ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 มื้อค่ำสุดวิเศษ

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 มื้อค่ำสุดวิเศษ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 999

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ต.ค. 2563 18:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 มื้อค่ำสุดวิเศษ
แบบอักษร

"คะ...คะ...คุณแกล้งผม"ใบหน้าของเพิลแดงก่ำหลังจากที่ถูกชมว่าสวย

 

"หึ..หึ.. ขอโทษครับไม่แกล้งแล้วๆประเดี๋ยวอีกสองชั่วโมงผมจะให้คนมารับนะครับ อยู่ได้ใช่ไหมครับ"

 

"ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมเดินเล่นแถวนี้ก่อนก็ได้ผมอยากดูอะไรอีกตั้งเยอะน่ะครับ"เพิลตอบไปตามมารยาท

 

เออริกพยักหน้าแล้วขอตัวไปทำธุระต่อ ก่อนไปเออริกไม่ลืมที่จะมอบตราสัญลักษณ์ของหน่วยทหารเอาไว้เผื่ออีกคนมีปัญหาอะไรขึ้นมาจะได้มาหาเขาถูก...

 

อืม...เอาแล้วสิทีนี้เขาจะไปไหนต่อดี เขาอยากรู้ว่าที่นี่มีอะไรน่าสนใจบ้างนอกจากความงามที่เป็นธรรมชาติของที่นี่แล้ว แต่ถ้าหากดูเผินๆจะพบว่าดอกไม้ที่ประดับอยู่ตามบ้านเรือนนั้นมีลักษณะคลับคล้ายกับดอกไม้ที่หายากมากอย่างเช่น ดอกAigretteที่มีฉายาว่านกกระสา เพราะลักษณะของมันเป็นต้นคล้ายดอกหญ้าและดอกของมันก็คล้ายกับฝูงนกเวลาโบยบินอีกด้วย...ถือว่าเป็นความสวยงามที่มีอิสระจริงๆ

 

ระหว่างที่เดินผมก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยสายตาก็สอดส่องมองดูโน่นดูนี่เหมือนคนที่พึ่งพบเจอสิ่งใหม่ๆ แล้วในตอนนั้นเองที่ผมเห็นกระถางใบหนึ่งโงนเงนไปมาอยู่บนระเบียงบ้านแล้วล่วงหล่นตกลงมา ประจวบเหมาะกับที่เด็กคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ตรงจุดนั้นพอดี

 

"น้องระวังครับ!!"ดวงตากลมเบิกกว้าง หัวใจตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มพลางคิดว่าช่วยไม่ทันแน่ๆ...

 

"อ้ะ!!"

 

ปุ๋ง! ฟี่ว!

 

"ฟี่ว...?"เจ้าสลอธโผล่ออกมากลางอากาศบริเวณเหนือศรีษะของเด็กคนนั้นพอดีทำให้เจ้าสลอธใช้กรงเล็บยาวๆรับไว้ได้ทัน...

 

แต่ก็นั่นแหละ...สลอธเป็นสัตว์ที่เชื่องช้าเสมอต้นเสมอปลายแม้กระทั่งจะรับกระถางดอกไม้เอาไว้ก็แทบจะหุบแขนรับไม่ทัน... เมื่อโลลี่รับกระถางได้ก็หันหน้ามายิ้มตาหยี่สมกับเป็นสัตว์โลกน่ารัก พร้อมกับใช้ปีกเล็กๆของมันกระพือบินเอากระถางขึ้นไปตั้งคืนเหมือนเดิม

 

"เป็นอะไรไหมโคดี้!แม่ตกอกตกใจหมด เอ่อ...ขอบคุณนะคะที่ช่วยลูกชายน้าเอาไว้"แม่ของเด็กก้มหัวขอบคุณผมทำเอาผมทำอะไรไม่ถูก ส่วนเด็กคนนั้นก็ทำหน้าเหมือนจะร้องให้เต็มที

 

"มะ...ไม่เป็นไรครับผมไม่ได้ช่วยอะไรขนาดนั้น อีกอย่างโลลี่เป็นคนช่วยตางหาก"เพิลโบกมือพัลวันพลางชี้ไปทางเจ้าสลอธหน้ายิ้มนี่

 

"สลอธ? เอ่อ...โลลี่ใช่มั้ยจ้ะ...ต้องขอบคุณเธอมากนะที่ช่วยเด็กคนนี้เอาไว้"

 

โลลี่ยิ้มแล้วโบกมืออย่างเชื่องช้าประมาณว่าไม่เป็นไรๆ ฮิลดาเองก็อดที่จะทึ่งไม่ได้เพราะเธอไม่เคยเจอสลอธที่ฉลาดแบบนี้มาก่อน ถงจะดูเชื่องช้าสมกับเป็นสลอธก็เถอะนะ

 

"ถ้ายังไงก็เชิญเข้ามาดื่มโกโก้ร้อนข้างในก่อนเถอะจ่ะถือว่าเป็นคำขอบคุณ"

 

สุดท้ายผมกับเจ้าโลลี่ก็ต้องมานั่งจิิบโกโก้ร้อนๆพร้อมกับคุกกี้อร่อยๆอยู่ที่บ้านของคุณน้าฮิลดา ทำไงได้ล่ะก็ผมปฏิเสธคนไม่ค่อยเป็นนี่นา...

 

"พี่มากับพี่เออริกใช่ไหมครับ พี่เป็นแฟนกับพี่เออริกจริงๆหรอครับ"

 

พรวด!

 

"ไม่ใช่ครับ! พี่ไม่ใช่แฟนคุณเออริก"น้ำโกโก้ร้อนถึงกับพุ่งออกมาจากปากของเพิลเลยทีเดียว...

 

"เอ๋?ไม่ใช่หรอครับผมเห็นพี่สองคนเดินจูงมือกันมาก็นึกว่าเป็นแฟนของพี่เออริกเสียอีก คนในเมืองลุ้นกันแทบแย่ตอนที่พี่เออริกพาพี่มาที่นี่"โคดี้ทำหน้าเสียดายแต่สักแป๊ปก็กลับมายิ้มพร้อมกับกินคุกกี้ในจานต่อ

 

"ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นล่ะ?"เพิลไม่เข้าใจว่าการที่คุณเออริกจะมีแฟนสักคนทำไมต้องทำเป็นเรื่องใหญ่ด้วยนะ...

 

"นั่นก็เพราะคุณเออริกน่ะไม่มีคู่ครองมานานมากแล้วน่ะสิจ้ะ คุณเออริกน่ะถือว่าเป็นประชากรที่สำคัญมากในเผ่าเอลฟ์ของเรา มีความสามารถ มากฝีมือและพลังเวทย์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความกล้า"ฮีลดาอธิบายคร่าวๆก่อนที่จะเดินมานั่งลงบนเก้าอี้ไกล้ๆโคดี้พร้อมกับอธิบายต่อ

 

"เผ่าเอลฟ์ของเรานั้นถือในเรื่องการสืบทายาทเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการที่จะสืบทายาทแต่ละคนได้เป็นเรื่องยากและต่อปีเผ่าเอลฟ์ของเรามีประชากรเกิดใหม่ในอัตราที่ต่ำมาก เพราะแบบนั้นแหละจ้ะทุกคนเลยตื่นเต้นเป็นพิเศษ"

 

"เป็นอย่างนั้นเองสินะครับ"เพิลพยักหน้าเข้าใจ

 

คงเป็นเพราะคุณเออริกใจดีด้วยเลยมีแต่ตนชอบ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเด็กๆถึงกรู่เข้ามาเวลาที่เจอหน้าเขา...

 

"ว่าแต่คุณเออริกอยู่ตำแหน่งไหนในทหารหรอครับ..."

 

"หมายถึงยศหรอจ้ะ เออริกน่ะมียศเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของเมืองฟรอลาเรียน"

 

คุณพระคุณเจ้า...แบบว่ายังไงดีล่ะ มหัศจรรย์มากละมั่ง?

 

"งั้นผมขอตัวก่อนนะครับพอดียังมีธุระต่อ ลาก่อนนะครับคุณน้า"เมื่อกินโกโก้ในแก้วจนหมดก็ถึงเวลาที่เพิลจะต้องขอตัวไปสำรวจดูรอบๆต่อพลางอุ้มเจ้าโลลี่ที่กำลังกินคุกกี้ชิ้นที่สามมานับสิบนาที มันอ้าปากอย่างเสียดายที่พึ่งกินได้ไปสามชิ้นเอง

 

"จ้า ไว้เจอกันนะ"คุณน้าฮิลด้าโบกมือพร้อมกับออกมาส่งที่หน้าประตูบ้าน

 

"บ้ายบายนะครับพี่เพิล"โคดี้เองก็ออกมาส่งเหมือนกัน

 

"บายครับคุณน้าฮีลด้าบายครับโคดี้ ขอบคุณนะครับสำหรับโกโก้ร้อนและคุกกี้"

 

"จ้า แล้วมาใหม่นะ"คุณน้าฮีลดายิ้มรับก่อนจะพาโคดี้เข้าบ้าน

 

เขาหันหลังแล้วเดินต่อไปข้างหน้าเรื่อยๆไม่มีจุดหมาย หลังจากที่ฟังคุณน้าฮีลดาพูดก็ทำให้รู้ว่าเมืองนี้มีชื่อว่าฟรอลาเรียน ถึงเมืองนี้จะตั้งอยู่ในป่าใหญ่แต่ก็มีความเป็นเมืองสูง เพียงแค่ว่าพวกเขาตัดขาดจากโลกภายนอกและลึกลับเอามากๆแค่นั้นเอง

 

เพิลใช้เวลาเดินเล่นจนตกเย็น เขาได้สำรวจอะไรต่างๆมามากมายจนพอที่จะทำความเข้าใจการเป็นอยู่ของเผ่าเอลฟ์ได้ในระดับหนึ่ง แต่ตอนนี้นี่สิ...เขาไม่รู้ว่าจะไปหาคุณเออริกยังไงดี...

 

ตึก! ตึก! 

 

"คุณเพิลคะ!" 

 

"หือ? หะ!ครับ!"เพิลเดินคิดอยู่เพลินๆพอโดนเรียกชื่อก็ทำหน้าตาเหลอหลาออกมา  

 

ชิบหาย!ไปทำอะไรผิดมาเปล่าวะเนี่ย!เรียกสะดังเชียว.. 

 

"ฟู่ว...มาหลงอยู่นี่นี่เอง ขออนุญาตแนะนำตัวนะคะดิฉันคอดิต้าเป็นทหารในสังกัดคุณเออริกน่ะค่ะ อีกอย่าง...คุณเออริกให้ดิฉันมาตามคุณเพิลน่ะค่ะ"คอดิต้าพ่นลมหายใจออกมา ดีนะที่อีกฝ่ายมีสีผมที่โดดเด่นไม่งั้นคงตามหานานกว่านี้อีก 

 

"แฮะๆ พอดีผมก็กำลังหาทางไปหาคุณเออริกอยู่นะครับ"เพิลเกาท้ายทอย ในใจอยากจะบอกเหลือเกินว่าเขาไม่ได้หลง...แค่ไม่รู้ทางเฉยๆ 

 

"งั้นตามดิฉันมาค่ะ ทางเรากำลังจัดมื้ออาหารเพื่อเลี้ยงคุณเพิลอยู่น่ะค่ะ บอกเลยว่าของอร่อยๆเพรียบ!!"ดวงตาของคอดิต้าเปล่งประหายเวลาพูดถึงอาหาร 

 

ฟู่... 

 

หืม? 

 

เจ้าสลอธที่ถูกผมอุ้มอยู่ทำท่าโครงหัวไปมาเหมือนดีใจอะไรสักอย่าง... จะว่าไปแล้วพุงเจ้านี่ก็นุ่มนิ่มดีเหมือนกันนะเนี่ย 

 

ฟังคอดิต้าบรรยายอาหารไปเรื่อยๆแปปเดียวก็เดินมาถึงร้านอาหารเฟรมี่ ร้านอาหารที่โด่งดังมากที่สุดในฟรอลาเรียน 

 

"ถึงแล้วค่ะ คุณเออริกรอคุณอยู่ข้างใน" 

 

"เอ่อ...ขอบคุณครับ"ผมกล่าวขอบคุณเธอก่อนที่จะผลักประตูเข้าไปข้างใน 

 

เมื่อประตูถูกเปิดออกเสียงครื้นเครงก็ดังกระหื่มเข้ามาในโสตประสาตสะที่ไหน? ถึงที่นี่จะมีผู้คนเยอะเอามากๆแต่ว่าเสียงนี่เงียบอย่างกับป่าช้า 

 

ว่าแต่คุณเออริกอยู่ไหนะ? 

 

"ยืนมองอะไรอยู่หรอ..."เสียงทักจากด้านข้างทำให้ผมหันไปมองก็ต้องตกใจอีกรอบเมื่อคุณเออริกจ่อหน้าเข้ามาไกล้จนเกือบจะชิดกันอยู่แล้ว 

 

"คะ...คุณเออริก"ผมเดินถอยออกมาสองสามก้าวด้วยใบหน้ามี่ขึ้นสีเล็กน้อย 

 

"ขออภัยไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ตกใจ"เออริกยืดตัวเต็มความสูงพลางกระแอ่มไอแก้เขิน ตอนแรกแค่จะบอกว่ามีดอกไม้ติดผมนิดหน่อย...แต่ตอนนี้คงต้องปล่อยไว้แบบนั้นแล้วแหละ 

 

"ไม่เป็นไรครับไม่ได้ตกใจอะไร" 

 

"งั้นไปนั่งที่โต๊ะกันเถอะผมสั่งอาหารไว้แล้ว"เออริกระบายยิ้มอ่อนๆแล้วยื่นมือมาหาเขาเหมือนครั้งแรกที่ทำ  

 

ผมเองก็ต้องส่งมือวางบนมือใหญ่ของเขาเหมือนเดิมนั่นแหละ...โดยอีกมือก็ยังคงอุ้มโลลี่ไว้ในอ้อมกอดแล้วเดินตามคุณเออริกไปนั่งที่โต๊ะ  

 

"ทำไมทุกคนที่นี่ดูเงียบกันจังเลยล่ะครับ"พอถึงโต๊ะผมก็เอ่ยปากถามคุณเออริก 

 

"เป็นเรื่องปกติเรื่องมารยาทบนโต๊ะอาหารน่ะ เอลฟ์อย่างเราไม่ค่อยโหวกเหวกโวยวายหรือพูดเสียงดังกันหรอก" 

 

"ขะ...ขอโทษครับ"เหมือนเขาจะเสียมารยาทบนโต๊ะอาหารไปสะแล้ว...น่าขายหน้าจัง 

 

คนฟั่งตรงข้ามนำมือขึ้นมาเท้าตรงปากพลางยกยิ้มไม่ให้เพิลเห็น ใครบ้างเล่าที่จะได้มาเห็นผู้บังคับบัญชามานั่งยิ้มอยู่แบบนี้... 

 

"เอลฟ์ทุกคนจงฟังเรา! ที่นี่คืองานเลี้ยงสำหรับขอบคุณผู้ที่ผ่านมาช่วยเราเอาไว้ ดังนั้นจงอย่าได้เคร่งเรื่องมารยาทบนโต๊ะอาหารแล้วสนุกกันให้เต็มที่เพื่อสร้างสีสันให้อาหารมื้อนี้!" 

 

อยู่ๆคุณเออริกก็ลุกขึ้นแล้วออกคำสั่งผมถึงกับตกใจ แต่ต่อมาเอลฟ์ทุกคนในร้านอาหารก็เริ่มส่งเสียงพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน บางโต๊ะก็เลื่อนโต๊ะเข้าหากันเพื่อจับกลุ่มพูดคุยและรับประทานอาหาร 

 

"คุณเออริก..."ผมเรียกอีกฝ่ายเสียงแผ่ว 

 

เออริกหันมายกยิ้มแล้วพูดขึ้น... 

 

"แค่นี้คุณก็ไม่ได้เสียมารยาทแล้วนะครับ" 

 

ถ้ามีใครรู้เรื่องที่เออริกทำในวันนี้ละก็...ผู้คนจะต้องแปลกใจมากแน่ๆ ทุ่มชื่อเสียงเพื่อแลกกับอาหารมื้อค่ำที่แสนจะสุดวิเศษ... 

 

______________________ 

 

มาแล้วหนาาาา ขอโทษที่หายไปสองสามวันเนื่องจากไรท์กำลังอยู่ในช่วงปรับตัวเรื่องการนอนไวน่ะ อิอิ 

ความคิดเห็น