ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 8

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ต.ค. 2563 15:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
8
แบบอักษร

ไวเท่าความคิด นางแบบสาวเคลื่อนกายพลิ้วไหวราวกับอยู่บนแคทวอล์ค ก่อนจะไปหยุดยืนบนระเบียงที่มีเพียงอลันและหญิงวัยกลางคนคุยกันอยู่เพียงสองคนเท่านั้น....งั้นก็แสดงว่า.....เขาเป็นหมองั้นเหรอ.....ปานอัปสรถึงกับยืนเหวอไปชั่วขณะ 

อลันตวัดสายตามองหญิงสาวที่เพิ่งจะก้าวเข้ามาอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก  

“กลับไปได้แล้ว เอิบ” อลันสั่งคนของเขาเสียงเรียบโดยไม่มีการแนะนำใด ๆ ปล่อยให้คำถามของอีกฝ่ายค้างคา และเข้าใจไปว่าผู้หญิงสวยปานนางฟ้าเป็นเมียของเจ้านาย   

นางเอิบถอยออกไปอย่างรู้งาน เพราะเจ้านายหนุ่มไม่ค่อยชอบให้ใครยุ่งเรื่องส่วนตัว โดยเฉพาะบ้านหลังนี้ หากไม่ได้รับอนุญาตห้ามเฉียดกรายเข้ามาใกล้เด็ดขาด 

บ้านปีกไม้ชั้นเดียว  ปลูกยกพื้นสูงแค่สามขั้นบันได เพราะตั้งอยู่บนที่สูงพื้นบริเวณโดยรอบลาดลงไปอยู่แล้ว  บ้านหลังเล็กน่ารักมาก อากาศถ่ายเท มีลมพัดเอื่อยตลอดเวลา ไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศเลยด้วยซ้ำ   

“คุณ เป็นหมอเหรอคะ แล้วที่ผู้หญิงคนนั้นพูดถึงเมียหมอ...เธออยู่ไหนคะ” ปาน อัปสรถามและมองหาบุคคลที่สามอย่างตื่นเต้นจะโดนตบไหมหว่าเรื่องที่บังอาจเข้าไปนอนห้องเดียวกับสามีของคนอื่น......แต่ก็แอบสงสัยว่าเขามีเมียแล้วอย่างนั้นหรือ...ก็เขาเป็นเกย์นี่นา....หรือว่าไม่ใช่..โอยกลุ้ม... 

ชายหนุ่มยกกาแฟขึ้นจิบ ปิดปากเงียบไม่ยอมตอบคำถาม ได้แต่ทอดสายตามองออกไปเบื้องหน้านิ่งนาน ....... 

“เอ่อ...ขอโทษค่ะ.....ฉัน ไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวของคุณแล้วก็ได้ ...ว่าแต่...โครงกระดูกในห้องนั้น...ของจริงหรือของปลอมคะ” ปานอัปสรนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่หล่อนเปิดประตูห้องนั้นเข้าไป ก็เจอเข้ากับโครงกระดูกขนาดเท่ามนุษย์ ตั้งเด่นอยู่ในตู้กระจกใสแจ๋วทำเอาหัวใจเกือบวาย   วิ่งออกมาขออาศัยในห้องเดียวกับเจ้านายหนุ่มอย่างไร้ข้อเกี่ยงงอน  

“อยากรู้ไปทำไม” น้ำเสียงเหมือนรำคาญ 

“ก็ถ้าจะต้องอยู่ร่วมบ้านกับ...เอ่อ.....ช่างเถอะ.....ฉันหวังว่าจะเป็นแค่โมเดลน่ะนะ” นางแบบสาวคิดในทางดีไว้ก่อน  

“โครงกระดูกผู้ชาย ยังขาดก็แต่ของผู้หญิง”  

สิ่งที่ชายหนุ่มพูดออกมา ไม่ได้ช่วยให้ความกระจ่างขึ้นเลย ซ้ำร้ายยังเขย่าขวัญสั่นประสาทคนฟังจนเผลอยกแขนขึ้นกอดตัวเอง....ไม่นะ...ถึงรูปร่างของฉันจะสวยสมบูรณ์แบบแค่ไหน แต่โครงกระดูกฉันคงไม่น่าพิสมัยเท่าไหร่....ฮือ ๆ ๆหมอชำแหละศพหรือไงนะ....ปานอัปสรเหลือบมองมือหนาที่มีนิ้วเรียวสวย เผลอจินตนาการว่ามันเปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยเลือด....... 

“หิวหรือยัง” อลันแค่ถามเบา ๆ แต่สาวเจ้าถึงกับผวาเฮือก 

“ขะ..คะ...คุณว่าอะไรนะ” จู่ ๆ ปานอัปสรก็หนาวยะเยือกในอก ขนอ่อนภายในกายพร้อมใจกันลุกชูชันขึ้นอย่างพร้อมเพรียง มองซ้ายมองขวาก็เห็นแต่ป่าเขา กับหลังคาบ้านอยู่ไกลลิบ จากจุดนี้ถ้าเกิดอะไรขึ้น ต่อให้ร้องจนคอแตกตาย ก็คงไม่มีใครได้ยิน 

อลันหัวเราะ หึหึ....ปรายตาคมเข้ม มองใบหน้าซีดเซียวอย่างสะใจ..ยัยนี่ปั่นหัวง่ายชะมัด 

“กินข้าวสิคุณ เดี๋ยวจะได้ออกไปทำงาน” เสียงอ่อนลง เดี๋ยวยัยตัวแสบจะตกใจตายไปเสียก่อน เก็บไว้เล่นสนุก ๆ ดีกว่ากันเยอะ  

ปานอัปสรกระพริบตาถี่ ๆ เรียกสติที่แทบจะหลุดลอยกลับมาสนใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เพิ่งจะสังเกตถาดอาหารบนโต๊ะ มีโถข้าวต้ม กับอะไรสักอย่างทอดเรียงไว้ในจานใหญ่ กับแก้วมังกรอีกหนึ่งจาน เพียงอัปสรไม่ใช่คนอยู่ยากกินยาก แต่สิ่งที่อยู่ข้างหน้านี้หล่อนไม่รู้จักมันจริง ๆ  

“อึ่งอ่างทอด” อลันบอกเมื่อเห็นสายตาและคิ้วสวยขมวดมุ่นอย่างสงสัย 

“ห๊ะ !....” หญิงสาวจ้องมองเจ้าอึ่งอ่างที่นอนเหยียดแขนขา ตาโต...โถ...มันยอมแพ้ขนาดนี้แล้วใครจะกินได้ลงคอ .....ปานอัปสรได้แต่ปิดปากเงียบ ยอมตักข้าวต้มเละ ๆ ใส่ถ้วยแล้วนั่งลงกินอย่างสงบ...ใครจะอยากได้รับเกียรติเป็นโครงกระดูกผู้หญิงกันเล่า  กินข้าวเปล่าก็ได้วะ…….. 

อลัน ทึ่งจัดหวังว่าจะได้เห็นหล่อนกรี๊ดกร๊าดโวยวายแต่ที่ไหนได้ แม่นางแบบสาวกลับนั่งกินข้าวเปล่า ก่อนจะตบท้ายด้วยแก้วมังกรหน้าตาเฉย  

“คุณ ฉันอิ่มแล้ว เราจะไปทำงานกันที่ไหนเหรอคะ” นางแบบสาวถามทันทีที่วางแก้วน้ำลงมือก็เก็บจานชามไปด้วย 

“ตามมาเถอะ เดี๋ยวก็รู้เอง” 

“เดี๋ยวสิคุณ.....ล้างจานตรงไหนคะ” ปานอัปสรไม่แน่ใจว่าห้องครัวตั้งอยู่ทิศไหน ค่าจ้างเดือนละแสนก็คงรวมเรื่องการดูแลบ้านช่องไปด้วยล่ะมั้ง เพราะไม่มีคนอื่นอีกแล้วนี่ ส่วนป้าเอิบเดาว่าน่าจะมาส่งกับข้าวเท่านั้น 

“วางไว้นั่นแหละ เดี๋ยวมีคนมาจัดการเอง” 

หญิงสาวกลอกตามองตามแผ่นหลังกว้างของคนที่ทำตัวลึกลับชอบกล...หญิงสาววางมือ รีบก้าวตามด้วยฝีเท้าไม่ค่อยมั่นคงนัก.....นึกก่นด่าตัวเองว่ารนหาที่แท้ ๆ ตามเขามาแค่เห็นว่ามีรถหรู แต่งตัวดูดี....แล้วนี่อะไร...จะโดนฆ่าชำแหละเลาะเหลือแต่กระดูกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ 

“คุณอลัน....เอ่อ.....คือฉัน...” ปานอัปสรมองรถมอเตอร์ไซด์วิบากที่เขาจูงออกมาจากด้านในของโรงจอดรถแล้วเพลียจิต....ไม่ได้อิดออดแต่จะปีนขึ้นไปนั่งท่าไหนดีวุ้ย.... แล้วไอ้กระโปรงรุ่มร่ามของหล่อนมีหวังได้เข้าไปพันกับล้อรถแหง ๆ  

“เร็วสิ...แต่คงต้องนั่งคร่อมนะเพราะถ้าคุณตกไป ผมไม่รับประกันว่าแขนขาของคุณจะยังอยู่ดีหรือเปล่า” ชายหนุ่มสั่ง ตัวเขาเองนั่งคร่อมมอเตอร์ไซด์อย่างเท่ห์ เขาสะพายเป้เอาไว้ด้านหน้าส่วนเบาะหลังที่เหลืออยู่นิดเดียว ลาดเทเข้าหาคนขี่.....นมฉันคงบดบี้ขยี้หลังอีตานี่ไปตลอดทาง...กรรมของฉันจริง ๆ  

ปานอัปสรจำต้องตัดใจวางหมวกสานปีกกว้างเอาไว้ ก่อนจะก้มลงรวบกระโปรงแล้วปีนขึ้นนั่งคร่อม ยังไม่ทันได้จัดท่าให้เข้าที่ ตั้งใจจะเอาแขนกันหน้าอกเอาไว้แต่ไม่ทันไร...อลันก็ออกรถกระชากจนหน้าหงาย แขนเรียวกอดรัดลำตัวของผู้ชายแน่น เพราะกลัวตกไปตาย ไม่สนใจอะไรอีกแล้ว....  

ความคิดเห็น