Michelle 123

ขอบคุณทุกการสนับสนุนและกำลังใจค่ะ ❤

ชื่อตอน : รู้ใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 114

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ต.ค. 2563 14:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รู้ใจ
แบบอักษร

คิ้วหนาขมวดมุ่นมองเสื้อผ้าผู้ชายที่มือบางยื่นให้ ดูอย่างไรมันก็เป็นเสื้อผ้าเด็กวัยรุ่น ไม่ใช่ของพ่อเลี้ยงเธอที่อายุมากแล้วแน่นอน ส่วนน้องชายของเธอก็เพิ่งจะสิบขวบเอง คงยังเล็กเกินไปที่จะใส่เสื้อผ้าพวกนี้ 

" จะมองอีกนานไหม หรือจะใส่ชุดนักศึกษานอน "  

" เสื้อผ้าใคร "  

" ของวัลเตอร์ หลานชายพ่อเลี้ยงฉันน่ะ เขาเคยมาพักที่นี่หลายครั้งเลยทิ้งเสื้อผ้าไว้ นายก็ใส่แก้ขัดไปก่อน " อัคคีหยิบเสื้อกับกางเกงขึ้นมากางดูก่อนจะโยนไปพาดที่โซฟา  

" ไม่ใส่ พรุ่งนี้ฉันจะไปในเมืองหาซื้อเสื้อผ้าเอง " ม่านฟ้าถอนหายใจเหนื่อยกับคนเรื่องมาก  

" ตามใจ ฉันขออาบน้ำก่อน " พูดจบก็เดินหาวหวอดเข้าห้องน้ำ ส่วนอัคคีก็ทิ้งตัวลงนอนแผ่บนเตียงด้วยความเหนื่อย ผ่านไปสักพักม่านฟ้าก็เดินออกมาจากห้องน้ำ 

" ทำไมนายถึงไม่กลับห้องไปอาบน้ำนอน " อัคคีมองร่างบางที่ทั้งเนื้อทั้งตัวมีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียวด้วยใจที่เต้นรัวแรง แม้จะมีผ้าเช็ดตัวพันเอาไว้แต่ก็ดูออกว่าเธอนั้นเพอร์เฟกต์มากแค่ไหน ผมยาวสลวยเปียกชื้นที่เธอกำลังเช็ดอยู่นั้น ทำให้เธอดูสวยเซ็กซี่อย่าบอกใคร  

" ฉันว่าจะชวนเธอนั่งดื่มเบียร์ที่ซื้อมา " ม่านฟ้าพยักหน้าน้อยๆ ตอบ เข้าใจคนที่กำลังอกหักดีว่าคงอยากปลดปล่อยความเสียใจ  

" ขอฉันใส่เสื้อผ้าแป๊บ " เธอหันไปหยิบเสื้อผ้าก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำอีกครั้ง พอมายืนหน้ากระจก เธอก็ยกมือขึ้นลูบแก้มไปมา อายจนอยากจะมุดลงดินแต่ก็ต้องแกล้งทำเป็นตีหน้าซื่อเหมือนไม่รู้สึกอะไร ที่ออกไปสภาพแบบนั้นเพราะคิดว่าเขาออกไปแล้วเสียอีก  

หลังจากที่ดวลเบียร์ไปหลายกระป๋อง ม่านฟ้าก็เริ่มคออ่อนจนอัคคีต้องหิ้วปีกขึ้นไปนอน จากนั้นเขาก็ถือโอกาสนอนบนเตียงเดียวกันเสียเลย ไม่ได้จะฉวยโอกาสเพราะเขานั้นนอนคนละฝั่งกับเธอ และที่อยากจะนอนด้วยเพราะเธอดันบอกว่าห้องที่เขานอนเป็นห้องของวัลเตอร์ แถมยังเอารูปที่เธอถ่ายกับหนุ่มหล่อตาน้ำข้าวให้เขาดู สาธยายถึงความหล่อความดีจนเขานึกเกลียดขี้หน้าผู้ชายคนนี้ขึ้นมาดื้อๆ ดูอย่างไรสายตาที่ผู้ชายคนนี้มองเธอก็เป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหล ไม่ได้เหมือนสายตาของญาติที่มองกันสักนิด  

" อื้อ " ม่านฟ้าครางเสียงเบา ดึงผ้าห่มไปพันตัวจนอัคคีต้องดึงกลับ เพราะตอนกลางคืนที่นี่ค่อนข้างเย็น และผ้าห่มก็มีผืนเดียว จะไปเอาจากห้องนั้นมาใช้ก็ไม่อยากใช้ของที่วัลเตอร์เคยใช้  

" อื้อ! " เธอครางขัดใจ ดึงผ้าห่มไปพันตัวอีกครั้งจนอัคคีต้องขยับเข้าไปใกล้ แล้วค่อยๆ ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุม แต่ก็คลุมได้เพียงหมิ่นเหม่เท่านั้น เพราะสาวเจ้าดันนอนทับไปแล้วเกือบครึ่งผืน  

" เธอกะจะให้ฉันปอดบวมตายหรือยังไง " มือหนาค่อยๆ ดึงผ้าห่มออกจากคนเมาจนสำเร็จ แต่คนเมากลับพลิกตัวมากอดพร้อมกับพาดขาก่าย ใบหน้าสวยหวานอยู่ห่างไม่ถึงเซ็น  

" อึก! " อัคคีหัวใจแทบกระเด็นเมื่อแขนของเขาดันถูกหน้าอกนุ่มหยุนแนบชิด แล้วไหนจะกลิ่นตัวหอมละมุนที่ลอยมาแตะปลายจมูกอีก  

" เธอคือเพื่อนที่ฉันรักที่สุด " เขาพูดกับตัวเองเสียงเบา ค่อยๆ ดึงแขนออกจากหน้าอกนุ่ม ก่อนจะนอนนิ่งสำรวจดวงหน้าที่เหมือนถูกบรรจงสร้าง ตั้งแต่มอปลายจนถึงตอนนี้ เธอคือคนที่คอยอยู่เคียงข้างเขาไม่เคยหนีหาย เช่นเดียวกับวันนี้ที่เธอไม่ถามเซ้าซี้ว่าทำไมเขาถึงเลิกกับชะเอม คอยอยู่ใกล้ๆ ด้วยความเป็นห่วง  

ดวงตาคู่สวยค่อยๆ ลืมขึ้น ยกมือขึ้นลูบแก้มสากเบาๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงสะลึมสะลือ " นอนเถอะ อย่าคิดมาก พรุ่งนี้ต้องดีกว่าวันนี้ "  

อัคคียิ้มบางๆ ให้คนที่หลับตาลงอีกครั้ง ยื่นมือไปกอดลูบหลังกล่อม ประโยคนี้ที่เธอคอยใช้มันปลอบเขา ไม่ว่าฟังเมื่อไหร่ก็ให้อบอุ่นที่หัวใจ  

" ขอบใจ " อัคคีบอกเสียงเบา ดวงตาคู่สวยลืมขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะจูบปากเขาเบาบาง 

" ขอบใจ " เธอบอกเขาเสียงเบา ตบหลังเขาสามสี่ครั้งก่อนจะตัวอ่อนหลับไปอีกครั้ง ปล่อยให้เขาที่เพิ่งถูกจูบได้แต่นอนตาค้าง หัวใจเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าวิ่งไหลผ่าน ซาบซ่านไปทั่วทุกรูขุมขนอย่างที่ไม่เคยเป็น แม้จะเคยจูบกับสาวๆมาก่อน แต่ก็ไม่เคยรู้สึกเหมือนจูบบางเบาจากเธอ นี่เขาไม่ได้มีใจให้เพื่อนใช่ไหม  

' ไม่ใช่หรอกน่า ' เขาทำปากขมุบขมิบพูดกับตัวเอง ค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ก่อนจะกดจูบบางเบาลงบนปากนุ่มแล้วถอนออก จากนั้นจึงกดริมฝีปากเข้าไปใหม่ จากจูบบางเบากลายเป็นจูบเร่าร้อน ยิ่งได้สัมผัสหัวใจก็ยิ่งเรียกร้องจนปล่อยไม่ได้ ไม่เคยจูบกับใครแล้วหัวใจเต็มอิ่มแบบนี้มาก่อน  

" อื้อ " ม่านฟ้าครางเสียงเบา ขยับตัวนอนหันหลังให้เมื่อถูกรบกวนการนอน ส่วนคนที่เพิ่งรู้ใจตัวเองก็ได้แต่นอนใจเต้นแรงยิ่งกว่าเสียงกลอง ยื่นมือไปกอดร่างบางเข้าแนบชิด กัดฟันข่มความต้องการอันร้อนรุ่มเอาไว้ก่อนจะหลับตาลง เพิ่งจะรู้ว่าที่เขาไม่เคยต้องการชะเอม ไม่ใช่ว่าอยากทะนุถนอมหรือให้เกียรติ แต่เป็นเพราะว่าเขาไม่เคยรักเธอก็เท่านั้นเอง เพราะหากรักใครมากๆ เขาจะอยากครอบครองตีตราจองให้เป็นของเขาทันที เช่นเดียวกับที่เขาต้องการม่านฟ้าอยู่ตอนนี้  

บรรยากาศตอนเช้านั้นแสนแจ่มใส แต่คนอกหักกลับเอาแต่ทำหน้าบึ้ง ขอบตาช้ำยิ่งกว่าหมีแพนด้า ดูแล้วเมื่อคืนคงไม่ได้นอนกระมัง  

" นายจะตื่นขึ้นมาทำไมแต่เช้า ขึ้นไปนอนต่อเถอะ " ม่านฟ้าบอกด้วยความเป็นห่วง  

อัคคีเหลือบตาไปมองคนที่ทำให้เขานอนไม่หลับทั้งคืน ก่อนจะหันมายกกาแฟขึ้นกรอกปาก คิดอย่างไรก็หาทางออกให้ความรู้สึกของตัวเองที่เป็นอยู่ไม่ได้จนต้องตื่นมาตั้งแต่ตีห้า แต่ตัวต้นเหตุกลับนอนหลับไม่รู้อีโหน่อีเหน่จนถึงเก้าโมงเช้า แถมยังไม่รู้ว่าตัวเองปล่อยระเบิดอะไรใส่ใจเขาอีก  

" ไปนอนเถอะ เดี๋ยวฉันเข้าเมืองไปหาซื้อของกินมาให้ ขอกุญแจรถด้วย " เธอแบมือขอ  

" ข้อเท้าหายเจ็บแล้วเหรอ "  

" ดีขึ้นตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว เอากุญแจมา "  

" ฉันอยากไปด้วย แต่ตอนนี้ปวดหัว เธอนวดหัวให้ฉันหน่อยสิ " พูดจบก็ทิ้งตัวลงนอนหนุนตักนุ่ม ส่วนหญิงสาวก็นวดให้อย่างไม่อิดออด  

" คืนนี้ฉันจะพานายไปกางเต็นท์นอนที่สวนหลังบ้าน เปลี่ยนบรรยากาศเผื่อนายจะนอนหลับ " อัคคีพยักหน้าตอบ นอนนิ่งหลับตา สูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายสาวด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ คำว่าเพื่อนมันค้ำคอเลยไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร บอกความรู้สึกออกไปก็กลัวจะเข้าหน้ากันไม่ติด จะเก็บเอาไว้ใจก็เหมือนจะว้าวุ่นอึดอัด  

ตลาดเปิดสุดแสนจะธรรมดา ข้าวของเครื่องใช้ก็บ้านๆ แต่กลิ่นอายบ้านๆ แบบนี้กลับให้ความรู้สึกสุดแสนวิเศษ ผู้คนต่างเป็นมิตรและมีรอยยิ้มให้กัน แตกต่างจากห้างหรูในเมืองใหญ่อย่างสิ้นเชิง ข้าวของราคาแพงไม่ได้บ่งบอกถึงคุณภาพชีวิตที่ดีเยี่ยม คนที่เกิดมาบนกองเงินกองทองใช่ว่าจะมีความสุขเสมอไป เช่นเดียวกับเขาที่เกิดมากับความครบครัน แต่ฉะนั้นหัวใจก็ไม่เคยเต็มอิ่ม สถานที่เดียวที่ทำให้เขาเป็นสุขคือข้างกายม่านฟ้า และนี่ก็คือสิ่งที่เขากำลังกลัวว่าจะสูญเสียไปหากบอกความรู้สึก  

" ตัวนี้น่าจะพอดีตัวนาย " ม่านฟ้าชูเสื้อสีดำสุดเรียบให้เขาดู  

" งั้นก็เอาตัวนี้แหละ เอากางเกงยีนตัวนี้ด้วย แล้วเธอไม่เอาอะไรเหรอ "  

" ไม่อ่ะ ฉันมีเสื้อผ้าแล้ว ไปจ่ายตังค์เถอะ ฉันอยากไปกินก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ " พูดจบเธอก็เดินไปจ่ายเงิน จากนั้นก็เดินนำไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยว สั่งทุกอย่างให้อย่างรู้ใจโดยที่ไม่ต้องถามว่าต้องการแบบไหน เรื่องจ่ายเงินก็ไม่ต้องไปแย่งเธอจ่ายเพราะเธอไม่รับ และนั่นก็คือสาเหตุว่าทำไมเขาถึงต้องโอนเงินเข้าบัญชีเธอทุกเดือน เป็นค่าใช้จ่ายทั้งค่าน้ำค่าไฟและค่าใช้จ่ายในบ้าน และเขาก็รู้ดีว่าเธอไม่เคยนำมาใช้ เพราะแม่ของเธอนั้นโอนให้เดือนหนึ่งไม่ใช่น้อยๆ ชีวิตเธอก็ไม่ได้แตกต่างจากเขานัก เกิดมามีเพียงเงิน ไม่เคยได้รับความรักความเข้าใจอย่างที่ควรจะเป็น แต่ถึงอย่างไรเขาก็ยังดีกว่าเธอมากนัก เพราะจากที่เธอเล่า เธอเติบโตมากับยายที่ติดเหล้าติดการพนันตั้งแต่แบเบาะ ส่วนแม่ของเธอนั้นก็ทำงานที่ต่างประเทศ นานๆ ครั้งจะกลับมาเยี่ยมครั้งเพราะต้องหาเงินส่งให้เธอ แต่เงินที่ส่งให้ก็ถูกยายถลุงไปกับการพนันจนหมด ส่วนเธอก็อยู่ตามยถากรรม ความรักความผูกพันต่อแม่จึงไม่มี และนั่นก็คือสาเหตุที่เธอไม่ไปอยู่กับท่านที่เมืองนอก  

" เอาโค๊กอีกไหม " มือบางหยิบกระดาษทิชชูเช็ดเหงื่อให้คนเผ็ดอย่างอ่อนโยน  

" ขออีกขวด " พอเธอหันไปสั่งโค๊ก อัคคีก็ยกมือขึ้นลูบแก้มตัวเอง ทั้งที่เธอก็ทำแบบนี้มาโดยตลอด แต่พอรู้ใจตัวเอง มันกลับทำให้เขาเขินจนร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า… อยากจะบ้าตาย เป็นแบบนี้แล้วเขาจะปกปิดความรู้สึกไปได้นานแค่ไหนกัน  

ความคิดเห็น