Hanabidou
facebook-icon

Good Things take time

ชื่อตอน : Chapter 12

คำค้น : Hanabidou, คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว, ฟีลกู๊ด, เด็ก, ครอบครัว, วาย, BL, ญี่ปุ่น

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 990

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ต.ค. 2563 17:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 12
แบบอักษร

12

“ก่อนหน้านี้...”  

          มุคาเอดะเล่าคร่าวๆ หลบสายตาลงเพราะคิดว่าถึงคนฟังจะเป็นเพื่อนสมัยมัธยมของเจ้าของเรื่อง แต่ก็คงจะยังไม่รู้ข่าวเรื่องนี้ “คุณชินเคยบอกว่าเจอคนที่คิดว่าเป็นสเปคแล้วน่ะครับ แล้วพอวันก่อนก็เห็นเขาเดินกับผู้ชายคนนึงในห้าง” เล่าแล้วก็อึกอัก เพราะไม่รู้ว่าจะพูดรายละเอียดต่อยังไงดี

             “เห็นซื้อพวกกล้องหรืออะไรสักอย่าง แล้วก็ไปดูเลือกเตียงด้วยกันต่อ”

             “อืมม์” มิกิยกนิ้วถูคางไปมา “แล้วยังไงต่อคะ?”

             “ยังไงต่อ? ก็แค่นี้แหละครับ คุณมิกิไม่ตะหงิดอะไรบ้างเหรอ? กล้องวงจรปิดกับเตียงนะ?” มุคาเอดะเงยหน้า ทำเสียงสะเทือนใจอย่างที่ตัวเองคงไม่รู้ตัว “คุณชินต้องวางแผนติดกล้องที่ห้องเพื่อถ่ายตอนทำกิจกรรมอะไรบนเตียงกันแน่นอน”

             เฮ้ยยยยยยยยยย // โอโตนามิ 

             “...”

             มิกินิ่งอึ้ง อยากจะขำออกมาดังๆ ก็ขำไม่ออก ที่เพื่อนถูกมองได้วิตถารขนาดนี้ นังชิน! ยามปกติเธอไปทำอะไรกับเขาอีท่าไหนเฮอะ! ถึงได้มีอิมเมจเป็นตาลุงลามกได้ขนาดนี้! 

             แต่คนพูดดูจริงจังมาก แถมสีหน้าก็เครียด หลบสายตากำมือหลวมๆ มาไว้หน้าริมฝีปาก ทำให้ได้แต่ฟังต่อ

             “ก็นั่นแหละครับ เลยคิดว่าเขาน่าจะคบกันแล้ว”

             “แต่ก็แค่ไปซื้อของพวกนั้นด้วยกันไม่ใช่เหรอ...?”

             “ก็...” แววตาที่หลุบลงของมุคาเอดะฉายแววถอดใจ “ไม่ใช่เห็นแค่ครั้งเดียวหรอกครับ วันรุ่งขึ้นคุณชินก็นัดเขามาที่ห้องทันที”

             เฮะ...?? // โอโตนามิ  

             “นัดมาที่ห้อง?”

             “ตรงกับวันที่เตียงมาส่งพอดี ก็คงมาลองเตียงกันละมั้งครับ” พูดเองทำหน้าเจ็บปวดเอง แต่ก็แค่ชั่วแวบเดียว เพราะพอเงยหน้าขึ้นมา ก็ตีสีหน้ากลับมาเป็นปกติ “เลยคิดว่าน่าจะอยู่ห่างๆ ไว้ดีกว่า เอ่อ เพราะอีกฝ่ายก็เป็นผู้ชายด้วยกัน ถ้าผมไปยุ่งอะไรด้วยมากอาจจะไปสร้างความลำบากให้คุณชินเปล่าๆ ครับ ต้องมาคอยตอบปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นอะไรกันมันวุ่นวายด้วย”

             มิกิอ้าปากค้าง ครางรับในลำคอ

             “...แต่ตาชินไม่ได้เล่าอะไรพวกนี้ให้ฉันฟังเลยนะ”

             “คงอีกสักพักมั้งครับ” มุคาเอดะเก็บผ้าเช็ดหน้าลงกระเป๋า ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู “เดี๋ยวขอไปดูมิสุเอะก่อนนะครับ คุณมิกิก็กินดื่มได้ตามสบายนะ” พูดร่ำลา แต่ตอนเดินผ่านร่างก็เอียงวูบไปนิดหนึ่งจนหญิงสาวตกใจต้องเอามือคว้าไว้ แต่มุคาเอดะก็เอามือเท้าผนังได้พอดี

             “ว้าย เป็นอะไรหรือเปล่าคุณมุคาเอดะ จะว่าไปหน้าก็ซีดๆ มาตั้งแต่เช้าแล้วนะ?”

             “แค่นอนไม่พอน่ะครับ” มุคาเอดะตอบสั้นๆ เอามือบีบโคนจมูก “แล้วดันดื่มเบียร์ไปแก้วนึงเมื่อกี้ เลยรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ว่าจะไม่ดื่มแล้ว คงไม่เป็นไร”

             “ไปนอนพักที่ห้องพยาบาลดีกว่าไหมคะ? งานมันก็ไม่จำเป็นต้องดูอะไรแล้วนี่ ทุกคนก็กินดื่มกันอยู่ตัวแล้ว จะเอาอะไรเดี๋ยวสตาฟเราก็จัดให้”

             “ไม่ได้หรอกครับ เดี๋ยวต้องไปเดินรินเหล้าให้พวกหัวหน้าแล้วชวนคุยเสียหน่อย”

             ตอบพลางค้อมศีรษะให้เป็นเชิงลา เดินออกจากห้องไปทั้งอย่างนั้น

             มิกิยืนกอดอกมองตาม ก่อนจะเดินไปทางเฮดเซ็ทที่วางเอาไว้ แล้วก็หยิบขึ้นมาใส่ กรอกเสียงลงไปในไมค์ด้านหน้า

             “ไงยะ ไปทำอิท่าไหนถึงได้เข้าใจผิดกันไปขนาดนั้น จะแก้ยังไงฮึ?”

             “...”

             โอโตนามิเงียบกริบ ถอนหายใจพลางตอบ “ไอ้เฮดเซ็ทนี่มันเชื่อมกับสตาฟทุกคนไหมเนี่ย?”

             “เชื่อมบ้าอะไรล่ะ ฉันกับเธอเท่านั้นแหละย่ะ”

             “ทำไมนายถึงชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านขนาดนี้เฮอะ”

             “ไม่ได้อยากยุ่ง แต่มันรำคาญย่ะ! หงุดหงิด! ฉันไม่ได้ทำเพื่อเธอซักกะนิดแต่ทำเพื่อคุณมุคาเอดะเขาย่ะ คนอะไรพอมีเรื่องกลัดกลุ้มแล้วก็ทำหน้าเหมือน หมาหงอยตลอดเวลา น่ารักขนาดนี้ถ้าไม่เอาฉันขอนะ”

             “หยุด! ใครบอกไม่เอาเฮอะ ห้ามยุ่งเด็ดขาดนะ”

             “นับหนึ่งถึงสิบ ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างฉันจะไปงาบๆๆ มาเป็นของตัวเองเดี๋ยวนี้ หนึ่ง”

             โอโตนามิจึ๊ปาก ปัดไมค์ที่เกะกะกลับขึ้นไปเก็บบนศีรษะ เดินออกจากซุ้มไปทางห้องน้ำที่คาดว่ามิกิกับมุคาเอดะน่าจะเพิ่งคุยกันเมื่อครู่

             “อย่ามาจึ๊ปากใส่เพื่อนนะยะ สอง สาม สี่ ห้า”

             ชายหนุ่มตวัดตามองซ้ายขวา ไปหยุดที่ฮอลล์หน้าทางเข้าตึกที่เงียบสงบเพราะไม่มีใครผ่าน เห็นเงาคนยืนเอียงข้าง หันหลังให้เอาไหล่พิงผนัง เขาจำชุดที่มุคาเอดะใส่ได้ว่าเป็นคาร์ดิแกนครึ่งแขนสีน้ำตาลอ่อนทับเสื้อเชิ้ตขาว กางเกงขายาวสีดำเสียบสมาร์ทโฟนไว้ที่กระเป๋าหลัง แล้วยังใส่นาฬิกาข้อมือด้วย...

             “หก เจ็ด แปด”

             กำลังนึกในใจว่าเสียงของมิกิสุดจะน่ารำคาญ ก็เดินก้าวไปทางชายหนุ่ม ก่อนจะเพิ่งฉุกคิดได้ว่าอาการของคนที่ตามหาดูไม่ค่อยปกติ เพราะมุคาเอดะ ปิดดวงตาลง เอาศีรษะพิงกำแพง ยกมือข้างที่ใส่นาฬิกาขึ้นมาปิดปาก ดูหายใจเข้าออกด้วยท่าทางทรมานอยู่

             “เก้า...”

             มิกิจงใจนับช้าๆ

             “สิบ”

             มุคาเอดะไม่ได้ยินเสียงนับเลขของมิกิ แต่ตอนที่หญิงสาวปล่อยเลขตัวสุดท้ายออกมา โอโตนามิก็คว้าแขนหมับ คนกำลังปิดดวงตาสะดุ้งตกใจ ลืมตาขึ้นมาดู แล้วหน้าที่ซีดอยู่แล้วเหมือนจะซีดกว่าเดิม ริมฝีปากแห้งผาก

             “นายเป็นอะไรน่ะ ทำไมไม่ไปพัก?”

             “คุณชิน...” ถึงจะตกใจจนเสียงสั่น เจ้าตัวก็รีบปรับทั้งสีหน้าและน้ำเสียง ให้กลับมาเป็นปกติ หลุบมองต้นแขนที่ถูกบีบ แต่ตอนนี้ไม่มีแรงแม้แต่จะสะบัดออก

             “หน้ามืดนิดหน่อยครับ สองวันนี้นอนไม่ค่อยพอ พอดื่มเบียร์เข้าไปก็เลยรู้สึกไม่ค่อยดี”

             “ไปนั่งข้างในก่อน” โอโตนามิพูดถึงร่มเงาภายในตึกใหญ่ที่มิกิบอกว่าจะเปิดห้องเอาไว้ให้เด็กเล่น แต่ตอนนี้ไม่มีใคร เพราะอยู่กลางสนามกันหมด

             มุคาเอดะเหลือบมองด้วยหางตา ไม่มีแรงจะว่าอะไร ปล่อยให้ถูกลากผ่านประตูอัตโนมัติเข้าตึกไป แล้วก็โดนพาไปนั่งตรงเก้าอี้ในมุมพักผ่อน พอนั่งได้ก็ไม่วายก้มหน้า เอามือบีบขมับ

             “นายดื่มเบียร์ตอนท้องว่างด้วย ไม่ค่อยกินอะไรเลยนี่” มุคาเอดะฟังแล้วสะอึกในใจ แสร้งมองไปทางอื่น

             “เอ่อ... ก็กินอยู่นะครับ นาคากุจิก็ย่างเนื้อมาใส่จานให้เรื่อยๆ”

             “เหลือเต็มจานขนาดนั้น ข้าวก็ไม่ได้กิน” โอโตนามิกอดอกตอบ “แล้วหมอนั่นไม่รู้เหรอว่านายไม่กินพริกหยวก?”

             “จากซุ้มนั่นเห็นขนาดนั้นเลยเหรอ ฮะๆ” มุคาเอดะหัวเราะเบาๆ แทบจะไม่มีเสียง แล้วก็ก้มหน้าเงียบต่อ

             “ไม่ได้เห็น แต่ว่าก็มองอยู่”

             “...”

             “บอกว่าไม่ได้นอนสองคืน ก็ตั้งแต่คืนที่นายพูดอะไรแปลกๆ กับฉันไม่ใช่เหรอ?”

             มุคาเอดะสะดุ้ง ไม่ค่อยอยากจะสู้หน้า แต่ก็ยอมเงยหน้าซีดขึ้นมาตอบ

             “เป็นห่วงเรื่องงานบาร์บิคิวนี่แหละครับ นั่งคิดว่ามีอะไรที่ลืมไปหรือเปล่า แล้วเรื่องที่ผมพูดก็ไม่ใช่เรื่องแปลกนะคุณชิน” ประโยคหลังตั้งใจทำเสียงขุ่น “เข้าใจความหมายเรื่องที่พูดหรือเปล่า? ที่บอกว่าไม่อยากให้มายุ่งอะไรด้วยเลยสักพักน่ะ”

             “ถ้าทำได้ก็สบายไปนานแล้วไอ้บ้า”

             “...”

             ฟังไม่ผิดใช่มั้ย? เมื่อกี้โดนด่าว่าไอ้บ้า... // มุคาเอดะ 

             “แล้วนายก็พูดของนายคนเดียว ฉันไม่ได้ตกลงด้วยสักคำ”  

             มุคาเอดะเงียบไปชั่วขณะ กำมือแน่นก่อนจะขึ้นเสียงเล็กน้อย

             “งั้นคุณชินจะเอายังไง? จะให้กลับไปมีความสัมพันธ์กันแบบเดิม ทั้งที่ตัวเองก็เลือกแล้วน่ะเหรอ?”

             “มันไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อยู่แล้ว”

             คำตอบของอีกฝ่ายทำให้สะอึกไปอีกรอบ มุคาเอดะรู้แค่ว่าต้องรีบหลบสายตา ไม่ได้คิดว่าจะมีน้ำตารื้นเกาะที่ขอบ และทำให้ถึงกับพูดอะไรไม่ออก

             “คุณอิชิซากะติดต่อปฏิเสธเรื่องเรียนเปียโนของมิสุเอะจังมาหรือเปล่า?”

             จู่ๆ โอโตนามิก็เปลี่ยนเรื่องพูด มุคาเอดะก็เลยเงยหน้ามอง คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย แต่ดวงตาก็ยังรื้นน้ำตาอยู่เหมือนเดิม โอโตนามิยื่นมือไปประคองหน้า ใช้นิ้วโป้งปาดใต้ดวงตาเหมือนอยากจะซับออกให้ ถึงอย่างนั้นเจ้าตัวก็คงยังไม่รู้ ทำหน้าสงสัยพลางถาม

             “...รู้ได้ยังไง?”

             “ฉันเป็นคนทำให้เป็นแบบนั้นเอง”

             มุคาเอดะยิ่งขมวดคิ้วเข้าหากัน

             “ฉันติดต่อสามีคุณอิชิซากะ พูดให้เขาสงสัยในตัวภรรยาจนเขาตกลงติดกล้องวงจรปิดที่ห้องรับแขก วันที่นายบอกว่ามิสุเอะจังมีเรียน ฉันติดต่อเขาให้มาดูกล้องวงจรปิดผ่านแอพด้วยกันที่ห้อง เร่งให้เขาโทรหาเมียเขา แล้วก็ให้เขาห้ามเมียไม่ให้ตกลงสอนเปียโนให้มิสุเอะจังอีก พูดง่ายๆ ฉันไม่อยากให้ใครมายุ่งหรือทำตัวสนิทสนมกับนายทั้งนั้น ทีนี้รู้หรือยัง? ว่าฉันอาการหนักแค่ไหน?”

             คนฟังนิ่งอึ้ง สีหน้าตะลึงจนไม่สามารถจะกะพริบตาได้ โอโตนามิถือโอกาสที่มุคาเอดะกำลังงงๆ อ้อมมือไปไว้ที่ท้ายทอย ดึงเข้าหาตัวแล้วประกบริมฝีปากแน่น ตอนแรกมุคาเอดะก็เกร็งตัวขึ้นมาขัดขืนตามสัญชาตญาณ แต่เพราะสัมผัสนุ่มนวลของริมฝีปากแบบที่น่าจะโหยหาอยู่โดยไม่รู้ตัวตะครุบลงซ้ำๆ แววตาที่กำลังไหวระริกก็อ่อนลง ไม่รอสมองประมวลผล ตอบรับแรงจูบที่ค่อยๆ หนักหน่วงขึ้น คร่อมวงแขนรอบลำคอแข็งแกร่ง โอโตนามิโอบแขนกระชับ ร่าง ไม่ยอมปล่อยตัวเขาไปง่ายๆ ราวกับกำลังสำนึกผิดที่เมื่อสองวันก่อนไม่ได้ทำอย่างนี้ซะตั้งแต่แรก

             “ใบ้ให้ขนาดนั้น นายก็ยังคิดว่าฉันชอบคนอื่นได้ คนอย่างนายนี่มัน...” มุคาเอดะได้ยินเสียงต่ำบ่นข้างใบหู พอถูกงับเข้าเป็นคำเล็กๆ ก็เผลอส่งเสียงครางแผ่วออกมา รีบผลักอกกว้างออก ใบหน้าแดงก่ำเหมือนเพิ่งรู้สึกตัวว่าเกิดอะไรขึ้น

             “คุณชิน...”

             เขาลืมไปแล้วว่าจะพูดอะไร เพราะแววตาของโอโตนามิที่จ้องกำลังบอกว่าไม่มีทางจะปล่อยเขาไปจากตรงนี้ ไม่รู้ว่ากำลังรู้สึกถึงอันตรายประเภทไหน... มุคาเอดะขยับตัวจะลุก แต่อีกฝ่ายไวกว่า เท้าแขนสองข้างกับผนังกักตัวเอาไว้

             “...หมายความว่ายังไงครับ?” ถูกถามด้วยแววตาวิบไหวอย่างนี้ โอโตนามิก็เลยต้องสูดลมหายใจลึกก่อนจะปล่อยออกช้าๆ มาถึงขั้นนี้แล้ว เขาก็คงซ่อนความรู้สึกอะไรไว้ต่อไม่ได้

             “หมายความว่านายเข้าใจผิด แล้วฉันก็ไม่มีทางเลิกยุ่งกับนาย”

             “...แต่คุณชินก็เพิ่งบอกว่า กลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้แล้วนี่ครับ”

             “ก็ใช่ไง ฉันกับนายไม่มีวันกลับไปมีความสัมพันธ์แบบนั้นได้อีกแล้ว นายไม่รู้ตัวเหรอ?” โอโตนามิจ้องดวงตาที่ฉายแววหดหู่ มุคาเอดะหลบสายตาลง หางตาปริ่มน้ำ ไม่ตอบ

             “จะบอกให้ไหมว่าทำไม?”

             ริมฝีปากหนาประทับลงมา นาบจูบลงกับริมฝีปากที่เผยอเหมือนกำลังจะถามอะไรอีก มุคาเอดะหรี่นัยน์ตาลง มองเสี้ยวหน้าของคนที่เอียงใบหน้าตะครุบจูบลงมาอ่อนโยนแล้วต้องรับสัมผัสเอาไว้โดยไร้คำจะเถียง โอโตนามิถอนริมฝีปากออก เลื่อนตำแหน่งไปที่ข้างหู แขนยังเท้าคร่อมกับผนัง กระซิบ ด้วยเสียงต่ำ

             “เพราะนายก็ชอบฉันด้วยแล้วไง”

             ใบหน้ามุคาเอดะกระตุกวูบ แต่มองไม่เห็นสีหน้าของโอโตนามิตอนที่พูดอย่างนั้นเพราะพอพูดเสร็จก็ประกบริมฝีปากกับลำคอ กดพลางออกแรงดูดหนักจนเขาต้องเกร็งร่างแล้วกักลมหายใจไว้ ปล่อยออกมาพร้อมเสียงหอบตอนที่โอโตนามิถอนริมฝีปากพลางถอยตัวออกมาจ้องรอยแดงก่ำเหมือนจะชื่นชมผลงานตัวเองที่ทำ มุคาเอดะรีบยกมือปิดต้นคอ หลบสายตา ใบหน้าเห่อร้อน พูดอะไรไม่ออก

             “มุคาเอดะ...” แค่ถูกเสียงต่ำแบบนั้นเรียกชื่อเขาก็สะดุ้ง ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ แต่ที่ทำให้ช็อคคือสายตาดุคมเข้มที่หลุบมองเป้ากางเกงของเขา แล้วก็เหยียดริมฝีปากออกเป็นรอยยิ้มนิดๆ ก้มลงกระซิบที่ข้างหู

             “นายต้องไวขนาดไหนถึงได้ตื่นตัวขึ้นมากับเรื่องแค่นี้น่ะเฮอะ เวลาไปอยู่กับคนอื่นจะทำยังไง? อย่าทำให้เป็นห่วงขนาดนั้นสิ”

             “ไม่...ใช่... ปกติมันไม่ได้ เร็วขนาดนี้” ตอบตะกุกตะกักด้วยคำที่ไม่ค่อยมีน้ำหนัก หลักฐานก็เห็นๆ อยู่ แต่เขาพูดจริงนะ เมื่อคืนตอนที่ทำเองมันยังปลุกขึ้นมาได้ยากอยู่เลย แต่เพราะว่าคิดเรื่องของโอโตนามิขึ้นมาถึงได้บรรลุจุดประสงค์สำเร็จได้ แล้วตอนนี้คนที่ว่าตัวจริงเสียงจริงก็ดันมาอยู่ตรงนี้ เท้าแขนคร่อมร่างเขาเอาไว้ แล้วก็เอาจมูกไซ้ลำคอของเขาที่เริ่มมีเหงื่อออก จะให้ทำยังไงถึงจะไม่ให้ตื่นตัวได้

             “ผมต้องรีบกลับไปที่โต๊ะแล้ว” มุคาเอดะเรียกสติตัวเอง ทำท่าจะลุกขึ้น แต่ก็ติดแรงของโอโตนามิที่กดลงอย่างที่คิด

             “ไปทั้งอย่างนี้น่ะเหรอ?”

             “เดี๋ยวมันก็สงบ” ตอบทั้งหน้าแดงก่ำ “แค่ไม่ไปยุ่งอะไรด้วยเดี๋ยวมันก็สงบแล้ว”

             โอโตนามิจ้องสีหน้า วางมือลงบนจุดที่กำลังอยู่ในสถานะอันตราย ลูบไปมาพลางบีบเบาๆ อย่างมีนัย เจ้าของปัญหากระตุกตัวตกใจ ดิ้นหนี แต่เหมือน ไปเพิ่มการเสียดสีให้มากขึ้น

             “คุณชิน!” มุคาเอดะหน้าแดงกว่าเดิม เรียกด้วยเสียงจริงจัง ไม่ได้ยินหรือไงที่เขาบอกว่าไม่ให้ไปยุ่ง!

             “มานี่”

             เขาก็ไม่รู้ว่าโอโตนามิรู้จักที่ทางในตึกนี้ดีแค่ไหน แต่มือถูกดึงให้ลุกขึ้น แล้วก็ตามแรงลากไปยังห้องหลบมุมที่ปิดไฟมืด ข้างในมีเคาน์เตอร์ครัวกับตู้เย็น น่าจะเอาไว้ให้คนทำงานในตึกเข้ามาพักชั่วคราวได้ในวันปกติ แต่วันนี้ไม่ใช่วันทำงาน ก็เลยปิดไฟเงียบ

             แสงที่มีในห้องก็มาจากเครื่องขายน้ำอัตโนมัติเพียงอย่างเดียว

             “คุณชิน!”

             มุคาเอดะเรียกอีกรอบเพราะไม่รู้ว่าโอโตนามิจะทำอะไร ...จริงๆ ก็ไม่ใช่ไม่รู้เสียทีเดียว เขาไม่ได้อายุเท่าเด็กม.ต้นม.ปลายขนาดที่จะไม่รู้ตัวว่าตามเข้ามาในที่แบบนี้แล้วจะเกิดอะไรขึ้น พอถูกผลักให้ไปยืนหน้าเคาน์เตอร์ครัวและจัดท่ายืนให้แล้วก็หน้าแดงก่ำ ตอนที่ริมฝีปากแนบหนักลงมาพร้อมมือไม้ที่ดึงเสื้อเชิ้ตเขาออกจากกางเกงแล้วก็สอดมือเข้าไปหยอกเล่นกับแผ่นอก เกราะป้องกันตัวเองของเขามันก็ทลายลงไปหมดแล้ว

             ในหัวบอกว่าไม่ได้... แต่ร่างกายมันก็ตอบสนองไปเองหมด มุคาเอดะส่งเสียงหอบเบาๆ กับริมฝีปากที่โลมไล้ทั่วลำคอ ลมหายใจอุ่นๆ ของโอโตนามิเป่ารดไปทั่ว ละลาบละล้วงเข้าไปในทุกส่วนโดยที่เขาเองก็ปฏิเสธไม่ได้ สิ่งที่ถูกเรียกว่าสติขาดผึง อารมณ์ที่กดเอาไว้คุกรุ่นกระเจิดกระเจิงไปหมดแล้ว ตาเริ่มพร่าตอนที่ร่างตรงหน้าหายไปจากสายตา ทำให้ต้องก้มลงมองพลางหอบ เนื้อตัวกระตุกทันทีที่เห็นว่ากางเกงโดนปลดไปกองกับพื้น และส่วนสำคัญที่ขยายใหญ่เต็มที่ก็ถูกปลดปล่อยให้ผงาดด้วยการใช้นิ้วเกี่ยวขอบกางเกงในบ็อกเซอร์ของเขาลงไปนิดเดียว

             “มะ...ไม่ได้นะคุณชิน...” ถึงจะพอมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีหลงเหลือบ้าง แต่เสียงห้ามที่สั่นขนาดนี้นอกจากจะไม่ช่วยอะไรแล้ว ยังเหมือนจะไปเพิ่มความกำหนัดให้อีกฝ่ายครอบริมฝีปากลงไปทันทีจนเจ้าของมันครางกระเส่า มุคาเอดะยกแขนตัวเองขึ้นปิดปาก กัดแขนเสื้อคาร์ดิแกนเอาไว้เพื่อกักเสียงตัวเองตอนที่อีกฝ่ายทั้งรูดทั้งรีดจนขนาดเสียงครางของเขายังไม่เป็นคำ จะฆ่ากันให้ตายตรงนี้เลยหรือไง!

             ชายหนุ่มสะดุ้งอีกรอบเมื่อรู้สึกว่ามือที่เกาะท่อนขาเอาไว้เลื่อนไปทางด้านหลัง เขาขยับตัวกระสับกระส่าย ในใจบอกว่า ไม่ๆๆๆ แต่ไม่สามารถปฏิเสธอะไรได้ ก็เห็นอยู่ว่าถ้าไม่มีไอ้เคาน์เตอร์ข้างหลังนี่ เขาไม่มีแรงจะยืนเองเลยด้วยซ้ำ แค่ภาพศีรษะของคนตรงหน้าที่อยู่ต่ำในระดับเดียวกับจุดสำคัญของเขาและริมฝีปากกับมือใหญ่ที่รุมกันจัดการราวกับเจอกับศัตรูคู่อาฆาตนี่ก็ทำเขาจะกระอักตายอยู่แล้ว พอถูกนิ้วมือสอดเข้ามาด้านหลัง ก็เผลอร้องเสียงดังจนต้องรีบเอามือปิดปาก โอโตนามิตวัดตามองดุ แต่ในสภาพที่มีของเขาอยู่ในปากอย่างนั้น มีแต่จะทำให้เสียงครางเขาเพิ่มมากขึ้น

             “ไม่นะครับคุณชิน... ไม่...ได้...”

             ยกมือสองข้างจับศีรษะจะให้หยุด แต่ไม่ใช่แค่โอโตนามิไม่สนใจจะมอง ยังเพิ่มความเร็วให้ทั้งดูดทั้งรีด ไหนจะนิ้วข้างหลังที่บอกเลยว่ามันไม่เหมือน กับตอนที่ทำเองแม้แต่น้อย เขาเข้าใจแล้วว่าถ้าไม่ใช่โอโตนามิทำแล้วมันไม่ได้... ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้ไปเอาความรู้และเทคนิคพวกนี้มาจากไหน ถึงได้รู้ว่าตรงจุดไหนที่จะทำให้เขาหอบปานจะขาดใจขนาดนี้ สมองว่างเปล่าไปชั่วขณะ แล้วกลายเป็นภาพตัวเองที่จับศีรษะตรงหน้าเลื่อนให้เข้ากับจังหวะขยับสะโพกขยับเข้าออก มุคาเอดะหายใจหอบหนัก หลุดเป็นจังหวะตามความเร็วที่โอโตนามิเพิ่มให้ ก่อนจะเกร็งตัวขึ้นมาเต็มที่ มือที่จับศีรษะจิกลงกับเส้นผม ปล่อยร่างตัวเองกระตุกสั่นสองสามรอบก่อนจะคลายแรงลง มองภาพตรงหน้าด้วยดวงตาพร่ามัว เหงือโซมกาย หน้าแดงก่ำไปหมด

             สติเพิ่งจะกลับมาตอนที่ริมฝีปากของโอโตนามิถอนออกจากของคาวและถอยนิ้วลงจากช่องทางที่เฉอะแฉะ มุคาเอดะหลุบสายตาลงตามแรงหอบ เห็นโอโตนามิตวัดตาขึ้นมองพร้อมการเคลื่อนไหวของลูกกระเดือกที่กลืนของ เหลวลงไป ทำให้แก้มสองข้างแดงพรวดพราดแทบระเบิด

             โอโตนามิยืดตัวขึ้น เปิดก็อกอ่างล้างจานล้างมือ เหลือบมองมุคาเอดะที่รีบดึงกางเกงกลับขึ้นมา พลางส่งยิ้มให้ในหน้า

             “ทีนี้ก็ถือว่าคืนดีกันแล้วนะ”

             “ที่บ้านคุณชินเขาใช้วิธีคืนดีกันด้วยวิธีนี้เหรอ...”

             โอโตนามิหัวเราะ

             “แต่ว่า...” เหลือบมองด้วยหางตา “รสชาติมันจางลงกว่าเมื่อวันก่อนนะ”

             “ระ...รสชาติ??”

             “ข้างหลังก็เข้าง่ายกว่าที่คิดด้วย... นี่” คว้าแขนมุคาเอดะดึงเข้ามาใกล้ จ้องหน้าด้วยรอยยิ้มแบบที่คนโดนถามก็เดาอารมณ์ไม่ถูก รู้แต่ว่าเหงื่อแตก ต้องรีบหลบสายตา แล้วหน้าก็ไม่หายแดงเสียที “ทำเองไปหรือเปล่า?”

             “...”

             “ทำเองไปหรือเปล่า หือ?”

             “เอ่อ...ก็...” มุคาเอดะตอบตะกุกตะกัก “ครั้งเดียว... เมื่อคืน...”

             ไม่พูดกันแค่สองวันเนี่ยนะ! // โอโตนามิ 

             “แต่มันก็...คือ... ไม่ค่อยได้...น่ะครับ” พูดไป สายตาก็ยังหลุบไม่มองหน้าอยู่

             “ไม่ค่อยได้?”

             “คือนึกกลัวขึ้นมาที่คุณชินบอกว่าจะทำคนเดียวไหวหรือเปล่า ...เลยลองทำดู แต่มันก็ไม่ได้...”

             “...แล้ว?”

             “พอนึกถึงตอนที่คุณชินทำให้ แล้วมันก็เลยได้...” พูดต่ออู้อี้ ว่าแต่ ทำไมเขาต้องมาเล่าอะไรแบบนี้ด้วย?? “แต่มันก็...ยังไงล่ะ... มันไม่เหมือนอย่างที่คิด มันรู้สึกว่าไม่พอน่ะครับ”

             คนฟังนิ่งเงียบ มองเจ้าของใบหน้าแดงก่ำที่หลบสายตาไม่มองหน้าเขาเลยสักกะนิด แต่คำพูดแค่นี้ก็ตกเขาไปอีกแล้ว ดีที่เป็นคนแข็งแรงไม่มีพวกโรคหัวใจหรืออะไร ไม่อย่างนั้นสงสัยจะต้องหาหมอกินยาตลอด ทำไมนายถึงได้เป็นคนแบบนี้หา!

             โอโตนามิถอนหายใจ โอบแขนกอด มุคาเอดะทำหน้าเลิ่กลั่กขึ้นมาเล็กน้อย วางตัวไม่ถูก

             “ลงมาหาที่ห้องก็สิ้นเรื่องแล้ว” โอโตนามิว่า

             “เป็นคนพูดเองขนาดนั้น... ใครจะไปหาได้”

             “นายคิดจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับฉันจริงๆ น่ะเหรอ?”

             “...ก็คิดว่าจำเป็นต้องทำ” มุคาเอดะก้มหน้า “คุณชินก็พูดตลอดว่าไม่รู้จะอยู่อย่างนี้ต่อไปได้อีกนานแค่ไหน ผมก็คิดตลอดแหละว่าถ้าคุณชินเจอตัวจริงเมื่อไหร่ก็จะหลีกไป”

             “นายไม่คิดว่าฉันชอบนายบ้างเลยเหรอ?”

             “...”

             “แล้วจะเอายังไง?” โอโตนามิถาม “นายจะเอายังไงกับฉันต่อหือ?”

             “...คุณชินก็บอกเองนี่ว่าจะไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิม”

             “แหงสิ” คำตอบทันทีของโอโตนามิเรียกให้เงยหน้ามอง “ถ้าไม่ได้เป็นอะไรกับนายมากกว่านั้น ฉันก็ไม่กลับไปแล้ว”

             มุคาเอดะมองนิ่ง ในแววตาที่ดูตกใจนั้นก็มีความสับสนไม่สบายใจอยู่เล็กน้อย โอโตนามิไม่รู้ว่ามุคาเอดะกำลังใช้สมองขนาดไหน เพราะเขาเองก็รู้ดีว่าเด็กดีอย่างหมอนี่เป็นพวกคิดมากกับอะไรแบบนี้มากกว่าคนอื่น แต่ทำไงได้ เขาก็อดทนมากไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว

             “แต่ว่า... มีมิสุเอะด้วยนะครับ” คำที่พูดออกมาคำแรกคือคำนี้

             “ก็ใช่น่ะสิ ฉันก็รู้เรื่องนี้อยู่แล้ว” โอโตนามิตอบ “มิสุเอะไม่ใช่ปัญหาอะไรเลยนะ เป็นเรื่องของนายกับฉัน นายอยากให้ฉันอยู่เหมือนเดิมหรือเปล่า? ก็แค่นั้น”

             มุคาเอดะเลี่ยงสายตาหลบ แต่โอโตนามิก็เห็นศีรษะผงกให้เล็กๆ

             “ทีนี้นายก็จะได้ไม่ต้องห่วงแล้วไง ว่าฉันจะไปเจอตัวจริงที่ไหน นายมาเป็นตัวจริงซะเองเถอะ”

             “...แต่ผมก็ไม่ใช่เสปคคุณชินนี่”

             “ยังคิดเรื่องนั้นอยู่อีกเหรอ?” โอโตนามิยิ้มอ่อน “ก็แค่พูดเพราะไม่อยากให้นายระแวงเท่านั้นเอง แต่มาแก้ตอนนี้ก็ไม่ได้แล้วใช่ไหม?”

             “อือ... แต่ก็ไม่ได้คิดมากขนาดนั้นหรอกครับ”

             “โกหก นายน่ะมันคนคิดมาก” มุคาเอดะเงยหน้าขึ้นมอง เผยอปากจะเถียง แต่โดนนิ้วโป้งเสยปลายคางขึ้นก่อนจะเอาริมฝีปากมาประกบ “เอาเป็นว่าช่วยดูในสิ่งที่ฉันทำด้วย แล้วค่อยตัดสินแล้วกันว่านายสำคัญกับฉันหรือเปล่า”

             มุคาเอดะดึงตัวออก มองด้วยใบหน้าแดงก่ำก่อนจะหลบสายตาลงอีก รู้สึกเหมือนเป็นผู้แพ้โดยสิ้นเชิงเพราะโอโตนามิพูดอะไรโดยไม่หนีสายตาเขาเลยสักกะนิด ทำไมถึงได้เป็นคนพูดอะไรน่าอายอย่างนี้ได้ง่ายๆ ตลอด เป็นเพราะได้รับการเลี้ยงดูที่แตกต่าง? หรือเพราะแค่เป็นคนหน้าด้าน??

             “เข้าใจแล้วครับ เข้าใจแล้ว...” มุคาเอดะตอบ “ก็เป็นอย่างที่คุณชินว่าแล้วกัน”

             เหลือบมอง แล้วก็หลบสายตาลงอีกเมื่อโอโตนามิส่งยิ้มให้ มือใหญ่กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น มุคาเอดะก็เลยยอมเอามือที่ตอนแรกปล่อยไว้ข้างตัวเฉยๆ ไปโอบกลับ ไม่รู้ตัวหรอกว่าทำอีกคนดีใจแค่ไหน

             “ก่อนจะกลับไปที่งานบาร์บิคิวต่อ...” โอโตนามิกระซิบที่ข้างหู “นายไปเข้าห้องน้ำล้างซะหน่อยดีกว่า เพราะมันเต็มไปด้วยน้ำลายฉันหมดแล้ว”

             มุคาเอดะกระตุกตัวออก ปล่อยมือทำหน้าไม่ถูก แต่ก็พยักหน้าหงึกๆ

             “เข้าใจแล้วว่าทำไมคุณมุคาเอดะเขาถึงคิดว่านายเป็นพวกวิตถารขนาดเที่ยวไปเลือกกล้องมาตั้งถ่ายตอนมีอะไรกันกับแฟนน่ะเฮอะตาชิน เป็นฉันฉันก็กลัวย่ะ”

             “...”

             เสียงที่ดังข้างหูทำให้โอโตนามิเงียบกริบ มุคาเอดะมองสีหน้านิ่งขรึมแล้วเลิกคิ้ว ถามต่อ

             “...คุณชิน? มีอะไรหรือเปล่าครับ?”

             “ไม่มี... ไม่มีเลยสักกะนิดเดียว”

             “อ๊ะ...” ตอบไปอย่างนั้น แต่เสียงจากเฮดโฟนข้างหูก็ยังดังต่อ “นังชิน แกลืมฉันไปเลยใช่มั้ย? แกลืมไปว่าฉันยังอยู่ตรงนี้ใช่มั้ย? อร๊าย มิน่าแกถึงจัดหนักไม่กลัวอะไรเลย คุณมุคาเอดะก็แซ่บมากย่ะ ต่างจากหน้าตาเรียบร้อยยังกับเป็นคนละคน อ้อ แกอย่าลืมทำความสะอาดห้องที่แกใช้ด้วยนะยะ ฮัลโหลๆๆ”

             เสียงสุดท้ายบอกแค่นั้น เพราะโอโตนามิดึงเฮดโฟนออกจากหู แล้วก็โยนลงถังขยะ มุคาเอดะมองตาม สังหรณ์ใจไม่ค่อยดีจนต้องถามออกมาเบาๆ

             “เอ่อ... เหมือนเห็นคุณมิกิใส่ไอ้เฮดเซ็ทอะไรนี่เหมือนกันเลย?”

             “มันแค่ของกิ๊กก๊อกน่ะ สตาฟคนอื่นก็ไม่ได้ยินอะไรนะ แค่มิกิคนเดียว”

             “...”

             มิกิคนเดียว มิกิคนเดียว มิกิคนเดียว 

             ใบหน้ามุคาเอดะแดงพุ่งพรวดพราด เลิ่กลั่กส่งเสียงร้องออกมาทันที

             “คุณชิน!!!!!!”

 

To be continue

MEB E-book ID >> Hanabidou

ความคิดเห็น