู่ เขาส่ายหน้าเพื่อบอกว่าเขาไม่ได้โกรธอะไร เขาไม่เคยโกรธอะไรเธอทั้งนั้นเพราะว่าเขารักเธอมาก เขาไม่เคยจะโกรธเธอได้ลงเลยสักครั้ง 

               “ทุกๆ เรื่องของไนเปอร์มันสำคัญกับพี่เสมอพี่เลยจริงจัง” ยิ่งพูดแบบนี้แก้วเจ้าจอมก็ยิ่งรักเขา สองแขนจึงเอื้อมขึ้นไปกอดรอบคอของเขาแล้วเป็นฝ่ายจูบเขาก่อนบ้าง เธอประทับริมฝีปากแนบชิดกับเขาแล้วกดจูบอย่างนี้อยู่นาน 

               ตุ๊บ!!! 

               เสียงกล่องลังที่หล่นลงดังขึ้นทำให้แก้วเจ้าจอมกับผู้กองพนารีบผละออกจากกันเมื่อหันมาเห็นอรินกับผู้หมวดศิวะยกเอากล่องขนมมาวางรวมเอาไว้กับอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ ผู้หมวดศิวะยิ้มแห้งๆ ให้แต่อรินกลับยิ้มไม่ออกกับสิ่งที่เห็น แค่ที่เขาเห็นวันนั้นยังไม่พออีกหรอ ทุกวันนี้ก็ไปนอนกับมันทุกคืนแล้วนี่ยังจะมา... นี่เธอตั้งใจเปิดตัวเป็นเมียมันอย่างเปิดเผยแล้วใช่มั้ย 

               “...กลับบ้านกันเถอะ” ผู้กองพนาบอกกับแก้วเจ้าจอมเพราะเห็นว่าข้าวของทุกอย่างเตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ที่เหลือก็แค่ให้คนมายกขึ้นรถพรุ่งนี้เช้าเท่านั้นและที่สำคัญเขาไม่อยากพูดอะไรกับอริน กลัวว่าจะอดใจไม่ไหวแล้วชกอรินอีกหากอรินมาต่อว่าอะไรเมียของเขา 

               “พี่พนารอไนเปอร์ที่หน้าห้องพยาบาลนะคะ เดี๋ยวไนเปอร์เก็บของที่โต๊ะทำงานก่อน” เธอผละจากเขาไปเก็บของที่โต๊ะทำงานผู้กองพนาจึงเดินออกไปหาผู้หมวดศิวะที่หน้าห้องพยาบาลตามที่เธอบอก ซึ่งเขาก็สวนกับอรินที่เดินเข้ามา ทั้งสองคนปรายตามองกันอย่างไม่มีใครยอมใครแต่ผู้กองพนาก็ไม่อยากจะหาเรื่องเด็กเลยทำเป็นไม่สนใจแล้วหันมาพูดกับผู้หมวดศิวะแทน 

               แก้วเจ้าจอมเก็บของบนโต๊ะทำงานอย่างใจไม่ดี เธออยากจะพูดคุยกับอรินบ้าง อยากให้เขาเรียกเธอว่าพี่ไนเปอร์อีกครั้งเพราะเขาไม่ยอมพูดอะไรกับเธอมาหลายวันแล้ว นอกจากเรื่องงานที่พูดกันแบบถามคำตอบคำเขาก็ไม่ได้สนใจเธออีก ทำราวกับเธอไม่มีตัวตนด้วยซ้ำ เธอเสียใจที่ความรักของเธอมันทำให้น้องชายต้องเจ็บปวด แต่เธอก็มาไกลเกินกว่าที่จะกลับไปแก้ไขอะไรแล้ว 

               “อริน เมื่อตอนเย็นพี่ฝากดาบดำรงซื้อขนมที่ตลาดมาให้ อรินเอาไว้กินตอนดึกนะมีชาเขียวแบบที่อรินชอบด้วย” เธอถือถุงขนมที่อรินชอบมาส่งให้เขา ส่วนอีกมือก็กระเป๋าใบเล็กเอาไว้ซึ่งเป็นกระเป๋าที่เธอใส่ของใช้ส่วนตัวตามประสาผู้หญิง แต่วันนี้เธอลืมรูดซิปปิดกระเป๋าอรินก็เลยมองเห็นของบางอย่างที่อยู่ข้างใน ดังนั้นเขาจึงดึงเอากระเป๋าถือใบเล็กของเธอมาแทนถุงขนมที่เธอยื่นให้ แล้วพอเขาเปิดดูนอกจากตลับแป้ง กระจกกับลิปมันแล้วสิ่งที่อยู่ข้างในก็ยังมีแผงยาคุมที่มีร่องรอยการกินไปแล้วครึ่งแผงกับยาคุมแผงใหม่ที่ยังไม่ได้กินแล้วก็ยาคุมฉุกเฉิน แก้วเจ้าจอมที่มองตามเขาก็แทบจะกลั้นหายใจ เรื่องแบบนี้ต่อให้ไม่ใช่หมอด้วยกันก็ยังดูออกว่าหมายความว่าอะไร 

               “พี่...พี่...” เธอพูดอะไรไม่ออกได้แต่มองหน้าอรินอย่างขอร้องให้เขาเห็นใจเธอ และอยากให้เขาได้รู้ว่าเธอเองก็เสียใจที่ทำกับเขาแบบนี้ “พี่เอาขนมวางไว้ตรงนี้นะ” เธอรีบหลบสายตาเขาก่อนจะแย่งเอากระเป๋าคืนแล้วรีบเดินออกไปหาผู้กองพนาที่หน้าห้องพยาบาล 

               อรินยืนมองดูเธอเดินจูงมือไปกับผู้กองพนาด้วยความรู้สึกที่แย่จนไม่รู้จะพูดอะไรออกมาแล้ว ทำไมถึงไม่เป็นเขา คนที่ได้เดินอยู่ข้างๆ เธอเมื่อก่อนมันเป็นเขามาโดยตลอดแต่ตอนนี้...เขาไม่เคยรู้สึกเกลียดใครได้มากเท่าผู้กองพนามาก่อน เขาอยากจะฆ่าผู้กองพนาให้ตายวันละร้อยรอบ อยากจะแย่งชิงเอาแก้วเจ้าจอมคืนมาแต่ว่า...เขากลัวว่าจะเป็นอย่างที่แก้วเจ้าจอมบอก เขากลัวแก้วเจ้าจอมจะยอมตายไปกับผู้กองพนา เขากลัวเธอเกลียดเขา มีหลายครั้งที่เขาคิดอยากจะบอกเรื่องนี้กับ ผบ.กรันณ์ บอกเรื่องนี้กับทุกๆ คนในครอบครัวของเธอ อยากให้ ผบ.กรันณ์มาแยกเอาแก้วเจ้าจอมออกไปจากผู้กองพนาเสียทีแต่ว่าทุกๆ ครั้งที่เขาเห็นสายตาอ้อนวอนและน้ำตาของเธอเขาก็ทำไม่ลง ถ้า ผบ.กรันณ์รู้มันก็คงจะเป็นเรื่องใหญ่ จริงอยู่ที่วิธีนี้มันอาจจะทำให้เขากำจัดผู้กองพนาไปได้แต่นอกเขาจะกำจัดผู้กองพนาไปได้แล้วมันก็ยังเป็นการทำร้ายแก้วเจ้าจอมด้วยซึ่งเขาไม่ได้อยากให้เป็นแบบนั้น เขาเกลียดผู้ชายทุกคนที่เข้าใกล้เธอแต่เขาก็ไม่เคยหวังอยากจะทำร้ายเธอเลยแม้แต่น้อย เขารักเธอ รักมากจนเขาเจ็บไปทั้งหัวใจ มันเจ็บจนเขาแทบไม่อยากจะหายใจอีกต่อไปแล้วและยิ่งเห็นเธออยู่กับผู้กองพนาเขาก็ยิ่งทนไม่ได้ อยากจะย้ายหนีไปให้ไกลแต่ใจของเขามันก็ยังห่วงเธอเพราะรู้ว่าเธอกำลังถูกคนร้ายหมายหัว เขาทิ้งเธอไปไม่ได้ เขาเคยสัญญากับเธอเอาไว้แล้วว่าเขาจะคอยดูแลปกป้องเธอไปตลอดชีวิต เขาจะไม่ยอมผิดสัญญากับเธอเด็ดขาด 

               “เอาน่าหมอ อกหักดีกว่ารักไม่เป็น” ผู้หมวดศิวะเดินเข้ามากอดคอปลอบใจเขา เมื่อก่อนเขาก็หมั่นไส้อรินแหละ ไอ้เด็กจองหองจอมอวดดี คิดว่าพ่อใหญ่ใครๆ ก็รักก็เลยวางก้ามใหญ่โต แต่พออกหักมานี่อรินก็ดูซึมไปเยอะมากจนเขาหมั่นไส้ไม่ลงและออกจะเห็นใจเสียมากกว่า วันก่อนผู้หมวดเผ่าเทพก็ซึมเพราะอกหักไปรายหนึ่งแล้ว แต่รายนั้นดีหน่อยมีสติแยกแยะอะไรได้เขาก็เลยไม่ห่วง จะห่วงก็แต่รุ่นเล็กเด็กน้อยคนนี้นี่แหละ 

               “พรุ่งนี้เดี๋ยวจะพาไปแนะนำให้รู้จักเพื่อนตำรวจแล้วก็ครู ตชด.สาวๆ สวยๆ ที่โรงเรียน สาวที่นี่น่ะสวยไม่แพ้สาวที่ไหนเลยนะ หมออายุแค่นี้เองยังมีเวลาอีกเยอะ เอางี้มั้ยไว้วันหยุดผมจะพาไปวัด วัดประจำของผมเองเรื่องเครื่องรางของขลังนี่ดังมากๆ เดี๋ยวพาไปลงนะหน้าทอง บูชาสาลิกาลิ้นทองมาไว้กับตัว สีผึ้งสาวรักสาวหลงก็มีนะ น้ำมันพรายจากป่าช้าเจ็ดวัดก็ขลัง ดีดใส่สาวคนไหนรับรองไม่พลาด” 

               “ไม่เอา ผมไม่เชื่อเรื่องพวกนี้” 

               “ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะหมอ ลองไปก็ไม่เสียหายผมรับประกันเลยว่าขลังจริงเห็นผลชัวร์” 

               “ถ้าขลังจริงขลังชัวร์แล้วทำไมหมวดถึงไม่ลองบูชามาใช้เองล่ะ อายุก็สามสิบกว่าแล้วยังหาเมียไม่ได้เลย” ว่าจบอรินก็เดินหนีไปทิ้งให้ผู้หมวดศิวะได้แต่ยืนกัดฟันกรอดๆ อยู่คนเดียว หนอย...ไอ้เด็กบ้านี่ คนอุตส่าห์เป็นห่วง อุตส่าห์มาปลอบแล้วก็แนะนำที่พึ่งทางใจให้ ก็เพราะมันเป็นแบบนี้ไงคุณแก้วถึงไม่เอามันน่ะ 

               “ที่ผมยังไม่มีเมียไม่ใช่ว่าไม่มีใครเอา แต่ผมมันคนช่างเลือก หล่อเลือกได้น่ะเข้าใจมั้ย!!!” เขาร้องไล่หลังอรินก่อนจะหันมาเห็นถุงขนมที่แก้วเจ้าจอมให้อรินมา 

               “ไอ้เด็กปากเสีย แย่งขนมกินแม่งเลย” ก่อนจะเดินออกไปจากห้องพยาบาลเขาก็เลยคว้าถุงขนมของอรินมาด้วย ว่าจะอยู่เวรเป็นเพื่อนซักหน่อยงั้นคืนนี้ก็นั่งหงอยอยู่มันคนเดียวนี่แหละ 

  

  

 

 

               วันนี้เป็นครั้งแรกที่แก้วเจ้าจอมได้มาที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนทางภาคใต้ ตอนที่เธออยู่แม่สอดก็มีบ่อยครั้งเหมือนกันที่ได้เดินทางเข้าไปในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนของที่นั่น ซึ่งจะเป็นการเข้าไปดูแลรักษาสุขภาพของเด็กนักเรียนและมอบยาเอาไว้ให้กับคุณครู เนื่องจากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนที่แม่สอดบางโรงเรียนอยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร การเดินทางไปโรงเรียนของเด็กๆ ก็เลยค่อนข้างลำบากอีกทั้งครอบครัวก็ยากจนจึงมีเด็กนักเรียนจำนวนหนึ่งต้องอาศัยพักอยู่ที่โรงเรียนตลอดเสมือนกับเป็นโรงเรียนประจำโดยมีครู ตชด. เป็นคนคอยดูแลทุกอย่างนับตั้งแต่ตื่นนอนตลอดจนเข้านอน ครู ตชด. จึงมีหน้าที่ไม่ต่างกับพ่อแม่ของเด็กๆ ด้วย 

               แต่โรงเรียนที่ผู้หมวดมาริษาสอนอยู่นี้อยู่ในพื้นที่ไม่ได้ห่างจากชุมชนมาก เด็กนักเรียนส่วนใหญ่จึงไม่ต้องพักค้างที่โรงเรียน แต่ถึงอย่างนั้นก็มีครูตชด.คอยดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งเด็กๆ นักเรียนที่นี่มีทั้งชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิม โรงเรียนมีตั้งแต่ชั้นอนุบาลไปจนถึงชั้นปะถมหก ตอนนี้ที่สนามหน้าโรงเรียนก็เลยมีเด็กตัวเล็กๆ วิ่งเล่นไปมากันอย่างสนุกสนานและตื่นเต้นที่วันนี้มีผู้ใหญ่ใจดีมาเยี่ยมเยือน แก้วเจ้าจอมเห็นแล้วก็อดยิ้มแหยๆ ไม่ได้เมื่อเกิดอาการประหม่าขึ้นมาเวลาเห็นเด็กๆ เพราะเข้ากับเด็กไม่ค่อยจะเก่ง 

               “ทำตัวให้คุ้นชินกับเด็กๆ หน่อย อีกหน่อยก็มีลูกแล้ว” ผู้กองพนาเดินเข้ามาในเต้นท์ของหน่วยแพทย์ขณะที่แก้วเจ้าจอมกำลังจัดข้าวของเพื่อรอการให้บริการดูแลเด็กๆ และชาวบ้านทุกคน ซึ่งนอกจากจะมีเธอกับอรินแล้วก็ยังมีหน่วยแพทย์อาสาที่มีหมอหนึ่งคนและพยายาบาลตำรวจอีกสี่คนมาคอยช่วยกันดูแลเด็กๆ และนอกจากเด็กๆ แล้วก็ยังมีชาวบ้านมาตรวจสุขภาพกันด้วยตามนโยบายการดูแลและส่งเสริมสุขภาพในชุมชน 

               “อะไร มีลูกอะไรใครเขาจะไปมี” เธอแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แต่แก้มก็แดงระเรื่ออย่างน่ารักทำให้หนุ่มๆ ตำรวจตระเวนชายแดนที่มาจากหน่วยอื่นแอบมองกันตาพราวอย่างหลงใหลผู้หมวดหมอคนสวยที่นอกจากจะสวยเด่นเกินใครแล้วกลิ่นตัวก็หอมฟุ้งไปทั่วเต้นท์พยาบาล มันหอมหวานชวนให้คลั่งไคล้จนไม่อยากจะอยู่ห่างเลยนี่ก็เลยเป็นสาเหตุที่ผู้กองพนาต้องเดินเข้ามาที่เต้นท์พยาบาลบ่อยๆ ตามประสาคนหวงเมีย 

               “นั่นสินะ จัดหนักทุกคืนแท้ๆ ไหนจะรอบนอกตอนพักเที่ยงอีกทำไมถึงยังไม่ท้อง” 

               “พี่พนาน้ำยาบูดมั้งคะ แก่ขนาดนี้แล้ว” 

               “ไม่ใช่ว่ากินยาคุมหรอ” เขาถามกลับ แต่ก็เป็นการพูดลอยๆ ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากจึงไม่เห็นสีหน้าร้อนตัวของแก้วเจ้าจอม เธอจึงรีบชวนเขาเปลี่ยนเรื่องพูด 

               “เพิ่งรู้นะคะว่าหมวดริษาเป็นผู้ช่วยครูใหญ่ของที่นี่ ดูเข้ากับเด็กๆ ได้ดีมากเลย” เธอมองไปยังผู้หมวดมาริษาที่เดินเข้ามาทักทายและต้อนรับเพื่อนเจ้าหน้าที่ทุกคน ซึ่งวันนี้ผู้กองพนาได้รับมอบหมายจากผู้กำกับจิรพัฒน์ ผู้กำกับกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 44 ให้นำอุปกรณ์การเรียนและทุนการศึกษามามอบให้กับเด็กๆ ที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนแห่งนี้ ซึ่งที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนอื่นๆ ก็จะมีเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เป็นตัวแทนเข้าไปมอบอุปกรณ์การเรียนให้เช่นกัน เพราะการเข้ามาดูแลพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน นอกจากจะมาคอยดูแลความเรียบร้อยปลอดภัยให้กับชาวบ้านแล้วก็ยังให้การดูแลเด็กๆ โดยเฉพาะการส่งเสริมทางด้านการศึกษาด้วย ผู้กองพนาเห็นว่านี่เป็นกิจกรรมที่ดีจึงได้กระจายข่าวไปบอกกับบรรดาเพื่อนฝูงของเขาจนมีผู้ร่วมบริจาคมอบอุปกรณ์การเรียนมาต่อยอดมากมาย หน่วยแพทย์อาสาของทางตำรวจตระเวนชายแดนก็มาร่วมด้วย รวมถึงทีมลาซูของผู้หมวดชัยเดชที่เอาขนมนมเนยมาแจกเด็กๆ ในวันนี้ 

               “ที่นี่มีครู ตชด. ประจำอยู่แปดคนเป็นผู้ชายเจ็ดคนผู้หญิงหนึ่งคน ครูใหญ่คือร้อยตำรวจโทมนูญ คนนั้นน่ะ” ผู้กองพนาชี้ไปทางตำรวจตระเวนชายแดนนายหนึ่งที่อายุน่าจะสี่สิบกว่าปีแล้ว เขากำลังพูดคุยอยู่กับผู้หมวดชัยเดช ก่อนหน้านี้เธอก็เห็นผู้กองพนาอยู่กับเขาเหมือนกัน ท่าทางจะสนิทสนมกันมาก ที่นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนอยู่กันเยอะมากจนเธอแทบจะแยกไม่ออกแล้วว่าใครเป็นครู ใครเป็นทีมลาซูเพราะแต่งกายด้วยเครื่องแบบเหมือนกัน ดีหน่วยที่หน่วยแพทย์อาสายังมีปลอกแขนใส่ให้รู้ว่าเป็นทีม ก็คงจะมีแต่ตำรวจพลร่มจากฐานของเธอนี่แหละที่แต่งเครื่องแบบลายเสือไม่เหมือนกับคนอื่นๆ 

               “ร้อนตำรวจตรีหญิงมาริษา หรือหมวดริษาเป็นผู้ช่วยครูใหญ่แล้วก็มีครู ตชด.ที่เป็นตำรวจชั้นประทวนอีกหกคน ส่วนครูอีกสามคนที่เหลือ” เขาชี้ไปยังครูผู้หญิงอีกสามคน “เป็นครูอัตราจ้างที่ เรียกว่าครูวิกฤตเพราะจำนวนเด็กนักเรียนที่นี่มีเยอะ ลำพังแค่ครู ตชด. อาจดูแลนักเรียนไม่ทั่วถึง” 

               “โรงเรียน ตชด.ที่แม่สอดทั้งโรงเรียนมีแต่ครู ที่เป็น ตชด. ไม่มีครูอัตราจ้างแบบนี้เลยค่ะ เด็กนักเรียนส่วนใหญ่เป็นชาวเขาพ่อแม่ทำไร่เป็นหลัก ทางบ้านก็ยากจน หมู่บ้านก็อยู่ไกลสุดชายแดนนู่น จะเดินทางมารับเสบียงทีก็ใช้เวลาหลายวันเลยนะคะ เด็กนักเรียนส่วนใหญ่ที่นั่นเลยพักอยู่โรงเรียนเป็นโรงเรียนประจำ ไนเปอร์ อริน พี่ซีลกับรีคอนชอบเดินป่าเอาเสบียงไปให้ที่โรงเรียนบ่อยๆ ที่นั่นเด็กนักเรียนไม่ได้เยอะเหมือนที่นี่ ที่นี่ยังดีนะคะอยู่ใกล้ชุมชน มีถนนตัดผ่าน อ้อ! ไนเปอร์น่ะพูดภาษากะเหรี่ยงเป็นด้วยนะเด็กนักเรียนที่นั่นสอนให้” 

               “มันก็มีดี ไม่ดีสลับกันไปนะเพราะเด็กๆ ที่นี่ก็ถือว่าอยู่ในพื้นที่เสี่ยงที่มีเหตุการความไม่สงบอยู่ แต่ไม่ว่าจะอยู่ทางใต้หรือทางเหนือ ครู ตชด. ก็ถือว่าเป็นผู้ที่มีความเสียสละเป็นอย่างมากเพราะครู ตชด. ส่วนมากมักเคยเป็นนักเรียนจากโรงเรียน ตชด. มาก่อนพวกเขาก็เลยมีความเข้าใจในชีวิตความเป็นอยู่ของเด็กๆ มากที่สุด พี่เคยดูคลิปครู ตชด. ทางภาคเหลือนะ ตอนที่เขาเดินทางออกมาซื้อหาเสบียงแล้วก็อุปกรณ์การเรียนเข้าไปให้เด็กๆ ที่โรงเรียนของเขาในสภาพถนนหนทางที่รถแทบจะวิ่งฝ่าไม่ได้ ถนนขาดบ้าง ฝนตกน้ำขังรถติดหล่มโคลนบ้าง ในพื้นที่ทรุกันดารยากต่อการเดินทาง ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรให้แบบนั้นน่ะ พี่นับถือหัวใจของคนเป็นครูที่นั่นมาก หากอุดมการณ์และปณิธานไม่แรงกล้ามากพอก็คงทนอยู่ไม่ได้ พวกเขาไม่ได้ทำงานที่นั่นด้วยเรี่ยวแรง แต่พวกเขาใช้หัวใจในการทำงาน หัวใจของความเป็นครูจริงๆ” 

               “ใช่ค่ะ ตอนอยู่ที่แม่สอดไนเปอร์ก็เห็นแบบนั้น แต่สำหรับทางใต้แบบนี้ครู ตชด. ก็ถือว่ามีส่วนสำคัญไม่แพ้กันนะคะ ในสภาพพื้นที่เสี่ยงแบบนี้ความปลอดภัยของเด็กๆ ถือว่ามีความสำคัญมากที่สุด การมีโรงเรียน ตชด.อยู่ใกล้ๆ บ้านก็ทำให้ไม่ต้องเดินทางไกลไปโรงเรียนที่อยู่ในเมือง มีคุณครูที่มีความพร้อมในการสอนหนังสือและดูแลเรื่องความเป็นอยู่ แล้วเด็กๆ กับผู้ปกครองก็น่าจะอุ่นใจมากด้วยเพราะว่าคุณครูของพวกเขา นอกจากจะเป็นครูแล้วยังเป็นตำรวจอีกด้วย นึกแล้วไนเปอร์ก็อดภูมิใจในความเป็นตำรวจตระเวนชายแดนของตัวเองไม่ได้” เธอยิ้มอย่างภูมิใจในเกียรติของตำรวจตระเวนชายแดนของตัวเอง 

               “ได้ข่าวว่าความจริงไม่ได้ตั้งใจจะเป็นตำรวจไม่ใช่หรอ” ผู้กองพนาหลิ่วตาถามเธอกลับ 

               “ทำไงได้คะ ก็คนมันเก่งสอบเข้ารับราชการได้หมดทั้งทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศแล้วก็ตำรวจมันก็เลยเลือกไม่ถูกว่าจะเป็นหมอเหล่าทัพไหนดี พี่ซีลกับพี่เรนเจอร์เลยทำสลากมาให้จับแล้วก็จับได้ตำรวจขึ้นมา แต่ทั้งบ้านก็มีแต่คนเป็นทหาร พวกคุณอาก็เป็นทหารกันหมดไนเปอร์เลยไม่ค่อยรู้สึกคุ้นเคยกับสายงานของตำรวจ มีตำรวจเพียงแค่คนเดียวที่ไนเปอร์รู้สึกและสนิทด้วยก็คือคุณอาไกรจักรพ่อของอริน คุณอาเป็นตำรวจตระเวนชายแดนที่ดีแล้วก็ใจดีมาก ถ้าไนเปอร์จะเป็นตำรวจไนเปอร์ก็เลยอยากเป็นตำรวจตระเวนชายแดนเหมือนคุณอา เป็นข้าราชการที่ดีเหมือนกับคุณปู่ คุณพ่อ พ่อภูแล้วก็คุณอาทุกคน เป็นหมอที่เก่งเหมือนแม่แก้ม แต่เมื่อเร็วๆ มานี้ไนเปอร์ก็มีไอดอลคนใหม่เป็นตำรวจเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคนด้วยนะคะ” 

               “ใคร” 

               “ผู้บังคับบัญชาคนปัจจุบันของไนเปอร์เองค่ะ เขาเป็นตำรวจที่ดี ดีมากๆ แล้วก็เก่งมากๆ ด้วยเหมือนกัน ไนเปอร์รอดตายมาได้หลายครั้งก็เพราะเขา เขาเป็นตำรวจที่ดี เป็นเจ้านายที่ดีที่ลูกน้องเคารพรักแล้วเขา...ก็เป็นสามีที่ดีด้วยไนเปอร์เลยยกให้เขาเป็นไอดอลของไนเปอร์อีกคน” 

               ผู้กองพนายิ้มแก้มแทบแตกที่ได้ยินแบบนี้และแทบจะหุบยิ้มไม่ลงเลย ใจก็อยากจะดึงเอาเธอเข้ามากอดแล้วหอมแรงๆ สักทีสองทีแต่ก็ติดว่าตอนนี้เขากำลังยืนอยู่ในเต้นท์ของหน่วยแพทย์ แค่เขาเดินเข้ามาหาเธอบ่อยๆ ทุกคนก็มองกันแล้วเขาก็เลยได้แต่พยายามเก็บอาการแล้วกระซิบพูดกับเธออีกครั้ง 

               “ติดไว้ก่อนนะทูนหัว เดี๋ยวคืนนี้พี่ให้รางวัล” 

               “เดี๋ยวจะจดใส่สมุดเอาไว้เลยค่ะจะได้ไม่ลืมว่าไนเปอร์ต้องได้รางวัลกี่รอบ เอ้ย! กี่อย่าง” เธอแกล้งพูดผิดทำเอาผู้กองพนาแอบมองแรงใส่และคิดในใจ ยัยเด็กหื่นติดผัว นี่กะเอารางวัลจากเขาแบบจะไม่ให้เขาได้หลับได้นอนเลยใช่มั้ยเนี่ย 

  

 

**************************************************** 

อ๊ายยยยย ยัยโหดจดเอาไว้แล้วนะพี่พนาว่าจะได้รางวัลกี่รอบ เอ้ย! กี่อย่าง พี่น่ะไหวรึเปล่า มีเมียเด็กก็งี้แหละ 

แต่จะว่าไปก็แอบสงสารน้องอรินเหมือนกันนะคะ น้องคงช็อกมาก แต่ถึงจะโกรธมากแค่ไหนน้องก็ยังรักพี่ไนเปอร์ไม่เปลี่ยนแปลง 

********************************** 

ในตอนนี้มีการพูดถึงครู ตชด. เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ไรท์ใฝ่ฝัน แต่…ไรท์ไม่ได้เรียนจบจากโรงเรียน ตชด. มาก่อนเลยคุณสมบัติไม่ผ่าน (ครู ตชด. ต้องเคยเป็นนักเรียนจากโรงเรียน ตชด. มาก่อน แต่ปัจจุบันนี้ถ้าสอบนายสิบในสายงานตำรวจตระเวนชายแดนได้ แล้วเลือกลงเป็นครู ตชด.ก็เป็นได้เหมือนกันจ้า) ครู ตชด. เป็นอีกอาชีพหน้าที่ที่ทรงเกียรติและใช้หัวใจของความเป็นครูมากจริงๆ ในการเข้าไปทำงานในส่วนนี้ เอาไว้ตอนหน้าไรท์จะพูดถึงเรื่องราวของครู ตชด. ต่ออีกนะคะ ขอไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อน ซึ่งข้อมูลที่นำมาเขียนนี้เป็นข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์ครู ตชด. ในพื้นที่ภาคใต้ตัวจริงเลย แล้วไรท์จะเอามาเล่าให้ฟังในรูปแบบของนิยายเด้อ รอติดตามนะคะ 

********************* 

ปล.ตอนหน้ามีฉากบู้ เตรียมใส่เสื้อเกราะและหมวกกันกระสุนด้วยนะคะ ยัยโหดจะได้บู้อีกแล้ว 

************************************************* 

ภาพครู ตชด. จากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน  

(https://sites.google.com/site/rongreiyntarwctrawenchaydaen/bk-t-chd-phakh3/kk-t-chd-32/rr-t-chd-ban-dxy-lan) 

ความคิดเห็น