email-icon facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่3 : ผู้บริหารเต็มตัว

ชื่อตอน : ตอนที่3 : ผู้บริหารเต็มตัว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ต.ค. 2563 00:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่3 : ผู้บริหารเต็มตัว
แบบอักษร

ตอนที่3 : ผู้บริหารเต็มตัว

 

 

ย้อนกลับมาที่หมอไป๋ หลังจากเดินทางชั่วโมงกว่าเขาก็มาถึงบ้าน ร่างโปร่งเดินเหนื่อยๆเข้ามาในบ้าน โดยมีหลงเว่ยเดินถือของตามมาข้างหลัง

"เฮีย เรื่องที่ดินเป็นไงบ้าง พี่ธันยอมขายที่ต่อให้เฮียมั้ย?" เฟยหยางเอ่ยถามผู้เป็นพี่ทันทีที่เห็นอีกฝ่ายเดินเข้ามาในบ้าน หน้าหล่อแสดงความกังวลออกมาอย่างเห็นได้ชัด เพราะรู้อยู่แล้วว่าสองคนนี้ไม่ถูกกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เจอกันเมื่อไหร่ก็มีเรื่องให้ทะเลาะกันตลอด จึงทำให้เขากังวลว่าทั้งสองจะมีเรื่องกันอีก

"อืม มันยอมขายให้ละ อ่ะ..นี่สัญญา" หมอหนุ่มตอบพร้อมยื่นซองเอกสารสำคัญให้น้องชาย

"เอามาให้ผมทำไมเฮีย โรงพยาบาลเป็นของเฮียนะ เฮียก็ต้องเก็บไว้เองสิ" เฟยหยางปฏิเสธที่จะรับ ก่อนจะดันมันคืนให้ผู้เป็นพี่

"แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่ไง แกเก็บไว้เถอะ เฮียจะได้สบายใจ"

"เฮีย! จะตอนนี้หรือตอนไหนยังไงโรงพยาบาลก็ต้องเป็นของเฮียอยู่ดีนะ เฮียเก็บไว้เถอะ แล้วอีกอย่างเดือนหน้าเฮียอายุครบ28 แล้วด้วย" เฟยหยางบอกกลับ

 

"แต่เฮียรับไว้ไม่ได้จริงๆหยาง แค่เฮียมีทุกวันนี้ได้ มีชีวิตความเป็นอยู่สุขสบายขนาดนี้ เฮียก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว แกยอมเซ็นรับโรงพยาบาลคืนเถอะนะ แล้วให้เฮียช่วยบริหารก็ได้" หมอหนุ่มบอกกลับด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เพราะรู้สึกว่าสิ่งที่ตนเองได้รับมันมากเกินไป แค่ที่ผ่านมาเขาไม่ต้องใช้ชีวิตลำบากลำบน แค่นี้ก็รู้สึกขอบคุณมากแล้ว แต่พ่อของหยางดันมาเขียนพนัยกรรมยกโรงพยาบาลให้เขาอีกนี่สิ เขาจึงรู้สึกว่ามันมากเกินไป มากเกินไปสำหรับลูกบุญธรรมที่ถูกรับมาเลี้ยงอย่างเขา

"อีกแล้วนะเฮีย ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าเฮียสมควรได้รับมัน ที่ป๊ายกโรงพยาบาลให้เฮียเพราะคิดว่าเฮียคู่ควรกับมันและดูแลมันได้นะ แต่ถ้าเฮียยังปฏิเสธไม่ยอมรับมันอยู่อย่างงี้ละก็ ผมจะขายมันให้คนอื่นซะ" เมื่ออีกฝ่ายเอาแต่ปฏิเสธ เฟยหยางจึงยื่นคำขาด เพราะตั้งแต่ครั้งแรกที่เปิดอ่านพินัยกรรม หมอไป๋ก็ปฏิเสธที่จะรับมันมาโดยตลอด ทั้งที่เขาเองก็คอยบอกตลอดว่าอีกฝ่ายเหมาะสมและคู่ควรที่จะเป็นเจ้าของโรงพยาบาล แต่หมอไป๋ก็เอาแต่บอกว่ามันมากเกินไป

 

"ไม่ได้นะ ป๊าสร้างมันมาด้วยความยากลำบาก แกจะขายมันให้คนอื่นไม่ได้เด็ดขาด" หมอไป๋ตาโตเมื่อได้ยินแบบนั้น เขารีบท้วงขึ้นมาทันที เพราะไม่อยากให้เฟยหยางขายมันให้ใคร

"ถ้างั้นเฮียก็ต้องเซ็นรับมันไว้ ไม่งั้นผมขายทอดตลาดจริงๆแน่" เฟยหยางพูดขู่ น้ำเสียงเขาดูจริงจังเหมือนกำลังบ่งบอกอีกฝ่ายว่าเขาทำจริงแน่ หมอหนุ่มถึงกับคิ้วขมวดเมื่อได้ยินแบบนั้น เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจตอบตกลงในที่สุด

"ก็ได้ เฮียยอมรับมันไว้ก็ได้"

"ก็แค่เนี้ย! ยอมรับไว้ตั้งแต่แรกก็จบ" มาเฟียหนุ่มบอกกลับอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะลุกไปหยิบซองเอกสารบางอย่างออกมาจากตู้เซฟ

 

"อ่ะเฮีย เซ็นให้ผมด้วย" มาเฟียหนุ่มบอกยิ้มๆพร้อมกับยื่นซองที่ว่ามาให้หมอไป๋

"อะไร เซ็นอะไร" หมอหนุ่มถามทั้งที่ยังไม่ได้เปิดอ่าน มือสวยค่อยๆเปิดซองและดึงเอกสารข้างในออกมาช้าๆ ก่อนตาสวยจะต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่ามันเป็นเอกสารรับมอบโรงพยาบาลที่เฟยหยางเอาเตรียมไว้ตั้งนานแล้ว

 

"ไม่ใช่ตอนนี้สิ เฮียยังอายุไม่ครบ 28 เลยนะ" หมอหนุ่มทักท้วง ก่อนจะรีบยื่นเอกสารคืนให้เฟยหยาง

"อีกแค่เดือนเดียวเอง เซ็นๆไปเถอะเฮีย จะวันนี้หรือเดือนหน้าเฮียก็ต้องเซ็นอยู่ดีปะ อ่ะ...รีบเซ็นซะ" มาเฟียหนุ่มบอกกลับพร้อมยื่นปากการาคาแพงมาให้

"แต่เฮียว่า..."

"ไม่มีแต่ครับ รีบเซ็นเลยเฮีย" หมอหนุ่มทำท่าจะปฏิเสธ แต่ถูกอีกฝ่ายพูดตัดบทขึ้นมาซะก่อน พร้อมกับรบเร้าให้เขาลงมือเซ็นเร็วๆ

"เออๆ เซ็นก็เซ็น" แล้วสุดท้ายหมอหนุ่มผู้แสนดีก็ต้องฟ่ายแพ้ให้กับการตื้อของน้องชาย

 

"อ่ะ พอใจแกรึยัง" หมอไป๋บอกพร้อมส่งเอกสารคืนให้ชายหนุ่ม เฟยหยางเผยยิ้มกว้างออกมาอย่างพึงพอใจ ก่อนจะรับเอกสารกลับไปแล้วเอาไปเก็บมันไว้ในตู้เซฟเหมือนเดิม

"ครับ พอใจมาก แค่นี้ทุกอย่างก็เป็นไปตามความต้องการของป๊าแล้ว" มาเฟียหนุ่มบอกยิ้มๆ ก่อนจะเอนตัวลงบนโซฟาตัวนุ่มอย่างสบายใจ หมอไป๋เองที่เดินทางกลับมาเหนื่อยๆจึงหันหลังเตรียมจะไปพักผ่อนบ้าง แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อจู่ๆเฟยหยางก็ถามขึ้นมา

 

"เอ่อเฮีย แล้วทำไมพี่ธันถึงยอมขายที่คืนให้เฮียง่ายๆล่ะ ไม่ใช่ว่าเขาเองก็อยากได้เหรอ"

"...."

หมอไป๋เงียบไม่รู้จะตอบน้องชายยังไงดี ถ้าบอกตรงๆว่าโดนมันแกล้งก็คงไม่ได้ เพราะเฟยหยางได้เดือดแล้วตามไปเอาเรื่องมันแน่ๆ และสุดท้ายก็ต้องมาทะเลาะกันจนเรื่องบานปลายอีก หมอหนุ่มจึงตัดสินใจไม่บอกความจริง เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย

"ไม่รู้เหมือนกัน สงสัยมันเจอที่ใหม่มั้ง"

"อ่าวเหรอ งั้นก็ดีแล้วล่ะ เฮียจะได้ไม่ต้องลำบากหาที่ใหม่ให้เสียเวลาไง"

"อืม งั้นเฮียไปพักก่อนนะ นั่งเครื่องมาปวดหัวมากเลย" หมอหนุ่มบอกเสียงเรียบ ก่อนจะเดินออกจากห้อง ทำงานของเฟยหยางไป มาเฟียหนุ่มพยักหน้ารับรู้ แล้วปล่อยให้อีกฝ่ายได้ไปพัก

 

"เฮ้อ...คิดว่าทะเลาะกันจนเป็นเรื่องเป็นราวซะละ แต่ก็ดีที่ไม่ได้เป็นย่างที่เราคิด" เฟยหยางพึมพำกับตัวเองอย่างโล่งอก โดยที่ไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ตนเองกังวลนั้นเกิดขึ้นแล้ว

 

.....

 

 

ทางฝั่งของธันวา หลังจากที่เดินทางมาถึงกรุงเทพ เขาก็มุ่งตรงไปยังบริษัททันที เพราะถูกผู้เป็นพ่อกำชับว่าต้องไปร่วมประชุมในการเปิดตัวผู้บริหารคนใหม่ของบริษัทให้ได้ และทันทีที่ร่างสูงปรากฏตัว เหล่าพนักงานทั้งชายหญิงต่างตกตะลึงในความหล่อของเขา ไม่ว่าจะเป็นส่วนสูงที่เกินมาตรฐานชายไทย หรือใบหน้าคมที่ดูหล่อจนไร้ที่ติ ผิวพรรณขาวผ่องเหมือนคนไม่เคยโดนแดด และแน่นอนว่าไม่มีใครไม่รู้จักเขา ธันวา อภิพงษ์สกุล ลูกชายคนโตของท่านประธานใหญ่กับคุญหญิงนรินทิพย์ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศ และธันวาถือว่าเป็นนักธุรกิจหนุ่มหน้าใหม่ไฟแรงที่ของสาวๆทั้งประเทศต่างก็หมายปอง

ธันวาไม่ได้มีดีแค่หน้าตาและฐานะเท่านั้น แต่ความสามารถและเสน่ห์ที่น่าหลงไหลของเขาเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาทุกคน เขาจึงเป็นผู้ชายที่น่าค้นหามากคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ และอีกเรื่องที่ทุกคนต่างรู้ดีคือ ธันวายังไม่เคยมีคนรักจริงๆสักคน เพราะฉะนั้นนี่จึงเป็นอีกเรื่องที่ท้าทายให้เหล่าสาวๆต่างเข้าหาเขา เพื่อหวังจะได้เป็นรักแรกของชายหนุ่มผู้เพียบพร้อม แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีใครเข้าตาเขาเลยสักคน หรือเรียกง่ายๆว่ายังไม่เจอคนที่ถูกใจมากกว่า

 

 

"สวัสดีครับทุกคน ผมธันวา อภิพงษ์สกุล หรือเรียกสั้นๆว่าธันก็ได้ครับ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปผมจะมาบริหารงานที่นี่ มีอะไรแนะนำผมได้เลยนะครับ" ธันวาแนะนำตัวกับพนักงานทุกคนอย่างสุภาพ ใบหน้าหล่อคมกำลังยิ้มให้ทุกคนอย่างเป็นมิตร สาวๆต่างจ้องมองเขาตาไม่พริบ บางคนถึงขั้นกรีดร้องในใจอย่างบ้าคลั่ง เพราะธันวาเปรียบเสมือนชายในฝันที่ไม่ว่าใครก็ต้องหลงไหล

เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วห้องประชุม พนักงานทุกคนต่างยิ้มแย้มและยินดีที่มีผู้บริหารหนุ่มมาบริการกิจการที่นี่ เพราะที่ผ่านมาท่านประธานใหญ่อย่างพ่อของธันวาจะเป็นคนบริหารเอง แต่ท่านต้องไปๆมาๆกรุงเทพเชียงใหม่เสมอ เพราะไม่ไว้ใจให้ใครมาบริหารงานแทนนอกจากลูกชาย แต่วันนี้ท่านไม่ต้องลำบากบินไปกลับให้เสียเวลาอีกแล้ว เพราะลูกชายคนโตอย่างธันวายอมมาบริหารงานแทนเขาอย่างเต็มตัวแล้ว

 

ข่าวนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ของวันทันที เมื่อนักข่าวต่างให้ความสนใจเรื่องนักธุรกิจหนุ่มขวัญใจสาวๆอย่างธันวา เพราะธันวาได้รับความนิยมในหมู่สาวๆมาก

และแน่นอนว่าทั้งเวลและเฟยหยางต่างก็รับรู้เรื่องนี้แล้ว เพราะไม่ว่าสื่อโทรทัศน์หรือสื่อในโซเซียลมีเดีย ต่างลงข่าวเรื่องนี้กันให้กระหน่ำ เรียกได้ว่ากลายเป็นข่าวดังไปเลยก็ว่าได้

คงจะมีแต่หมอไป๋ที่ยังไม่รับรู้เรื่องนี้ เพราะกำลังยุ่งวุ่นวายกับการวางแผนสร้างโรงพยาบาลของตนในอีกสองอาทิตย์ เขาจึงต้องประสานงานและมอบหมายงานให้ทุกฝ่ายทำงานกันอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นและเพื่อดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด หมอหนุ่มจึงไม่ได้สนใจโซเชียลมีเดียเลย

 

 

ร่างสูงของธันวาเดินสำรวจห้องทำงานของตัวเองอย่างอารมณ์ดี ขายาวเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าต่างบานใหญ่ พลางนึกถึงจุดประสงค์หลักที่ทำให้เขายอมมาบริหารงานที่นี่ ใบหน้าหล่อเผลอยิ้มออกมาอย่างลืมตัว เมื่อนึกถึงใบหน้าหวานของชายหนุ่มที่ทำให้หัวใจเขาปั่นป่วน ทุกครั้งที่เจอหมอไป๋เขามักจะรู้สึกตื่นเต้นเสมอ ถึงปากจะชอบกวนประสาทให้หมอหนุ่มอารมณ์เสียตลอด แต่ใจกลับรู้สึกดีเวลาได้อยู่ใกล้ชิด ชายหนุ่มไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไร แต่ทุกครั้งที่มีโอกาสเขาก็ไม่เคยพลาดที่จะพาตัวเองเข้าไปอยู่ในชีวิตของอีกฝ่ายเสมอ

 

 

'ตู๊ด..ตู๊ดด..ตู๊ดดดด'

ร่างสูงหลุดจากภวังค์เมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น มือแกร่งล้วงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาดูว่าเป็นใคร ก่อนจะกดรับสาย

"ฮัลโหล ว่าไงเวล"

"[พี่ธัน นี่พี่มากรุงเทพตั้งแต่เมื่อไหร่อ่ะ แล้วพี่จะมาอยู่กรุงเทพเลยเหรอ พ่อให้พี่มาบริหารงานที่นี่จริงๆใช่มั้ย]" ปลายสายรัวคำถามใส่เขาทันทีที่รัยสาย เวลเหมือนตกใจที่รู้ว่าเขามากรุงเทพ เพราะรู้ดีว่าเขาไม่ชอบความวุ่นวายของกรุงเทพสักเท่าไหร่

"เวล ใจเย็นๆ แกถามรัวขนาดนี้ฉันจะตอบทันมั้ยเนี่ย"

"[ก็ผม...ผมแค่อยากรู้นิ สรุปว่าไงครับ พี่จะมาอยู่กรุงเทพจริงๆใช่มั้ย]"

"อืม ฉันย้ายมาบริหารงานที่นี่ถาวรละ แต่แกไม่ต้องกลัวฉันไปหาเรื่องผัวแกหรอกนะ เพราะฉันไม่ได้อะไรกับมันแล้ว ยุ่งไปก็เสียเวลาเปล่า สู้ไปทำอย่างอื่นดีกว่า" ธันวาบอกกลับอย่างรู้ทัน เพราะแค่ฟังน้ำเสียงเขาก็รู้แล้วว่าเวลกำลังร้อนรนขนาดไหน

"[ผะ...ผมยังไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย]" เวลชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินแบบนั้น ไม่คิดว่าพี่ชายจะรู้ว่าเขากำลังคิดอะไร และก็จริงอย่างที่ธันวาพูด ที่เขารีบโทรมาหาเพราะกลัวพี่ชายจะตามมาหาเรื่องเฟยหยางจริงๆนั่นแหละ

"หึ แค่ได้ยินน้ำเสียงของแก ฉันก็รู้แล้วมั้ย"

"ก็พี่ชอบหาเรื่องหยางไง ผมก็ต้องกลัวสิ แต่พอได้ยินพี่พูดแบบนี้ผมค่อยสบายใจหน่อย" เวลบอกลับอย่างโล่งอก เมื่อนึกถึงคำพูดเมื่อครู่ของพี่ชาย

"เออ หวงกันเข้าไป ทำอย่างกับฉันเป็นตัวร้ายอย่างงั้นแหละ" ธันวาบ่น

"นี่พี่ไม่รู้ตัวเลยเหรอ ว่าพี่ดูร้ายยิ่งกว่าตัวร้ายในละครซะอีก ฮ่าๆ" เวลหลอกด่าพี่ชายอย่างขบขำ ก่อนจะหลุดหัวเราะร่าออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ซึ่งนั่นก็ทำให้ร่างสูงโกรธไม่น้อย

"นี่แกหลอกด่าฉันเหรอเวล เดี๋ยวเถอะ!" ธันวาว่าให้เวลอย่างคาดโทษ

"ผมโทรมาถามแค่นี้แหละ บายครับพี่ชาย ฮ่าๆ" ไม่ทันที่ธันจะได้ต่อว่าอะไรต่อ เวลก็ชิงตัดสายไปซะแล้ว

 

"ไอ้น้องเวร! เห็นผัวดีกว่าพี่ตัวเอง เหอะ ถ้าวันไหนทะเลาะกันขึ้นมาฉันจะสมน้ำหน้าให้" ธันวาสบถด่าน้องตัวเองอย่างหัวเสีย เพราะตั้งแต่คบกับเฟยหยาง น้องชายตัวดีของเขาก็หลงอีกฝ่ายจนโงหัวไม่ขึ้น ตัวติดกันแทบจะตลอด ยิ่งในโซเชียลนี่ไม่ต้องพูดถึง ขยันอวดความหวานกันจนเขารู้สึกหมั่นไส้

แล้วไหนจะพ่อกับแม่บังเกิดเกล้าของเขาอีก ตั้งแต่ยอมรับมาเฟียหนุ่มได้ ทั้งสองก็เข้าข้างอีกฝ่ายตลอด เขาทำอะไรนิดอะไรหน่อยให้ลูกเขยตัวดีไม่ได้เลย โดนด่าตลอด นี่เขากลายเป็นหมาหัวเน่าที่ใครๆก็ไม่ต้องการแล้วงั้นเหรอ น่าโมโหชะมัด ธันวานึกในใจด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง

 

ร่างสูงเดินออกจากห้องด้วยอารมณ์หงุดหงิด ตอนนี้เขารู้สึกอยากพักผ่อนมาก พนักงานทุกคนต่างก้มหัวให้เวลาเขาเดินผ่าน แต่ชายหนุ่มไม่ได้สนใจใครเลยสักนิด หน้าหล่อกำลังแสดงสีหน้าเคร่งเครียดจนไม่มีใครกล้าทัก จนในที่สุดธันวาก็ขับรถมาถึงบ้าน เขาทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างเหนื่อยล้า มือแกร่งดึงเนทไทออกจากคอหลวมๆ ก่อนจะข่มตาลงช้า และไม่นานร่างสูงก็เข้าสู่ห้วงนิทรา อกแกร่งกระเพื่อมเข้าออกตามจังหวะการหายใจ นั่นแสดงให้เห็นว่าชายหนุ่มได้หลับสนิทไปแล้ว

 

.....

 

ทางฝั่งของเวล หลังจากที่เขาคุยกับพี่ชายเสร็จ ก็โทรบอกคนรักอย่างเฟยหยางทันที เฟยหยางโล่งใจมากเมื่อเวลบอกว่าธันวาจะไม่มายุ่งวุ่นวายกับพวกเขา แต่เขากลับกังวลว่าอีกฝ่ายจะไปวุ่นวายกับพี่ชายเขาแทน เพราะทุกครั้งที่สองคนนี้เจอกัน ทั้งคู่มักจะมีเรื่องให้ทะเลาะกันตลอด จนบางทีเขาเองก็สงสัยว่าไปเกลียดกันมาตั้งแต่ชาติปางไหน

 

"เวล พี่ธันบอกจะไม่มายุ่งกับพวกเราแล้วจริงเหรอ" มาเฟียหนุ่มเอ่ยถามคนรักด้วยความสงสัย เพราะเขายังไม่มั่นใจว่าอีกฝ่ายจะทำอย่างที่พูดจริงๆ

"อืม ก็พี่ธันบอกกูแบบนั้นอ่ะ" เวลบอกกลับอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะโอบกอดคนรักที่นอนบนเตียงกว้างด้วยความรักใคร่ เพราะทั้งสองเพิ่งผ่านบทรักเร่าร้อนกันมาเมื่อไม่กี่นาทีก่อน

"ถ้าเป็นแบบนั้นมันก็ดี แต่กูกลัวพี่ธันจะไปยุ่งกับคนอื่นน่ะสิ" มาเฟียหนุ่มบอกคนในอ้อมกอดด้วยน้ำเสียงกังวล หน้าหล่อคิ้วขมวดจนหน้ายุ่งไปหมด

"มึงหมายถึงใคร"

"ก็พี่หมอของเวลไง ไม่รู้ว่าป่านี้รู้เรื่องรึยัง เห็นบอกช่วงนี้ยุ่งๆเรื่องสร้างโรงพยาบาล สงสัยโหมงานหนักจนไม่กลับมานอนบ้านแหง สื่อโซเชียลนี่ไม่ต้องพูดถึง"

"อืมจริงด้วย แล้วเราจะเอายังไงกันดี พี่ธันยิ่งเป็นคนชอบเจ้าคิดเจ้าแค้นด้วยสิ ถ้าสองคนนี้มาเจอกันต้องระเบิดลงแน่ๆ" เวลบอกลับด้วยสีหน้ากงวลไม่แพ้กัน เพราะรู้ดีว่าธันวาเป็นพวกกัดแล้วไม่ปล่อย เวลาได้มีเรื่องกับใครมันเลยไม่มีทางที่เขาจะจบลงง่ายๆ

"เฮ้อออ...อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด หวังแค่ว่าทุกอย่างจะไม่แย่อย่างที่เราคิด" มาเฟียหนุ่มถอนหายใจอย่างปลดปลง

"อืม ก็คงต้องเป็นแบบนั้นแหละ นอนเถอะ พรุ่งนี้มึงมีงานเช้านิ" เวลบอกคนรักด้วยความเป็นห่วง

"ครับเมีย น่ารักแบบนี้ผัวคนนี้จะไปไหนรอดครับ" คนหล่อบอกยิ้มๆพร้อมกับบีบจมูกคนรักเบาๆ เวลที่จู่ๆก็โดนชมถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว หน้าเนียนขาวก็ค่อยๆขึ้นสีแดงระเรื่ออย่าางเห็นได้ชัด จนคนมองอย่างเฟยหยางรู้สึกมันเขี้ยว จนอยากจับฟัดอีกฝ่ายให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

"บ้า! นอนได้แล้ว กูง่วง" เวลบอกกลับอย่างเขินๆก่อนจะหันหน้าหนีไปอีกฝั่ง แต่ก็ไม่วายถูกร่างแกร่งดึงเข้าไปกอดจนหลังแนบกับอกแกร่ง ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นไม่น้อย

"ฝันดีครับ จู๊บ!" มาเฟียหนุ่มกระซิบบอกคนรักด้วยความรักใคร่ ก่อนจะก้มลงจูบแก้มเนียนขาวเบาๆหนึ่งที ร่างบางเองก็แอบยิ้มเขินอยู่ในอ้อมกอดของเฟยหยาง ก่อนทั้งสองจะข่มตานอนพร้อมกัน และใช้เวลาเพียงไม่นานทั้งสองก็หลับไปในที่สุด

 

 

 

To be continued....

มาแล้วค่ะ รอนานกันมั้ย ขอโทษที่ทำให้รอนานนะคะ ช่วงนี้เค้าไม่ค่อยว่างเลยจริงๆ นี่พยายามมาลงให้ตามสัญญาแล้ว ขอบคุณทุกคนที่ยังติดตามน้ะ หวังว่าจะไม่ทิ้งกันไปไหนนะคะ รักทุกคนค่ะ 🙏💕💕

 

 

 

ความคิดเห็น