email-icon facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่4 : คนป่วย

ชื่อตอน : ตอนที่4 : คนป่วย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.9k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ต.ค. 2563 12:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่4 : คนป่วย
แบบอักษร

ตอนที่4 : คนป่วย

 

2 อาทิตย์ต่อมา...

ณ ห้องประชุมใหญ่ของโรงพยาบาลชั้นนำในกรุงเทพ หลังจากการประชุมที่เคร่งเครียดได้จบลงไปแล้ว หมอหนุ่มที่แทบไม่ได้นอนเต็มที่มาเกือบสองอาทิตย์ กำลังนั่งหลับตาพิงพนักเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยล้า

"นายกลับไปพักผ่อนก่อนมั้ยครับ สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลย" หลงเว่ยพูดขึ้นเมื่อเดินเข้ามาแล้วเห็นไป๋เซียนนั่งหลับอยู่ เพราะตอนนี้หน้าหวานที่เคยดูสดใส ซีดเซียวเป็นไก่ต้มไปแล้ว

"อืม ก็ดีเหมือนกัน" หมอหนุ่มค่อยๆลืมตาขึ้น ก่อนจะตอบเมื่อเห็นว่าเป็นลูกน้องคนสนิท

ร่างโปร่งยันตัวลุกขึ้นช้าๆ ก่อนจะก้าวเดินตรงไปยังประตู แต่ก้าวไปได้เพียงไม่กี่เก้า ขายาวก็ต้องหยุดชะงัก หมอหนุ่มรู้สึกเหมือนว่าโลกกำลังหมุน ก่อนภาพตรงหน้าจะดับวูบไปทันที

 

"เฮ้ย! นาย! นายครับ นาย!" หลงเว่ยตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขารีบวิ่งเข้าไปคว้าตัวชายหนุ่มไว้ด้วยความรวดเร็ว ก่อนที่ร่างโปร่งจะทันได้ล้มพับลงไป ร่างสูงกำยำอุ้มหมอไป๋ออกไปจากห้องด้วยความรีบเร่ง เขาไม่สนสายตาใครหน้าไหนทั้งนั้น ผู้คนที่พบเห็นต่างตื่นตกใจกับภาพตรงหน้า ก่อนจะมีพยาบาลสาวรายหนึ่งวิ่งเข้ามาหาเขาด้วยความตื่นตกใจเมื่อเห็นว่าคนในอ้อมแขนเขาเป็นใคร

 

"คุณหมอ! คุณหมอเป็นอะไรคะคุณหลง" พยาบาลสาวเอ่ยถามชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงร้อนรน เท้าก็ก้าวเดินไปทางห้องฉุกเฉินไม่ยอมหยุด

"คุณหมอเป็นลมครับ นำผมไปห้องฉุกเฉินที" ชายหนุ่มตอบเสียงเข้ม ในใจก็เป็นห่วงคนในอ้อมแขนจนแทบจะเป็นบ้า เพราะนี่ถือว่าเป็นครั้งแรกที่หมอหนุ่มทำงานหนักจนเป็นลมไปแบบนี้

"มาค่ะ ตามดิฉันมา" หญิงสาวบอกกลับ ก่อนจะเดินนำหลงเว่ยไป ทุกคนที่เห็นต่างรีบวิ่งมาดูด้วยความสงสัย แต่พอเห็นคนในอ้อมแขาของหลงเว่ยเท่านั้นแหละ พวกเขาต่างตื่นตกใจด้วยกันทั้งนั้น เพราะพวกเขาเองก็ไม่เคยเห็นหมอไป๋เป็นลมไปแบบนี้เหมือนกัน

 

เมื่อเดินมาถึงห้องฉุกเฉิน หลงเว่ยวางร่างโปร่งของหมอไป๋วางบนเตียงอย่างเบามือ สายตาคมจับจ้องคนในดวงใจด้วยความเป็นห่วง ถึงใบหน้าหล่อจะดูเหมือนไม่แสดงอารมณ์ใดๆ แต่แววตาและจิตใจของเขากลับสั่นไหวเพราะกลัวอีกฝ่ายจะเป็นอะไรไป

"ทุกคนกลับไปทำงานได้แล้วครับ เหลือคุณพยาบาลคนนี้ไว้คนเดียวก็พอ" หลงเว่ยหันไปบอกเหล่าพยาบาลสาวและพยาบาลชายที่มามุงดูอาการของหมอหนุ่มอยู่รอบเตียง แต่ละคนยังมีสีหน้ากังวลเมื่อเห็นคุณหมอยังคงนอนนิ่งไม่ได้สติ หลงเว่ยหยิบสมุดบางๆแถวนั้นมาพัดวีให้หมอไป๋ด้วยความห่วงใย

 

"ไปครับ! กลับไปทำหน้าที่ของตัวเองได้แล้ว" หลงเว่ยบอกเหล่าพยาบาลเสียงเข้ม ทุกคนสะดุ้งตกใจเมื่อได้ยินเสียงเขา ก่อนแต่ละคนจะค่อยๆทยอยกันกลับไปทำหน้าที่ของตน แต่ก่อนไปก็ไม่วายหันกลับมาดูหมอหนุ่มที่นอนสลบอยู่บนเตียงด้วยความเป็นห่วง

 

เพราะหมอไป๋เป็นผู้ชายอบอุ่นและแสนดีมาก เขาคอยช่วยเหลือและมีเมตตากับลูกน้องทุกคนเสมอมา จึงไม่แปลกที่ลูกน้องทุกคนที่โรงพยาบาลจะรักและเทิดทูนเขามากมายขนาดนี้ บางคนถึงขั้นยึดถือเขาเป็นไอดอลเลยก็ว่าได้

 

"สงสัยคุณหมอจะพักผ่อนไม่เพียงพอ เดี๋ยวดิฉันจะเติมน้ำเกลือให้นะคะ" พยาบาลสาวที่มาพร้อมเขาในตอนแรกบอกด้วยน้ำเสียงหวั่นๆ เพราะถึงแม้เธอจะเห็นหลงเว่ยจนชินตาแล้ว แต่บุคลิกนิสัยที่นิ่งแบบนี้ก็ทำให้คนในโรงพยาบาลไม่กล้าเข้ามายุ่งวุ่นวายกับเขานัก

 

"..."

หลงเว่ยไม่ตอบแต่พยักหน้าให้พยาบาลสาวแทน มือแกร่งก็ยังใช้สมุดพัดวีให้หมอหนุ่มไม่หยุด

 

"เรียบร้อยแล้วค่ะ งั้นดิฉันขอตัวกลับไปทำงานก่อนนะคะ" พยาบาลสาวคนเดิมบอกพร้อมเก็บอุปกรณ์เครื่องมือไปด้วย เธอใช้สายตามองหลงเว่ยหวั่นๆ แต่หลงเว่ยกลับไม่ตอบอะไรเธอเลย เขาแค่หันมาพยักหน้าให้เธอทีนึง แล้วหันกลับไปจ้องมองคนบนเตียงเหมือนเดิม

ถ้าไม่ติดว่าเขาเย็นชาจนเกินไป หลงเว่ยก็ถือว่าเป็นผู้ชายที่หล่อและดูดีมากคนนึงเลยก็ว่าได้ แต่ก็นั่นแหละ เพราะความเย็นชาราวกับเจ้าชายน้ำแข็งของเขา ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าหาเขาเลยสักคน หญิงสาวคิดในใจก่อนจะเข็นรถเข็นออกไป

 

หลงเว่ยนั่งเฝ้าเจ้านายไม่ไปไหน เขานั่งเหมอมองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งรัก ทั้งเป็นห่วง และรู้สึกผิดที่ปล่อยให้หมอหนุ่มต้องมานอนป่วยแบบนี้ ตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมาเขาเฝ้าดูหมอไป๋ทำงานอยู่ตลอด เขาเห็นว่าอีกฝ่ายซีเรียสและจริงจังกับเรื่องการสร้างโรงพยาบาลมาก จึงไม่ได้ห้ามปรามอีกฝ่าย

ตอนเด็กพ่อแม่ของหมอไป๋เสียชีวิตเพราะไม่มีเงินไปรักษา มันจึงกลายเป็นปมอย่างหนึ่งในชีวิตที่ทำให้หมอหนุ่มรู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่คิดถึงมัน จนวันนี้เขามีโอกาสที่จะได้สร้างโรงพยาบาลเพื่อช่วยเหลือคนอื่นแล้ว เขาจึงไม่อยากให้คนอื่นต้องมาสูญเสียคนที่รักเหมือนที่ตนเองเคยสูญเสีย หมอหนุ่มจึงตั้งใจและทุ่มเทกับมันให้มากที่สุด

 

แต่ใครจะไปคิดว่าเขาจะเครียดจนไม่ยอมหลับยอมนอนแบบนี้ หลงเว่ยได้แต่โทษตัวเองที่ไม่ยอมห้ามเจ้านายตัวเอง และปล่อยให้อีกฝ่ายโหมงานหนักจนไม่ได้พักแบบนี้ ถึงร่างกายหมอหนุ่มจะแข็งแรงมากแค่ไหน แต่ถ้าเหนื่อยสะสมและไม่ยอมพักผ่อนแบบนี้ ก็สามารถล้มป่วยได้เหมือนกัน

 

หลงเว่ยหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง ก่อนจะโทรบอกเฟยหยางว่าเกิดอะไรขึ้น ฝั่งนั้นเมื่อได้รู้เรื่องก็ตกใจมาก รีบบึ่งรถจากคอนโดมาโรงพยาบาลทันที เพราะเขาเพิ่งไปรับเวลกลับมาจากมหาวิทยาลัย เวลที่เห็นคนรักมีอาการร้อนรนก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้น และเมื่อได้รู้เรื่องเวลจึงขอตามเฟยหยางมาด้วย แล้วทั้งสองก็รีบเดินทางมาโรงพยาบาลพร้อมกัน

 

"นี่พี่หมอทำงานหนักจนเป็นลมไปเลยเหรอ ทำไมมึงไม่ห้ามพี่เขาวะ" เวลหันไปว่าให้คนรักเมื่อเห็นหน้าที่ซีดเชียวของคนบนเตียง

"กูห้ามแล้ว แต่เฮียฟังที่ไหนล่ะ เห็นใจดีแบบนี้เฮียแกดื้อมากเลยนะเว้ย" มาเฟียหนุ่มบอกกลับ

"แล้วทำไมพี่หมอไม่จ้างให้คนอื่นทำอ่ะ ทำไมต้องวางแผนเองทุกอย่างด้วย แบบนี้ก็เหนื่อยแย่ดิ" เวลถามกลับด้วยความสงสัย ซึ่งนั่นทำให้เฟยหยางถึงกับถอนหายใจออกมา

"เพราะเชียงใหม่เป็นบ้านเกิดของแม่เฮียไง พอท่านแต่งงานกับพ่อของเฮีย พวกท่านก็ย้ายมาอยู่กรุงเทพด้วยกัน แล้วอีกอย่างเฮียคงฝั่งใจเรื่องที่พ่อกับแม่ตายเพราะไม่มีเงินพาไปรักษาด้วยแหละ เฮียถึงทุ่มเทกับการสร้างโรงพยาบาลมากขนาดนี้"

"แบบนี้นี่เอง พี่หมอคงเจ็บปวดน่าดูเลยเนอะ" เวลบอกเสียงเศร้า พร้อมกับมองคนที่นอนหมดสติด้วยความเห็นใจ

"อืม แต่เพราะนี่คือความสุขของเฮียแกด้วย กูถึงไม่อยากเข้าไปยุ่งวุ่นวายอะไรมาก แค่คอยช่วยเหลือเมื่อเฮียต้องการแค่นั้น" มาเฟียหนุ่มบอกกลับก่อนจะเข้ามาโอบไหล่คนรัก หลงเว่ยที่นั่งอยู่ข้างๆแอบมองทั้งคู่ด้วยความอิจฉา เพราะตนก็อยากทำแบบนี้กับหมอไป๋เช่นกัน แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ เพราะรู้ดีว่าตัวเองเป็นแค่ลูกน้อง และไม่กล้าคิดให้อีกฝ่ายมารู้สึกแบบเดียวกับตนด้วย เพราะแค่ได้อยู่เคียงข้างอีกฝ่ายแบบนี้ มันก็มากเพียงพอสำหรับเขาแล้ว

 

"หลง ย้ายเฮียไปห้องพิเศษนะ เดี๋ยวฉันกับเวลจะออกไปหาอะไรกิน แล้วเดี๋ยวจะซื้อข้าวมาให้" มาเฟียหนุ่มหันไปสั่งลูกน้องที่นั่งอยู่ข้างเตียง

"ครับ" หลงเว่ยยืนขึ้นพร้อมก้มหัวรับคำสั่ง หลังจากนั้นเฟยหยางก็เดินโอบไหล่เวลออกไปจากห้องฉุกเฉิน เพราะเขารู้ว่าเวลยังไม่ได้กินข้าว มาเฟียหนุ่มจึงพาอีกฝ่ายออกมาร้านอาหารหน้าโรงพยาบาล

 

 

ส่วนหลงเว่ยก็จัดการย้ายหมอหนุ่มมาพักที่ห้องพักคนไข้พิเศษ โดยมีผู้ช่วยพยาบาลสองคนเป็นคนเข็ดเตียงมาส่ง พอมาถึงห้องพยาบาลสองคนทำท่าจะช่วยกันยกคุณหมอย้ายไปที่เตียงในห้อง แต่หลงเว่ยรีบห้ามเอาไว้ เพราะไม่อยากให้ใครมาแตะต้องหมอผู้เป็นที่รักของเขา

 

"ไม่ต้อง! เดี๋ยวฉันจัดการเอง ขอบใจพวกนายมาก" หลงเว่ยบอกเสียงเรียบ ก่อนจะเดินเข้าไปอุ้มร่างโปร่งจากเตียงฉุกเฉินไปที่เตียงใหญ่ แล้ววางอีกฝ่ายลงบนเตียงช้าๆ พยาบาลหนุ่มสองคนพยักหน้ารับอย่างงงๆ ก่อนจะช่วยกันเข็นเตียงออกจากห้องไป

 

"ทำไมต้องหักโหมขนาดนี้ด้วยนะ รู้มั้ยครับว่าผมเป็นห่วง" หลงเว่ยพึมพำกับคนป่วยเสียงแผ่วเบา สายตาคมเผยความรู้สึกกังวลออกมาอีกปิดไม่มิด หลงเว่ยดึงผ้าห่มห่มให้หมอไป๋เบาๆ ก่อนจะดึงเก้าอี้มานั่งข้างเตียง ตาคมจ้องมองคนป่วยไม่วางตา ส่วนคนป่วยก็ยังคงนอนหลับไม่ได้สติอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่หน้าที่เคยขาวซีดก่อนหน้านี้เริ่มดูมีชีวิตชีวามากขึ้น เพราะได้รับน้ำเกลือเข้าไปในร่างกาย

 

 

ทางฝั่งของสองหนุ่มกำลังนั่งกินข้าวด้วยกัน สาวๆในร้านที่เห็นทั้งคู่ต่างส่งเสียงกรี๊ดในใจและส่งยิ้มกริ่มมาให้ เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าพวกเขาเป็นอะไรกัน

"เขินเหรอ" มาเฟียหนุ่มเอ่ยแซวเมื่อเห็นเวลหน้าแดง

"ขะ..เขินบ้าไรล่ะ รีบๆกินเลยมึงอ่ะ จะได้ซื้อข้าวไปให้หลงกับพี่หมอด้วย" เวลรีบพูดตัดบทก่อนจะป้อนข้าวใส่ปากคนขี้แกล้ง หลังจากนั้นก็ก้มหน้าก้มตากินข้าวของตัวเองต่อ ส่วนมาเฟียหนุ่มกลับยิ้มขำกับอาการของอีกฝ่าย เพราะเวลาเขินเวลมักจะทำตัวไม่ถูกแบบนี้เสมอ

 

Tru..Truu...Truuu

เวลสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อโทรศัพท์ดังขึ้น พลางมองเบอร์คนโทรเข้ามาถึงได้นึกออกว่าตัวเองลืมนัดพี่ชายไปซะสนิทเลย

"ใครอ่ะ" เฟยหยางเอ่ยถาม เมื่อเห็นสีหน้าของคนรักเปลี่ยนไป

"พี่ธันอ่ะ กูลืมไปซะสนิทเลยว่านัดพี่ธันไว้" เวลบอกกลับอย่างร้อนรน ก่อนจะกดรับสายพี่ชายตัวเองด้วยใบหน้ากังวล เพราะดันลืมว่าตัวเองนัดให้พี่ชายสอนมวยไว้

 

"ฮัล..."

"[เวล!! นี่แกอยู่ไหนห้ะ! ฉันมารอแกที่ค่ายมวยเป็นชั่วโมงแล้วนะ ไหนแกบอกเรียนเสร็จจะให้ผัวมาส่งไง]" ไม่ทันที่เวลจะได้พูดอะไร ปลายสายก็รัวใส่เขาทันที อีกฝ่ายเหมือนกำลังโกรธที่น้องชายไม่ยอมมาตามนัด

"อะ..เอ่อวันนี้ผมคงไม่ได้ไปแล้วครับพี่ ตอนนี้ผมอยู่โรงพยาบาล ผมลืมไปเลยว่านัดพี่ไว้ ผมขอโทษนะครับ" เวลบอกกลับอย่างรู้สึกผิด เพราะเมื่อเช้าเขาเป็นคนโทรมากำชับพี่ชายมาสอนมวยให้ได้แท้ๆ แต่ตัวเองกลับเป็นฝ่ายผิดนัดเองซะงั้น

"[โรงพยาบาล? แกเป็นอะไรทำไมถึงต้องไปโรงพยาบาล]" เมื่อรู้ว่าน้องชายอยู่ที่ไหน เสียงเกรี้ยวกราดก่อนหน้านี้ดูอ่อนลงทันที

 

"คือ..ผมไม่ได้เป็นอะไรครับ แค่มาเยี่ยมพี่หมอเฉยๆ"

"[พี่หมอ หมอไป๋อ่ะนะ]" ธันวาถามกลับเสียงเรียบ ทั้งที่ในใจกระตุกวูบไปแล้วเมื่อได้ยินชื่อนี่ ความไม่สบอารมณ์ก่อนหน้านี้แปรเปลี่ยนเป็นร้อนรนอย่างไม่ทราบสาเหตุ แค่ได้ยินว่าเป็นเรื่องของหมอไป๋ ก็ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกสนใจได้อย่างน่าประหลาด ทั้งที่ปกติเขาเป็นพวกไม่ค่อยสนใจใครเลยด้วยซ้ำ

"ครับ พี่หมอทำงานหนักจนเป็นลมไป ผมกับหยางเลยรีบมาเยี่ยม ไว้เราค่อยนัดกันวันหลังนะครับพี่ธัน"

"[เออๆ งั้นแค่นี้แหละ ฉันจะกลับบ้านแล้ว...มาเสียเที่ยวจริงๆ]" พูดจบธันวาก็วางสายไป ก่อนจะรีบหยิบกระเป๋าออกจากค่ายมวยไปที่รถด้วยความรีบเร่ง ร่างสูงสตาร์ทรถก่อนจะขับเคลื่อนมันสู่ถนนใหญ่อีกครั้ง แต่ปลายทางที่จะไปกลับไม่ใช่บ้านอย่างที่เขาบอก เพราะรถหรูกำลังมุ่งตรงไปยังโรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่งของกรุงเทพ

 

 

"พี่ธันว่าไงบ้าง เขาไม่ได้โกรธมึงใช่มั้ย" เฟยหยางถามขึ้นเมื่อเวลวางสายจากธันวาแล้ว

"อืม ไม่โกรธหรอก แค่บ่นนิดหน่อยตามประสาเขานั่นแหละ" เวลบอกกลับแบบปลงๆ

"แล้วนัดกันจะไปไหนอ่ะ ทำไมไม่เห็นบอกกูเลย"

"กูจะให้พี่ธันสอนต่อยมวยอ่ะ กูอยากมีวิชาไว้ป้องกันตัวบ้าง เผื่อมีเรื่องกูจะได้เอาตัวรอดได้" เวลบอกเฟยหยางตามความจริง

 

"เรื่องแค่นี้เอง ให้กูสอนให้ก็ได้นิ ไม่เห็นต้องไปรบกวนพี่ธันเลย" มาเฟียหนุ่มบอกยิ้มๆ ก่อนจะเอื้อมมือหนามาบีบจมูกเวลเบาๆ

"ก็ตอนแรกกูกะอยากเซอร์ไพรส์มึงนี่นา แต่ต่อไปกูคงให้มึงสอนแหละ" เวลบอกกลับเซ็งๆ ก่อนจะรวบช้อนลงบนจาน

"ได้สิ กูสอนมึงได้ตลอดอยู่แล้ว ว่าแต่...อิ่มแล้วเหรอ มึงยังกินไม่ถึงครึ่งเลยนะ" มาเฟียหนุ่มถามเมื่อมองกับข้าวในจานแล้วเห็นว่ามันลดลงไปแค่นิดเดียวเท่านั้น

"อืม อยู่ๆก็อิ่มอ่ะ มึงกินต่อเลย เดี๋ยวกูไปสั่งข้าวให้พี่หมอกับหลงก่อน" เวลบอกพร้อมทำท่าจะลุก แต่ถูกมือแกร่งของเฟยหยางดึงเอาไว้ซะก่อน

"กูก็อิ่มแล้ว มึงนั่งอยู่นี่แหละ เดี๋ยวกูไปสั่งเอง" มาเฟียหนุ่มบอกยิ้มๆก่อนจะดึงแขนเวลให้กลับไปนั่งที่เดิม ส่วนตัวเองลุกจากเก้าอี้ไปสั่งอาหารแทน เวลมองแผ่นหลังกว้างของคนรักพร้อมเผยรอยยิ้มสดใสออกมา เพราะเฟยหยางมักจะใส่ใจและดูแลเขาดีแบบนี้เสมอ

 

"ป่ะ! ไปกันเถอะ ป่านี้พี่หมอคงจะฟื้นแล้วล่ะ" เมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินกลับเข้ามาพร้อมกับข้าวในมือ เวลจึงยื่นมือสวยไปใช้เฟยหยางจับ มาเฟียหนุ่มเผยยิ้มกว้างเมื่อเวลทำแบบนั้น เขายื่นมือหนาไปจับมือเล็กของเวลไว้ ทั้งคู่ยืนยิ้มหวานให้กันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในโรงพยาบาลพร้อมกัน

สาวๆที่อยู่ในละแวกนั้นต่างกรี๊ดกร๊าดกับการกระทำของทั้งคู่ และพวกเธอก็ไม่พลาดแอบถ่ายโมเมนต์หวานๆของทั้งคู่ไว้ จากนั้นก็อัพมันลงโซเชียลเพื่อให้สาววายได้หวีดคู่นี้เหมือนพวกเธอด้วย เพราะหยางเวลในตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมในหมู่สาววายมาก และเป็นคู่ฮอตที่สาววายต่างตามหวีดตามกรี๊ดกันเลยก็ว่าได้

 

 

.....

"อือ..." เสียงครางแหบแห้งดังออกมาจากลำคอของคนป่วยแผ่วเบา แสดงให้เห็นว่าหมอหนุ่มรู้สึกตัวแล้ว ก่อนเปลือกตาจะค่อยๆเปิดออกมาช้าๆ ตาสวยมองสำรวจไปรอบๆห้อง แล้วพบว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องพิเศษของโรงพยาบาล

 

"นาย! นายฟื้นแล้ว" หลงเว่ยที่เพิ่งออกจากห้องน้ำพูดออกมาด้วยความดีใจ เขารีบเดินเข้ามาหาคนบนเตียงอย่างร้อนรน ก่อนจะรินน้ำใส่แก้วให้คนป่วยดื่ม หมอหนุ่มที่รู้สึกคอแห้งอยู่แล้ว จึงดูดน้ำจากหลอดที่มีน้ำเต็มแก้วไปจนหมด

"ขอบใจนะ" หมอหนุ่มเอ่ยขอบคุณลูกน้องเสียงเบา ก่อนจะเอนตัวลงนอนเหมือนเดิม หลงเว่ยไม่ตอบอะไร เขาแค่ก้มหัวให้ก่อนจะเอาแก้วน้ำไปเก็บ พอดีกับที่เฟยหยางกับเวลเปิดประตูเข้ามา

 

"ตื่นแล้วเหรอเฮีย ผมบอกแล้วใช่มั้ยว่าให้พักบ้าง เป็นไงล่ะทีนี้ ป่วยจนได้เลยเห็นมั้ย" มาเฟียหนุ่มบอกเสียงเข้ม พร้อมกับใช้สายตามองคนป่วยดุๆ

"ก็เฮีย.."

"เฮียไม่ต้องมาพูดว่ามันเป็นหน้าที่เลยนะ ผมเคยบอกแล้วไงว่าผมไม่ห้ามถ้าเฮียอยากทำเอง แต่เฮียเล่นไม่ดูแลตัวเองแบบนี้ผมไม่โอเคนะ" มาเฟียหนุ่มพูดเสียงแข็ง เพราะกำลังโกรธที่พี่ชายโหมงานหนักจนไม่ดูแลตัวเองแบบนี้ ทั้งที่เขาก็บอกอีกฝ่ายตลอดว่าอย่าโหมงานหนัก แต่อีกฝ่ายก็ดื้อไม่ยอมฟังคำพูดเขาเลย

 

"เอาน่ะมึง พี่หมอไม่เป็นไรมากก็ดีแล้ว มึงอย่าว่าพี่เขาเลย ว่าแต่พี่หมอหิวรึยังครับ เดี๋ยวผมไปแกะข้าวต้มใส่ชามให้ กำลังร้อนๆอยู่เลย" เวลตบไหล่คนรักให้ใจเย็น ก่อนจะหันไปถามคนป่วยบนเตียงด้วยรอยยิ้มสดใส

"ไม่ต้องลำบากหรอกเวล พี่ยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ ขอบใจมากนะ" หมอไป๋บอกพร้อมส่งยิ้มเจื่อนๆให้เวล เพราะตอนนี้เขายังรู้สึกกินอะไรไม่ลง

"ไม่ได้! ไม่หิวก็ต้องกิน หลง ไปแกะข้าวต้มใส่ชามมา มีข้าวของนายด้วย" มาเฟียหนุ่มบอกเสียงดังพร้อมยื่นถุงส่งให้หลง หลงเองก็ก้มหัวให้ผู้เป็นนายก่อนจะเดินเลี่ยงออกไป เพราะรู้ว่าตอนนี้เฟยหยางกำลังโกรธ

 

"เฮีย ถ้าเฮียยังทำงานจนไม่ดูแลตัวเองแบบนี้อีก ผมจะไม่ให้เฮียทำงานแล้วนะ"

"ไม่ได้นะ ถ้าไม่ให้เฮียทำงานแล้วเฮียจะทำอะไรล่ะ" คนป่วยทักท้วงเสียงแหบแห้ง เพราะตกใจที่เฟยหยางพูดออกมาแบบนั้น และเขารู้ด้วยว่าอีกฝ่ายไม่ได้พูดเล่นๆ เพราะน้ำเสียงและสีหน้าของเฟยหยางตอนนี้ดูจริงจังมาก

 

"หยาง กูว่า..."

"ถ้าเฮียยังอยากทำงาน ผมจะแบ่งเวลางานให้ เฮียต้องทำงานแค่อาทิตย์ละห้าวัน แล้วเวลามาทำงานต้องกลับบ้านก่อนสองทุ่ม เพราะที่ผ่านมาเฮียกลับบ้านดึกดื่นตลอด ผมอยากให้เฮียรู้จักดูแลตัวเองบ้าง ไม่งั้นเฮียจะไปดูแลคนอื่นได้ไง" ไม่ทันที่เวลจะได้พูด มาเฟียหนุ่มก็พูดขัดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง สายตาคมจ้องมองคนเป็นพี่ไม่วางตา เขารู้มาตลอดว่าที่ผ่านมาหมอหนุ่มทำงานหนักแค่ไหน ทั้งที่ความจริงอีกฝ่ายไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้ แต่ที่เขาไม่ว่าอะไรเพราะรู้ว่าหมอหนุ่มรักอาชีพนี้มาก

"เฮ้อออ... ก็ได้ๆ ต่อไปเฮียจะดูแลตัวเองมากกว่านี้ จะไม่ทำให้แกเป็นห่วงอีก โอเคมั้ย" เมื่อน้องยื่นข้อเสนอมาแบบนี้ หมอหนุ่มจึงทำอะไรไม่ได้ เพราะถึงเฟยหยางจะเคารพตนเหมือนพี่ แต่ยังไงอีกฝ่ายก็ถือว่าเป็นนายใหญ่ของแก็งมังกรดำอยู่ดี

"เฮียรับปากแล้วนะ ถ้ามีคราวหน้าอีกเฮียได้อยู่บ้านบริหารงานเฉยๆแน่" มาเฟียหนุ่มพูดขู่

"อืมๆ เฮียรู้แล้ว" หมอหนุ่มตอบกลับอย่างจำนน เวลที่เงียบมานานได้ยินแบบนั้นก็โล่งใจ ร่างบางเดินไปลากโต๊ะข้าวที่หลงเตรียมไว้ ก่อนจะลากมันมาให้คนป่วยกิน

 

"งั้นพี่หมอทานข้าวก่อนนะครับ จะได้หายเร็วๆ" เวลบอกหมอหนุ่มด้วยรอยยิ้มสดใส

"ครับ ขอบใจเวลมากนะ"

พูดจบหมอหนุ่มก็ลงมือทานข้าวต้มทันที ทำให้คู่รักสองคนที่ยืนมองอยู่ยิ้มออกมา พวกเขาลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียง และรอคนป่วยกินข้าวจนหมด ตามด้วยยาที่หลงไปขอจากพยาบาลมาให้

 

"เฮีย งั้นผมกับเวลกลับก่อนนะ ไว้พรุ่งนี้จะมาเยี่ยมใหม่ เฮียนอนรอดูอาการที่นี่สักคืน ถ้าพรุ่งนี้ไม่มีอะไรเฮียค่อยกลับบ้าน โอเคมั้ยครับ" มาเฟียหนุ่มพูดขึ้น

"อืมๆ โอเค แกก็ขับรถกลับบ้านดีๆล่ะ"

"ครับ หลง เดี๋ยวนายกลับบ้านไปอาบน้ำแล้วมานอนเฝ้าเฮียที่นี่นะ" มาเฟียหนุ่มตอบรับผู้เป็นพี่ ก่อนจะหันไปออกคำสั่งกับลูกน้องที่เพิ่งกินข้าวเสร็จเหมือนกัน

"ครับนาย" หลงเว่ยตอบรับพร้อมก้มหัวรับคำสั่ง ถึงเจ้านายไม่บอกเขาก็ตั้งใจว่าจะนอนเฝ้าหมอหนุ่มอยู่แล้ว เพราะเขานั้นเป็นห่วงไป๋เซียนยิ่งกว่าอะไรดี

 

"เฮ้ย! ไม่ต้องหรอก ฉันอยู่คนเดียวได้ ให้หลงมันได้พักผ่อนบ้างเถอะ มันเองก็ดูแลฉันจนไม่ได้พักเหมือนกันนะ" หมอหนุ่มรีบปฏิเสธ เพราะคิดว่าหลงเองก็ควรมีเวลาพักผ่อนบ้าง ไม่ใช่ตามดูแลเขายี่สิบสี่ชั่วโมงแบบนี้

"เอางั้นเหรอ? งั้นก็ตามใจเฮียแล้วกันครับ ผมไปนะ" พูดจบเฟยหยางก็โอบไหล่คนรักเดินออกไป แต่ก่อนไปเวลก็ไม่ลืมหันมาอวยพรให้พี่หมอผู้ใจดีของเขา

"หายไวไวนะครับพี่หมอ"

หมอหนุ่มไม่ตอบ แต่พยักหน้ารับพร้อมกับส่งยิ้มหวานกลับไปให้ จนในที่สุดทั้งคู่ก็ออกจากห้องไป เหลือไว้เพียงคนป่วยและบอดี้การ์ดหนุ่มของเขาสองคน

 

"หลง นายกลับไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เอาเสื้อผ้ามาให้ฉันเปลี่ยนด้วยนะ"

"แต่ผมอยากนอนเฝ้านายที่นี่นะครับ" บอดี้การ์ดหนุ่มพูดเสียงเรียบ หน้าหล่อยังดูเย็นชาเหมือนคนไร้ความรู้สึก ทั้งที่ในใจเขากำลังรู้สึกเศร้า

"ไม่เป็นไร ฉันดูแลตัวเองได้ อีกอย่างนายจะได้มีเวลาพักผ่อนด้วยไง โอเคนะ"

"แต่ผม..."

"ไม่มีแต่ นายรีบกลับได้แล้ว ช้ากว่านี้เดี๋ยวรถติดนะ" ไม่ทันที่หลงเว่ยจะได้คัดค้าน หมอหนุ่มก็พูดขัดขึ้น เพราะเขารู้ดีว่าบอดี้การ์ดหนุ่มกำลังจะพูดอะไร

"ก็ได้ครับ งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะครับ" เมื่ออีกฝ่ายยืนยันหนักแน่นว่าอยากให้เขากลับ บอดี้การ์ดหนุ่มจึงขัดคำสั่งผู้เป็นนายไม่ได้ เขาจำต้องยอมก้มหัวรับคำสั่ง ก่อนจะจำใจเดินคอตกออกจากห้องมาด้วยความรู้สึกเศร้าสร้อย เพราะอยากอยู่ดูแลหมอไป๋ที่นี่มากกว่า

 

หลังจากที่หลงเว่ยออกไปได้สักพัก อยู่ๆหมอไป๋ก็เกิดรู้สึกป่วยฉี่ขึ้นมา ร่างโปร่งก้าวขาลงจากเตียงช้าๆ ก่อนจะลากเสาน้ำเกลือตามมาด้วย แต่เดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็ต้องหยุดชะงัก ก่อนร่างโปร่งจะค่อยๆเอนเอียงและทำท่าจะล้มลงไป

 

พรึ่บ!

 

"ระวังหน่อยสิ เกือบได้ล้มหัวทิ่มแล้วมั้ยล่ะ"

 

 

 

To be continued...

มาแล้ว อิอิ หายไปหลายวันเลย ขอโทษจริงๆนะคะ เค้ามาต่อให้แล้วนะ อาทิตย์หน้าเค้าสอบปลายภาคแล้ว อาจจะมาอัพให้ก่อนสอบอีกหนึ่งตอน ถ้าสอบเสร็จมาต่อให้อาทิตย์ละหลายๆตอนแน่ค่ะ อย่าพึ่งหายไปไหนนะ รับรองไรท์ไม่หายแน่นอนค่ะ 🙏

**ขอบคุณที่ชื่นชอบและติดตามผลงานกันนะคะ หวังว่าทุกคนจะอยู่กับไรท์ไปเรื่อยๆน๊า รักทุกคนค่ะ เยิฟๆ 😍😘💕

ความคิดเห็น