ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 5

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ต.ค. 2563 10:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
5
แบบอักษร

รถแล่นออกมาตามเส้นทางหลวงราวสี่ชั่วโมงโดยไม่มีการพูดคุยกัน แรก ๆ ปานอัปสรเป็นฝ่ายชวนเขาคุยแต่ดูท่าว่าจะไม่เป็นที่สบอารมณ์ของคนที่นั่งขับรถหน้าเครียดอยู่ หล่อนจึงเลิกราไปเอง  หันมาให้ความสนใจกับสมาร์ทโฟนในมือแทน  จนกระทั่งแบตฯหมดเริ่มจะง่วง ก็พอดีกับที่ชายหนุ่มแวะเข้าปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่พอดี 

“คุณอลัน  กระเป๋าฉันจะหายไหมอ่ะ” ปานอัปสรมีปัญหาอีกจนได้  เมื่อลงจากรถแล้วเหลือบเห็นกระเป๋าสัมภาระนอนแอ้งแม้งล่อตาอยู่ท้ายรถ 

“กลัวหายก็นั่งเฝ้าไว้สิ” อลันตอบกลับมาโดยไม่เหลียวหลัง  เดินตรงดิ่งไปที่ร้านกาแฟ 

“นี่คุณ...ฉันจะไปเข้าห้องน้ำ...ฮึ๊ย....” ปานอัปสรขัดใจ  ถ้าไม่แวะก็ไม่รู้สึกอะไร  แต่พอลงมาเห็นห้องน้ำอยู่แค่ก็อดรู้สึกปวดปัสสาวะขึ้นมาตงิด ๆ ไม่ได้  ในที่สุดหญิงสาวก็ตัดสินใจเหลียวมองซ้ายมองขวา ก่อนจะวิ่งเข้าห้องน้ำอย่างไวและรีบกลับออกมาอย่างโล่งใจเมื่อกระเป๋ายังอยู่ครบ 

อลันนั่งจิบกาแฟอยู่ในร้าน มุมที่เขาเลือกนั่งสามารถมองเห็นพฤติกรรมของนางแบบสาวอย่างชัดเจน  ชายหนุ่มต้องกลั้นยิ้มจนปวดแก้มกับความบ้าสมบัติของหล่อนถึงกับยอมลงทุนยืนเฝ้าสายตาล่อกแล่ก  ไม่น่าเชื่อว่าหล่อนจะโก๊ะแบบนี้  นึกว่าจะหยิ่งผยองลำพองในฉายานางฟ้าบนแคทวอล์ค จนเดินเท้าไม่ติดดินเสียอีก 

เวลาผ่านไปนานพอสมควร ปานอัปสรยืนรอจนขาแข็ง  พอเห็นเจ้าหนี้หนุ่มที่เดินดุ่ม ๆ กลับมาก็ยิ้มออก 

“คุณอลัน ฉันขอไปซื้อน้ำแป๊บนะ” 

“ไม่ต้อง...” อลันยื่นแก้วคาปูชิโนปั่นให้หญิงสาวที่ยื่นหน้ามาฉีกยิ้มกว้างขวาง...ดีใจอะไรกันนักหนา 

“ไม่ได้อ่ะ...ทั้งหวานทั้งมันฉันไม่กินหรอก” ปานอัปสรส่ายหน้าหวือทำหน้าอย่างกับเห็นไส้เดือนกิ้งกืออย่างนั้นแหละ  ก็อาชีพอย่างหล่อนขืนกินแบบนี้มีหวังหมดอายุการใช้งานในเร็ววัน  ดังนั้นกฎเหล็กที่หล่อนถือปฏิบัติมาตลอดคือ เครื่องดื่มต้องน้ำเปล่าเท่านั้น  จนลืมรักษาน้ำใจคนที่อุตส่าห์หยิบยื่นให้  พอนึกได้ก็เห็นเขายัดแก้วกาแฟลงถังขยะเรียบร้อยแล้ว 

“เอ่อ....ขอบคุณนะคะ คือฉัน....” ยังไม่ทันได้อ้าปากอธิบายให้จบ ก็โดนตะคอกกลับมาให้ขึ้นรถ 

“เดี๋ยวสิคุณ  ฉันหิวน้ำ” 

“ขึ้นรถ” นอกจากเสียงเข้ม ๆ นั่นแล้ว ดวงตาคมดุยังมองมาอย่างกดดัน 

“อารมณ์แปรปรวนจริงวุ้ย” ปานอัปสรบ่นงึมงำ เดินไหล่ห่อคอตกปีนขึ้นไปนั่งบนรถตามคำสั่ง พอนั่งลงได้ก็ทุบขาตัวเองเบา ๆ คลายความปวดเมื่อย 

อลันเอี้ยวตัวไปหยิบของหลังเบาะ  ก่อนจะยื่นขวดน้ำมาให้คนที่นั่งหน้าหงิก ทำปากขมุบขมิบคงจะสรรเสริญใครสักคนอยู่ล่ะมั้ง 

“ขอบคุณค่ะ” ปานอัปสร งงไปสามวินาทีก่อนจะยิ้มแป้นดวงตายิบหยีอย่างกับเด็กได้ขนมถูกใจ ทั้งที่มันก็แค่น้ำใส ๆ ขวดเดียว 

“ฉันกำลังนึกอยู่แล้วเชียวว่าคุณต้องไม่ใช่คนใจร้ายใจดำ” หญิงสาวประจบเอาใจ 

“แน่ใจนะ ว่ากำลังนึกอย่างที่พูดจริง ๆ” อลันพูดอย่างรู้ทัน 

“แฮร่....มันก็มีบ่นด้วยความน้อยใจปน ๆ อยู่บ้าง” หญิงสาวยิ้มแห้ง ๆ หูทิพย์หรือไงวะ.. ถึงได้รู้ว่าหล่อนก่นด่าในใจเสียป่นปี้ 

อลันหันไปให้ความสนใจกับการขับรถ  ไม่ยอมพูดจากับหล่อนอีกและเพราะความเย็นของแอร์ภายในรถยนต์บวกกับความเงียบทำให้ปานอัปสรฝืนความง่วงงุนเอาไว้ไม่ไหว จนกระทั่ง 

“ขับรถดี ๆ หน่อยได้ไหม ริชชี่” หญิงสาวบ่นออกมาทั้งที่ยังไม่ลืมตา นึกโมโหเพื่อนสาวขับรถผ่านพื้นผิวดาวอังคารหรือไง  มันถึงได้โยกเยกจนหัวสั่นหัวคลอนแบบนี้ 

“นี่คุณ...ตื่นขึ้นมาขับเองไหม” เสียงเข้ม ๆ สวนกลับมา 

ปานอัปสรลืมตาโพลง  กลับมาสู่โลกความเป็นจริงทันทีที่เห็นเสี้ยวหน้าหล่อเหลาของเจ้าชายน้ำแข็ง...ไม่ใช่สิ...เจ้าหญิงน้ำแข็งต่างหาก....สงสัยเก็กแมนจนเหนื่อยสิท่า  ถึงได้อารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ แท้ 

“ยังไม่ถึงบ้านคุณอีกเหรอคะ” 

“ทำไม  นอนหลับมามันเหนื่อยนักหรือไง” 

นั่นไงว่าแล้ว  ว่าจะไม่ถามแล้วเชียว...ปานอัปสรกอดอก เม้มปากแน่น  เพิ่งจะสังเกตถนนเบื้องหน้าที่สูงชันขึ้นเรื่อย ๆ แถมข้าง ๆ ยังมีหลุมร่องน้ำ แม้แต่ตรงกลางบางแห่งก็เป็นหลุมเป็นบ่ออีกต่างหาก  แต่ดูเหมือนคนขับจะชินทาง หลบหลีกได้อย่างคล่องแคล่ว  สองข้างทางมืดจนหล่อนมองไม่เห็นว่าข้างทางเป็นเช่นไร  แต่ก็คงเป็นป่าจริง ๆ นั่นแหละ เพราะเท่าที่แสงไฟหน้ารถส่องไปถึงก็เห็นแต่ต้นไม่ต้นใหญ่ ๆ  

“ใกล้ถึงแล้ว” 

“ที่นี่เรียกว่าอะไรคะ เอ่อ...ฉันหมายถึงชื่อหมู่บ้านหรือสถานที่น่ะค่ะ” 

“ทุ่งเสือโจน” 

“ทุ่งเสือโจน !...” แค่ฟังชื่อขนอ่อนก็พากันลุกตั้งชัน  กวาดมองข้างทางอย่างหวาด ๆ หวังว่าจะไม่มีเสือกระโจนมาขวางทางหรอกนะ...”ฮือ.....ถ้ามาจริง ๆ ก็กินคนข้าง ๆ ก็แล้วกัน ฉันผอมแห้งมีแต่กระดูกไม่อร่อยสักนิดนะพ่อเสือนะ...” 

“เพ้อเจ้ออะไรของคุณ” อลัน ไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือสาวอายุยี่สิบห้า  เด็กสิบขวบยังดูฉลาดกว่านี้เสียอีก 

“ฉันไม่ได้พูดอะไรเลยนะ” หญิงสาวปฏิเสธเสียงสูง 

“แล้วเมื่อกี้ใครบอกให้เสือกินผมก่อน” 

“ห๊ะ.......ฉันพูดออกไปด้วยเหรอ” ปานอัปสรยิ้มแหย  อายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปซุกที่ไหน พูดออกไปได้ไงวะ.................. 

ความคิดเห็น