Storytellers
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักร Storytellers ค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 42

ชื่อตอน : Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 42

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 592

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ต.ค. 2563 01:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 42
แบบอักษร

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 42 

  

พอจ่ายเงินเสร็จผมที่กำลังเดินออกมาจากเซเว่นและกำลังจะเดินไปที่รถที่พี่ดินจอดรออยู่แต่โทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงก็สั่นครืดๆ พร้อมกับเสียงเพลงที่ผมตั้งไว้เป็นเสียงรอสายดังขึ้นผมเลยหยุดเดินเพื่อที่เอาโทรศัพท์ออกมาดูเพราะคิดว่าอาจจะเป็นยายหรือไม่ก็ปาแป้งที่โทรมาหาแต่กลับเป็นชื่อของไอ้ลูกหินโชว์อยู่หน้าจอ  

“ฮัลโหล” ผมกรอกเสียงลงไปหลังจากที่กดรับสายพร้อมกับเดินมาขึ้นรถของพี่ดินซึ่งพี่เขาก็ไม่ได้ถามอะไรเพราะพอผมคาดเข็มขัดนิรภัยเสร็จสรรพรถก็เคลื่อนออกไปทันที 

[อยู่ไหนวะมึง กูได้ยินเสียงปิดประตูรถ]  

“กำลังจะกลับบ้าน มึงโทรมามีอะไร” ผมตอบแล้วถามมันกลับก่อนจะชะงักเมื่อพี่ดินดึงมืออีกข้างของผมไปจับ เหมือนพี่เขาจะหวงและอยากจะบอกว่าเขาอยู่ตรงนี้นะอะไรทำนองนั้นอีกอย่างก็คงอยากรู้ว่าผมกำลังคุยกับใคร 

[ไปไหนมาวะ อีกนานไหมกว่าจะถึงบ้านน่ะ] ไอ้ลูกหินถามเหมือนว่าผมเป็นเด็กในปกครองของมัน 

“ไปธุระมาแล้วนี่ก็กำลังจะถึงบ้าน มึงมีอะไรถามยังกับกูเป็นลูกมึงเลยนะ”  

[มึงเป็นลูกกูไม่ได้หรอก เพราะกูจะเป็นน้องเขยมึง]  

“ลามปาม กูไปอนุญาตให้มึงแต่งงานกับน้องกูตอนไหน” พูดประโยคนี้จบคนฟังที่อยู่ปลายสายก็หัวเราะเสียงดังลั่น 

และขณะที่ผมพูดประโยคนี้มือข้างที่พี่ดินจับอยู่ก็เหมือนจะคลายความกระชับลงเพราะพี่ดินคงรู้แล้วว่าผมคุยกับใคร 

[เออๆ กูไม่รีบแต่งกับน้องมึงตอนนี้หรอก อย่างน้อยๆ ก็ต้องเรียนจบมีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่งก่อนอยู่แล้ว] ดูมันวาดฝันอนาคตที่สวยหรูของมัน ฟังแล้วผมก็อดยิ้มและหมั่นไส้มันไม่ได้เลยจริงๆ 

“เพ้อเจ้อใหญ่แล้วนะมึงเนี่ย แล้วตกลงโทรมามีอะไร” ผมว่ามันอย่างไม่จริงจังนักก่อนจะถามถึงเรื่องที่มันโทรมา 

[อ๋อ กูว่ากูจะไปนอนเป็นเพื่อนมึงอ่ะ พอดีว่าปาแป้งโทรมาบอกกูเมื่อกี้ว่ามึงอยู่บ้านคนเดียวให้กูไปอยู่เป็นเพื่อนมึงหน่อยไหนๆ กูก็ว่างๆ อยู่ด้วยไปอยู่บ้านมึงก็ดีเหมือนกันเวลากูคิดถึงแป้งกูจะได้เดินไปยืนหน้าห้องเขา]  

“ไอ้ทะลึ่ง!” ผมอดที่จะด่ามันไม่ได้เพราะคำพูดของมันทำให้คนฟังอย่างผมคิดดีไม่ได้เลยจริงๆ  

[เอ้า ตกลงกูไปนอนบ้านมึงนะ แค่นี้แหละจะขับรถแล้ว]  

“อืม ขับรถดีๆ” ผมส่ายหัวก่อนวางสายจากไอ้ลูกหินไม่ได้โกรธหรือเคืองเพื่อนหรอกที่มันพูดอะไรแบบนั้นเพราะรู้ดีว่ามันก็แค่พูดไปอย่างนั้นเองเพราะมันไม่ทำอะไรที่เป็นการเสียเกียรติน้องสาวผมหรอก 

“ลูกหินโทรมาทำไม” แล้วคนข้างๆ ผมก็ถามเสียงเข้มขณะที่รถจอดสนิทอยู่หน้าบ้านผมแล้ว 

“มันบอกจะมานอนเป็นเพื่อนน่ะครับ” ผมตอบพร้อมกับเตรียมลงจากรถแต่เสียงตื่นตกใจของพี่ดินทำให้ผมเปลี่ยนเป้าหมายด้วยกันหันมามองพี่เขาแทน 

“อะไรนะ?!” 

“จะตกใจทำไมครับ พี่จะเข้าบ้านก่อนไหมหรือว่าจะกลับคอนโดเลย”  

“…” พี่ดินไม่ตอบแต่กำลังทำหน้าน้อยใจใส่ผมอยู่ 

“ก็เผื่อพี่ขับรถเหนื่อยแล้วอยากกลับไปพัก” ผมว่าเสียงแผ่วคือเมื่อกี้ไม่ได้ตั้งใจจะไล่พี่เขาหรอกนะ แต่ปากมันไปเอง 

“ถ้าพี่บอกว่าไม่เหนื่อยงั้นก็แสดงว่าพี่อยู่ต่อได้ใช่ไหม” พี่ดินพูดยิ้มๆ จากนั้นก็ดับเครื่องยนต์ก่อนจะหันมายิ้มเจ้าเล่ห์ให้ผมแล้วเปิดประตูลงจากรถไปโดยมีผมมองตามอย่างอึ้งๆ กับการพูดเองเออเองของเขา 

ผมนั่งปรับจังหวะการเต้นของหัวใจอยู่ในรถสักพักก็ตามพี่ดินลงไปจากรถแล้วเดินนำไปเปิดประตูรั้วบ้านก่อนจะหันไปมองพี่เขาให้ขับรถเข้ามาจอดข้างในแล้วพี่ดินก็รีบกุลีกุจอทำตามอย่างว่าง่ายแสนง่ายด้วยการวิ่งไปขับรถเข้ามาจอดโดยมีผมมองตามด้วยรอยยิ้มที่ไม่สามารถหุบได้ คือปากมันยิ้มออกไปเองเมื่อเห็นท่าทางเหมือนเด็กได้ของเล่นของพี่เขาน่ะนะ 

“พี่ดินนั่งรอก่อนนะครับเดี๋ยวผมไปเอาน้ำมาให้” ผมบอกพี่ดินแบบนั้นแล้วพี่เขาก็พยักหน้ารับก่อนจะนั่งลงที่โซฟาตัวเดิมในห้องรับแขก 

ผมเอาของเข้ามาเก็บในครัวแล้วออกมาพร้อมกับน้ำเย็นๆ สองแก้วสำหรับผมกับพี่ดินนั่นแหละ 

“ขอบคุณครับ” พี่ดินบอกยิ้มๆ พร้อมกับรับน้ำไปจากมือผม “ชื่นใจจัง”  

“น้ำต้มใบเตยครับ ยายบอกว่ากินแล้วช่วยดับกระหายได้ดีเยี่ยม” ผมบอกแล้วดื่มน้ำในแก้วของตัวเองบ้าง 

น้ำต้มใบเตยที่ยอมชอบและยายก็ต้มแช่ทิ้งไว้ในตู้เย็นหลายขวดเลย 

“แต่พี่ว่าพี่ชื่นใจเพราะฝุ่นเป็นคนเอามาให้มากกว่านะ” น้ำเสียงกรุ้มกริ่มของพี่ดินทำให้ผมเกือบสำลักน้ำ 

“เอ่อ…ถ้ายายมาได้ยินพี่ดินพูดแบบนี้คงเสียใจแย่เลยนะครับ” ผมว่าให้พี่ดินได้ยิ้มแหย สงสัยพี่เขาจะเพิ่งคิดได้ว่าตัวเองทำพลาดอย่างใหญ่หลวงแล้ว 

“ฝุ่นอย่าบอกยายนะ พี่ไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้น” พี่ดินว่าเสียงอ่อนพร้อมทำหน้าตาวิงวอนอ้อนขอไม่ให้ผมนำเรื่องที่พี่เขาพูดไปฟ้องยาย 

“ผมล้อเล่นน่ะ ยายไม่รู้หรอกพี่ไม่ต้องคิดมากหรอกนะครับ”  

“จริงนะ” 

“จริงสิครับ หรือว่าพี่อยากให้ผมบอกยายล่ะ” 

“อย่าบอกเลย แค่นี้ยายของฝุ่นก็ไม่ปลื้มพี่สักเท่าไหร่แล้ว”  

“พี่ก็ทำตัวดีๆ สิครับ ยายจะได้ปลื้มพี่มากๆ” ผมบอกเสียงเรียบไม่ได้ตั้งใจเจาะจงหรือบ่งชี้อะไรหรอกนะ ก็แค่พูดไปงั้นๆ  

“ครับ พี่จะทำตัวดีๆ” พี่ดินรับคำด้วยรอยยิ้มพร้อมกับยื่นมือมาหมายจะดึงมือผมไปจับแต่ทว่าเสียงแตรรถที่ดังอยู่หน้าบ้านทำให้พี่เขาหยุดชะงัก 

“สงสัยลูกหินจะมาแล้วครับเดี๋ยวผมออกไปเปิดประตูให้มันก่อนนะ” ผมบอกพร้อมยิ้มมุมปากก่อนจะเดินออกมาที่หน้าบ้านเพื่อเปิดประตูให้รถคันหรูแล่นเข้ามาจอด 

“มึงอยู่กับพี่ดิน?” คำถามแรกของไอ้ลูกหินหลังจากที่มันลงมาจากรถคันโก้ของมันแล้ว 

“อืม แล้วนั่นมึงซื้ออะไรมาวะ” ผมตอบรับอย่างไม่เต็มคำนักก่อนจะเฉไปเรื่องอื่นเมื่อเห็นของที่อยู่ในมือของไอ้ลูกหิน 

“ส้มตำไก่ย่าง” มันว่าแล้วชูของที่อยู่ในมือขึ้นมาให้ผมได้เลิกคิ้วมองอย่างงงๆ “พอดีกูขับรถผ่านเห็นร้านรถเข็นปิ้งไก่ควันโขมงเลยคิดว่ามันต้องอร่อยมากแน่ๆ อีกอย่างคิดว่ามึงคงไม่ทำกับข้าวนอกจากหิ้วท้องไปพึ่งข้าวกล่องในเซเว่นกูเลยวนรถกลับไปซื้อ” 

“เออๆ แต่กูซื้อข้าวกล่องมาแล้วนะ” ผมบอกมันแล้วเดินนำเข้ามาในบ้านซึ่งมีพี่ดินนั่งทำหน้านิ่งรออยู่ 

“สวัสดีพี่ชาย มาทำอะไรที่นี่ไม่ทราบ” ทันทีที่เห็นหน้าพี่ชายของตัวเองไอ้ลูกหินก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกวนๆ ทันที 

“แล้วทำไมกูต้องบอกมึงด้วยล่ะ แล้วมึงมาทำอะไร” พี่ดินว่าเสียงติดจะหงุดหงิดก่อนจะมองเลยมาที่ผม 

และผมเองก็ต้องหาทางรอดนั่นคือ… 

“ไอ้หินเอาของในมือมึงมากูจะไปแกะใส่จานจะได้กินข้าวกันมึงหิวไม่ใช่เหรอ” ผมว่าแล้วแย่งของในมือของไอ้ลูกหินมาถือไว้เองแต่ก็ยังไม่ได้เดินออกมาจากจุดนั้นเพราะอยากแน่ใจว่าพี่ดินกับไอ้ลูกหินจะไม่ลุกขึ้นมาตีกัน 

“กูซื้อข้าวเหนียวมาแค่สี่ห่อนะของกูสองของมึงสองเพราะไม่คิดว่าจะมีคนอื่นอยู่ด้วย” ไอ้ลูกหินว่าเสียงนิ่งก่อนจะปรายตาไปมองพี่ชายของตัวเอง 

“เอ่อ…” 

“ไม่เป็นไรหรอกฝุ่นพี่ไม่กินข้าวเหนียวก็ได้” พี่ดินว่าอย่างไม่แยแส 

“เหอะ แล้วกูก็ซื้อส้มตำมาแค่ถุงเดียว ไก่ย่างก็ซื้อมาแค่นิดเดียวเพราะคิดว่ากูกับมึงกินกันสองคนแค่นี้ก็คงอิ่ม” ไอ้ลูกหินว่าต่อ 

“…” แล้วพี่ดินก็เงียบไป 

“เอ่อ งั้นเดี๋ยวผมไปหุงข้าวแล้วก็เจียวไข่เพิ่ม…” ผมยังพูดไม่ทันจบพี่ดินก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน 

“พี่ว่าเดี๋ยวพี่กลับก่อนดีกว่านะฝุ่น คืนนี้ค่อยโทรคุยกันนะครับ”  

“กลับดีๆ นะครับพี่ชาย” ไอ้ลูกหินพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนจะเยาะเย้ยพี่ชายตัวเองซะอย่างนั้นแต่พี่ดินกลับตอบต่างออกไป เพราะน้ำเสียงกับสีหน้าของพี่ดินไม่ได้มีความโกรธเคืองเลยสักนิดตรงกันข้ามพี่เขาดูวางใจซะอีกที่ผมมีไอ้ลูกหินมาอยู่เป็นเพื่อน 

“อืม ฝากมึงดูแลฝุ่นด้วยนะ”  

“อยู่กับผมพี่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ไอ้ฝุ่นมันปลอดภัยแน่ๆ อยู่แล้ว” ไอ้ลูกหินพูดแล้วหันมายิ้มล้อผมแล้วหันไปทางพี่ดิน “แต่อยู่กับพี่ผมว่าไม่น่าจะปลอดภัยว่ะ”  

“มึงก็คิดถูกแล้ว เพราะอยู่กับกูคนน่ารักๆ แบบฝุ่นคงไม่ปลอดภัย” 

“…”  

ผมพูดอะไรไม่ออกเพราะตกใจกับคำพูดตรงไปตรงมาของพี่ดินและบทสนทนาของพี่ดินกับไอ้ลูกหินก็ทำให้ผมหน้าแดงจนคิดอยากจะเดินหนีไปจากตรงนี้อยากจะหลบเข้าไปอยู่ในครัวแต่ติดที่ว่าผมต้องรอออกไปส่งพี่ดินก่อนนี่สิ 

“นั่นไง ยอมรับแล้วใช่ไหมว่าคิดไม่ดีกับเพื่อนผมตลอดเวลาอ่ะ” ไอ้ลูกหินพูดพร้อมกับคว้าคอผมไปกอด 

“กูก็คิดตลอดเวลานั่นแหละ แต่ฝุ่นเขาใจแข็งไม่ยอมใจอ่อนสักที” 

“พี่ดิน” ผมเรียกพี่ดินเสียงอ่อนตอนนี้รู้สึกเขินพี่ดินแล้วก็อายไอ้ลูกหินมันด้วย  

“ว่าไงครับฝุ่น”  

“กลับดีกว่าครับ เย็นกว่านี้เดี๋ยวรถติดนะ” ผมบอกด้วยน้ำเสียงที่พยายามมากๆ ให้มันไม่สั่นไหว 

“ก็ได้ครับกลับก็กลับ แต่คืนนี้ฝุ่นต้องชดเชยด้วยการคุยโทรศัพท์กับพี่นะ” พี่ดินยื่นข้อเสนอที่ทำให้ไอ้ลูกหินถอนหายใจออกมาแรงๆ เหมือนจะหมั่นไส้พี่ชายตัวเองมากและมันก็คงจะไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้วแหละผมว่า 

“ไอ้ฝุ่นมึงเอาส้มตำไก่ย่างกูมา กูจะเอาไปแกะใส่จานก่อนที่ส้มตำกูจะเซ็งจนมันเลี่ยนเดี๋ยวแดกไม่ได้”  

“อะ เอ่อ” ผมที่เขินอยู่ได้แต่ปล่อยให้ไอ้ลูกหินแย่งถุงที่อยู่ในมือไป 

“อย่าอิจฉาสิลูกหิน” แล้วพี่ดินก็แซวน้องชายตัวเอง 

“ไม่ได้อิจฉาเว้ย แค่จะอ้วกต่างหากล่ะ เลี่ยนจนจะอ้วกอยู่แล้วเนี่ย” ว่าจบไอ้ลูกหินก็เดินตึงตังเข้าไปในครัว 

“ไปเถอะครับเดี๋ยวผมเดินออกไปส่ง”  

“ไม่อยากกลับเลย” 

“กลับไปพักผ่อนเถอะครับ” 

“ก็ได้ๆ แต่อย่าลืมรอรับโทรศัพท์ของพี่ล่ะ” 

“ไม่ลืมหรอกครับ” 

ผมบอกทั้งๆ ที่ตอนนี้เขินจนจะบ้าอยู่แล้วก่อนจะเดินนำพี่ดินออกมาแต่ยังไม่ทันได้พ้นประตูดีพี่ดินก็ดึงผมไปกอดแล้วฉวยจังหวะที่ผมตกใจโน้มหน้าลงมาหอมแก้มผมก่อนจะผละออกไปอย่างรวดเร็วแล้วเดินยิ้มร่าออกไปขึ้นรถโดยมีผมเดินตามไปเงียบๆ แต่ใจผมมันกลับเต้นแรงเอามากๆ 

ความคิดเห็น