facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ (ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่เพจ Writer ใจดินสอ / เดือนสิบสอง)

ชื่อตอน : EP.6 ลังเล

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ต.ค. 2563 07:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.6 ลังเล
แบบอักษร

เจ้าทัพ… 

“ไม่มีเรียนหรือไง  ทำไมมีเวลามาทำงาน” 

ผมหันไปถามคนข้าง ๆ ขณะกำลังขับรถอยู่  ที่จริงผมรู้อยู่แล้วแหละว่าเธอทำเรื่องดรอปเรียนไว้  เพราะข่าวลือของครอบครัวเธอนั้นดังไปทั่วมหาลัย  ผมมีทั้งเพื่อนและรุ่นน้องรวมถึงคนรู้จักเรียนที่เดียวกันกับเธอ  ก็เลยได้รู้อะไรเกี่ยวกับเธอมาบ้างเพราะฝากพวกนั้นช่วยตามข่าวเธอให้ 

  

“ทำเรื่องดรอปไว้ค่ะ  ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม” 

เธอตอบทั้ง ๆ ที่นั่งก้มหน้าก้มตาไม่ยอมสบตากับผม  ไม่รู้เพราะกลัวผมหรือโกรธที่ผมไม่ยอมให้เธอทำงานด้วยตั้งแต่วันนั้นกันแน่   

  

เด็กนี่ผมเห็นเธอครั้งแรกตอนถ่ายแบบด้วยกันแล้วเกิดอยากได้ขึ้นมา  ไม่รู้ว่าเป็นเพราะท่าทางของเธอที่เหมือนกลัวผมวันนั้นหรือเปล่าเลยทำให้ผมสนใจในตัวเธอและอยากได้เธอมาประดับเตียง  ยิ่งรู้ว่าเธอเป็นคนในครอบครัวของคนที่ผมเพิ่งจะส่งคนไปสั่งสอนแล้ว  ก็รู้สึกว่าต้องดูแลเธอระหว่างที่เธอใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกคนเดียวโดยไร้ครอบครัว  เธอยังเด็กเกินไปที่จะอยู่คนเดียวเพราะงั้นอยู่กับผมน่าจะปลอดภัยกว่า  หึหึ 

  

“พรุ่งนี้กลับไปเรียนซะ” 

ผมบอกเธอทั้ง ๆ ที่สายตายังจับจ้องไปที่ถนน  นี่คงเป็นเหตุผลที่เธอไปหาผมที่ผับแล้วคุยเรื่องนั้นสินะ  ครั้งแรกก็คิดว่าเป็นแผน  ที่ไหนได้ก็หาค่าเทอมจริง ๆ  แต่มันเป็นการหาที่ผิดวิธีไปหน่อย 

  

“แต่ว่าค่าเทอม…” 

คนข้าง ๆ หันมามองด้วยสีหน้าลังเลก่อนจะเงียบไปเมื่อผมหันไปสบตาเข้า 

  

“เดี๋ยวไปจ่ายให้” 

  

“แล้วของที่อยู่ห้องนั้นล่ะคะ  เกี๊ยวต้องกลับไปเอานะ” 

  

“เดี๋ยวให้คนไปเอามาให้” 

  

“อ่อ  ขอบคุณค่ะ” 

  

เราสองคนเดินทางมาถึงที่พักของผม  ซึ่งก็คือผับที่ผมเป็นหุ้นส่วนกับเพื่อนสนิทพ่อ  แต่ตอนนี้ทุกคนวางมือไปหมดแล้ว  มีแค่ผมเท่านั้นที่ดูแลอยู่คนเดียวระหว่างรอลูกชายของหุ้นส่วนบรรลุนิติภาวะและเข้าออกผับได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย   

  

“เกี๊ยวต้องอยู่ที่นี่กับพี่เหรอคะ” 

คนที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามหลังผมมาหลังจากลงรถถามเสียงเบา  ทีตอนนี้ล่ะทำท่าเหมือนกลัวแต่วันนั้นล่ะใจกล้าเดินเข้ามาคนเดียว 

  

“บอกไปแล้ว” 

ผมตอบเธอแบบไม่หันไปมองก่อนจะเดินเข้าไปด้านใน  ผมไม่ค่อยชอบพูดอะไรเยอะหรือพูดอะไรหลายครั้งกับคนที่ไม่ได้สนิทกันเท่าไหร่  มีคนที่ทำให้ผมพูดมากได้แค่ไม่กี่คนหรอกแต่คงไม่ใช่เด็กนี่ 

  

หลังจากที่ผมพาเธอมาส่งถึงที่พักแล้ว  ผมก็รีบไปจัดการธุระของตัวเองต่อ  แต่กว่าจะกลับถึงผับก็ดึกพอสมควร  พอเดินเข้ามาในห้องก็นึกบางอย่างได้ว่ามีใครบางคนรออยู่และเด็กนั่นอาจจะยังไม่ได้กินอะไร  แต่แล้วกลิ่นหอมของอาหารที่โชยออกมาจากในครัวก็ทำให้ผมต้องถอยกลับเข้าไปดู 

  

“พี่กลับมาแล้วเหรอคะ” 

เสียงหวาน ๆ ของใครบางคนในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นเงยหน้ามาถาม  ขณะที่เจ้าตัวกำลังปรุงบางอย่างในถ้วยใบใหญ่ตรงหน้า  เดินเข้าไปถึงได้รู้ว่าเป็นเกี๊ยวน้ำ 

  

“เกี๊ยวลงไปซื้อของกินหน้าผับมาค่ะ  แต่ไม่ได้ซท้อมาเผื่อพี่นะตังไม่พอ” 

คนตรงหน้าพูดต่อขณะที่สายตายังคงจับจ้องไปที่ชามใบโต 

  

“ก็คิดว่าจะอดตายซะแล้ว” 

ผมนั่งลงฝั่งตรงข้ามเธอพร้อมกับมองใบหน้าขาวเนียนไร้เครื่องสำอางอย่างพินิจพิเคราะห์  ก่อนจะเหลือบมองของกินตรงหน้าที่มือเล็กเรียวกำลังคนให้เครื่องปรุงเข้ากัน 

  

“พี่กินมั้ยคะ” 

คนตรงหน้าเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผม  ก่อนจะนั่งลงอย่างรอคอยคำตอบ   

  

“ไม่อะ  ไม่ชอบกินเก๊ยว” 

  

“อ่อค่ะ  งั้นเกี๊ยวกินเลยนะคะ” 

  

“แต่ถ้าเกี๊ยวที่เป็นคนก็อยากลองอยู่เหมือนกัน” 

  

“…” 

คนที่กำลัวตักเกี๊ยวเข้าปากชะงักเล็กน้อยก่อนจะหลุบตาลงแล้วก้มหน้าก้มตาสนใจของกินอย่างเงียบ ๆ  ผมไม่ได้ชวนเธอคุยอะไรต่อแต่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ตรงนั้น  ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงต้องนั่งตรงนั้น 

  

“จะไม่เสียใจหรือไงที่เลือกเดินทางนี้” 

อยู่ ๆ ผมก็ถามในสิ่งที่ไม่ควรจะถามขึ้น  แต่ก็อดไม่ได้เพราะเธอยังเด็กมาก 

  

“ก็มีบ้างค่ะ  แต่เลือกแล้วก็ต้องยอมรับ  เพื่อนของเกี๊ยวแนะนำให้ปลอบใจตัวเองไปว่าเหมือนมีแฟน  ถ้าพี่ไม่ต่องานก็คิดซะว่าแฟนบอกเลิก” 

  

“…” 

ผมไม่ได้ถามอะไรต่อแต่นั่งมองคนตรงหน้าเขี่ยเกี๊ยวคำสุดท้ายในถ้วยไปมาราวกับเจ้าตัวกำลังคิดอะไรอยู่  แต่ถ้าคิดดี ๆ เด็กนี่เพิ่งขึ้นปีหนึ่งก็อารมณ์ประมาณเด็กเพิ่งจบมอปลาย  อายุยังไม่ถึงยี่สิบด้วยซ้ำ  ผมยกเลิกตอนนี้ทันมั้ยวะไม่ค่อยสบายใจเลย 

  

“แต่เกี๊ยวจะทำงานกับพี่แค่คนเดียวนะคะ  เกี๊ยวตั้งใจไว้แล้ว” 

เหมือนเธอจะคิดอะไรออกจึงพูดต่อพร้อมกับเงยหน้ามาสบตาผมที่กำลังนั่งฟังอยู่ 

  

“เกี๊ยวจะพยามเก็บเงินตอนที่อยู่กับพี่ไว้เยอะ ๆ เผื่อว่าวันไหนพี่เบื่อเกี๊ยวแล้วไม่ต่องาน  เกี๊ยวจะได้มีเงินตั้งตัวจนกว่าจะเรียนจบ  ตอนนั้นคงทำงานพิเศษเพิ่มบ้างแต่เกี๊ยวจะไม่กลับมาทำแบบนี้อีก” 

เธอสบตากับผมด้วยแววตาที่ทำให้ผมนั้นรู้สึกวูบไหวเล็กน้อย  ก่อนจะหลุบตาลงสนใจของกินของตัวเองต่อ 

  

“พี่ให้เกี๊ยวเริ่มงานเลยมั้ยคะ  เดี๋ยวเกี๊ยวล้างจานเสร็จแล้วจะตามเข้าไป” 

คนตรงหน้าตักเกี๊ยวคำสุดท้ายเข้าปากพร้อมกับลุกขึ้น  แต่แล้วอยู่ ๆ ผมก็โน้มใบหน้าลงไปทาบจูบบนริมฝีปากเนียนนุ่มของเธอ  ก่อนจะสอดแทรกปลายลิ้นเข้าไปฉกเกี๊ยวในปากเธอออกมาเคี้ยวต่อ   

  

คนถูกกระทำไม่ได้พูดอะไรแต่มองผมด้วยแววตาวูบไหวราวกับตกใจเพราะไม่ทันตั้งตัว  เนื้อตัวเธอสั่นเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ขัดขืน  ตอนนี้ผมอยากบอกให้เธอออกไปจากที่นี่เพราะไม่อยากให้เธอเดินทางผิด  แต่คิดอีกมุมผมก็กลัวว่าเธอจะไปทำแบบนี้กับคนอื่น  ซึ่งผมที่มองเธอไว้ก่อนคงยอมไม่ได้  และที่สำคัญผมทำให้เธอต้องโดดเดี่ยวไร้ครอบครัว  ผมต้องรับผิดชอบเธอ 

  

“ฉันชอบเกี๊ยวร้านนี้นะ  อร่อยดี” 

ผมพูดกับเธอเสียงแผ่วทั้งที่มือทั้งสองข้างยังประคองใบหน้าสดสวยเอาไว้  ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ผมอยากดูแลใครสักคนขึ้นมา  แต่ผมก็คิดว่ามันคงเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบหรืออารมณ์แปรปรวนเพราะเพิ่งเคยเล่นกับเด็กครั้งแรก  มันคงแปลกใหม่จนทำให้สมหวั่นไหวและคิดอะไรไร้สาระขึ้นมา 

  

“วันนี้ฉันมีงานต้องทำ  เอาไว้วันหลังเราค่อยมาเริ่มกัน” 

ผมบอกเธอก่อนจะปล่อยใบหน้าสวยหวานให้เป็นอิสระแล้วเดินกลับเข้าห้องไป  ทั้งที่ความรู้สึกต้องการนั้นยังคงอยู่  และก็เหมือนกับว่ามันกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนรู้สึกทรมาน 

  

*** วันนี้มีนัดถอนฟันแล้วก็ดึงฟันค่ะ  ถ้าไม่ปวดมากพรุ่งนี้จะมาลงรัว ๆ นะคะ   

ความคิดเห็น