WiTook

ชอบอ่านคอมเมนท์ที่สุด

ชื่อตอน : ซักผัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 201

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ต.ค. 2563 07:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ซักผัก
แบบอักษร

“ต้องทำแผล”

“เจ้าค่ะ” เหมยฮวาทราบดีว่าถึงเวลาต้องทำแผลแล้วเพียงแต่นางกำลังรอ รอให้นายกองฉีเข้ามาทำแผลให้กับคนเจ็บที่ดูเหมือนว่าไม่อยากจะรอ

หลี่ไท่หยูจ้องเขม็งไปที่คู่สนทนาเพื่อกดดัน เขารู้ดีว่านางกำลังรอผู้ใดอยู่แต่คนผู้นั้นคงไม่กล้าขัดคำสั่งของเขาและมาที่นี่ในวันนี้อย่างแน่นอน

“แล้วเมื่อไหร่จะลงมือ”

“ประเดี๋ยวนายกองฉีก็มาแล้วเจ้าค่ะ” เหมยฮวาเงยหน้าตอบก่อนจะรีบก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือในมืออีกครั้ง

“เกี่ยวอันใดกับเขา?”

“นายกองฉีจะช่วยทำแผลให้กับท่านแม่ทัพอย่างไรล่ะเจ้าคะ” เหมยฮวาเงยหน้าจากหนังสืออีกครั้งเพราะดูเหมือนว่าตัวร้ายจะไม่ยอมจบเรื่องนี้ง่าย ๆ และที่น่าแปลกก็คือวันนี้ทั้งวันนายกองฉีไม่มาปรากฏตัวที่นี่เลยแม้แต่ครั้งเดียว

“แมวน้อย... เจ้าต่างหากที่ต้องดูแลข้า” หลี่ไท่หยูบอกอย่างใจเย็นเพราะอย่างไรนางก็ไม่สามารถหนีหน้าที่นี้พ้นไปได้อยู่แล้ว

เหมยฮวาส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วยเพราะบางอย่างก็ไม่เหมาะที่นางจะล้ำเส้นในตอนนี้

“ไม่ดีเจ้าค่ะ เพราะ...”

“เพราะ?” หลี่ไท่หยูถามกลับเมื่อเห็นว่าคุณหนูใหญ่ฟางไม่ยอมกล่าวต่อ

“เพราะเสียขา*ต้องถ... ถอดเสื้อเจ้าค่ะ” เหมยฮวาไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องเท่านี้ท่านแม่ทัพใหญ่ก็ยังมิทราบ แผลของเขาอยู่ที่ท้องจะทำแผลได้เขาก็ต้องเปลือยท่อนบนถึงจะทำแผลได้สะดวกมิใช่หรือ

“คงต้องเป็นเช่นนั้น”

“ป้อนข้าว ป้อนยา อ่านหนังสือให้ฟัง ร้องเพลง เต้น หรือให้นั่งเฝ้าตอนหลับ ข้าทำให้ท่านแม่ทัพได้ทั้งหมด เว้นเรื่องทำแผลไว้ก่อนนะเจ้าคะ”

“หากไม่รีบทำแผล ข้าอาจจะ.. แค่ก ๆ” หลี่ไท่หยูคิดว่าต้องใช้อาการบาดเจ็บให้เป็นประโยชน์เสียหน่อยแล้ว คุณหนูใหญ่จะได้ไม่อิดออดอีกต่อไป

“ประเดี๋ยวนายกองฉีก็น่าจะมาแล้วเจ้าค่ะ” เหมยฮวาวิ่งรี่เข้าไปลูบหลังเพื่อช่วยบรรเทาอาการไอของตัวร้ายอย่างใส่ใจเพราะเกรงว่าเขาอาจจะกระอักเลือดออกมาอีก

“เขางานยุ่ง กว่าจะมา แผลข้าคงติดเชื้อ แค่ก ๆ ดูสิ... ข้าเริ่มไอแล้ว”

“ตกลงเจ้าค่ะ เช่นนั้น เอ่อ... ถอดเสื้อเจ้าค่ะ” เห็นตัวร้ายไอถี่ ๆ แบบนี้เหมยฮวาก็ไม่อาจนิ่งเฉยอยู่ได้ ในเมื่อสัญญากับตนเองไว้แล้วว่าเขาเป็นของนางและจะต้องรอดไปด้วยกันดังนั้นนางก็ไม่ควรต้องคิดมาก ชีวิตของเขาย่อมต้องสำคัญกว่า

“มาสิ” หลี่ไท่หยูกระตุกยิ้มเมื่อทุกอย่างเป็นไปตามแผนก่อนจะกวักมือเรียกให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้

“ก็ถอดเองสิเจ้าคะ” เหมยฮวาสั่นหน้าปฏิเสธเพราะจะให้นางถอดเสื้อผ้าของบุรุษออกก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจ

“แต่แผลของข้า... โอย” หลี่ไท่หยูแสร้งร้องออกมาเมื่อพยายามสาธิตให้อีกฝ่ายเห็นว่าการถอดเสื้อออกเองเป็นเรื่องที่ไม่สามารถกระทำได้เพราะมันกระเทือนถึงบาดแผลของเขา

“ยอมแล้ว ๆ” เหมยฮวายกมือยอมแพ้ นางพยายามข่มความอายก่อนจะนั่งลงข้างเตียงเพื่อช่วยเสียขา*ถอดเสื้อเพื่อจะได้ทำแผลอย่างที่เขาต้องการ

“แมวน้อย… ข้ารู้สึกเหนียวตัว”

“ได้คืบจะเอาศอกหรือเจ้าคะ”

ตัวร้ายกำลังทำอันใดกันแน่เหตุใดถึงได้ทำสายตาแบบนั้นใส่เหมยฮวา แล้วยังน้ำเสียงนั่นอีก มันไม่เข้ากันกับเข้าแม้แต่น้อย

“อะแฮ่ม... เสียขา*อยากเช็ดตัว” หลี่ไท่หยูลงทุนแทนตนเองด้วยคำพิเศษหวังเพียงแต่ว่ามันจะทำให้นางใจอ่อนกับเขาได้

“คิก ๆ เสียขา*หรือเจ้าคะ” เหมยฮวาทวนคำพร้อมกับหัวเราะออกมาเบาเบากับคำเรียกแทนตัวของแม่ทัพใหญ่ของแคว้น

“เจ้ากล้าหัวเราะเยาะข้า!”

“ข้าหัวเราะเพราะท่านน่ารักต่างหาก” แม้เขาจะทำหน้าเคร่งขรึมปานใดแต่มันกลับดูน่ารักในสายตาของเหมยฮวาอยู่ดี นางว่าใบหน้าของเขามีสีเข้มขึ้นด้วย...

“ไม่เคยมีผู้ใดกล้าใช้คำนี้กับข้านอกจากมารดา” มารดาเคยพูดคำนี้กับหลี่ไท่หยูบ่อยครั้งสมัยเขายังเด็กแต่เมื่อโตขึ้นท่านแม่กลับบอกว่าเขานั้นไม่น่ารัก ตัวโตเหมือนหมีซ้ำยังดุร้ายอีกต่างหาก

“แต่ไม่มีคำไหนเหมาะกับท่านแม่ทัพไปมากกว่าคำนี้แล้วนะเจ้าคะ”

“ได้! วันนี้ข้าจะปล่อยเจ้าไปก่อนเพราะไม่อยากถกเถียงด้วยให้เปลืองแรง”

“มาเถิดเจ้าค่ะ ถอดเสื้อออกก่อน หรือท่านจะเปลี่ยนใจรอนายกองฉีเจ้าคะ” เหมยฮวาถามอย่างมีความหวังเผื่อตัวร้ายอาจจะอยากเปลี่ยนใจ

“ลงมือสิ”

เหมยฮวาพยายามระงับมืออันสั่นเทาของตนเองขณะเอื้อมมือไปช่วยตัวร้ายถอดเสื้อ นางมิเคยใกล้ชิดกับบุรุษใดมากขนาดนี้มาก่อน ทั้งต้องช่วยเขาถอดเสื้อผ้าแล้วยังต้องอยู่ใกล้ร่างเปลือยเปล่าของเขาสองต่อสองเพื่อเช็ดตัวและช่วยเขาทำแผลอีก ช่างน่าหวั่นใจเหลือเกิน...

‘อย่าได้คิดมากเหมยฮวา เจ้าแค่กำลังดูแลคนป่วยเท่านั้นเอง’

หลี่ไท่หยูมองการกระทำของสตรีตรงหน้าด้วยความเอ็นดู ท่าทางงกเงิ่น แก้มนวลแดงเรื่อและมือของนางก็สั่นเทาจนเขาชักเริ่มกังวลแล้วว่าวันนี้ตนเองจะได้เช็ดตัวและทำแผลหรือไม่

“หากเจ้าไม่มองข้า วันนี้คงไม่ได้ทำแผลกระมัง”

“ได้” เหมือนจะกล้าหาญแต่ที่จริงแล้วเหมยฮวานั้นกลั้นใจมองแต่ส่วนลำตัวของเขาเท่านั้นเอง นางไม่กล้าเงยหน้าสบตากับเขาแม้แต่น้อย

“หึ ๆ”

“คิดว่าหัวเราะเยาะข้าแล้ว ข้าจะหลงกลเสียขา*อย่างนั้นหรือเจ้าคะ” เหมยฮวาดูวีที*มาเยอะเล่ห์เหลี่ยมเท่านี้มีหรือที่จะตามไม่ทัน แค่วันแรกเหมยฮวายังเหนื่อยถึงเพียงนี้แล้วกว่าที่ตัวร้ายจะหาย นางไม่อยากจะนึกเลยว่าท่านแม่ทัพจะเปลืองตัวกับนางขนาดไหน

‘นี่มันอะไรกัน! ท่านแม่ทัพเองก็มีหน้าอกอย่างนั้นหรือซ้ำยังดูเหมือนว่าจะมีมากกว่าของข้าเสียอีก’ เหมยฮวามองหน้าอกของอีกฝ่ายสลับกับของตนเองอย่างหนักใจ มันควรจะมานูนที่ตรงอกของนางสิมิใช่ของเขา สวรรค์! ช่างไม่ยุติธรรมเลย

“อิจฉาอย่างนั้นหรือ” หลี่ไท่หยูกลั้นหัวเราะจนตัวสั่นเมื่อเห็นคุณหนูใหญ่มองหน้าอกของเขาตาโตสลับกับของนางเอง

“พ... พูดอันใดเจ้าคะ ข... ข้าจะแกะผ้าพันแผลแล้ว อาจจะเจ็บหน่อยนะเจ้าคะ”

เหมยฮวาไล่มือลงไปที่ท้องเพื่อแกะผ้าพันแผลที่มีคราบเลือดสีแดงดวงใหญ่ออก เหตุใดร่างกายของตัวร้ายถึงได้ใหญ่โตและบึกบึนเช่นนี้เพราะตอนแกะผ้าพันแผลออกนั้นเหมยฮวาต้องเอื้อมมือไปด้านหลังทำให้ใบหน้าของนางนั้นเกือบจะแนบชิดไปกับอกของเขาจนกระทั่งได้ยินเสียงหัวใจของเขา เอ.. หรือจะเป็นเสียงหัวใจของนางกันแน่

“จะซบก็ได้ ข้าไม่ว่า”

เหมยฮวาสะดุ้งสุดตัวเมื่อถูกทัก เมื่อครู่นางแค่ลืมตัวไปนิดหน่อยเท่านั้น นางหาได้มีเจตนาลวนลามเขาแม้แต่น้อย

“ซบเซิบที่ไหนกันเจ้าคะ ข... ข้ากำลังแกะผ้าพันแผลให้ท่านต่างหาก”

“เห็นเจ้านิ่งอยู่นานนึกว่าชอบเสียอีก”

เหมยฮวาเม้มปากแน่นและแสร้งทำเป็นไม่พอใจเพื่อกลบเกลื่อนความกระดากอายก่อนจะลงมือแกะผ้าพันแผลให้เขาต่อ

‘นี่คือ... ซักผัก*ที่ร้ายเต๋อมักพูดถึงใช่หรือไม่ มันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ท่านแม่ทัพไม่ได้เหมือนกับเสียขา*ในโลกโน้นโดยสมบูรณ์ เพราะเสียขา*โดยมากต้องมีพุงป่องเหมือนสตรีมีครรภ์’

“ข้าอนุญาตให้เจ้าจับได้”

“ท่านแม่ทัพเลิกแหย่ข้าเสียทีเถิดเจ้าค่ะ” เหมยฮวาทนไม่ไหวแล้ว นางแค่เผลอไผลเพราะไม่เคยเห็นมาก่อนก็เท่านั้นเอง ใช่แล้ว... เพราะเป็นครั้งแรกนางก็เลยตื่นเต้น ประเดี๋ยวก็ชินไปเอง

“ข้าพูดจริงนะ”

“ท่านแม่ทัพได้โปรดอยู่เงียบ ๆ ด้วยเถิดเจ้าค่ะ ข้าต้องการสมาธิ” เหมยฮวาสูดลมหายใจลึกหนึ่งครั้ง พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะควบคุมสติไม่ให้แตกกระเจิงก่อนจะลงมือทำแผลให้กับตัวร้ายอีกครั้ง

“โอ้ยยย”

“เจ็บหรือเจ้าคะ ขออภัยด้วยเจ้าค่ะ ข้าจะระวังให้มากกว่านี้นะเจ้าคะ” เหมยฮวาหน้าเสียเมื่อเห็นความเจ็บปวดบนใบหน้าของคนเจ็บ ทั้งที่นางพยายามเบามืออย่างที่สุดแล้วแต่ก็ยังมิวายทำให้เขาต้องเจ็บแผลจนได้

หลี่ไท่หยูไม่อยากให้คนตรงหน้าต้องเสียกำลังใจดังนั้นจึงพยายามเม้มปากแน่นเพื่อข่มความเจ็บและกล่าวโกหกเพื่อให้นางสบายใจ

“ที่จริงก็ไม่ได้เจ็บเท่าใด”

“ปากแข็ง เมื่อครู่ท่านร้องออกมา ข้าได้ยินมันอย่างชัดเจน” เหมยฮวามองอีกฝ่ายอย่างจับผิดและรีบใช้ผ้าซับเหงื่อบนใบหน้าซีดเซียวของเขาด้วยความเป็นห่วง จากนั้นรีบลงมือทำแผลต่อโดยพยายามระมัดระวังให้มากกว่าเดิม

“เจ้าดุข้า?”

“เสียขา... ชายชาติทหารก็เจ็บเป็นดังนั้นไม่เห็นจำเป็นต้องปิดเลยเจ้าค่ะ ต่อหน้าข้า ท่านจะร้องไห้ก็ยังได้” ตอนที่อ่านนิยายเหมยฮวาก็รู้สึกสงสารเขามิน้อย ตัวร้ายเองก็มีชีวิตจิตใจ รู้สึกได้และเจ็บเป็น เขาก็แค่ไม่อยากให้ผู้ใดได้เห็นด้านที่อ่อนแอ เขาเป็นคนประเภทเดียวกับเหมยฮวาเพียงแต่เหมยฮวานั้นไม่สามารถอดทนได้ถึงครึ่งของเขาก็เท่านั้นเอง

“ร้องไห้?”

“ใช่! ข้าจะให้ท่านยืมไหล่โดยไม่คิดเงินเลยเจ้าค่ะ” เหมยฮวานำผ้าพันแผลผืนใหม่มาพันรอบตัวของเขาอย่างใจเย็นและครั้งนี้นางก็พยายามที่จะไม่มัวเมาไปกับหน้าอกแข็ง ๆ ของเขาจนในที่สุดการทำแผลอันยากลำบากก็เสร็จสิ้นลงจนได้

“ตอนนี้...”

“เจ้าคะ?” เหมยฮวาถามกลับอย่างุนงง

“ข้าอยากยืมไหล่เจ้าตอนนี้”

“จะร้องไห้? เจ็บแผลที่ข้าทำให้เมื่อสักครู่หรือเจ้าคะ” เหมยฮวาคงมือหนักไปมากจนทำให้คนอย่างเขาถึงขั้นต้องหลั่งน้ำตา แล้วแบบนี้นางจะสามารถดูแลเขาได้อีกอย่างนั้นหรือ

หลี่ไท่หยูก้มมองแผลที่ท้องของตนเองก่อนจะเงยหน้ามองคู่สนทนาและค่อย ๆ อ้าแขนออกเพื่อให้แมวน้อยนั้นเข้ามาหา แม้นางจะลังเลในตอนแรกแต่ก็ยอมโผเข้ามาหาในที่สุด ไม่พอนางยังตบหลังของเขาเบาเบาเพื่อปลอบใจอีกด้วย เขาไม่ได้น่ารัก... คนในอ้อมแขนนี่ต่างหากที่น่ารัก นางน่ารักมากจนเขาไม่อยากปล่อย...

แอ๊ด...

“ขอโทษเจ้าค่ะ ข้าไม่นึกว่า...” อิงฮวามองชายหนุ่มและหญิงสาวที่กอดกันอยู่บนเตียงอย่างตกตะลึงเพราะนึกไม่ถึงว่าความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่จะรุดหน้าไปมากถึงเพียงนี้

“เหตุใดถึงไม่เคาะประตู” หลี่ไท่หยูถามคนเข้ามาใหม่ด้วยน้ำเสียงติดไม่พอใจ

“ข้าเคาะแล้ว แต่ไม่มีเสียงตอบจึงรีบเข้ามาเพราะเป็นห่วงว่าจะเกิดอันใดขึ้นกับท่านแม่ทัพเจ้าค่ะ”

เหมยฮวาจ้องหน้าใบหน้าของคนเจ็บเพื่อมองหาร่องรอยอาลัยอาวรณ์ในดวงตาของเขาซึ่งก็โชคดีที่ไม่พบ

“เอ่อ.. ขอโทษเจ้าค่ะเพราะข้าห่วงท่านมากเกินไปจึงได้เสียมารยาท” อิงฮวากล่าวซ้ำอีกครั้งเมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดโต้ตอบกลับมาหลังจากที่นางกล่าวจบ

‘ห่วงอย่างนั้นหรือ ไปสนิทสนมกันตั้งแต่เมื่อใด’ เหมยฮวามองน้องสาวอย่างหมั่นไส้

“ข้ากำลังทำแผลให้ท่านแม่ทัพจึงอาจไม่ได้ยินเสียงเคาะประตูของเจ้า”

“เป็นเช่นนี้นี่เอง เอ่อ.. มีสิ่งใดให้ข้าช่วยหรือไม่เจ้าคะ”

“คิดว่าไม่! หรือท่านแม่ทัพต้องการให้อิงฮวาช่วยเจ้าคะ” เหมยฮวาหันขวับไปเอาคำตอบจากคนบนเตียง จะได้รู้ไปเลยว่าเขายังชอบน้องสาวของนางอยู่หรือไม่

“ขอบคุณ แต่ข้าคงไม่กล้ารบกวนคุณหนูเล็กฟางขอรับ”

“เช่นนั้นข้าคงต้องเชิญเจ้าออกไปก่อน” เหมยฮวาเลิกคิ้วก่อนจะหันไปที่ประตูเพื่อบอกอีกฝ่ายเป็นนัย สายตาที่อิงฮวามองท่านแม่ทัพนั้นไม่ธรรมดาดังนั้นเหมยฮวาต้องรีบป้องกันไว้ก่อน

“ไว้ข้าค่อยมาเยี่ยมท่านใหม่ ขอตัวเจ้าค่ะ” อิงฮวาส่งยิ้มหวานไปให้ผู้ป่วยบนเตียงก่อนจะหันหลังเดินออกไปอย่างครุ่นคิด สายตาของเขาที่มองนางตอนที่แนะนำกับเขาครั้งแรกนั่น… อิงฮวาคิดไปเองอย่างนั้นหรือ

ลับร่างของน้องสาว เหมยฮวาก็หันขวับมาที่คนบนเตียง สีหน้าของตัวร้ายนั้นยังคงเรียบนิ่งมากหาได้มีพิรุธใด ๆ ตัวร้ายสามารถตัดใจจากนางเอกได้เร็วถึงเพียงนี้เชียวหรือ

“เช็ดตัว...” หลี่ไท่หยูเตือนสติเมื่อเห็นสตรีบอบบางตรงหน้าเอาแต่จ้องหน้าเขานิ่งโดยมิพูดอันใด

“ได้เจ้าค่ะ” เหมยฮวายิ้มรับและรีบวิ่งไปนำอ่างใส่น้ำพร้อมกับผ้าผืนใหม่ทันที

“เหตุใดครั้งนี้ถึงยอมง่าย”

“ทำดีก็ย่อมต้องได้สิ่งดีตอบแทนสิเจ้าคะ แต่ถ้าจะให้ดีมากกว่านี้ ต่อไปท่านแม่ทัพก็ห้ามสบตากับอิงฮวา ห้ามพูดคุย ห้ามเข้าใกล้ ห้าม...”

“ไม่ว่าอะไร ข้าก็ตกลง” เรื่องที่ฟางเหมยฮวาบอกหลี่ไท่หยูว่านางเป็นคนขี้หวงนั้นท่าจะจริงแต่เขากลับรู้สึกชอบมันมากดังนั้นจึยอมตกลงโดยง่าย

เหมยฮวาได้แต่อ้าปากค้างมองตัวร้าย ท่านแม่ทัพหน้าตาหล่อเหลา รูปร่างกำยำซักผัก*ก็แน่น เย็นชาแต่ว่าใจดีกับนางคนเดียว วรยุทธ์เป็นเลิศและมีสติปัญญา สวรรค์เข้าข้างเหมยฮวาบ้างแล้ว ดังนั้นใครก็อย่าได้มาแหยมกับคนของนางเชียว!

ความคิดเห็น