กัลย์ดิษฐ์(fah-sai)

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่6

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 345

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ต.ค. 2563 18:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่6
แบบอักษร

 

ระยะเวลาในหนึ่งสัปดาห์ดำเนินไปด้วยความรวดเร็ว ซึ่งในแต่ละวันคะนึงนิจยังคงต้องเร่งถ่ายทำละครติดต่อกันตามที่ผู้ใหญ่ได้ขอมา แม้บางครั้งจะต้องหามรุ่งหามค่ำไปบ้างหากแต่คะนึงนิจก็ยังคงทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่เสมอ

“พรุ่งนี้ว่างหนึ่งวันนะคะ พี่ขอเอาไว้ให้ น้องนิจจะได้เบรกพักร่างกายบ้าง” รุ่งรัตน์เอ่ยบอกเมื่อขับรถมาส่งคะนึงนิจที่คอนโดของเธอ

“ขอบคุณค่ะพี่รุ่ง ถ้าอย่างนั้นคืนนี้เราสั่งอะไรมาทานที่ห้องนิจกันดีไหมคะ” คะนึงนิจยิ้มรับ ก่อนจะเสนอขึ้น

“วันนี้พี่ขอตัวนะคะน้องนิจ พอดีมีปัญหาที่บ้านนิดหน่อยน่ะค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นไม่เป็นไรค่ะ พี่รุ่งไปดูแลเรื่องที่บ้านเถอะค่ะ หากมีอะไรที่นิจช่วยได้ก็บอกได้เลยนะคะ” คะนึงนิจเอ่ยพลางเอื้อมมือไปแตะแขนของผู้จัดการส่วนตัวเบาๆอย่างต้องการให้กำลังใจ ไม่รู้เหมือนกันว่ารุ่งรัตน์มีปัญหาอะไรถึงได้มีสีหน้าค่อนข้างกังวลมาตลอดทั้งสัปดาห์ หากแต่เมื่อรุ่งรัตน์เลือกที่จะไม่พูด เธอก็จะไม่ถามให้ดูก้าวก่าย และได้เพียงแต่บอกกล่าวให้รู้ว่าเธอพร้อมที่จะช่วยเหลือเสมอ

“ขอบคุณมากนะคะน้องนิจ” รุ่งรัตน์เอ่ยพร้อมกับคลี่ยิ้มบางๆ

“ค่ะ แล้วเจ๊หมีล่ะคะ วันนี้นอนค้างกับนิจไหม” คะนึงนิจยิ้มรับกับทางรุ่งรัตน์ ก่อนจะหันไปถามบุญมีในประโยคถัดมา

“เจ๊ก็ต้องขอตัวด้วยอีกคนนะคะ พอดีพอรู้ว่าจากพี่รุ่งว่าพรุ่งนี้ว่าง เจ๊ก็เลยกะว่าจะกลับบ้านที่อยุธยาไปหาแม่สักหน่อย โทรนัดแกเอาไว้แล้วด้วยค่ะ”

“โอเคค่ะ งั้นเอาเป็นว่าเราต่างใช้วันหยุดของตัวเองกันให้คุ้มค่าเนอะ แล้วมะรืนเจอกันค่ะ” คะนึงนิจส่งยิ้มให้ทั้งสองคน ก่อนที่ตนจะเปิดประตูรถลงไป

“พักผ่อนเยอะๆนะคะน้องนิจ วิตามินที่เจ๊สั่งมาให้ก็อย่าลืมทานด้วยนะคะ” บุญมีเปิดกระจกรถแล้วตะโกนบอกหญิงสาว

“ค่า บ๊ายบาย” คะนึงนิจพยักหน้ารับพลางยกมือขึ้นโบกไปมา จากนั้นรถจึงแล่นออกไป

“นิจ”

“แพร?” เมื่อเดินเข้าไปในคอนโด คะนึงนิจก็ต้องชะงักแล้วมองคนตรงหน้าด้วยความแปลกใจ เพราะพรรัมภาเดินมาขวางหน้าเธอเอาไว้ พรรัมภามาหาเธอทำไม? แล้วรู้ได้อย่างไรว่าเธอพักอยู่ที่นี่?

“ฉัน…อยากมาขอบคุณเรื่องที่เธอช่วยฉัน” พรรัมภาเอ่ยพลางยื่นตะกร้าไวน์ให้กับคะนึงนิจ

“เรื่องนั้นไม่เป็นไรหรอก และก็ไม่ต้องเอาของมาให้ฉันหรอกนะ” คะนึงนิจยิ้มรับน้ำใจ หากแต่ขอที่จะไม่รับของเอาไว้ดีกว่า

“รับไว้เถอะ ฉันอยากตอบแทนน้ำใจเธอ นี่ไวน์ของโรงงานพ่อฉันเลยนะ ท่านฝากให้ฉันเอามาให้ และก็ฝากขอบคุณเธอด้วยที่ช่วยฉันเอาไว้” พรรัมภาคะยั้นคะยอแล้วจับมือของคะนึงนิจให้รับของจากเธอไป

“ฝากขอบคุณท่านด้วยนะ” คะนึงนิจพยักหน้ารับ แล้วจำต้องรับตะกร้าไวน์มาถือเอาไว้

“จ้ะ”

“เอ่อ ถ้าเธอไม่มีอะไรแล้วงั้นฉันขอตัวก่อนนะ”

“คือที่จริง...ฉันมีเรื่องอยากคุยกับเธอนะ เรื่องหมามุ่ยที่ชุดของเธอน่ะ”

“เธอจะบอกอะไรฉันงั้นเหรอแพร?” คะนึงนิจมองสบตาพรรัมภาด้วยนึกสงสัย ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ในวันนั้นทางนพคุณก็ยังตามหาตัวคนทำมาไม่ได้ ทว่าเธอก็ไม่ได้คิดจะเรียกร้องเอาความอะไรเหมือนกันเพราะมันดูจะเสียเวลาเปล่าหากว่าคนทำไม่ได้มีจิตสำนึกเลย

“ฉันรู้ว่าใครทำ และฉันก็มีหลายอย่างอยากทำความเข้าใจกับเธอด้วย ขอฉันขึ้นไปคุยที่ห้องเธอได้ไหม?”

“อืม ก็ได้” คะนึงนิจพยักหน้ารับ ก่อนที่จะเดินไปกดลิฟต์เพื่อที่จะพาพรรัมภาขึ้นไปยังห้องของเธอ…

“นั่งก่อนสิ เดี๋ยวฉันเอาน้ำมาให้” คะนึงนิจเอ่ยพลางพยักพเยิดหน้าไปยังโซฟาที่ห้องรับแขก ก่อนจะนำตะกร้าไวน์ไปวางไว้ยังเคาน์เตอร์ห้องครัว จากนั้นจึงเปิดตู้เย็นแล้วรินน้ำส้มใส่แก้วมาให้กับแขกผู้มาเยือน

“ขอบใจนะ” พรรัมภายิ้มรับ แล้วจึงหยิบแก้วน้ำส้มมาดื่ม

“เธอมีอะไรก็ว่ามาได้เลยนะแพร” คะนึงนิจหย่อนกายนั่งลงยังโซฟาอีกตัว

“จ้ะ อุ๊ย! ขอโทษทีนะเลอะไปหมดเลย” พรรัมภาพยักหน้า ก่อนจะวางแก้วน้ำส้มบนโต๊ะหากแต่ก็มือก็ปัดแก้วล้มลงจนน้ำส้มหกเลอะไปหมด ทั้งยังกระเด็นไปโดนกางเกงของคะนึงนิจอีกด้วย

“ไม่เป็นไรๆ” คะนึงนิจเอ่ยอย่างไม่ได้นึกถือโทษ

“มาเดี๋ยวฉันเช็ดให้นะ” พรรัมภาว่าแล้วก็หยิบผ้าเช็ดหน้าของตนออกมาจากกระเป๋าสะพาย แล้วจึงรีบเอื้อมมือไปเช็ดซับน้ำที่กางเกงของคะนึงนิจทันที

“ไม่เป็นไรหรอกแพร เดี๋ยวฉันไปเอาผ้าที่ห้องครัวมามาเช็ดดีกว่า”

“เดี๋ยวนิจ” พรรัมภาเอ่ยเรียกเมื่อคะนึงนิจกำลังจะลุกขึ้น

“อะไรเหรอ?” คะนึงนิจหันมามองหน้าอย่างไม่เข้าใจ ไม่รู้ทำไมถึงได้รู้สึกว่าพรรัมภาทำตัววุ่นวายแปลกๆ

“แพร! อื้อ!…” หากแต่ยังไม่ทันที่คะนึงนิจจะได้คลายความสงสัย เธอก็ต้องเอ่ยออกมาด้วยความตกใจเมื่อพรรัมภาเข้ามาประชิดตัวเธอโดยไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะผลักเธอให้หงายหลังล้มลงไปบนโซฟาแล้วตามขึ้นมาคร่อมทับตัวเธอด้วยความว่องไว ซ้ำร้ายพรรัมภายังใช้ผ้าเช็ดหน้าโปะลงมาปิดปากและจมูกของเธอแน่นเสียจนแทบจะไม่มีพื้นที่ให้อากาศลอดผ่านเข้าหรือออกได้เลย

“อื้อ!…” คะนึงนิจยังคงพยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากการถูกกดไว้ หากแต่ก็ไม่สามารถจะทำได้โดยง่ายเมื่อพรรัมภาตัวสูงใหญ่กว่าเธอ ทั้งยังคืออดีตมือตบตัวฉกาจที่ผ่านมาหลายเวที จึงรู้ดีว่าจะกดจะทับขู่ต่อสู้แบบใดที่จะทำให้ไม่สามารถขยับเขยื้อนตัวมาต่อกรได้

และมันก็เป็นเช่นนั้น คะนึงนิจได้เพียงแต่ดิ้นขลุกขลักอยู่ใต้ร่างของพรรัมภาอย่างไม่อาจจะหาทางหลุดพ้นได้ และเรี่ยวแรงของเธอก็ดูเหมือนจะค่อยๆอ่อนแรงลงไปทุกที ซึ่งเธอก็พอจะคาดเดาได้ว่ามันอาจจะเป็นเพราะผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นที่ปิดปากปิดจมูกของเธออยู่ กระนั้นถึงรู้แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เมื่อในตอนนี้สติของเธอนั้นได้ดับลงไปเสียแล้ว

“เรียบร้อยนะคะพี่อลิส” พรรัมภาผละออกจากร่างของคะนึงนิจที่สลบไสลไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ของตนมาโทรรายงานกับคนที่เป็นคนคิดแผนการทั้งหมด

(ดีมาก ถ้าอย่างนั้นจัดการตามแผนต่อไปได้เลย)

“ค่ะ” พรรัมภารับคำ ก่อนจะกดวางสายลง จากนั้นเธอก็เริ่มทำตามแผนที่ตระเตรียมเอาไว้ทันที…

คะนึงนิจถูกพาเข้ามายังห้องนอน โดยพรรัมภาจัดการเปลื้องผ้าของเธอออกจนหมด ก่อนจะนำผ้าห่มมาคลุมกายให้เธอไว้ ขณะเดียวกันนั้นเหล่าบรรดาเพื่อนสนิทมิตรสหายของภาคินก็เริ่มทยอยเข้ามาจัดปาร์ตี้ดื่มเหล้าและเล่นยาตามคำเชิญชวนที่เขาได้บอกกล่าวเอาไว้

“ให้นิจกินยาหรือยัง?” ภาคินเดินเข้ามาในห้องแล้วเอ่ยถาม พลางจ้องมองสาวสวยที่หลับใหลไม่รู้เรื่องราวอยู่บนเตียงนอนด้วยแววตาปารถนาอันล้นปรี่

“เรียบร้อยค่ะ” พรรัมภาพยักหน้า

“เสียดายจริงๆ น่าจะให้รู้เรื่องรู้ราวหน่อย แต่ก็นะแค่นี้ก็หาความสุขจากร่างสวยๆงามๆนี่ได้เยอะทีเดียว” ภาคินเข้าไปนั่งลงบนเตียงนอน แล้วจับมือเรียวเล็กของหญิงสาวมาประทับรอยจูบด้วยความพึงใจ

“ใจเย็นสิคะพี่ภีม ไม่รอพี่อลิสก่อนเหรอ” พรรัมภาเอ่ยปราม

“รอทำไม? อลิสไม่มาหรอก อลิสให้พี่จัดการน้องนิจได้เลย อลิสไม่ได้บอกแพรหรอกเหรอ?”

“ไม่นี่คะ แพรก็คิดว่าพี่อลิสจะมาที่นี่ด้วยเสียอีก”

“ไม่ต้องรอหรอก อลิสให้พี่จัดการให้เสร็จ พอได้วีดีโอแล้ว เราก็ออกจากที่นี่ไป แล้วก็ค่อยโทรแจ้งให้ตำรวจเข้ามา พรุ่งนี้ก็คอยดูข่าวดาราสาวดาวรุ่งจัดปาร์ตี้มั่วยามั่วเซ็กส์ได้เลย”

“ถ้าอย่างนั้นแบบนี้พวกเพื่อนๆพี่ภีมข้างนอกนั่นก็โดนจับหมดเหมือนกันน่ะสิคะ”

“ก็แค่คนรู้จักที่เคยเจอตามแหล่งอโคจร กินเหล้า เล่นยาด้วยกันไม่กี่ครั้ง ไม่เรียกว่าเพื่อนหรอก” ภาคินยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ

“ถ้าอย่างนั้นก็ทำตามแผนเถอะค่ะ ข้างนอกชักจะสนุกกันใหญ่แล้วล่ะ แต่ก่อนอื่นเรามาดื่มฉลองให้กันสักหน่อยก่อนดีไหมคะ” พรรัมภาเอ่ยพลางชะเง้อมองยังด้านนอกที่ทุกคนต่างเริ่มสนุกกันสุดเหวี่ยง ก่อนที่ตนจะเดินไปหยิบแก้วไวน์ที่รินเตรียมเอาไว้มาส่งให้กับชายหนุ่ม

“แด่ความสุขของเราทุกคน” ภาคินรับแก้วไวน์มา แล้วจึงกระดกลงคอจนหมดแก้ว

“พี่ภีมจะให้แพรรอพี่ภีมเสร็จกิจก่อนไหมคะ แล้วค่อยออกจากที่นี่ไปพร้อมกัน” พรรัมภาเอ่ยถามพลางหยิบขวดไวน์มารินให้แก่ชายหนุ่มอีกแก้ว

“ถ้าน้องแพรอยากรอ ก็มารอบนเตียงเดียวกันกับพี่เลยดีไหมครับ?” ภาคินดื่มไวน์จนหมดแก้วอีกครั้ง ก่อนจะเดินเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวแล้วตวัดแขนโอบเอวคอดกิ่วของเธอเอาไว้

“อย่าเลยค่ะ แพรไม่อยากมีปัญหากับพี่อลิส อีกอย่างที่แพรอยากจะรอก็เพราะกลัวพี่ภีมจะมัวแต่เพลินทั้งเซ็กส์เพลินทั้งยาจนทำแผนเสียหมดพอดี” พรรัมภาว่าแล้วก็แกะมือของภาคินออกจากเอว

“เรื่องยาไม่มีปัญหาหรอกน่า พี่เล่นแค่นิดหน่อยให้พอคึกคัก แต่ถ้าเรื่องเซ็กส์ล่ะก็พี่อยากเพลินกับน้องแพรมากกว่านะ”

“พี่ภีมรีบจัดการตามแผนพี่อลิสเถอะค่ะ แพรจะรออยู่ด้านนอก” พรรัมภาเบี่ยงตัวหลบมือปลาหมึกของชายหนุ่ม ก่อนจะรีบเดินออกจากห้องไปทันที

“ขอโทษนะจ๊ะน้องนิจ แต่การเด่นเกินหน้าเกินตาคนอื่นไปมันก็แบบนี้” ภาคินวางแก้วไวน์ลง ก่อนจะเดินกลับไปยังเตียงนอน และเริ่มลูบไล้ไปตามเรียวแขนขาวเนียนของหญิงสาว

“แต่ไม่เป็นไรนะ ถ้าน้องนิจตกอับไม่มีใครสนแล้วล่ะก็ พี่ก็พร้อมจะดูแลนะครับ” ภาคินยกยิ้มก่อนจะก้มหน้าลงไปซุกไซ้ที่ซอกคอหอมกรุ่นทั้งซ้ายและขวา

“อ่า…ตัวหอมชะมัด” ภาคินสูดกลิ่นหอมของกายสาวเข้าจนฉ่ำปอดแล้วจึงผละออก ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือของตนออกมากดเข้าโหมดบันทึกวีดีโอแล้ววางไว้ในมุมที่จะเห็นการกระทำทุกอย่างอย่างชัดเจน จากนั้นจึงกลับไปนั่งลงยังเตียงนอนอีกครั้ง จ้องมองใบหน้าสวยที่หลับไม่รู้เรื่องรู้ราวด้วยความพึงใจ โดยที่สองมือก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อของตนออก

“เป็นของพี่นะน้องนิจคนสวย” ภาคินโยนเสื้อของตนลงพื้น จากนั้นก็ตามด้วยกางเกง ก่อนจะก้มลงไปพรมจูบตามลำคอระหงและไหล่บอบบางของหญิงสาว ตั้งใจจูบซับหนักๆให้ขึ้นรอยรักฝากเอาไว้ให้เธอได้ดูต่างหน้า

“ทำไม?…” หากแต่ภาคินก็ต้องผละออกมาพลางสะบัดศีรษะเพื่อพยายามขับไล่อาการที่เหมือนจะวูบให้ออกไป ทว่าก็มิได้เป็นผลเมื่อเขาเอ่ยออกมาได้เพียงแค่สองคำเท่านั้นสติของเขาก็ดับลงไป

“กว่าจะออกฤทธิ์ได้” พรรัมภาที่เฝ้าแอบดูอยู่พอได้เห็นว่าภาคินหมดสติไปก็รีบกลับเข้ามาในห้องทันที

เธอเดินไปลากตัวภาคินให้นอนอยู่ในท่าทางชวนเข้าใจผิด ก่อนจะถอดกางเกงบ็อกเซอร์ตัวสุดท้ายในร่างกายเขาออก แล้วจึงดึงผ้าห่มมาคลุมกายเขาไว้เช่นเดียวกัน

“ถือว่าฉันช่วยที่เธอเคยช่วยฉันไว้แล้วกันนะคะนึงนิจ อีกอย่างถึงฉันจะอยากทำลายชื่อเสียงเธอแต่ฉันก็ไม่อยากเห็นผู้หญิงด้วยกันโดนย่ำยี” พรรัมภาเอ่ยออกมาพลางถอนหายใจเบาๆ นี่มันไม่ได้อยู่ในแผน และเธอก็เป็นคนใส่ยานอนหลับในไวน์ที่ให้ภาคินดื่ม เพราะเรื่องนี้นอกจากตั้งใจจะช่วยให้คะนึงนิจไม่ต้องโดนทำมิดีมิร้ายแล้วเธอยังต้องการจะกำจัดภาคินด้วยเช่นกัน เพราะหากไม่มีภาคินแฟนหนุ่มของเธอที่ช่องกำลังดันก็จะได้ขึ้นแท่นเป็นพระเอกแทนอย่างแน่นอน

“ช่วยไม่ได้นะคะพี่ภีม พี่เองก็ไม่เหมาะที่จะเป็นพระเอกอยู่แล้ว” พรรัมภาเบ้ปากใส่ ก่อนจะเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือของภาคินมากดส่งวีดีโอเข้าไลน์ของเธอ แล้วจึงได้ลบหลักฐานต่างๆในเครื่องเขาทิ้งไปเพื่อกันไม่ให้มีอะไรที่จะสาวมาถึงตัวเธอได้

“ฝันดีนะคะ พรุ่งนี้ก็ตื่นมาเจอตำรวจกับนักข่าวได้เลย” พรรัมภายกยิ้มพึงใจ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปทันที…

เช้ามืดของวันใหม่ได้ดำเนินมาถึง เสียงดนตรีที่ยังดังอื้ออึงทำให้หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงเริ่มจะรู้สึกตัว ดวงตาสวยค่อยๆลืมขึ้นมาก่อนจะกระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับสายตา ห้องยังมืดสลัวแต่เสียงดนตรีดังกระหึ่มจนเธอต้องขยับลุกขึ้นนั่งด้วยความงุนงง

“พี่ภีม!” คะนึงนิจเอ่ยออกมาด้วยความตกใจเมื่อเธอเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟข้างเตียงแล้วได้พบว่าภาคินนอนอยู่บนเตียงเดียวกันกับเธอ ซ้ำร้ายยิ่งใจหล่นวูบเมื่อมองสำรวจตรวจสอบร่างกายของตัวเองแล้วยังพบว่าทั้งเธอและภาคินนั้นต่างอยู่ในสภาพตัวเปล่าเล่าเปลือยด้วยกันทั้งคู่

“แพร…” คะนึงนิจยกมือขึ้นกุมขมับเมื่อความปวดหัวตรงเข้าเล่นงาน ก่อนจะนึกถึงเรื่องสุดท้ายที่เธอได้ประสบพบเจอก่อนที่สติของเธอจะดับลงไป

ใช่แล้ว…พรรัมภาโปะยาสลบเธอ และการที่เธอมาอยู่ร่วมเตียงกับภาคินนี้ก็คงเป็นฝีมือของพรรัมภาเช่นเดียวกัน นี่เธอถูกภาคินทำ…ทำให้เธอแปดเปื้อนไปแล้วอย่างนั้นหรือ?

“ไอ้คนชั่ว! ไอ้เลว! ไอ้หน้าตัวเมีย!” คะนึงนิจทั้งทุบทั้งตีใส่ภาคินด้วยความคับแค้นใจ ทำไมคนพวกนี้ถึงได้มีจิตใจต่ำช้าได้ถึงเพียงนี้

“โอ้ย! นิจ! ทำอะไรเนี่ยห้ะ!” ภาคินสะดุ้งตื่นขึ้นมาก็รีบคว้ามือของหญิงสาวเอาไว้

“แกมันชั่ว! แกทำอย่างนี้ได้ยังไง!”

“เมื่อคืน…” ภาคินพยายามนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เขายังมึนๆ งงๆ ไม่แน่ใจว่าเมื่อคืนตนได้ทำอะไรลงไปบ้าง

ปึง!

หากแต่เสียงเพลงที่เงียบลง ก่อนเสียงประตูที่ถูกเปิดออกอย่างแรงก็ทำให้ภาคินชะงักไป คะนึงนิจจึงรีบขยับกายถอยห่างออกไปทันที หากแต่ยังไม่ทันที่เธอจะก้าวลงจากเตียงได้ แสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปก็ระรัวสาดซัดใส่หน้า มือของหญิงสาวยกมือขึ้นบังแสงชวนแสบตานั่นโดยอัตโนมัติ ตอนนี้ในหัวเธอสับสนงุนงงไปหมด นี่มันเกิดอะไรขึ้น? และใครเข้ามาในห้องของเธอ? ซ้ำยังแย่งกันพูดจาเสียจนเธอไม่สามารถจับใจความอะไรได้เลยสักนิดเดียว

“อะไรกันวะ! เข้ามาได้ยังไง หยุดถ่ายเลยนะ!” ภาคินที่ประติดประต่อเรื่องราวได้ก่อนรีบหยิบหมอนมาบังหน้าของตัวเองไว้ ทำไมเป็นแบบนี้? นักข่าวเข้ามาทั้งๆที่เขายังอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? แผนที่เตรียมการเอาไว้มันต้องไม่ใช่แบบนี้นี่!

“น้องนิจคะที่นี่จัดปาร์ตี้มั่วยาจริงหรือเปล่าคะ?”

“แล้วทำไมคุณภาคินถึงอยู่ที่นี่ ทั้งสองคนคบหากันอยู่อย่างนั้นเหรอครับ?”

“สรุปคุณทั้งสองคนจัดปาร์ตี้มั่วยามั่วเซ็กส์กันจริงๆใช่ไหมคะ?”

เสียงของบรรดานักข่าวเอ่ยถามออกมาแทบจะไม่มีช่องว่างให้ใครได้ตอบอะไรออกมาเลย

“นี่มันเรื่องอะไรกัน?” คะนึงนิจเอ่ยพลางส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจ น้ำตาใสๆเริ่มไหลออกมา ทั้งงุนงง ทั้งสับสน ทั้งอกสั่นขวัญแขวน เธอไม่รู้เลยว่านี่มันเกิดเรื่องบ้าบออะไรขึ้น

“เดี๋ยวเชิญนักข่าวออกไปก่อนนะครับ เชิญด้านนอกครับ” นายตำรวจที่เดินเข้ามาเอ่ยขึ้นแล้วช่วยกันนักข่าวออกไป

“น้องนิจ!” เสียงของบุญมีเอ่ยขึ้นพร้อมกับรีบเข้าไปกอดคะนึงนิจไว้ทันที

“เจ๊หมี” คะนึงนิจเอ่ยน้ำตาก็พลันร่วงเผาะอย่างห้ามไม่อยู่

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นคะ? ทำไมทำแบบนี้คุณภีม!” บุญมีกระชับกอดปลอบหญิงสาว ก่อนจะหันไปแผดเสียงใส่ภาคินที่นั่งอยู่ข้างๆ

“นิจไม่รู้ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น” คะนึงนิจส่ายหน้าทั้งน้ำตา

“ทางเราได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าที่ห้องนี้มีการจัดปาร์ตี้มั่วยาครับ” นายตำรวจเอ่ยขึ้น

“ไม่จริงค่ะ ฉันว่าต้องมีอะไรเข้าใจผิดแน่ๆ”

“ไม่ผิดหรอกครับ ในห้องมีทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเราก็ยังพบยาเสพติดที่วางอยู่บนโต๊ะที่ห้องรับแขกอีกด้วย ยังไงเราต้องเชิญตัวทุกคนให้ไปโรงพักและทำการตรวจร่างกายหาสารเสพติดต่อไป กรุณาใส่เสื้อผ้าแล้วออกไปรวมกับกลุ่มคนข้างนอกด้วยนะครับ”

“กูไม่ไป! กูจะโทรเรียกทนาย” ภาคินเถียงอย่างไม่ยอม

“เรื่องนั้นคุณมีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องอยู่แล้วครับ หากแต่ถ้าคุณไม่ยอมให้ความร่วมมือแต่โดยดีอาจจะถูกดำเนินข้อหาขัดขืนพนักงานเจ้าหน้าที่เพิ่มอีกกระทง”

“ไม่ต้องมาขู่กู!” ภาคินยังคงเสียงแข็ง หากแต่ก็รีบเอื้อมไปหยิบเสื้อผ้าของตนที่กองอยู่บนพื้นมาสวมใส่

“เจ๊หมี นิจไม่ได้ทำ…”

“เจ๊เชื่อค่ะเจ๊เชื่อน้องนิจ ไม่ต้องกลัวนะคะ เจ๊จะไปกับน้องนิจนะ ขอเวลาแต่งตัวสักครู่นะคะคุณตำรวจ” บุญมีเอ่ยปลอบหญิงสาว ก่อนจะหันไปเอ่ยกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยความสุภาพ

“ได้ครับ คุณผู้ชายที่แต่งตัวเสร็จแล้วเชิญด้านนอกครับ” นายตำรวจพยักหน้ารับ ก่อนจะหันไปเอ่ยกับภาคินในประโยคท้าย

“รู้แล้วน่า สั่งจัง” ภาคินถอนหายใจ ก่อนจะเดินฮึดฮัดออกไป

“ผมรอข้างนอกนะครับ ขอความกรุณารักษาเวลาด้วย”

“ค่ะ” บุญมีพยักหน้ารับ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเดินออกจากห้องไป

“เจ๊หมี…”

“อย่าเพิ่งพูดอะไรกันเลยนะคะ น้องนิจรีบไปแต่งตัวก่อนดีกว่า เดี๋ยวเจ๊จะโทรแจ้งพี่รุ่งว่าเราจะทำอย่างไรได้บ้าง”

“ค่ะ”

“ไม่ต้องร้องแล้วนะคะคนดี ไม่ต้องกลัวอะไร เจ๊จะอยู่กับหนูนะลูกนะ” บุญมีเอื้อมมือไปปาดเช็ดหยาดน้ำตาให้กับหญิงสาว ก่อนที่เธอจะลุกลงจากเตียงไป จากนั้นบุญมีจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อโทรแจ้งเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้กับรุ่งรัตน์ได้ฟังทันที…

“เป็นยังไงบ้างคะพี่รุ่ง?” บุญมีเอ่ยถามด้วยความร้อนใจหลังจากที่ตนนั่งรอรุ่งรัตน์และทนายที่เข้าไปยังห้องสอบสวนมานานนับชั่วโมง ในที่สุดรุ่งรัตน์ก็ได้ออกมาเสียที

“ผลตรวจปัสสาวะของน้องนิจไม่พบสารเสพติด ส่วนเรื่องคดีมั่วสุมนั้นก็ต้องสืบสาวราวเรื่องกันอีกที ตอนนี้ทนายกำลังจัดการเรื่องเอกสารต่างๆให้อยู่ อีกสักพักก็คงจะออกมา”

“แล้วน้องนิจจะโดนข้อหาอะไรยังไงบ้างคะ จะโดนหางเลขไปด้วยหรือเปล่า?” บุญมียังคงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“เรื่องนั้นทนายจะเป็นคนดำเนินเรื่องให้ แต่ฟังจากที่น้องนิจเล่าแล้วเหมือนเรื่องทุกอย่างจะถูกวางไว้อย่างตั้งใจให้น้องนิจเสื่อมเสียชื่อเสียง ซึ่งยังไงก็คงต้องเข้าไปคุยกับผู้ใหญ่ที่ช่องอีกทีว่าจะจัดการอย่างไรต่อไป”

“เฮ้อ! นี่ยิ่งฟังหมีก็ยิ่งรู้สึกผิดค่ะ ถ้าเมื่อวานหมีได้รับสายของน้องนิจ เรื่องมันก็คงไม่เป็นแบบนี้” บุญมีถอนหายใจเฮือกใหญ่

เมื่อวานตอนที่เดินทางกลับบ้าน คะนึงนิจได้โทรเข้ามาหาทว่ามือถือก็ดันแบตหมดไปเสียก่อน พอไปถึงบ้านอยุธยาตนก็ลืมไปเสียสนิท มาชาร์จแบตเปิดโทรศัพท์อีกทีก็ตอนดึกดื่นแล้ว พอเปิดข้อความในไลน์ดูก็พบว่าคะนึงนิจไลน์มาบอกว่าพรรัมภามาหาที่คอนโดและเธอก็รู้สึกแปลกๆยังไงพิกล ตนเห็นดังนั้นจึงรีบโทรกลับหากแต่ก็ไม่สามารถติดต่อคะนึงนิจได้

ทั้งตนก็ชะล่าใจจนเกินไปคิดว่าคงจะไม่มีอะไรเพราะดึกแล้วคะนึงนิจอาจจะปิดมือถือจึงไม่ได้ติดต่อกลับไปอีก ทว่าตลอดทั้งคืนก็หลับๆตื่นๆด้วยลึกๆในใจยังแอบคิดกังวล กระทั่งอดรนทนไม่ไหวเลยลองโทรกลับไปอีกครั้งแต่ก็ยังไม่สามารถติดต่อได้เช่นเดิม ตนจึงรีบออกจากอยุธยามาแต่เช้ามืดเพื่อตรงไปยังห้องของคะนึงนิจทันที และสิ่งที่ตนเห็นก็คือมีทั้งนักข่าวและตำรวจอยู่เต็มห้องของคะนึงนิจไปหมดนั่นเอง

“พี่โทรบอกนายแล้วนะ เดี๋ยวเสร็จจากที่นี่แล้วนายจะเรียกทุกคนไปคุย ทั้งน้องนิจ ภีม แล้วก็แพร”

“หมีคิดว่าอีนังน้องแพรมันต้องเป็นตัวต้นเรื่องแน่เลยค่ะ ไม่สิเผลอๆอาจมีนังอลิสอีกคน”

“ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานอะไรอย่าเพิ่งไปกล่าวหาใครเลยนะหมี แต่ถึงยังไงเราทุกคนก็ต้องช่วยกันหาหลักฐานมาเอาผิดคนที่มันก่อเรื่องทั้งหมดนี่ให้ได้”

“เอ่อ…แล้วเรื่องน้องนิจกับไอ้ชั่วภีมล่ะคะ”

“พี่บอกนายไปแล้วล่ะว่าพี่จะพาน้องนิจไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลก่อน”

“ถ้าไอ้ภีมมันย่ำยีน้องนิจจริง นายจะยอมให้เป็นคดีความกันเหรอคะ?” บุญมีเอ่ยอย่างนึกกังวล

“เรื่องนั้นพี่เองก็กังวล หากแต่พี่ก็เชื่อนะ ว่านายคงจะมีความยุติธรรมพอ”

“หมีก็ขอให้เป็นอย่างนั้นค่ะ”

“น้องนิจ!” รุ่งรัตน์ที่เห็นหญิงสาวเดินออกมาก็รีบเข้าไปหาทันที

“เรียบร้อยแล้วนะครับ ส่วนเรื่องสู้คดีว่าคุณนิจไม่มีส่วนรู้เห็นหรือว่าถูกใส่ร้ายหมายทำลายชื่อเสียงนั้น เราต้องเก็บหลักฐานให้แน่นหนาเพื่อแสดงความบริสุทธิ์อีกที” ทนายหนุ่มอธิบาย

“ค่ะคุณทนาย ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเราเข้าไปเจอกันที่ช่องนะคะ” รุ่งรัตน์เอ่ยบอก

“ครับ” ทนายหนุ่มพยักหน้า ก่อนจะเดินแยกตัวออกไป

“ตอนนี้นักข่าวมาออกันด้านหน้า สน.เต็มไปหมด เราออกด้านหลังนะคะพี่ให้รถมารอแล้ว” รุ่งรัตน์เอ่ยกับหญิงสาว

“ค่ะ” คะนึงนิจพยักหน้ารับ

“พวกเราเชื่อนะคะว่าเรื่องทุกอย่างมันถูกจัดฉากขึ้น เราจะทำทุกอย่างเพื่อหาทางพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของน้องนิจให้ได้ เจ๊กับพี่รุ่งจะคอยอยู่เคียงข้างน้องนิจนะคะ” บุญมีเอ่ยพลางจับมือของคะนึงนิจมากุมเอาไว้อย่างต้องการส่งผ่านกำลังใจไปให้

“ขอบคุณมากนะคะ” คะนึงนิจพยักหน้ารับอีกครั้ง พร้อมกับน้ำตาที่รื้นขึ้นมาอีกรอบ

“สู้นะคะน้องนิจ อย่าเพิ่งท้อ คนผิดต้องรับผิดชอบกับการกระทำอันเลวทรามของพวกเขา” รุ่งรัตน์เอ่ยให้กำลังใจอีกคน

“ค่ะ นิจจะไม่ยอมปล่อยให้คนผิดต้องลอยนวลเหมือนกัน”

“ดีมากค่ะคนสวยของเจ๊” บุญมีเอื้อมมือไปเกลี่ยเช็ดคราบน้ำตาให้กับหญิงสาว

“งั้นตอนนี้เราไปกันเถอะนะคะ ต้องไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ไหนจะต้องไปหาผู้ใหญ่ที่ช่องอีก” รุ่งรัตน์เอ่ยบอก ก่อนที่ทั้งสามคนจะพากันเดินออกไปทางประตูด้านหลังเพื่อไปขึ้นรถที่มาจอดรอ

“น้องนิจคะเป็นอย่างไรบ้าง ตกลงจัดปาร์ตี้มั่วสุมจริงหรือเปล่าคะ?” ทว่าเมื่อออกมาทางด้านหลังก็ยังเจอนักข่าวที่มาซุ่มรออีก เมื่อคนหนึ่งเข้ามาอีกหลายคนก็กรูกันมาตามเต็มไปหมด

“ว่าไงครับน้องนิจ?”

“ตอบหน่อยค่ะ ว่ายังไงคะ?”

“ขอโทษนะคะพี่ๆนักข่าว คือตอนนี้น้องนิจยังให้สัมภาษณ์รายละเอียดไม่ได้ บอกได้เพียงแต่ว่าตำรวจไม่เจอสารเสพติดในตัวน้องนิจนะคะ” บุญมีที่ตัวสูงใหญ่กว่าใครเข้ามาบังเหล่าบรรดานักข่าวเอาไว้พร้อมกับพยักพเยิดหน้าให้รุ่งรัตน์พาคะนึงนิจขึ้นรถไปก่อน

“แล้วยังไงคะ ไม่ได้เสพแต่รู้เห็นเป็นใจให้มามั่วสุมกัน เพราะนั่นเป็นห้องของน้องนิจ?”

“ไม่ได้เสพจริงๆใช่ไหมคะ ตรวจละเอียดแค่ไหนคะ?”

“นั่นสิครับ แล้วเรื่องความสัมพันธ์กับพระเอกหนุ่มอย่างคุณภีมล่ะครับ?”

“ใจเย็นๆกันก่อนนะคะพี่ๆ ตอนนี้ทางน้องนิจยังให้รายละเอียดอะไรไม่ได้เพราะมันเกี่ยวข้องกับรูปคดี และหมีคิดว่าพี่ๆควรอยู่นิ่งๆแล้วรอให้ทางน้องนิจแถลงข่าวดีกว่าค่ะ เพราะถ้าความจริงเปิดเผยออกมาระวังจะโดนฟ้องกลับกันยกแผง หมีทราบดีนะคะว่าพวกพี่ๆมีหน้าที่นำเสนอข่าว หากแต่ช่วยมีจรรยาบรรณกันสักนิดเถอะค่ะ ขอตัวนะคะ” บุญมีเอ่ยจบก็รีบขึ้นรถไปทันที

“ขอบใจมากนะหมี” รุ่งรัตน์เอ่ยเมื่อบุญมีเข้าไปในรถ และตอนนี้รถก็กำลังเคลื่อนตัวออกไป

“ยินดีค่ะพี่รุ่ง หมีมีหน้าที่เป็นผู้ช่วยพี่รุ่งอยู่แล้วนี่คะ” บุญมียิ้มรับด้วยความเต็มใจ

“ที่พูดเมื่อกี้น่ะ ก็เป็นผู้จัดการแทนพี่ได้แล้วนะ”

“หมีแค่พูดไปตามความรู้สึกน่ะค่ะพี่รุ่ง นักข่าวทุกวันนี้เริ่มมีจรรยาบรรณกันน้อยลงทุกที บางคำพูดบางคำถามนั้นถามออกมาได้ยังไง ไม่เหมาะไม่ควรเอาเสียเลยค่ะ ยิ่งตอนนี้บางเพจนะคะเขียนเรื่องเป็นตุเป็นตะไปถึงขนาดว่าน้องนิจเข้าข่ายผู้ค้านั่นแหนะ หมีจะไล่แคปหน้าจอไว้ให้หมดพอคดีน้องนิจเสร็จสิ้นเมื่อไรจะได้ให้ทางช่องฟ้องกลับให้หนักๆเลยคอยดู”

“ช่วงนี้อย่าเพิ่งดูข่าวอะไรเลยนะคะ พวกคอมเม้นท์อะไรก็เหมือนกัน จะพาให้บั่นทอนจิตใจเปล่าๆ” รุ่งรัตน์เอื้อมมือไปแตะแขนของคะนึงนิจเบาๆอย่างต้องการปราม เมื่อเธอกำลังจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดู

“ค่ะ” คะนึงนิจพยักหน้ารับ แล้วจึงเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าดังเดิม

“พี่เชื่อว่าน้องนิจจะผ่านเรื่องนี้ไปได้ เราจะก้าวไปด้วยกันนะคะ” รุ่งรัตน์เอ่ยให้กำลังใจ

“ใช่ค่ะ เจ๊อยู่ตรงนี้นะ”

“ขอบคุณมากนะคะ” คะนึงนิจยิ้มรับด้วยความขอบคุณ แม้ตอนนี้ใจเธอจะเหนื่อยล้ากับเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเหลือเกิน หากแต่เธอเชื่อว่าเธอจะสามารถพิสูจน์ตัวเองได้ และคนที่ทำเรื่องนี้กับเธอจะต้องได้รับผลกรรมของตัวเอง…

 

**********************************************

กำหนดลงบทที่7 วันที่25ตุลานะคะ ฝากตามต่อกันด้วยน๊า รัก❤

 

ความคิดเห็น