ชานมปั่น

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่8

คำค้น : ...นายสุดที่(ร้าย)รัก8

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 101

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ต.ค. 2563 03:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่8
แบบอักษร

...นายสุดที่(ร้าย)รัก 

***ตอนที่8​*** 

"ไอ้บีม มึงออกมาเจอกูตอนนี้ได้มั้ย" ทอสพูดอย่างรีบร้อนหลังจากโทรหาเพื่อนของตนเอง 

/มีเรื่องอะไรวะทอส ไอ้ข้าวหายเหรอ/ 

"กูจะถามเรื่องพ่อไอ้ข้าว" 

/พ่อไอ้ข้าว?/ 

"เออ อีกยี่สิบนาที ที่ร้านเดิม" หลังจากวางสายแล้วทอสก็รีบออกไปจากห้องทันที ปล่อยให้อีกคนอยู่ในห้องน้ำต่อไป ทอสอย่างรู้ความจริงที่เขาพึ่งได้ยินจากต้อนข้าวมาว่าเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่ 

"มีไรวะทอส" บีมถามขึ้นเมื่อมาถึงที่นัดโโยทอสนั่งรออยู่แล้ว 

"พ่อไอ้ข้าวตายแล้วเหรอ" ทอสยิ่งคำถามทันที 

"ก็ใช่ มึงไม่รู้เหรอ" 

"กูจะรู้ได้ไง แล้วทำไมมึงไม่บอกกู" ทอสพูดอย่างหัวเสีย 

"เอ๋าไอ้นี่ กูก็เอาข้อมูลให้มึงดูแล้วไง มึงก็เสือกไม่อ่านเองดูแค่รูปกับชื่อ" 

"พ่อมันตายเมื่อไร" 

"ก็น่าจะนานแล้วนะ น่าจะสิบกว่าปีได้" 

"เรื่องอะไร" ทอสเริ่มคิดไม่ตกกับเรื่องนี้ หรือเรื่องทั้งหมดที่ทำมาจะเปล่าประโยชน์ 

"อุบัติเหตุ ตอนนั้นครอบครัวไอ้ข้าวอยู่ในกรุงเทพ เห็นว่าขับรถชนเด็กแล้วรถเสียหลักอัดกับเสาไฟ จากนั้นแม่ไอ้ข้าวเลยพาย้ายกลับบ้านเกิดแม่มัน" บีมพูดต่อ ทอสนิ่งเงียบกับเหตุการณ์ที่บีมเล่าให้ฟัง 

"แม่งเอ๊ย!!!" ทอสสบถขึ้น 

"ไอ้ทอส มึงยังเห็นกูเป็นเพื่อนอยู่มั้ย ถ้ามึงยังเห็นกูเป็นเพื่อนอยู่มึงบอกกูมาว่าเรื่องทั้งหมดมันคืออะ" 

"..." 

"กูไม่โอเคนะทอส ที่ต้องหาข้อมูลของคนอื่นมาให้มึงรังแกโดยที่กูไม่รู้เลยว่าเขาทำอะไรผิด" บีมพูดเสียงจริงจัง 

"พ่อไอ้ข้าวขับรถชนน้องกูตาย" ทอสพูดเสียงนิ่ง ใบหน้าดูเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด 

"...เรื่องใหญ่จริงด้วย" บีมพูดเสียงเบา 

"ว่าแต่มึงมีน้องด้วยเหรอ พวกกูไม่เห็นรู้เลยนึกว่ามีแต่พี่ชาย" บีมพูดต่อ 

"มีคนหนึ่ง แต่โดนรถชนตายก่อนที่กูจะเจอกับพวกมึง แล้วหลังจากนั้นบ้านกูก็เปลี่ยนไป รอยยิ้มของแม่กูหายไปกลายเป็นรอยยิ้มที่เหมือนฝืนยิ้ม พ่อกูก็เอาแต่ทำงานจนแทบจะไม่ได้คุยกับกูเหมือนแต่ก่อน" ทอสพูดเสียงนิ่งเรียบ 

"..." 

"และคนที่พ่อไอ้ข้าวมันชนตายก็เป็นน้องกูเอง แต่กูไม่รู้ว่าพ่อมันตายด้วย เพราะตอนนั้นกูรู้แค่ว่าน้องกูโดนรถชนตาย กูแอบไปดูข้อมูลของพ่อกู ก็เห็นรูปพ่อไอ้ข้าวกูจำได้ชัดเจนเลยทั้งหน้าและชื่อของมัน" ทอสพูดออกมา ในใจของเขาเต็มไปด้วยความแค้นป่นความเสียใจ 

"มึงก็เลยมาลงกับไอ้ข้าว?" 

"ใช่ กูอยากให้มันเจ็บเหมือนที่กูเจ็บ" 

"แล้วไอ้ข้าวมันจะรู้เรื่องเหรอ" 

"ไม่ใช่ไอ้ข้าว แต่คนที่อยากให้เจ็บที่สุดคือพ่อมัน กูอยากให้มันรู้ว่าถ้าคนที่มันรักต้องมาทุกข์ทรมานมันจะรู้สึกยังไง และไอ้ข้าวมันก็ผิดที่เกิดมาเป็นลูกของไอ้นิคม" ทอสกัดฟันพูด 

"แต่ดูเหมือนที่มึงทำมาจะเปล่าประโยชน์นะทอส ยังไงพ่อมันก็ตายแล้วมึงก็ปล่อยน้องมันไปไม่ได้เหรอ" บีมพูดขึ้น 

"แล้วมึงดูไอ้ข้าวสิ มันใช้ชีวิตปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งๆที่พ่อมันทำน้องกูตาย ทั้งๆที่ครอบครัวกูทนทุกข์มาตลอดเวลา" ทอสเริ่มเสียงดัง 

"มันอาจจะไม่รู้เรื่องหรือเปล่า อีกอย่างพ่อมันก็ตายนะมึง มันก็ต้องเสียใจอยู่แล้ว" บีมแย้ง 

"กูไม่เชื่อว่ามันจะไม่รู้ เพราะตอนนั้นมันก็น่าจะโตเกือบเท่ากูอายุน้อยกว่าแค่ปีเดียว" 

"เอ่อว่ะ" บีมพยักหน้ารับ 

"แล้วที่มึงบอกว่าตอนนั้นพวกมันอยู่ในกรุงเทพ อยู่แถวไหนวะ" ทอสถามขึ้น 

"แถวบ้านมึง" คำตอบของบีม ทำให้ทอสมีท่าทีสงสัยขึ้นมาทันที 

"เอาเป็นว่า มึงก็ปล่อยๆน้องมันไปเถอะ ไหนๆพ่อมันก็ตายแล้ว มันก็คงเสียใจอยู่ แล้วมันก็เล่นซะน้องมันเกือบตายขนาดนั้น น่าจะพอได้แล้วกูว่า" บีมพูดเพราะเป็นห่วงว่าทอสจะทำอะไรต้นข้าวอีก 

"..." 

"เห้ย  ไอ้ทอส อย่าเงียบดิมึง" 

"กูยังสงสัยอะไรอีกอยู่ว่ะมึง กูขอพิสูจน์ก่อน" ทอสพูดเสียงนิ่ง 

"แล้วน้องมันละ มึงจะทรมานน้องมันต่อรึไง" บีมพูดขึ้น 

"เอ่อน่า กูไม่ฆ่ามันหรอก ตอนนี้กูจ้างมันให้เป็นคนดูแลห้องกูอยู่" ทอสตอบกลับ 

"ห๊า อะไรนะไอ้ทอส มึงคิดจะทำอะไรอีกเนี่ย" บีมทำสีหน้าแปลกใจ 

"ทำไม ไม่ดีไง? กูก็ไม่ทรมานมันแล้วไง แถมยังมีงานให้มันทำแล้วได้เงินอีก " ทอสตอบกลับ 

"เฮ้อออ กูเหนื่อยใจแทนไอ้ข้าวจัง" บีมพูดพึมพำ 

"เอาเป็นว่า ก่อนกูจะพิสูจน์ข้อสงสัยกูได้ ไอ้ข้าวต้องเป็นของกูต่อไป" ทอสพูดเสียงเข้ม 

"กูว่ามึงใช้คำพูดผิดนะ  แต่จะว่าไปก็ถูกแหละ ไอ้ข้าวมันเป็นของมึงนิ ฮ่าๆๆๆ" บีมพูดแล้วหัวเราะ 

หลังจากแยกกับบีมแล้วทอสก็ขับรถกลับคอนโด ทอสคิดมาตลอดทางถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาในอดี ความทุกข์ทรมานที่เขาต้องทนมาแต่เด็ก และเรื่องราวที่พึ่งเกิดขึ้นที่เขาได้ทำเพื่อให้คนที่ต้องการให้เจ็บปวดได้รู้ซึ้ง แต่กลับเป็นเขาเองที่ไปไม่เป็นเลย และยังเรื่องที่เขาสงสัยกับตัวของต้นข้าวอีก เขาไม่รู้ว่าทำไมเรื่องของต้นข้าวถึงเข้ามาอยู่ในหัวเขาแทนเรื่องการแก้แค้นไปได้ 

......................................................................................... 

หลังที่ไอ้ทอสมันทุปประตูได้แปปหนึ่งผมก็ได้ยินเสียงมันโทรศัพท์ตามมาด้วยเสียงเปิดและปิดประตู แล้วทุกอย่างก็เงียบไป ผมไม่รู้ว่ามันออกไปจากห้องหรือยัง ผมไม่กล้าออกไปจากห้องห้องน้ำ กลัวว่ามันยังอยู่ ผมไม่อยากเห็นหน้ามันตอนนี้ มันจะทำให้ผมคิดถึงสิ่งที่มันทำกับผม สิ่งที่มันได้พูดถึงพ่อผมด้วย ผมกลัวว่าผมจะฟิวส์ขาดกระโดกัดหูมัน หรือไม่ผมก็อาจจะร้องไห้ ซึ่งผมไม่อยากให้ใครมาเห็นน้ำตาผมซะเท่ารั้ย 

เมื่อผ่านไปซักพักผมจึงค่อยๆเปิดประตูห้องน้ำออกมา ทุกอย่างเงียบ ไม่มีแม้เงาไอ้ทอส ผมถอนหายใจอย่างโล่งอก ผมค่อยๆเดินมาที่โซฟาแล้วนั่งคิดเรื่อยเปื้อย ถึงไข้จะหาย แต่แผลกับรอยฟอกช้ำก็ยังเหลืออยู่ ผมเริ่มคิดแล้วว่าต่อไปผมจะต้องทำยังไงดี หรือต้องทนกับเรื่องนี้จริงๆ ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเนย ก็เช่นเคยครับ เธอบอกว่าติดงานอยู่ คุยกันแปปเดียวก็วางสายไป เฮ้ออ แล้วผมจะทำอะไรต่อละเนี่ย ในขณะที่ผมนั่งอยู่กับตัวเองได้พักใหญ่ ไอ้ทอสก็กลับมา จะหลบก็ไม่ทันละ จ้องหน้าแม่งเลยละกัน 

"มองหน้ากูทำเตี่ยอะไร ไปทำกับข้าว กูหิว" มันพูดขึ้น 

"มึงจะให้กูบอกอีกกี่ครั้งวะ ว่ากูทำไม่เป็น" ไอ้นี่ความจำสั้นปะเนี่ย 

"ไร้ประโยชน์จังวะ" มันพูดขึ้น 

"กูไม่ได้บอกให้มึงลากกูมานิ" แรงมาแรงกลับโว้ย แต่มันหันมาทำตาดุใส่ผม แต่ก็หันหน้าไปทางอื่นซะงั้น 

"ลงไปขึ้นรถ" มันบอกเสียงนิ่งลงกว่าเดิม 

"จะไปไหน" จะพากูไปอะไรอีก กูไม่เอาแล้วนะ 

"ก็กูหิวข้าว แล้วมึงเสือกทำไม่เป็นไง ก็ต้องออกไปกินข้างนอกไง" มันก็พูดเสียงนิ่งต่อ 

"มึงไปเหอะ กูไม่หิว" 

"ไอ้ข้าว!!" เอ๋า ไอ้นี่เดี๋ยวดีเดี๋ยวดุ เมนไม่มาเหรอมึง 

"เออๆ ไปก็ได้" ผมกระแทกเท้าเดินออกมาจากห้องลงไปขึ้นรถที่ลานจอดรถ มันก็เดิมตามาติดๆ 

ไม่นานนักไอ้ทอสก็ขับรถพาผมมาร้านก๋วยเตี๊ยวข้างทางก็ไม่ไกลจากคอนโดมันมากเท่ารั้ย แต่ดูลูกค้าเยอะพอควร พอมันเดินเข้าร้านลูกค้าสาวแท้สาวเทียมมองตามกันเป็นแถวเลย เออ กูยอมรับว่ามึงหล่อ เอาซะผมตกคลองน้ำข้างทางเลย ไอ้ทอสเลือกนั่งโต๊ะนอกสุด ผมก็เลยต้องตามันไป รวยซะเปล่า นึกว่าจะพากูไปกินร้านหรูๆ อุตส่าแอบดีใจ 

"มึงเอาอะไร" มันพูดขึ้นเมื่อมีคนมารับออเดอร์ที่โต๊ะ 

"อะไรก็ได้" ผมก็ตอบห้วนๆ 

"เอาเส้นเล็ก2ครับพี่" มันตอบไป 

ในขณะที่ผมกับไอ้ทอสนั่งรอก๋ยวเต๊ยวอยู่ผมกับมันก็ไม่ได้คุยอะไรกันเลยจนเขาเอามาเสริฟก็เริ่มกิน ไม่นานก็หมด ผมทำท่าจะเอาเงินจ่ายมันก็ตัดหน้าจ่ายไปก่อน เออดี ไม่เปลืองตังกู พอจ่ายตังเสร็จมันก็ยังไม่ลุกนั่งลอยหน้าลอยตาอยู่ได้ 

"มองหน้ากูทำไม" อ้าวผมเผลอมองหน้ามันเมื่อไรเนี่ย 

"ปะ...เปล่า กูก็แค่แปลกใจ คนแบบมึงกินร้านแบบนี้ได้ด้วยเหรอ" ผมถามออกไป 

"กูก็คนทั่วไปไอ้ข้าว อะไรที่คนทั่วไปกินได้ กูก็กินได้" มันตอบเสียงนิ่ง 

"เหรอ" เออ กูเชื่อ 

"แล้วเรื่องกูจะเอาไง มึงไม่คิดจะปล่อยกูจริงเหรอ" ผมเริ่มต่อรองเรื่องนี้อีกครั้ง 

"มึงอยากเป็นอิสระจากกูจริงเหรอไอ้ข้าว" มันถามมาได้ นั่นเป็นความฝันสูงสุดของผมเลยล่ะ 

"มึงหมายความว่าไง มึงจะปล่อยกูไปจริงเหรอ" ผมเริ่มมีความหวังล่ะ 

"งั้นมึงมาทำข้อตกลงกับกู " อะไรของมันอีกเนี่ย 

"ว่ามา" คงไม่มีอะไรจะเสียแล้วล่ะ 

"ภายในหนึ่งเดือนต่อจากนี้มึงต้องมาทำงานที่ห้องกู ทำทุกอย่างที่กูสั่งห้ามขัดเด็ดขาด" ดูมัน 

"อะไรว่ะ แล้วมันต่างจากตอนนี้ยังไง" ผมเริ่มโวย 

"มึงหุบปากก่อนได้มั้ย ฟังกูให้จบ มันต่างแน่ ต่างตรงที่มึงรู้เวลาแน่ชัดว่ามึงจะได้ไปวันไหนไง" มันเสียงดุ 

"แล้วไงต่อ" 

"ก็ตามนั้น มึงแค่ทำทุกอย่างที่กูให้ทำ ไม่ต้องห่วงหรอก ไม่มีเรื่องผิดกดหมาย" เฮ้ออตกใจหมด 

"เช่นอะไรบ้าง" ลุ้นรอฟังคำตอบมาก 

"ก็ทุกอย่างเหมือนที่กูเคยบอกมึงทีแรก ไม่เว้นแม้แต่เรื่องบนเตียง" 

"ห๊ะ กูไม่เอา!!!" ผมตะโกนซะโต๊ะอื่นหันมามองชายสองคนที่ทะเลาะกันเหมือนคู่แต่งงานใหม่ทะเลาะเรื่องสถาณที่ฮันนีมูล 

"ก็แล้วแต่มึงนะ เพราะถ้าครบเดือนกูก็จ่ายเงินมึง และอีกอย่างคลิปวีดีโอกูก็จะเอาให้มึงทั้งหมด เผื่อมึงอยากดู แต่ถ้ามึงไม่เอาข้อเสนอนี้มึงก็ต้องทนให้กูทรมานมึงฟรีๆโดยไม่มีกำหนด" มันพูดอย่างคนที่เป็นต่อ 

"ไอ้เหี้ยทอส ทำไมมึงมันเลวอย่างนี้ เอาแต่ใจชิบหาย" ผมด่ามันแต่ไม่ดังมาก อายคน 

"มึงเลือกเอาไอ้ข้าว" มันพูดเสียงนิ่ง 

"เท่าไร?" 

"สามหมื่น" มันตอบสั้นๆ เอาก็เอาวะ ดีกว่าโดนมันทรมานฟรี แล้วจะได้จบๆเรื่องไป แค่เดือนเดียว ผมคงทนได้ ผมตอบตกลงมัน มันหัวเราะในลำคอเบาๆเหมือนเยาะเย้ยผม แต่ก็นะ ขนาดผมยังขำตัวเองเลย เหมือนกำลังขายตัวยังไม่รู้ 

"งั้นเริ่มจากวันนี้เลย" มันพูดเสียงนิ่ง 

"ห๊า" เริ่ม นี่คือเริ่มไรวะ 

"มึงไม่ต้องตกใจหรอก กูแค่ให้มึงเริ่มนับจากวันนี้เลย กูให้เวลาพักฟื้นร่างกายมึงสองวัน สองวันนี้ก็ไม่ต้องทำไรมาก แล้วก็ห้ามไปเรียนด้วย" 

"แต่กู.." 

"นี่คือคำสั่ง" ไม่ทันที่ผมจะค้านอะไร มันก็พูดขัดขึ้นมา 

หลังจากนั้นก็ไม่มีบทสนทนาอะไรต่ออีก ผมกับไอ้ทอสก็กลับมาคอนโดของมัน แล้วก็แยกย้านกันนอนโดยมันก็นอนในห้องของมัน ผมก็มานอนโซฟาของผม ผมโทรหาแม่คุยเล่นเรื่อยเปื่อยเพื่อไม่ให้แม่สงสัย โทรหาเนยก็สายไม่ว่าง สุดท้ายก็โทรหาไอ้อาร์ทแล้วประชุมสายกับไอ้มนต์ ผมบอกให้มันลาป่วยให้อีกสองวัน โดยให้เหตุผลว่าพักฟื้น ตอนแรกไอ้อาร์ทบอกจะมาเยี่ยมที่โรงพยาบาลอีก แต่ผมก็โกหกไปว่าออกจากโรงพยาบาลแล้วกลับมาพักที่บ้านอยู่ชลบุรีสองวัน ไม่ต้องเป็นห่วง ในใจก็รู้สึกผิดอยู่นะ 

ตลอดเวลาทั้งสองวันผมก็ไม่ได้ทำอะไรมาก กินแล้วก็นอน ทำความสะอาดห้องเล็กน้อย ตอนเช้ากับตอนเที่ยงผมก็สั่งอาหารขึ้นมากินบนห้องโดยไอ้ทอสเป็นคนจ่าย ตอนเย็นมันก็พาออกไปกินข้าวข้างนอก มันบอกอีกด้วยว่าร้านที่ผมไปทำงานมันเป็นคนไปลาออกให้ผมเอง สองวันที่ผ่านมาก็ไม่ได้คุยอะไรกับมันมาก มันก็ไม่ได้อะไรกับผมมาก กลับมาจากกินข้าวก็ต่างคนต่างอยู่ ผมก็เผลอแอบมองมันบ่อยขึ้นไม่รู้ทำไม มองหน้ามันทีไรเหมือนมีบางอย่างค้างในหัวตลอด ตอนนี้อาการของผมดีขึ้นมาก รอยต่างๆก็เริ่มดีขึ้นแล้ว 

"รีบแต่งตัว ออกไปมหาลัยพร้อมกู" เช้าของอีกวันมันเดินออกมาปลุกผมที่นอนอุตุอยู่บนโซฟา 

"ฮืออ มึงไปก่อนเลย เดี๋ยวกูขับมอไซกูไปเอง " คนยิ่งง่วงๆอยู่ 

"ไอ้ข้าว กูบอกให้ลุก" มันพูดเสียงดุ 

"กูจานอนนน" เสียงตอแหลมาตู 

"มึงจะลุกเองหรือให้กูอุ้มไปอาบน้ำ" ผมดีดตัวอย่างรวดเร็วเลยทีนี้ 

"เออๆ ลุกก็ได้ ทำไมกูต้องไปพร้อมมึงด้วย" ผมเริ่มหงุดหงิด 

"เป็นคำสั่ง" มันพูดเสียงนิ่ง 

"ไอ้..." เฮ้อ ไม่รู้จะด่ามันยังไง ผมกระแทกเท้าเดินไปอาบน้ำอย่างจำยอม 

ตลอดทางที่มามหาลัยผมกับมันก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีกเช่นเคย แค่แวะเซเว่นซื้อของกินนิดหน่อยผมก็มาถึงมหาลัย มันก็ขับมาส่งผมที่หน้าตึกคณะของผม ผมมองซ้ายมองขวาว่าจะมีคนสังเกตุเห็นมั้ยว่าผมมากับมันก่อนจะรีบลงรถ ขี้เกียจตอบคำถาม ดีที่ช่วงนี้มันเช้า คนไม่ค่อยเยอะ ผมเดินไปนั่งโต๊ะม้าหินอ่อนข้างตึกคณะนั่งเล่นโทรศัพท์รอเพื่อนอยู่ 

"เห้ย ไอ้ข้าว " เสียงไอ้อาร์ทดังขึ้น ผมหันไปทางต้นเสียง ไอ้อาร์ทเดินมาพร้อมไอ้มนต์พอดี 

"ทำไมมาแต่เช้าจังมึง อาการดีขึ้นยัง" ไอ้อาร์ทถามขึ้น 

"เออ ดีขึ้นแล้ว" ผมตอบกลับ 

"แต่ก็ยังมีรอยช้ำๆอยู่นะ ทำไมไม่พักอีกซักวันละข้าว" เสียงเนิบๆของไอ้มนต์พูดขึ้น 

"เฮ้ย กูไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นนะไอ้มหา" ชื่อใหม่ พึ่งตั้งให้มันเอง 

"สาวๆในห้องถามหาทั้งทั้งวันเลย 55" ไอ้อาร์ทพูดแซว 

"ก็คนมันหล่อ" ผมก็บ้ายอ 

"มึงรู้มั้ยว่าสามวันที่มึงไม่มาเรียนรุ่นพี่นัดซ้อมโน่นนี่นั่นทุกวันเลย กูละเบื่อ" ไอ้อาร์ทพูดเซ้งๆ 

"ก็สนุกดีนะอาร์ท รุ่นพี่ตลกดี เราชอบ" ไอ้มนต์พูดแย้ง 

"คงมีมึงคนเดียวแหละที่สนุก" ไอ้อาร์ทพูดแซวกลับ 

"แล้ววันนี้รุ่นพี่นัดอีกมั้ยวะ" ผมพูดถามขึ้น 

"นัด สี่โมงเย็น มึงไหวมั้ย ถ้าไม่ไหวก็ลาก็ได้นะมึง" ไอ้อาร์ทถาม สีหน้าบ่งบอกได้เลยว่าห่วงผมจริงๆ 

"เฮ้ย  กูไหวแค่นี้เอง" แต่ที่กูไม่แน่ใจว่าจะอยู่ได้นานมั้ยก็เพราะอีกเรื่องว่ะอาร์ท 

หลังจากที่นั่งคุยกันได้ซักพักก็ถึงเวลาเข้าเรียนภาคเช้า ผมถูกเพื่อนในห้องรุมถามอาการและตรวจร่างกายอยู่พักใหญ่ กว่าจะตอบคำถามเสร็จก็เล่นเอาเหนื่อยเลย แล้วหลังจากนั้นก็เรียนตามปกติ ถึงเวลาพักผมก็ไปกินข้าวกับไอ้อาร์ทไอ้มนต์ วันนี้มีเรียนสองคาบถึงบ่ายสาม พอเรียนเสร็จ ผมกับเพื่อนๆก็ออกมานั่งที่เดิมก่อนเพื่อรอเวลาไปประชุมปีหนึ่งต่อ 

"กูว่าเรานั่งเล่นแถวนี้ก่อนดีกว่า" ไอ้อาร์ทพูดขึ้น เพราะยังไงรุ่นพี่ก็เรียกรวมใต้ตึกอยู่ดี 

"อืม" ผมตอบสั้นๆ แล้วเสียงข้อความไลน์ของผมก็ดังขึ้น 

/อยู่ไหน/ ทอส 

ข้อความที่เข้าเป็นของไอ้ทอสอย่างไม่ต้องสงสัย มันคงแอดไว้แน่ๆ 

/ตึกคณะ มีไร/ ต้นข้าว 

/เดี๋ยวกูไปรับ/ ทอส 

/ไม่เป็นไร กูต้องประชุม รุ่นพี่นัด เดี๋ยวกูกลับเอง/ ต้นข้าว 

/สภาพแบบมึงยังคิดจะไปประชุมเต้นแร้งเต้นกากับคนอื่นได้เหรอ/ ทอส 

/กูกลับเอง!!!/ ต้นข้าว 

/สี่โมงกูไปรับ/ ทอส 

/สัด!!!/ ต้นข้าว 

แล้วมันก็อ่านแต่ไม่ตอบ ไอ้นี่แม่งโคตรของโคตรเอาแต่ใจเลย อยากเห็นหน้าพ่อแม่มันจริงๆ ช่างเถอะ เพราะยังไงผมก็ต้องเข้าประชุมคณะให้ได้ ถ้ามันกล้าลากผมออกไปต่อหน้าคนเยอะ ก็ลองดู 

หลังจากที่ผมนั่งหน้างอ คิ้วผูกโบว์จนไอ้อาร์ทกับไอ้มนต์สงสัยอยู่นาน ก็ถึงเวลารุ่นพี่นัด พวกผมก็เลยกลับเข้าไปในใต้ตึกคณะ ก็ใจเต้นๆอยู่นะกลัวมันมาจริงๆ แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววมันจะโผล่มาครับ มันคงพูดเล่นไปงั้นแหละ หรือไม่ก็คงกลับไปแล้วครึ่งชั่วโมงผ่านไป ผมกับเพื่อนๆก็ทำกิจกรรมปกติไม่มีอะไรหนักหนามากแค่นั่งปรบมือร้องเพลง 

"อ้าวทอส" เสียงรุ่นพี่คนหนึ่งของผมดังขึ้นด้านหลังถ้าฟังไม่ผิดน่าจะพี่แจน แต่ชื่อที่พี่แกเรียกเล่นเอาผมเสียวสันหลังวาบเลย 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 

มาแล้วจร้า ยังไงก็ช่วยเป็นกำลังใจให้ชานมหน่อยน๊าาาา อ่านแล้วช่วยกันไลค์ รู้สึกยังไงก็ช่วยกันเม้นต์นะ จะได้มีแรงอัพต่อ อิอิ 

...ชานมปั่น 

ความคิดเห็น