ชานมปั่น

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่9

คำค้น : ...นายสุดที่(ร้าย)รัก9

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 95

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ต.ค. 2563 04:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่9
แบบอักษร

...นายสุดที่(ร้าย)รัก 

***ตอนที่9*** 

"อ้าวทอส" ห๊า ไอ้ทอส? 

พอดีผมนั่งหลังสุดเลยได้ยินเสียงพี่แจนที่เรียกชื่อไอ้ทอสอย่างชัดเจน ผมหันไปมอง ประทะกับสายตาที่มองมาทางผม เอ่ออ นี่มึงจะจ้องกินหัวกูไง ผมเรียบหันกลับมาทันที รู้สึกเหมือนลางไม่ดียังไม่รู้ 

"ทอส ไหนบอกว่าแจนว่าไม่ว่างไง" เสียงพี่แจนดังขึ้น ถึงรุ่นพี่ข้างหน้าจะพาทำกิจกรรมอยู่แต่หูผมก็มีความเผือกจะไปได้ยินเค้าอีก 

"ก็ธุระเราอยู่ที่นี่ไง" ไอ้ทอสพูดเสียงนุ่มผิดกับที่คุยกับผมเลยแหะ แต่จะดูไปเหมือนไอ้ทอสกับพี่แจนนี่สนิทกันจังเลย 

"มีธุระอะไรอะทอส" 

"เราก็มาตรวจการประชุมน้องน่ะ วันนี้เป็นเวรที่ต้องมาตรวจคณะของแจนไง" เสียงไอ้ทอสตอบ 

"นึกว่าคิดถึงเราซะอีก" เสียงหวานของพี่แจนคนสวยดังขึ้นพอที่ผมจะได้ยิน 

"..." 

"ทอสจะทักทายน้องๆมั้ย" เสียงพี่แจนถามต่อ 

"ไม่ดีกว่า แล้วจะเลิกตอนไหนเหรอ" เสียงไอ้ทอสถาม 

"อีกแปปแหละ ทอสมีไรเปล่า" 

"ไม่มีไรหรอก พอดีมีธุระกับคนแถวนี้ด้วย" 

"ใครเหรอทอส" 

"..." เสียงไอ้ทอสเงียบไป ทำไมผมรู้สึกเหมือนมันกำลังทำอะไรลับหลังผมเลยวะ โอ้ยยยย อยากเผือกกก 

จนเวลาผ่านไปนานพอสมควรกิจกรรมที่รุ่นพี่พาทำก็เรียกได้ว่าเสร็จแล้วแต่ที่เหลือก็คือนัดหมายอีกนิดหน่อย แล้วไอ้ทอสก็ถูกพี่แจนลากไปพบกับน้องๆทางด้านหน้าจนได้ ไอ้ทอสหล่อขนาดที่เรียกได้ว่าแค่เห็นหน้าก็เล่นเอารุ่นน้องผู้หญิงกรี๊ดกันแทบสลบ...น่าหมั่นไส้ 

ไอ้ทอสมันก็พูดอะไรนิดหน่อยแล้วมันก็เดินออกไป ผมก็ไม่ได้ตั้งใจจะมองตามมันหรอก แค่สายตามันแอบเห็นมันเดินออกไปกับพี่แจนเฉยๆ สงสัยมันคงกิ๊กกับพี่แจนมั้ง 

"ไอ้อาร์ท มึงว่าไอ้พี่ทอสกับพี่แจนเป็นแฟนกันมั้ยวะ" ต่อมเสือกผมเริ่มทำงาน ไม่ค่อยจะอยากรู้เลย 

"ไม่รู้ดิ มึงอยากรู้เหรอไปถามเขาดิ" ไอ้อาร์ทมันก็กวนตีนได้ตลอด 

"เราว่าก็น่าจะเป็นไปได้นะ เพราะเห็นพี่แกไปข้างนอกด้วยกันบ่อยๆ" ไอ้มนต์พูด ยิ่งทำให้ผมมั่นใจเลยว่าใช่แน่ๆ 

"มึงจะอยากรู้ไปทำไมวะ" ไอ้อาร์ททำหน้าสงสัย 

"ปะ..เปล่า แค่สงสัย" เออว่ะ แล้วผมจะอยากรู้ไปทำไม มันจะทำอะไรมันก็ไม่เกี่ยวกับผมอยู่แล้ว จะคบกับใครก็ไม่เกี่ยวกับผมอยู่แล้ว แค่คนเคยๆกันก็แค่นั้น.... 

"ลุก" เสียงนิ่งๆดังขึ้นด้านหลังผม ทำให้ผมกับเพื่อนๆที่นั่งอยู่โซนด้านหลังหันกลับไปมอง เป็นไอ้ทอสที่ยื่นเป็นเสาหินหน้านิ่งอยู่ข้างหลังผม 

"ผะ...ผมเหรอ" ผมชี้ใส่ตัวเองแล้วหันไปมองพวกไอ้อาร์ทที่นั่งทำหน้างงอยู่ อยู่ต่อหน้าพี่แจน สุภาพไว้หน่อยดีกว่า 

"ก็เออสิ ลุก"มันตอบกลับ 

"มีอะไรครับ ผมยังประชุมไม่เสร็จเลยนะครับ" ผมก็ทำเหมือนผมกับมันพึ่งเคยรู้จักกัน แต่ใจจริงอยากกระโดดแดกหัวมันอยู่ละ 

"บอกให้ลุกก็คือลุก พี่มึงอนุญาติแล้ว เดี๋ยวเขาก็ปล่อยกลับแล้ว" มันพูดออกมาอีก ผมจึงหันไปหาเพื่อนที่ตอนนี้มันก็ยังทำหน้างเป็นปลาหมดงงกันอยู่ 

"ก็ได้ครับ" ผมเลยจำต้องลุกเพราะสายตาพยายมของมัน ไม่ใช่กลัวนะ แต่เกรงใจ 

"มีอะไรก็บอกกูด้วยนะไอ้อาร์ท" ผมหันไปทางไอ้อาร์ท มันก็พยักหน้าเล็กน้อย 

และไอ้ทอสก็พาผมเดินออกมานอกตึกคณะเพื่อขึ้นรถกลับ ผมรีบขึ้นรถก่อนมัน ไม่อยากให้ใครเห็นเยอะ ไอ้ทอสเดินอ้อมไปทางคนขับแต่ก่อนที่มันจะเปิดประตู ผมก็เห็นมันรับโทรศัพท์ของใครบ้างคน เห็นมันคุยอยู่แปปนึ่งก็ว่างสายแล้วขึ้นมาบนรถ 

"จะไปไหน ไม่กลับห้องเหรอ" ผมถามขึ้นเมื่อไอ้ทอสไม่ได้ขับรถออกจากมหาลัย แต่ไปอีกคณะหนึ่ง 

"มีคนจะกลับด้วย" มันพูดแค่นั้น แล้วรถก็จอดหน้าตึกอีกคณะ 

"สวัสดีคะ...อ้าวมีคนนั่งอยู่เหรอ" สาวสวยคนหนึ่งมาเปิดประตูตรงที่ผมหน้าก่อนจะพูดทักขึ้น ดูเธอตกใจนิดหน่อยที่เห็นผมนั่งอยู่ 

"ไอ้ข้าว ไปนั่งข้างหลัง" ไอ้ทอสพูดเสียงนิ่ง ผมมองหน้ามันนิดหน่อยแต่ก็ไปนั่งข้างหลังโดยดี ก็ไม่มีปัญหานะผมน่ะนั่งไหนก็ได้ แต่ถ้ามันจะมารับเด็กแล้วจะลากผมมาด้วยทำไม 

"น้ำหวานนึกว่าพี่ทอสกลับคนเดียวซะอีก แล้วนี่ใครเหรอค่ะ น่ารักจัง" สาวสวยนามว่าน้ำหวานพูดขึ้น 

"ผมชื่อต้นข้าวครับ" ผมพูดยิ้มๆเมื่อเธอหันมาทางผม ทางที่ดีคนจะชมผมว่าหล่อนะ 

"รุ่นน้องน่ะ พอดีมันขอติดรถกลับด้วย" ไอ้ตอแหล!!! 

"เราชื่อน้ำหวานนะ" เธอหันกลับมาแนะนำตัว ก่อนจะทำหน้าแปลกใจ สงสัยเห็นรอยตีนบนหน้าผมมั้งครับ ก็น่ารักดีนะ คงจะเสร็จไอ้ทอสอีกละสิ 

แล้วไอ้ทอสก็ขับรถออกมาตรงไปทางคอนโด ระหว่างทางผมก็ไม่ได้พูดอะไร มีแค่น้ำหวานกับไอ้ทอสที่คุยกันตลอดทาง แต่ส่วนมากจะมีแค่น้ำหวานนะที่ชวนคุย ไอ้ทอสก็ตอบบ้างไม่ตอบบ้าง แต่ก็ดูกระหนุงกระหนิงกันดีนะ เฮ้ออ ผมละสงสารพี่แจนจัง ผมเบื้อนหน้าหนีมองไปนองกระจก ไม่อยากเห็นภาพแบบนี้เลย แต่ก็เผลอมองทุกทีแล้วผมก็เห็นน้ำหวานโน้มไปกระซิบหูไอ้ทอส คงไม่อยากให้ผมได้ยิน แปปหนึ่งไอ้ทอสก็จอดรถที่ป้ายรถเมย์ ที่ใกล้ๆกันเป็นร้านอาหาร 

"เดี๋ยวมึงลงไปก่อน " ไอ้ทอสหันมาพูดเสียงนิ่ง 

"ห๊ะ?" นี่มึงได้หญิงแล้วจะทิ่งก็เลยเหรอ 

"จะหาอะไร กูบอกให้ลงไปก่อน" มันพูดย้ำ มันนิสัยเหี้ยไม่เปลี่ยนเลย มันคิดจะให้ผมกลับเองแล้วจะเสือกไปลากกูมาทำไมวะ ผมเปิดประตูแล้วปิดกระแทกใส่แม่งเลย แล้วผมก็เดินไปที่ป้ายรถเมย์ กูกลับเองก็ได้วะ 

"ไอ้ข้าวหยุด!!" เสียงมันไล่หลังผมมา 

"มึงไปเหอะ เดี๋ยวกูกลับเอง" ผมหันไปบอกมันทันที 

"ห้องน้ำหวานมันไปอีกทาง เดี๋ยวกูกลับค่อยกินข้าวร้านนี้ แล้วค่อยกลับหรือมึงจะไปรอในร้านเลยก็ได้" ไอ้ทอสบอกผม 

"กูว่ากูกลับเลยดีกว่า กินข้าวร้านหน้าคอนโดก็ได้ มึงไปเหอะ" ผมบอกปัดมัน ขี้เกียจรอ 

"กูบอกให้รอก็คือต้องรอ" ไอ้ทอสมันบอกผมเสียงดุ 

"เออๆ เดี๋ยวนั่งรอต้องป้ายนี่แหละมึงไป ส่ง เขาเหอะ" ผมเน้นเสียงไอ้ทอสจึงกลับไปขึ้นรถแล้วขับออกไป สรุปคือผมต้องรอมันใช่มั้ย นี่ก็ใกล้จะมืดละ มีคนมารอรถบ้างเป็นระยะ จนเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงผมก็ยังไม่เห็นมันโผล่หัวมาเลย ป่านนี้คงลงเอ่ยที่ห้องยัยน้ำหวานนั่นแล้วมั้งน่ะ จะโทรหาโทรศัพท์ก็อยู่กับกระเป๋าตัง ให้มันได้อย่างนี้ กระเป๋าตังก็ดันอยู่กระเป๋า กระเป๋าก็ลืมบนรถมันมัวแต่โมโหจนลืม เอาไงดีทีนี้ ดูเวลาแล้วก็ทุ่มหนึ่งละ 

ผมตัดสินใจเดินครับท่าน ยะทางที่เหลือก็ไม่น่าจะไกลมากหรอกครับคงพอเดินไหว ถ้ามันมาแล้วไม่เจอมันก็คงไปกินเองแล้วก็คงกลับหรือมันอาจจะกินกับน้ำหวานแล้ว หรืออย่างมากมันก็คงกลับถ้าผมไม่ถึงก่อนมันก็คงเห็นผมระหว่างทางเองแหละ ท้องก็เริ่มหิวละ ผมเริ่มเดินมาไกลพอควรละจนมาถึงช่วงที่เป็นตึกที่ค่อนข้างร้างนิดๆแต่ก็พอมีคนอยู่บ้าง ก็น่ากลัวอยู่แหะ 

"อ้าว ไอ้น้องไปไหนวะ ทำไมเดินคนเดียว" เสียงวัยรุ่นที่จับกลุ่มกันข้างทางร้องทักผม แต่ผมว่าไม่ตอบแล้วรีบเดินดีกว่า พวกน้อยกว่าถ้ามีเรื่องผมได้ตายแน่ 

"เห้ย ลูกพี่กูถามทำไมไม่ตอบวะ เป็นไบ้เหรอ" เอาแล้วไงตู 

"กลับบ้าน" ผมตอบแค่นั้นแล้วรีบเดินเร็วขึ้นไม่หันกลับไปมองด้วย แต่สิ่งที่ผมไม่ปรารถนาก็เกิดขึ้นเมื่อไอ้ห้าหกตัวนั่นขับมอไซต์ตามผมมันแล้วไอ้คันหนึ่งก็ขับมาขวางผมไว้ 

"จะรีบไปไหนวะ อยู่คุยกันก่อนดิไอ้น้อง" ไอ้หัวหน้ามันพูดขึ้น 

"หลีก กูจะกลับไม่ว่างคุย" ปากผมก็หมาไม่เคยเปลี่ยน โอ้ยจะอะไรอีกละเนี่ย ชาติก่อนผมไปทำไรมานักวะ ทำไมเกิดแต่เรื่องเนี่ย ครั้งนี้ถ้าโดนยำไม่รู้จะรอดไม่รอด 

"ไอ้หน้าหวานนี่ดูท่าทางคุณหนูอยู่นะพี่ น่าจะรวยเอาเลยมั้ยพี่ ปากอ้อนตีนดีด้วย" ลูกน้องมันอีกคนพูดขึ้น 

"เดี๋ยวก่อนโว้ย มึงดูดิ รอยแผลเต็มตัวเลยกูว่าพาเขาไปทำแผลก่อนดีมั้ย" ไอ้ลูกพี่มันยิ้มหื่นๆ แม่งไม่คิดจะมีคนผ่านทางแล้วจอดช่วยกูเลยเหรอ อย่าขี่ผ่านดิโว้ยยยย 

"ไม่เป็นไรกูทำเองได้ ถอยไปกูจะกลับ กูไม่มีอะไรให้หรอก ทั้งตัวไม่มีซักบาท" ผมบอกตามความจริง 

"แหม๋ๆ ปากเก่งจัง เคยมีผัวยังน้อง ถ้ายังไม่เคยเดี๋ยวพวกพี่จะสอน" ทันทีที่จบประโยคผมก็หาโอกาสที่พวกมันเผลอ วิ่งแทรกออกมา เพราะพวกมันแต่ละคนอยู่บนมอไซต์มันเลยคว้าตัวผมไว้ไม่ทัน แปลกที่พวกมันไม่ขับรถตาม แต่แม่งดันลงรถแล้ววิ่งตามมาแทน ไอ้ห่า แต่ถ้าวิ่งอีกไม่ไกลก็น่าจะเป็นช่วงที่คนเยอะแล้วน่าจะมีใครช่วยผมได้ ไม่รู้ว่าหน้าผมมันเป็นไงทำไมมีแต่คนอยากเป็นผัวก็ไม่รู้ 

ตุบ!!! 

เพียงแปปเดียวตีนใครไม่รู้ทีบหลังผมจนถลาล้มหน้าคว่ำเลย ทำไมมันวิ่งเร็วจัง 

ผลั๊ว 

ตามตัวลูกเตะอีกครั้งจนผมตัวงอ พวกมันหัวเราะชอบใจกันใหญ่แต่ผมจุกจนพูดไม่ออก ผมโดนพวกมันฉุดกระชากไปใกล้กับตรงที่รถมอไซต์มันจอดแล้วก็โดนลากไปข้างๆตึกที่ดูเหมือนจะร้างและคงเป็นแหละมั่วสุมของพวกมัน ความจุกเริ่มหายไป แรงดิ้นผมก็กลับมาอีกครั้ง แล้วผมก็ต้อวโดนตีนอีกครั้งจนตัวงอ แน่จริงตัวต่อตัวมั้ย 

"ทีแรกก็ว่าจะแค่เอาตังนะ แต่เห็นหน้าหวานๆแบบนี้แล้วอารมณ์มันขึ้นวะ" มันพูดแล้วก็สั่งลูกน้องมันมาถอดเสื้อผ้าผมออก แรงดินผมก็สูงแรงหลายคนของพวกมันไม่ได้ เหตุการณเดิมๆกลับมาในหัวผมอีกครั้ง ความกลัวกลับเข้ามาอีกรอบ ผมกลัวจนพูดอะไรไม่ออก ตัวผมเริ่มสั่น ดวงตาเริ่มจะพร่ามัวไปหมดหายใจหอบ ไม่เอาได้มั้ยไม่เอาแบบเดิมแล้วได้มั้ย 

"โหพี่ แม่งโคตรขาวอ่ะ ผมต่อนะพี่" ลูกน้องมันคนหนึ่งพูดขึ้น 

"อะ...อย่าทำอะไรผมเลยนะพี่ พี่จะให้ผมทำอะไรผมทำหมด แต่อย่าทำแบบน้เลยนะพี่" ผมเริ่มของร้องเสียงสั่น เพราะตอนนี้ผมรู้สึกว่าผมเริ่มคุมสติตัวเองไม่อยู่ รู้สึกถึงอากสั่นที่ควบคุมไม่อยู่ของตัวเอง ผมยอมรับว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมันทำให้ผมกลัวเรื่องแบบนี้จับใจ 

"ไม่ต้องกลัวครับน้อง เดี๋ยวก็ดีเอง เดี๋ยวพวกพี่พาไปสวรรค์" ไอ้พวกนี้ทำไมไม่เอาไม่เลือกแบบนี้ คลำดูไม่มีหางมึงจะเอาหมดเลยหรือไง 

มันให้ลูกน้องมันสองคนจับแขนจับขาผมไว้แล้วมันก็เดินเข้ามาไซ้คอผมอย่าเอาเป็นเอาตาย ไม่ต้องการแบบนี้เลย สัมผัสที่น่าขยะแขยงแบบนี้ผมไม่ต้องการ ไม่เอาแล้วผมทั้งร้องทั้งดิ้น แล้วมันก็ตบหน้าผมทีหนึ่งก่อนจะเริ่มทั้งไซ้ทั้งจูบตามร่างการผมอย่างหื่นกระหายต่อ มันเริ่มถอยเสื้อผ้ามออก 

"บอกกูมาว่าใครอยากตายก่อน" ก่อนที่มันจะถอดกางเกง เสียงเย็นยะเยือกก็ังขึ้น แต่สำหรับผมมันเหมือนเสียงสวรรค์เลยทีเดียว น้ำตาผมไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ 

"ช่วยด้วย...ช่วยด้วย" ผมตะโกนจนสุดเสียงเป็นไอ้ทอสที่ถือวัตถุสีดำที่เรียกว่าปืนเข้ามาด้วย หลังจากที่ไอ้พวกหื่นบ้านี่หยุดเพราะเสียงไอ้ทอสแล้ว พวกมันก็ถึงกระสะดุ้งเมื่อไอ้ทอสยกปืนขึ้นมาเล้งไปที่ตัวหัวหน้าพวกมัน 

"มึงเหรอหัวหน้า งั้นมึงก็ตายก่อนเพื่อนเป็นไง" มันพูดเสียง ทำไมตอนนี้ผมมองหน้าดุของของมันแล้วรู้สึกดีใจแบบนี้ 

"เห้ย อย่านะมึง เดี๋ยวพวกกูไปละ " ลูกพี่ของพวกมันพูดก่อนจะวิ่งเผ่นหนีตามด้วยน้องมัน ไอ้ทอสมันรีบเข้ามาหาผมทันทีผมขอเข้าข้างตัวเองว่ามันดูทั้งโกรธผมมาก 

"ใส่เสื้อผ้าซะ" ผมกลัวไปหมดแม่แต่มือไอ้ทอสที่มาจับแขนผม ก็ทำเอาผมสะดุ้ง น้ำตาก็ไหลออกมาอีกครั้ง 

"เลิกร้องได้แล้ว กูก็มาแล้วไง" มันย่อตัวแล้วดึงผมเอามากอดแบบผมตั้งตัวไม่ทัน แต่มันทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นจนไม่รู้จะอธิบายยังไง 

"ฮืออ กูกลัว" ถ้าสังเกตุได้มันก็คงรู้ว่าตอนนี้ตัวผมสั่นมากแค่ไหน ทั้งกลัวทั้งตกใจ แต่อบอุ่นในอ้อมกอดมัน 

"รีบไปกันได้แล้ว เดี๋ยวพวกมันกลับมาจะซวย" มันพูดขึ้น 

"แต่มึงมี.." 

"ปืนปลอม" ไอ้ห่า หมดเลยความรู้สึกปลอดภัยของกู 

................................... 

หลังจากที่ไอ้ทอสมันช่วยผมไว้ได้ผมก็นั่งก้มหน้าเงียบตลอดทางที่กลับคอนโด แต่ก็ไม่ไกลมากก็ถึง ผมเดินตามไอ้ทอสไปอย่างเงียบ ไม่ใช่ว่าอยากเรียกร้องความสนใจหรอกครับ แต่ผมพูดไม่ออก เรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นกับเรื่องราวที่พึ่งเกิดมันทำให้ผมแทบจะเป็นบ้า ผมไม่เคยกลัวอะไรขนาดนี้มาก่อน ถ้าไอ้ทอสมาช่วยผมไม่ทันผมคงตายแนถ้าไม่จากน้ำมือพวกนั้นก็คงจะน้ำมือตัวเองนี่ ผมไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าผมเข้ามาอยู่ในห้องแล้ว 

"ทีนี้มึงก็บอกกูได้แล้ว ว่าไปอยู่ตรงนั้นได้ยังไง" ไอ้ทอสถามเสียงดุจนผมสะดุ้งจะผะวัง 

"ก็กู.." 

"กูบอกให้รอทำไมไม่รอ ทำไมมึงชอบขัดคำสั่งกูนัก" ไอ้ทอสเริ่มขึ้นเสียง 

"ก็มึงไปนานไง กูเลยคิดว่ามึงคงไม่มาแล้ว คิดว่ามึงคงจะกินยัยน้ำหวานอะไรนั้นจนไม่กินข้าวไง กูก็เลยเดินกลับ!!!" ผมก็เริ่มขึ้นเสียงบ้าง 

"แล้วทำไมมึงไม่โทรถามกู ถ้าจะกลับทำไมไม่นั่งแท็กซี่ มึงรู้มั้ยถ้ากูไปไม่ทันเห็นพวกมันลากมึงเข้าไปมึงจะเป็นยังไง หรือมึงอยากมีผัวอีก มีกูคนเดียวไม่เหรอ ห๊ะ!!" ไอ้ข้าวตะคอกผมเสียงดัง 

"ก็โทรศัพท์กับกระเป๋ากูอยู่บนรถมึงไง อีกอย่างกูไม่ได้อยากมีผัว ที่ผ่านมามึงยัดเยียดให้กูทั้งนั้น แล้วก็ไม่ได้มีมึงแค่คนเดียว มึงจำไม่ได้เหรอ" อย่ามาทำหน้างงไอ้ทอส ที่กูพูดน่ะความจริง 

"ไปอาบน้ำ" มันหันหน้าหนี แล้วพูดเสียงเบาลงมา ผมก็ขี้เกียจเถียงมันเหมือนกันรีบสบัดก้นเข้าห้องน้ำทันที อยากล้างกลิ่นไอ้พวกเหี้ยนั่นออกเต็มทน ทำไมมันน่าขยะแขยงแบบนี้ ผมทั้งขัดทั้งถูจนตัวเองไปหมด ใช้เวลานานพอควรที่ผมอาบน้ำและใช้เวลาอยู่กลับตัวเองเพื่อทำใจและเลิกคิดถึงเรื่องที่ไม่ดีต่อใจ เช็ดตัวเสร็จแล้วพันผ้าขนหนูเดินออกมาจากห้องน้อง 

หมับ!! 

ทันทีที่เดินออกมาหยิบเสื้อผ้าจะเปลี่ยนไอ้ทอสก็ดึงแขนลากผมไปโยนลงโซฟา ผมปลิวตามแรงมันแบบไม่ได้ตั้งตัว ทำท่าจะลุกไอ้ทอสมันก็ล้มคล่อมผมไว้แล้วยึดข้อมือทั้งสองข้างผมไว้ 

"มึงจะทำอะไรไอ้ทอส ปล่อยกูนะ" ผมพูดเสียงดังกับใบหน้าอัหล่อเหลาของมันที่ห่างจากหน้าผมไม่กี่เซน 

"มึงอยากรู้ไหม ทำไมกูไปส่งน้ำหวานนาน" มันพูดเสียงหื่นๆ 

"เรื่องของมึง กูไม่อยากรู้ ปล่อย" ผมตอกกลับ 

"แต่กูอยากบอก กูว่าวันนี้มึงพร้อมเริ่มงานละ" มันพูดเสร็จ ริมฝีปากมันก็เริ่มที่บดขยี้ปากผมทันที ลิ้นอุ่นของมันพยายามดันเข้ามาในปากที่ปิดสนิทของผม จนมันมันทำสำเร็จ เอาจนผมหายใจไม่ทันแล้วมันค่อยผละปากมันออก 

"มึงก็ไปทำกับเด็กมึงแล้วนี่ จะเอาอะไรอีก" ใช่มันพึ่งไปกับเด็กมันมาแล้วยังจะมาทำกับผมอีกทำไม 

"หึ มึงคิดแบบนั้นเหรอไอ้ข้าว" มันพูดแล้วแสยะยิ้มก่อนจะเริ่มไซ้ซอกคอผม 

"กูไม่ชอบให้ใครมาทำอะไรซ้ำรอยกู กูจะลบรอยไอ้พวกเหี้ยนั่นออกให้หมด" ไอ้ทอสกระซิบข้างหูผมเบาๆ 

ทะ...ทอส   ยะ..อย่า............................................ 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 

ฉากนี้ก็อิงมาจากเรื่องเดิมนิดหน่อย  รู้สึกยังไงก็เม้นต์กันน๊าาาา 

อย่าลืมไลค์เป็นกำลังใจให้ชานมด้วยนะครับ 

...ชานมปั่น 

ความคิดเห็น