facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ (ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่เพจ Writer ใจดินสอ / เดือนสิบสอง)

EP.9 NC คนรู้ใจของเจ้าทัพ

ชื่อตอน : EP.9 NC คนรู้ใจของเจ้าทัพ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ธ.ค. 2563 07:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
EP.9 NC คนรู้ใจของเจ้าทัพ
แบบอักษร

เจ้าทัพ… 

ท่ามกลางเสียงดนตรีและแสงไฟหลากสีที่ส่องประกายในผับยามค่ำคืน  ทำให้ผมที่กำลังเดินตรวจตราดูความเรียบร้อยด้วยความรู้สึกเคว้งคว้าง  เหมือนมีบางอย่างขาดหายไปในตอนนี้มีอาการไม่ค่อยดีนัก  ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับผมกันแน่  รู้แค่ว่าตั้งแต่เด็กนั่นเข้ามาในชีวิตผม  ผมก็รู้สึกเหมือนมีบางอย่างเพิ่มเข้ามาแต่ก็เหมือนมีบางอย่างขาดหายไป 

  

“ทำหน้าเหมือนคนขาดของเลยนะมึง” 

เสียงไอ้ธามลูกพี่ลูกน้องของผมที่นั่งดื่มอยู่ทักขึ้น   หรือจะใช่อย่างที่มันว่าจริง ๆ เพราะช่วงนี้ผมไม่ได้ยุ่งกับใครเลย   

  

“เด็กใหม่ไม่ถึงใจหรือไง  ทำไมหน้าเหมือนคนของไม่ครบ” 

มันพูดต่อก่อนจะเขี่ยโทรศัพท์เล่นตามเดิม  ผมถอนหายใจแรง ๆ ออกมาก่อนจะเอนตัวพิงกับพนักโซฟาแล้วคิดตามมัน   

  

“ยังไม่ได้แตะเลย” 

ผมบอกมัน  ทำเอาคนที่เขี่ยโทรศัพท์เล่นถึงกับขมวดคิ้วงง 

  

“หมายความว่าไงวะ  นี่อย่าบอกกูนะว่ามึงนอนตบยุงให้เขาเฉย ๆ น่ะ  ไม่อยากจะเชื่อเลย  อย่างมึงเนี่ยนะจะปล่อยให้ใครหลุดรอด” 

มันทำหน้าไม่เชื่อในสิ่งที่ผมพูดสักเท่าไหร่ก่อนจะถามต่อ 

  

“หรือคนนี้มึงจริงจัง  กูเห็นมึงให้กูรายงานเรื่องเขาให้ฟังด้วย  ดูต่างจากคนก่อนลิบลับเลย” 

  

“จริงจังกับผีอะไรล่ะไอ้ห่า  กูเพิ่งรู้ว่าเด็กโคตร ๆ กูกินไม่ลงอะกลัวบาป” 

ผมตอบอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ก่อนจะเอื้อมมือไปเทเครื่องดื่มลงแก้วแล้วกระดกแก้เครียด 

  

“ทำบาปมาทั้งชีวิตจะมากลัวบาปอะไรตอนนี้วะ” 

  

“แล้วมึงรู้จักเขามึงก็ไม่เตือนกูหน่อยว่ายัยนั่นเป็นแค่เด็กปีหนึ่ง” 

  

“เกินสิบแปดแล้วนะมึง  น้องเขาบรรลุนิติภาวะแล้วไม่เป็นไรหรอก” 

  

“มึงเข้าใจคำว่าไม่สนิทใจป้ะ  เออตอนนี้กูกำลังเป็นแบบนั้นแหละ” 

  

“นี่กูมีเพื่อนเป็นคนดีตั้งแต่เมื่อไหร่วะ” 

มันเอียงคอถามด้วยใบหน้ากวน ๆ ก่อนจะดื่มต่อ  ผมไม่ได้พูดอะไรกับมันมากแต่ขอตัวเดินไปตรวจงานต่อเพราะมีหลายอย่างที่ต้องทำ  ถึงผมจะใกล้จบแล้วก็ใช่ว่าจะไม่อ่านหนังสือหรือหาความรู้ใส่หัว  ตอนนี้ผมต้องรีบทำงานชิ้นสุดท้ายส่งอาจารย์แล้วก็ต่อด้วยทำเรื่องขอจบให้เร็วที่สุดเพราะไม่อยากเสียเวลา 

  

“ทัพคะ” 

แต่แล้วเสียงหวาน ๆ ของใครบางคนที่ส่งยิ้มให้ผมพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้ก็ทำให้ผมต้องหันกลับไปมอง  ผู้หญิงคนนี้ผมเพิ่งเลิกต่องานให้เธอเมื่อเดือนที่แล้วเพราะเราอยู่ด้วยกันนานเกินไป  เธอเป็นคนแรกที่ผมควงนานถึงปีและผมคิดว่ามันคงไม่ดีนักถ้าจะควงเธอนานไปกว่านั้น  คนอื่น ๆ ผมควงแค่ไม่กี่เดือนก็เลิกเพราะไม่อยากผูกพัน  และยิ่งปล่อยให้อยู่นานอาจจะมีปัญหาเรื่องล้ำเส้นตามมา  ถ้าเป็นแบบนั้นแม่ผมกับคุณย่าคงไม่ปลื้มเท่าไหร่ 

  

“ว่าไง?  มาดื่มเหรอ?” 

ผมทักกลับ  คนถูกทักยกยิ้มหวานใส่ผมก่อนจะเดินเข้ามาควงแขนผมเอาไว้เหมือนกับทุกครั้งที่เธอชอบทำ  ผมไม่ปฏิเสธว่าเธอดูแลผมดีและรู้ใจผมไปทุกอย่าง  หลังจากเลิกต่องานให้เธอแล้วผมก็ยังหาใครที่ทำให้ผมมีความสุขเหมือนเธอไม่ได้อีก  จนมาเจอเด็กนั่นแต่ก็มีแววว่าจะเบื่อเด็กตั้งแต่ยังไม่เริ่มงานซะแล้วล่ะ 

  

“โซดาคิดถึงทัพจังเลยค่ะ” 

คนที่ส่งยิ้มหวานให้ผมพูดพร้อมกับซบใบหน้าลงบนแผงอกของผม  ไม่รู้ว่าเพราะเราอยู่ด้วยกันนานเกินไปหรือเปล่าเธอถึงรู้ใจผมไปทุกอย่าง  และผมก็ไม่ปฏิเสธว่ายังต้องการเธออยู่   

  

“คืนนี้มีนัดที่ไหนต่อหรือเปล่า” 

ผมกระซิบถามพร้อมกับรั้งเอวบางของเธอเข้ามาใกล้ให้หันมาสบตากัน  เจ้าของเรือนร่างเซ็กซี่กอดรอบคอผมเอาไว้พร้อมกับส่งยิ้มยั่วยวนมาให้เหมือนกับทุกครั้งที่เธอกำลังเริ่มงาน 

  

“ไม่ค่ะ  คืนนี้โซดาว่าง” 

ผมกระตุกยิ้มเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบที่ฟังแล้วลื่นหู 

  

“งั้นคืนนี้อยู่กับผมคุณคิดเท่าไหร่” 

  

“ตลอดไปไม่ได้เหรอคะทัพ  โซดายังไม่มีใครเลยนะ” 

  

“เอาไว้คืนไหนว่างเราค่อยมาเจอกันดีกว่านะ” 

ผมตอบเธอ 

  

“งั้น…  คืนนี้ให้โซดาอยู่กับทัพนะคะ  แค่ชั่วคราวก็ได้” 

  

“ได้สิ” 

  

โชคดีที่เข้ามาในห้องแล้วเด็กนั่นไม่อยู่  ผมจำได้ว่าเธอขอออกไปซื้อของกินหน้าผับตอนที่ผมลงไปตรวจงานข้างล่าง 

  

 ตุบ! 

เหมือนกับทุกครั้งที่โซดาอยู่กับผม  เธอจะเป็นคนเริ่มทุกอย่างและจบทุกอย่างเมื่อผมพอใจ  มีคนเดียวที่ผมคิดว่าต้องเป็นคนเริ่มก่อนก็คือเด็กนั่น 

  

พรึ่บ! 

ชุดเดรสสีดำน่าค้นหาถูกเจ้าของถอดทิ้งก่อนจะส่งยิ้มยั่วยวนให้ผมที่นอนมองอยู่   

  

“ทัพมีคนใหม่แล้วเหรอคะ  ทำไมถึงไม่ให้โซดากลับมา” 

เจ้าของเรือนร่างเปลือยเปล่าที่กำลังรูดกางเกงผมลงถามขึ้น  ก่อนจะขึ้นมานั่งทับช่วงล่างของผมเอาไว้แล้วปลดกระดุมเสื้อที่ผมสวมอยู่ออกอย่างชำนาญ 

  

ผมไม่ได้ตอบคำถามของเธอแต่เอื้อมมือไปเคล้นคลึงบั้นท้ายกลมกลึงคุ้นมือ  เพราะไม่อยากพูดเรื่องที่เธอเองก็น่าจะรู้คำตอบดีอยู่แล้ว 

  

“อื้ม” 

เสียงครางของผมเล็ดลอดออกมา  ทำให้คนที่กำลังซุกไซร้ใบหน้าลงตามซอกคอของผมเงยหย้าขึ้นมายกยิ้มอย่างผู้มีชัยชนะ   

  

ลิ้นเรียวชื้นแฉะของคนที่นั่งทับเบื้องล่างของผมเอาไว้ตวัดไปมาตามซอกคอและใบหูจนผมขนลุกซู่  สัมผัสที่ผมห่างหายไปแค่เดือนกว่า ๆ แต่รู้สึกเหมือนกับว่าห่างหายไปนานแสนนานทำให้ผมมีชีวิตชีวาอีกครั้ง  ร่างเซ็กซี่เคลื่อนใบหน้าลงต่ำอย่างรู้งานพร้อมกับตวัดปลายลิ้นขึ้นลงตามแผงอกและหน้าท้องจนผมร้องครางออกมาซ้ำ ๆ  

  

ใบหน้าสะสวยของคนที่ลากไล้ปลายลิ้นไปมาตามก้อนเนื้อหน้าท้องเริ่มเคลื่อนลงต่ำเรื่อย ๆ บางอย่างที่ผงาดรอวันปลดปล่อยถูกมือเรียวสวยกอบกุมเอาไว้ก่อนจะรูดขึ้นลงช้า ๆ ก่อนจะเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น  ยิ่งเธอเป็นแบบนี้ผมยิ่งรู้ว่าไม่มีใครมาแทนที่เธอได้  แต่จะให้อยู่ต่อไปก็ไม่ได้เช่นกันเพราะผมอาจถอนตัวไม่ขึ้น 

  

“อื้ม” 

โพรงปากร้อนชื้นกอบกุมเบื้องล่างของผมที่กำลังปวดหนึบเอาไว้  ก่อนจะรูดขึ้นลงช้า ๆ แล้วเร่งจังหวะอย่างที่เคยทำบ่อย ๆ   ปลายลิ้นเรียวในโพรงปากอวบอิ่มเกี่ยวรัดและตวัดขึ้นลงตรงปลายส่วนอ่อนไหว  ก่อนจะดูดดึงอย่างรุนแรงจนผมต้องนิ่วหน้าตามเพราะเริ่มทนไม่ไหว  ไม่นานนักริมฝีปากเรียวสวยก็เคลื่อนขึ้นมาตามหน้าท้องแข็ง ๆ ของผมอีกครั้งก่อนจากลากปลายลิ้นชื้นแฉะขึ้นมาบนเนินอกและวาดวนไปมาตามยอดอกที่กำลังแข็งเป็นไตอยู่ 

  

“จูบก็ไม่ได้เหรอคะ” 

เสียงยั่วยวนเอ่ยถามทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้ว  กฎของคนที่จะมาเป็นผู้หญิงของผมคือห้ามจูบผมแต่ผมกลับเป็นคนฝ่าฝืนกฎนั้นเองเมื่อเจอกับเด็กนั่น 

  

“ไม่น่าถามเลย” 

น้ำเสียงของคนที่นั่งทับผมอยู่ฟังแล้วดูเหมือนผิดหวังเล็กน้อย  เธอไม่ได้ขออะไรอีกแต่เอื้อมมือไปยังลิ้นชักข้างเตียงก่อนจะหยิบอุปกรณ์ป้องกันมาสวมให้ผมอย่างเช่นทุกครั้ง 

  

“อื้ม  อ๊ะ” 

ทันทีที่เครื่องป้องกันเข้าที่  ร่างเซ็กซี่ก็ทำหน้าที่อย่างรู้งาน  เอวเล็ก ๆ บาง ๆ ขยับขึ้นลงอย่างเชื่องช้าพร้อมกับกอบกุมอกอวบอิ่มของตัวเองเอาไว้แล้วเคล้นคลึ้งไปมาเบา ๆ  

  

มือสองข้างของผมขยับไปเคล้นสะโพกงามงอนนั้นเอาไว้อย่างมันมือ  ขณะที่เจ้าของเอวบางก็เริ่มเร่งจังหวะให้แรงขึ้นเร็วขึ้น   

  

“ทัพ  อ๊ะ  โซดาคิดถึงทัพจังเลยค่ะ” 

น้ำเสียงกระเส่า  ขาด ๆ หาย ๆ ของคนที่ขยับบนตัวผมดังขึ้นเรื่อย ๆ ความปวดหนึบของช่วงล่างทำให้ผมเองก็เริ่มส่งเสียงครวญครางออกมาเพราะพอใจในความสุขที่เพิ่งได้รับอีกครั้ง  ยิ่งเอวบางนั้นร่อนไปมาอย่างชำนาญก็ทำให้ผมรู้สึกเหมือนใกล้ถึงจุดหมาย 

  

ไม่นานนักบทรักร้อนแรงก็จบลง  หากเป็นเมื่อก่อนผมคงเป็นฝ่ายตอบแทนเธอหลังจากที่เธอส่งผมถึงจุดหมายแล้ว  แต่วันนี้ผมคงไม่ทำอย่างนั้นเพราะเธอจะได้ใจและคิดหาทางกลับมาแน่ 

  

“ทัพยังไม่ทำให้โซดาเลยนะคะ” 

เสียงหวานของคนที่รูดอุปกรณ์ป้องกันออกถามผมขึ้น  ก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างผมแล้วเกลี่ยแผงอกของผมไปมาราวกับว่ากำลังปุกปั่นอารมณ์ของผมอยู่ 

  

“เหนื่อยเหรอคะ  งั้นโซดาขอเบา ๆ ก็ได้ค่ะไม่ต้องหนักเหมือนทุกครั้ง นะ นะ” 

คนที่นอนอยู่ข้างผมพูดต่อด้วยท่าทางออดอ้อน 

  

“ผมมีงานต้องทำต่อน่ะ  คุณกลับไปก่อนนะ” 

ผมบอกเธอก่อนจะเอื้อมมือไปยังลิ้นชักข้างเตียงแล้วหยิบเงินสดจำนวนหนึ่งให้เธอ  คนถูกปฏิเสธหน้างอเล็กน้อยแต่ก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย  ทุกครั้งที่ผมจ่ายเงินให้ผู้หญิงของผม  ผมมักจะให้เป็นเงินสดเสมอ  เพราะการโอนเงินเข้าบัญชีมักจะมีร่องรอยที่ตามตัวผมได้และอาจเป็นหลักฐานทำลายผมในภายหลัง 

  

“โซดากลับแล้วนะคะ  ถ้าวันไหนทัพเหงาโทรหาโซดาได้ตลอดเลยนะ” 

เธอยังคงเป็นคนที่รู้ใจผมเหมือนเดิม  อะไรที่ผมบอกว่าไม่ก็คือไม่  ผมชอบที่เธออายุมากกว่าเลยไม่ทำตัวงี่เง่าเจ้าปัญหาและไม่ดื้อกับผม  แต่คนใหม่ที่มาอยู่กับผมนี่สิถึงจะดูเหมือนไม่มีพิษภัยและทำตัวเป็นลูกไก่ในกำมือ  แต่ผมก็เห็นแววความดื้อที่ซ่อนอยู่ในตัวซะแล้วล่ะ 

  

 สปอยด์ตอนต่อไป… 

“นี่เธอปฏิเสธฉันทั้ง ๆ ที่ฉันจ่ายเงินให้เธอแล้ว?” 

“พี่ก็ไปอาบน้ำก่อนสิคะ” 

“เสร็จแล้วฉันจะอาบ” 

“ไม่อะ  พี่สกปรก” 

“อะไรนะ?” 

“พี่เพิ่งนอนกับคนอื่นมา  เกี๊ยวขยะแขยง” 

“นี่เธอปฏิเสธฉันไม่พอยังมาบอกว่าฉันสกปรกแล้วก็น่าขยะแขยงอีกเหรอ?” 

“อี๋! พี่ออกไปก่อนเกี๊ยวจะอ้วก” 

อ้วกกก!!!! 

“เฮ้ยยย!!!  ยัยบ้าเอ้ย!” 

  

 *** ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ วันนี้มารัวตอนให้แล้วค่า เดี๋ยววันหลังจะมารัวอีกนะคะ (ถ้าตรวจคำผิดเสร็จเร็ว แฮร่) 

  

  

  

ความคิดเห็น